สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 62 ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้เปิดเผยเรื่องเด่นการวิจัยไทยในปี 2562 10 เรื่อง ได้แก่ 1.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) (Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation : MHESI) กระทรวงใหม่ล่าสุดของประเทศ ก่อตั้งขึ้นใน วันที่ 2 พ.ค. 2562 จากการควบรวม 4 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย โดยมี ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนและสนับสนุนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม 2. วช. โฉมใหม่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ – วช. 5G สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เปลี่ยนเป็น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ตั้งแต่การวิจัยจนถึงการนำไปใช้ประโยชน
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โชว์ผลงานเด่น ประจำปี 2562 และผลงานวิจัยที่พัฒนาต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่ม พร้อมเผยทิศทางการวิจัยและพัฒนาในปี 2563 เน้นตอบโจทย์ BCG มุ่งสู่ประเทศไทย 4.0 ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นหน่วยงานขับเคลื่อน และบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของ อว. ในด้านการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม การพัฒนาเชิงพื้นที่ การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และเกิดผลสัมฤทธิ์มีผลการดำเนินงานที่เกิด impact สูงต่อเศรษฐกิจและสังคม ขณะเดียวกันมีการริเริ่มงานใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ปัญหาสำคัญของประเทศ โดย วช. มีความพร้อมและยกระดับการทำงานตามภารกิจใหม่ด้วยหลัก วช. 5G เป็นส่วนราชการที่มีประสิทธิภาพสูง รวดเร็ว คล่องตัว พร้อมขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมสร
โครงการกายอุปกรณ์สำหรับผู้พิการ เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เกิดจากการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. โดยการน้อมนำพระราชดำริ พระราชปณิธาน และพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มาแปลงเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนา ด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน ศาสตราจารย์นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยในการขยายผลนวัตกรรมกายอุปกรณ์ขาเทียมให้กับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อจัดทำกายอุปกรณ์ขาเทียมสำหรับผู้พิการ นวัตกรรมกายอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นเป็นฝีมือคนไทย คุณภาพสูงทัดเทียมกับสินค้าจากต่างประเทศ สามารถผลิตได้ในประเทศไทย ลดต้นทุนการนำเข้า ช่วยอำนวยความสะดวกในการสวมใส่ และลดการเสียดสีระหว่างผู้สวมกับอุปกรณ์ มีความทนทาน แข็งแรง มีน้ำเบา และเหมาะกับสรีระของผู้พิการแต่ละราย รวมถึงช่วยให้ผู้ป่วยและคนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยังส่งผลดีต่อครอบครัว สังคม
ในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ที่จะถึงนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ขอแนะนำให้ประชาชนลดและเลี่ยงการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะปลาร้า ปลาส้มดิบ และควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาดถูกหลักอนามัย เพื่อช่วยลดปัญหาในการเกิดโรคต่างๆ ที่มาพร้อมกับอาหารและเทศกาลฤดูหนาว โดยเฉพาะเพื่อเลี่ยงต่อการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งเป็นที่มาของโรคมะเร็งท่อน้ำดีที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิตของคนในสังคมเป็นอย่างยิ่ง มะเร็งท่อน้ำดี เกิดจากความผิดปกติของเซลล์เยื่อบุน้ำดีทั้งในและนอกตับ พบว่า คนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งท่อน้ำดีและตับ จำนวน 10,000 – 20,000 คน ต่อปี ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ องค์การอนามัยโลกได้จัดให้โรคพยาธิใบไม้ตับเป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งชนิดนี้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า วช.ได้สนับสนุนโครงการวิจัยท้าทายไทย ประเทศไทยไร้พยาธิใบไม้ตับ (Grand Challenges Thailand : Fluke Free Thailand) แก่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับโครงการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (C
ประเทศไทยได้จัดตั้ง “ศูนย์แห่งความเป็นเลิศนานาชาติ ดิจิทัลหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (DBAR)”ในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง อันเป็นโครงการความร่วมมือระดับนานาชาติระหว่าง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กับ Chinese Academy of Sciences (CAS) สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นหนึ่งในจำนวน 8 ศูนย์ทั่วโลก ที่ได้มีการจัดตั้งในประเทศต่างๆ ได้แก่ ไทย ฟินแลนด์ อิตาลี ปากีสถาน โมร็อกโก รัสเซีย สหรัฐอเมริกา และแซมเบีย โดยศูนย์ DBAR ที่ วช. เป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศนานาชาติแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้รับเชิญให้กล่าวบรรยาย Keynote Speech ในพิธีเปิดการประชุม “4th Digital Belt and Road Conference” ที่เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีสาระสำคัญว่า การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อจัดการกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญและเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของโลกเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เป้าหมายของโครงการ ที่มุ่งเน้นเรื่องการพ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในบทบาทการขับเคลื่อนผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยในมิติด้านความมั่นคง ได้ตอบสนองนโยบายรัฐ ในการบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่ายการวิจัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้สามารถผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เอง ที่ผ่านมา วช. ได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง โดยถือเป็นนโยบายที่สำคัญและเร่งด่วน วช. จึงได้ให้การสนับสนุนกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (วท.กห.) พัฒนาและผลิตเสื้อเกราะกันกระสุนน้ำหนักเบาระดับ NIJ III ภายใต้แผนงานวิจัยตอบสนองต่อนโยบาย/เป้าหมายรัฐบาล กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งมีความร่วมมือกับ วช. ในการใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ : ชุมชนเข้มแข็ง ด้วยวิจัยและนวัตกรรม ผ่านกลไกการดำเนินงานของศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1- 5 (ศปป.1 – 5) นับเป็นความร่วมมือสำคัญในการบูรณาการขับเคลื่อนงานวิจัยและน
