สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบหมายให้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดำเนินการขยายผลธนาคารปูม้า เพื่อ “คืนปูม้าสู่ทะเลไทย” ไปสู่ชุมชนชายฝั่ง จำนวน 500 ชุมชน ภายในเวลา 2 ปี เพื่อขยายผลเพิ่มทรัพยากรปูม้า ขับเคลื่อนและบูรณาการความร่วมมือด้านการตลาดและพาณิชย์ รวมถึงความร่วมมือในการใช้ทรัพยากรทางทะเล เช่น การฟื้นฟู การอนุรักษ์ โดยการปลูกจิตสำนึกและสร้างการรับรู้นั้น หลังจากที่ได้มีการดำเนินการดังกล่าว ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมประมง และมหาวิทยาลัยเครือข่ายในพื้นที่ชายฝั่ง พบว่า ชาวประมงจับปูม้าได้เพิ่มมากขึ้น และพบลูกปูม้าวัยอ่อนบริเวณชายหาด และป่าชายเลนเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน ก่อให้เกิดการทำอาชีพปูม้าอย่างยั่งยืน ลดปัญหาการว่างงาน เกิดการเพิ่มรายได้ ชุมชนมีความเข้มแข็งและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากความสำเร็จดังกล่าว วช. จึงได้จัดงานตลาดนัด “ปูม้า…บุกกรุง ขึ้น ระหว่าง วันที่ 16-19 มกราคม 2563 ณ บริเวณลานสุขสยาม ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างการรับรู้และส่งเสริมด้านการตลาดให้กับปูม้าและสินค้าประมงแปรรูป รวมถึงการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของชาวประมงพื้นบ้านใ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มุ่งสนับสนุนการวิจัยโคร0งการประเทศไทยในอนาคตเพื่อวิเคราะห์รายละเอียดภาพของประเทศไทยในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยร่วมกับหน่วยงานและสถาบันวิจัยชั้นนำระดับประเทศ 8 หน่วยงาน วิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นแบบแผนทุกมิติ ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล, สถาบันพระปกเกล้า, สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย, สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ, ราชบัณฑิตยสภา, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, มูลนิธิคลังสมอง วปอ. เพื่อสังคม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช. เป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนการวิจัยในประเด็นสำคัญของประเทศ โดยมีโครงการท้าทายไทย (Grand Challenge) ในเรื่อง “ประเทศไทยในอนาคต” หรือ “Future Thailand” ซึ่งการศึกษาวิเคราะห์ภาพอนาคตมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนา รวมทั้งการตั้งรับกับสิ่งที่ไม่คาดหวัง ดังนั้น จึงเป็นที่มาของการศึกษาวิจัยเพื่อทำฉากทัศน์และภาพของประเทศไทยโดยกำหนดทุกช่วง 5 ปี ในอีก 20 ปีข้างหน้า มุ่งเน้นใน 10 มิติ
วช. จับมือ จุฬาฯ สร้างนักวิจัยระดับปริญญาเอกศักยภาพสูง สร้างงานวิจัยคุณภาพ เผยแพร่ในระดับนานาชาติ ภายใต้โครงการ คปก. และ C2F เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ในการสนับสนุนทุนปริญญาเอกศักยภาพสูง ภายใต้โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) และโครงการสร้างเสริมพลังจุฬาฯ ก้าวสู่ศตวรรษที่ 2 (C2F) โดยต้องผลิตผลงานวิจัยในวารสารชั้นนำระดับนานาชาติ ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า “เงินทุนจาก C2F ได้เสริมพลังให้ผลงานวิจัยของจุฬาฯ ไปสู่เป้าหมายทัดเทียมในระดับนานาชาติ เป็นที่น่ายินดี ที่ในปี 2562 มีนิสิตปริญญาเอก ของจุฬาฯ ที่สามารถรับทุน คปก. รุ่น 22 ควบคู่ไปกับทุน C2F จุฬาฯ รวม 11 ทุน และ มีอาจารย์ที่ปรึกษา จำนวน 10 ท่าน จาก 6 คณะ คือ คณะแพทยศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะสหเวชศา
