ดีเดย์ 30 ก.ย. “พาณิชย์” ผนึก 4 กระทรวง พาณิชย์ เกษตร อว. ดีอี เปิดเกมใหม่บริหารสินค้าเกษตรด้วยข้อมูล สนค. ดัน “ใกล้เก็บเกี่ยว” ระบบบริหารเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร เปลี่ยนจาก “แก้ปัญหา” สู่ “บริหารล่วงหน้า”
จากโจทย์นโยบายสู่เครื่องมือบริหารจริง สนค. รับโจทย์ศุภจี ผนึก 4 กระทรวง ดึง Big Data–AI ยกระดับการบริหารสินค้าเกษตร เตรียมเปิด “ใกล้เก็บเกี่ยว” 30 กันยายนนี้ นำร่องข้าวก่อนผลผลิตนาปีออกสู่ตลาด
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากโจทย์ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการยกระดับการบริหารสินค้าเกษตรของประเทศให้ก้าวไปไกลกว่าการติดตามสถานการณ์และแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้น สนค.จึงพุ่งเป้าสู่การบริหารสินค้าเกษตรด้วยข้อมูลคาดการณ์ที่แม่นยำ เพื่อให้ภาครัฐเห็นสถานการณ์ได้เร็ว กำหนดมาตรการได้ตรงจุด ทันเวลา และเข้าถึงพื้นที่เสี่ยงได้อย่างแม่นยำ
แนวทางดังกล่าวเชื่อมตรงกับ 5 นโยบายหลักของกระทรวงพาณิชย์ ทั้งการรักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร (นโยบายที่ 2) และการยกระดับเทคโนโลยีการให้บริการและปลดล็อกกฎระเบียบ (นโยบายที่ 5) พร้อมสอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่ผลักดัน Big Data และ AI มาใช้วางแผนการผลิตและจำหน่ายตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรและสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้เกษตรกร
สนค. จึงนำโจทย์นโยบายมาทำให้เกิดขึ้นจริงผ่าน “ใกล้เก็บเกี่ยว” เครื่องมือใหม่ที่จะเปลี่ยนข้อมูลจากสิ่งที่ใช้มองย้อนหลัง ให้กลายเป็นสิ่งที่ช่วยมองไปข้างหน้า โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ทั้งด้านการผลิต พื้นที่เพาะปลูก ผลผลิต ตลาด และราคา เพื่อให้ภาครัฐเห็นสถานการณ์ได้เร็วขึ้น และมีเวลาเตรียมการก่อนที่สถานการณ์จะกลายเป็นปัญหา โดยเริ่มนำร่องกับข้าว ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศ ก่อนผลผลิตนาปีทยอยออกสู่ตลาดในช่วงปลายปี
“สิ่งที่ สนค. กำลังทำ ไม่ใช่การสร้าง Dashboard ขึ้นมาอีกหนึ่งระบบ แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดในการบริหารสินค้าเกษตร จากข้อมูลที่ใช้บอกว่าเกิดอะไรขึ้นแล้ว ไปสู่ข้อมูลที่ช่วยให้เราเห็นว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น และควรเตรียมรับมืออย่างไรตั้งแต่วันนี้” นายนันทพงษ์กล่าว
ผอ.สนค. กล่าวว่า หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการมีข้อมูลจำนวนมาก แต่คือการทำให้ข้อมูลเหล่านั้นมีมูลค่าสูงขึ้นและตอบโจทย์การตัดสินใจได้จริง เพราะยิ่งภาครัฐมองเห็นสถานการณ์ได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีเวลาเตรียมมาตรการและบริหารสถานการณ์ได้เร็วขึ้นเท่านั้น

“ข้อมูลจะมีมูลค่าสูง ก็ต่อเมื่อทำให้เรารู้เร็วกว่าเดิม และตัดสินใจได้ก่อนที่ปัญหาจะมาถึง นี่คือสิ่งที่ ‘ใกล้เก็บเกี่ยว’ กำลังจะเปลี่ยน” และเพราะการบริหารสินค้าเกษตรไม่ใช่โจทย์ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง “ใกล้เก็บเกี่ยว” จึงกำลังก้าวสู่การทำงานร่วมกันของ 4 กระทรวง โดยวันที่ 30 กันยายน 2569 จะมีการเปิดตัวระบบพร้อมลงนาม MOU ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อเชื่อมข้อมูล เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงาน ให้สามารถมองสถานการณ์และทำงานบนเป้าหมายเดียวกัน
นายนันทพงษ์กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราอยากให้ ‘ใกล้เก็บเกี่ยว’ เป็นมากกว่าระบบพยากรณ์ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ภาครัฐเห็นภาพเดียวกันและตัดสินใจได้เร็วขึ้น นี่ไม่ใช่แค่การเปิดตัวระบบใหม่ แต่คือการเริ่มเปลี่ยนวิธีทำงานของภาครัฐ จากตามสถานการณ์ไปสู่การเห็นล่วงหน้า จากรอแก้ปัญหาไปสู่การใช้ข้อมูลบริหารก่อนปัญหาจะมาถึง”
“ใกล้เก็บเกี่ยว” จะเปลี่ยนบริบทการบริหารเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร สู่มิติใหม่