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับเครือข่ายวิจัยภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มหาวิทยาลัยขอนแก่น) ภาคใต้ (มหาวิทยาลัยหาดใหญ่) ภาคกลาง (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) ภายใต้กรอบบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเครือข่ายวิจัยภูมิภาคด้านมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ ปี พ.ศ. 2560 – พ.ศ. 2562 ได้ดำเนินการจัดการประชุมวิชาการด้านมาตราฐานการวิจัยและมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางปฏิบัติระหว่างหน่วยงานในภูมิภาค ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตระหนักในการยกระดับความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติในหน่วยให้มากขึ้น โดยที่ผ่านมามีผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมและนำเสนอผลงานด้านความปลอดภัยเป็นจำนวนมาก สำหรับใน ปี 2562 วช. ได้มุ่งเน้นให้มีการดำเนินการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดในการขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการตามกลไกการพัฒนาด้านมาตรฐานความปลอดภัย จึงได้กำหนดให้มีการติดตามผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยแม่ข่ายด้านมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการใน 3 ระดับ ได้แก่ เครือข่ายวิจัยภูมิภาค (ne
ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยงานให้ทุนวิจัยหลักของประเทศและส่งเสริมการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน บนฐานงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์และปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมาได้สนับสนุนงานวิจัยภายใต้แผนงานวิจัยท้าทายไทย : ทะเลไทยไร้ขยะ ซึ่งการสนับสนุนครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ วช. ได้นำหลักการ Sharing as Beneficial Principle จะเป็นมาตรการที่สำคัญในการแก้ปัญหาขยะพลาสติก โดยสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พัฒนาระบบการรับรอง Zero Plastic Waste สำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกขึ้น เพื่อให้การรับรองอุตสาหกรรมที่ลดการเกิดขยะพลาสติกได้อย่างเบ็ดเสร็จหรือขยะพลาสติกเป็นศูนย์ โดย บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เป็นบริษัทแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองดังกล่าวในกระบวนการผลิต หรือ Zero Plastic Waste in Production Process ระบบการรับรอง Zero Plastic Waste ที่สร้างขึ้นจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมพลาสติกของประเทศ และเป็นแม่แบบให้แก่ 10 ประเทศ ในกลุ่ม ASEAN ในอนาคต นายนพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บ
วช. ผนึกกำลังกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และตาก นำวิจัยและนวัตกรรมร่วมสร้างเศรษฐกิจยั่งยืนและยกระดับศักยภาพชุมชนบนเส้นทาง LIMEC สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดตาก จัดทำความร่วมมือเพื่อนำงานวิจัยและนวัตกรรมขับเคลื่อนความมั่นคงและสร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนบนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ หลวงพระบาง อินโดจีน เมาะลำไย LIMEC (Luangprabang Indochina Mawlamyine Economic Corridor) ใน 5 ด้าน ได้แก่ การค้าและการลงทุน การท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม การศึกษา สุขภาพ และโลจิสติกส์ ภาคการวิจัย โดย วช. และนักวิจัยร่วมดำเนินการร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ประกอบด้วยจังหวัดอุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ และจังหวัดตาก ในการขยายผลองค์ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมไปยังพื้นที่บนเส้นทาง LIMEC ในมิติต่างๆ ได้อย่างบูรณาการ มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ 5 ด้าน ได้แก่ การค้าและการลงทุน การท่องเที
การเพาะเห็ด เป็นอาชีพที่มีความสำคัญทางศรษฐกิจอาชีพหนึ่ง มีกรรมวิธีการเพาะที่ไม่ยุ่งยาก ใช้เงินลงทุนไม่มาก ใช้เวลาในการเก็บผลผลิตสั้น ให้ผลตอบแทนเร็ว และสามารถเพาะเห็ดได้ตลอดทั้งปี เกษตรกรและผู้สนใจสามารถเพาะเห็ดเป็นอาหารบริโภคภายในครัวเรือนแล้ว ยังพัฒนาเป็นอาชีพเลี้ยงดูครอบครัวได้เป็นอย่างดีในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน อาจารย์พิทักษ์ สถิตวรรธนะ (โทร. 089-738-6158) อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เล็งเห็นความสำคัญของอาชีพการเพาะเห็ด จึงได้นำเทคโนโลยีอันทันสมัยมาพัฒนา “ตู้เพาะเห็ดอัตโนมัติ” เพื่อแก้ไขปัญหาผลผลิตเห็ดอัตราการเกิดดอกเห็ดต่ำ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมในปัจจุบัน โดยคาดหวังว่านวัตกรรมนี้จะช่วยส่งเสริมการสร้างรายได้และลดรายจ่ายค่าครองชีพในภาคครัวเรือน และพัฒนาช่องทางสู่เชิงธุรกิจในอนาคต สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้คัดเลือกตู้เพาะเห็ดอัตโนมัติ เข้าประกวดในเวทีนานาชาติ ปรากฏว่า ผลงานชิ้นนี้ ได้รับรางวัลเหรียญเงินสิ่งประดิษฐ์ 2015 จากประเทศไต้หวัน และได้รับรางวัลที่ 1 จากเวทีประกวดสิ่งประดิษฐ์คิดค้นทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำป