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เตรียมจัดงาน ตลาดนัดปูม้าบุกกรุง ในระหว่าง วันที่ 16 – 19 มกราคม 2563 ที่เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G ภายในงานมีการขนทัพสินค้าผลิตภัณฑ์ปูม้าจากเกษตรกรเจ้าของผลิตภัณฑ์กว่า 15 ร้าน มาให้คุณได้เลือกชมชิมช็อปกันอย่างจุใจ ภายในงานพบกับนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยววงจรชีวิตของปูม้า ธนาคารปูม้าและพบกับโมเดลปูม้าขนาดใหญ่ การจำหน่ายสินค้าจากวัตถุ ดิบ ผลิตภัณฑ์จากปูม้าสดๆ จากเจ้าของผลิตภัณฑ์โดยตรง นอกจากผู้เข้าร่วมงานจะได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ และปูม้าสดๆ ภายในงานแล้วนั้น ในวันศุกร์ที่ 17 มกราคม ซึ่งเป็นวันที่สองของการจัดงานนั้น ตั้งแต่เวลา 18.00 น. นอกจากจะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการแล้ว ผู้เข้าร่วมชมงานยังจะได้พบกับนักแสดงหนุ่มตัวแทนด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อเล็กซ์ เรนเดลล์ ที่จะมาร่วมพูดคุยภายในงาน และมินิคอนเสิร์ตจาก หญิง ธิติกานต์ ที่จะมาร่วมสร้างสีสันภายในงาน สำหรับผู้ที่ สนใจสามารถเข้าร่วมงาน ตลาดนัดปูม้าบุกกรุง มากินปูม้าสดโดยไม่ต้องไปไกลถึงแพ ได้ที่ เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G ตั้งแต่ วันที่ 16-19 มกราคม 2563 เวลา 10.00 – 22.00 น. เป็นต้นไป
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ จังหวัดอุตรดิตถ์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยเครือข่ายการวิจัยภูมิภาคในภาคเหนือ เตรียมความพร้อมการจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ประจำปี 2563 (Regional Research Expo 2020) ครั้งที่ 8” นำแนวนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในกระจายความรู้ กระจายโอกาสสู่ภูมิภาค มาดำเนินการ เพื่อให้เครือข่ายการวิจัยภูมิภาคเป็นกลไกสำคัญ ในการสร้างความเข้มแข็งและยกระดับศักยภาพของชุมชนในภูมิภาคด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม เป้าหมายการจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ประจำปี 2563 (Regional Research Expo 2020) ครั้งที่ 8” มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเครือข่ายในระดับภูมิภาค ในรูปแบบการประสานความร่วมมือ 4 ฝ่าย (Quadruple Helix) คือ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานวิจัยและนักวิจัย ภาคเอกชน และภาควิสาหกิจและชุมชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการขยายผลงานวิจัยและนวัตกรรม สู่การใช้ประโยชน์ในภูมิภาคให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการ วช. ได้กำหนดแผนจัดงาน ครั้งที่ 8 นี้ โดยเครือข่ายการวิจัยภูมิภาคในภาคเหนือ ซึ่งมีจังหวัดอุตรดิตถ์และมหาวิทยาลัยราชภ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการในภาคจังหวัดอุตรดิตถ์ นำงานวิจัยและนวัตกรรมพัฒนาสับปะรดห้วยมุ่น ที่ได้รับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ยกระดับการผลิตสับปะรดห้วยมุ่นแบบครบวงจร ตั้งแต่การแปรรูปผลิตภัณฑ์ การใช้เทคโนโลยียืดอายุวัตถุดิบ การใช้ประโยชน์จากของเหลือทิ้งทางการเกษตร และการจัดจำหน่าย เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจชุมชน กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรตำบลห้วยมุ่น และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในชุมชนของจังหวัดอุตรดิตถ์ ในวันที่ 12 มกราคม 2563 ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมตรวจเยี่ยมพื้นที่ดำเนินการของ “โครงการการพัฒนาและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ผลไม้ของจังหวัดอุตรดิตถ์ : การผลิตสับปะรดห้วยมุ่นครบวงจร” โดยมี ดร. กิตติ เมืองตุ้ม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ หัวหน้าโครงการร่วมนำเสนอ ณ สถานผู้ประกอบการ ต. ผาจุก จ. อุตรดิตถ์ ซึ่งการถ่ายทอดเทคโนโลยีสามารถเสริมสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของกลุ่มเกษตรกร การพัฒนาให้มีศูนย์วิจัยชุมชน การสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพของชุมชน และการวางแผนการตลาด ซึ่งปัจจุบั
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ถนนสายวิทย์ รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563”ภายใต้แนวคิด “นักวิทย์น้อยเพื่อโลกสีเขียว” สอดรับแนวคิด BCG Model ตามภารกิจหลักของกระทรวงฯ จุดประกายให้เยาวชนไทยเกิดกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่ วันที่ 9 มกราคม 2563 เวลา 09.00 น. ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมพิธีเปิดงานดังกล่าว ในการนี้ วช. ได้นำผลงานเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ภายใต้ชื่อ สถานี “Circular Economy by NRCT” จำนวน 6 ผลงาน ได้แก่ การถ่ายทอดเทคโนโลยีบล็อกปูถนนรีไซเคิล เป็นการนำถุงพลาสติกมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมกับวัสดุมวลคละหยาบ หรือทรายละเอียด แล้วเทส่วนผสมทั้งหมดลงในภาชนะโลหะสำหรับผสมร้อน ทำการคั่วจนเข้ากัน จากนั้นนำส่วนผสมที่เข้ากันได้ดีเทลงในแบบหล่อเหล็ก ปล่อยทิ้งไว้ให้
เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 62 ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้เปิดเผยเรื่องเด่นการวิจัยไทยในปี 2562 10 เรื่อง ได้แก่ 1.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) (Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation : MHESI) กระทรวงใหม่ล่าสุดของประเทศ ก่อตั้งขึ้นใน วันที่ 2 พ.ค. 2562 จากการควบรวม 4 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย โดยมี ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนและสนับสนุนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม 2. วช. โฉมใหม่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ – วช. 5G สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เปลี่ยนเป็น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ตั้งแต่การวิจัยจนถึงการนำไปใช้ประโยชน
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โชว์ผลงานเด่น ประจำปี 2562 และผลงานวิจัยที่พัฒนาต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่ม พร้อมเผยทิศทางการวิจัยและพัฒนาในปี 2563 เน้นตอบโจทย์ BCG มุ่งสู่ประเทศไทย 4.0 ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นหน่วยงานขับเคลื่อน และบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของ อว. ในด้านการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม การพัฒนาเชิงพื้นที่ การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และเกิดผลสัมฤทธิ์มีผลการดำเนินงานที่เกิด impact สูงต่อเศรษฐกิจและสังคม ขณะเดียวกันมีการริเริ่มงานใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ปัญหาสำคัญของประเทศ โดย วช. มีความพร้อมและยกระดับการทำงานตามภารกิจใหม่ด้วยหลัก วช. 5G เป็นส่วนราชการที่มีประสิทธิภาพสูง รวดเร็ว คล่องตัว พร้อมขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมสร
โครงการกายอุปกรณ์สำหรับผู้พิการ เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เกิดจากการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. โดยการน้อมนำพระราชดำริ พระราชปณิธาน และพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มาแปลงเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนา ด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน ศาสตราจารย์นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยในการขยายผลนวัตกรรมกายอุปกรณ์ขาเทียมให้กับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อจัดทำกายอุปกรณ์ขาเทียมสำหรับผู้พิการ นวัตกรรมกายอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นเป็นฝีมือคนไทย คุณภาพสูงทัดเทียมกับสินค้าจากต่างประเทศ สามารถผลิตได้ในประเทศไทย ลดต้นทุนการนำเข้า ช่วยอำนวยความสะดวกในการสวมใส่ และลดการเสียดสีระหว่างผู้สวมกับอุปกรณ์ มีความทนทาน แข็งแรง มีน้ำเบา และเหมาะกับสรีระของผู้พิการแต่ละราย รวมถึงช่วยให้ผู้ป่วยและคนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยังส่งผลดีต่อครอบครัว สังคม
