เกษตรอินทรีย์
“กาฬสินธุ์” เป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน มีหลักฐานทางโบราณคดีเป็นแหล่งซากไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์อื่นๆ มากมาย รวมทั้งยังมีความเจริญทางอารยธรรมเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนย้อนไปนับพันปี ยิ่งกว่านั้น “กาฬสินธุ์” ยังเป็นแหล่งทำกินของเกษตรกรมาช้านาน สินค้าเกษตรส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นผลิตผล และผลิตภัณฑ์จากเกษตรอินทรีย์ เน้นกระบวนการลดการใช้สารเคมี ทำให้ส่งผลดีทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยเกษตรกรในจังหวัดนี้ให้ความสำคัญต่อความยั่งยืนเป็นอย่างมาก “เสือพีเพราะป่าปก ป่ารกเพราะเสือยัง ดินเย็นเพราะหญ้าบัง หญ้ายังเพราะดินดี” นายวินิจ ถิตย์ผาด ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน นวัตกรรม เกษตรอินทรีย์ยั่งยืน เริ่มต้นบทสนทนาด้วยถ้อยคำคุ้นชินของเหล่านักอนุรักษ์ที่มุ่งเน้นการใช้ชีวิตแบบพึ่งพาอาศัยและพึ่งพิงธรรมชาติ ทั้งยังเล่าต่อว่า “บริบทของเกษตรอินทรีย์ธรรมชาติ ธรรมชาติต้องดูแลธรรมชาติ การดูแลผลผลิตของเกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยเคมีลงไป สุขภาพของคนก็ดี สิ่งแวดล้อมก็ดี ผลผลิตก็ดี ทุกอย่างก็ดีไปหมด แม้แต่รสชาติของพืชผัก ก็แตกต่างกันนะครับ ความขมจะไม่มี มีแต่ความหวานแบบ
มูลนิธิสังคมสุขใจ เดินหน้าผลักดันเกษตรอินทรีย์สู่เป้าหมาย “ยั่งยืน” ไม่ใช่แค่เทรนด์ พร้อมชวนเที่ยวงาน สังคมสุขใจ ครั้งที่ 9 “รวมพลังขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์” 26-28 ม.ค.นี้ ที่สวนสามพราน จ.นครปฐม มูลนิธิสังคมสุขใจ เปิดเวทีเสวนา หัวข้อ “รวมพลังขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์” ชวนภาคีภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมผลักดันประเทศไทยพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน ทั้งด้านสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม ชี้ สังคมอินทรีย์ยั่งยืน ไม่ใช่แค่เทรนด์ หรือกระแส ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด ฉะนั้นต้องเปลี่ยนให้เป็นพฤติกรรมที่ยั่งยืน พร้อมชวนเที่ยงงาน สังคมสุขใจ ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 26-28 มกราคม นี้ ที่สวนสามพราน จังหวัดนครปฐม หวังกระตุ้นให้คนทั้งห่วงโซ่ ร่วมกันลงมือทำ เพื่อให้การขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ขยายวงกว้างและนำไปสู่สังคมแห่งความยั่งยืน นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจและนายกสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย หรือ TOCA กล่าวว่า วันนี้ได้เห็นภาพของพันธมิตรที่มาร่วมมือกัน ตรงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ข้อ 17 partnership for the goal เพราะการขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าพวกเราไม่ร่วมมือกัน สำหรับ TOCA
ถ้านับกันแล้ว “หนองบัวลำภู” เป็นจังหวัดน้องใหม่ของภาคอีสาน เป็นดินแดนที่มั่งคั่งไปด้วยมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมซึ่งสั่งสมมาตั้งแต่อดีตและสืบทอดส่งต่ออย่างเข้มแข็งมาจนถึงปัจจุบัน ขณะเดียวกันผู้คนส่วนใหญ่ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรม ก็ยังให้ความสำคัญกับวิถีเกษตรอินทรีย์ที่สอดคล้องกับเทรนด์ของโลกอีกด้วย “วิสาหกิจชุมชนถ่านไบโอชาร์และเกษตรอินทรีย์ ตำบลป่าไม้งาม” แห่งอำเภอเมืองฯ จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการรวมกลุ่มเพื่อทำเกษตรอินทรีย์ ที่มีผลเชิงประจักษ์ให้เกิดการต่อยอดขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ได้ นางสะคร นาคศรี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนถ่านไบโอชาร์และเกษตรอินทรีย์ ตำบลป่าไม้งาม บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มฯ ไว้น่าฟังว่า ที่นี่ทำเกษตรอินทรีย์ เพราะทุกคนเชื่อว่าดีต่อทั้งต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม ผลผลิตสำคัญคือการแปรรูปผลิตภัณฑ์ “ถ่านไบโอชาร์” หรือ “ถ่านชาร์โคลคาร์บอน” เป็นถ่านที่มีประสิทธิภาพสูง เมื่อนำไปใช้หุงต้ม ช่วยให้ประหยัดถ่าน ทั้งยังสามารถไปใช้ปรับปรุงบำรุงดินเพื่อการการเกษตรได้ด้วย “เรายังมีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีก เช่น สบู่ ยาสีฟัน ครีมอาบน้ำ เกล
การผลิตพืชผักของเกษตรกรในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่วนมากจะผลิตได้ดีในฤดูหนาว ช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ทำให้มีผลผลิตมากเกินความต้องการของตลาด แต่ในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน เกษตรกรไม่สามารถผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดได้ เพราะในช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่มีอุณหภูมิสูง แดดจัด ขาดแคลนน้ำ ซ้ำยังประสบปัญหาแมลงศัตรูพืชหลายชนิดเข้าทำลาย ขณะที่ฤดูฝน อากาศมีความชื้นสูงมักประสบปัญหาการระบาดของโรคพืชหลายชนิด รสชาติของผักและคุณภาพของผลผลิตที่ได้ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด คุณนฤทัย วรสถิตย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การผลิตพืชผักและผลไม้ของเกษตรกรเป็นการผลิตโดยใช้ปุ๋ยเคมีและใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เพื่อให้ผลผลิตมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม เป็นที่พอใจของผู้บริโภคและให้ผลผลิตสูง เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ในการปรับปรุงบำรุงดิน และยังขาดความรู้ในการจัดการโรคและแมลงศัตรูพืชที่ปลอดภัย จากผลการวิเคราะห์สารพิษตกค้างในผักและผลไม้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนระหว่างปี 2554-2556 จำนวน 36 ชนิด 3,025 ตัวอย่าง คุณนฤทัย บอกว่า พบสารเคมีตกค้างร้อยละ 25.7 และเก็บค่า MRL
เกษตรแปลงใหญ่-วิสาหกิจชุมชน-ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร-ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน และศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนดีเด่นระดับประเทศปี 2566 พร้อมเผยแพร่องค์ความรู้และขยายผลความสำเร็จสู่เกษตรกรและประชาชนทั่วไป หลังเข้ารับรางวัลชนะเลิศจากกรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร จัดพิธีมอบโล่และเกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัลให้เกษตรกรต้นแบบ ที่มีผลงานดีเด่นระดับประเทศ ในประเภทต่าง ๆ ประจำปี 2566 ประกอบด้วย 1.แปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ปี 2566 รางวัลชนะเลิศได้แก่แปลงใหญ่โคนม สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด ตำบลโคกก่อ อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม มีนายณัฐวุฒิ ประทีปะวณิช เป็นประธาน 2.วิสาหกิจชุมชน ดีเด่น ระดับประเทศ ปี 2566 รางวัลชนะเลิศได้แก่ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์จังหวัดอำนาจเจริญ มีนายวันนา บุญกลม เป็นประธานเครือข่ายฯ 3.ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ดีเด่นระดับประเทศ ปี 2566 รางวัลชนะเลิศได้แก่ ศพก.อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา มีนายอรุณ ขันโคกสูง เป็นประธาน 4.ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.)ดีเด่นระดับประเทศ ปี 2566 รางว
“อำเภอหนองเสือ” จังหวัดปทุมธานี เป็นอีกหนึ่งทำเลทองของการปลูกกล้วยหอมเพื่อการส่งออกรายใหญ่ของไทย เนื่องจากมีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมถึง 12,000 ไร่ กล้วยหอมทองที่ปลูกในพื้นที่แห่งนี้ ได้รับการยกย่องว่ามีคุณภาพดี รสชาติอร่อย ถูกใจผู้บริโภค เพราะปลูกในแหล่งดินเหนียวที่มีแหล่งน้ำชลประทานทั่วถึง มีการดูแลจัดการสวนอย่างเป็นระบบ ทำให้กล้วยหอมที่ปลูกได้สามารถส่งออกไปขายถึงประเทศญี่ปุ่น ปี 2558 เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทองในพื้นที่ตำบลนพรัตน์ อำเภอหนองเสือ ภายใต้การนำของ “คุณ นุกุล นามปราศัย” ได้รวมตัวกันจดทะเบียนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกล้วยหอมทองปทุมรัตน์ เพื่อผลิตกล้วยหอมทองพันกว่าไร่ และจำหน่ายผลผลิตเข้าสู่ตลาดทั้งในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ กล้วยหอมทอง จัดอยู่ในกลุ่มผลไม้เพื่อสุขภาพ จึงเป็นสินค้าขายดี ตลาดมีความต้องการขึ้นอย่างต่อเนื่อง กศน.อำเภอหนองเสือ ส่งเสริม เกษตรกรปลูกพืชเกษตรอินทรีย์ ผลดีของการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกกล้วยหอมทองปทุมรัตน์ ช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทอง มีโอกาสสร้างอำนาจในการต่อรองราคากับผู้ซื้อสินค้า รวมทั้งได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้เรื่องของการปลูก การดูแลสวนกล้วยหอมท
วันที่ 8 สิงหาคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การขับเคลื่อนและเสริมสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืน ด้านเกษตรอินทรีย์เชิงธุรกิจในพื้นที่คุ้งบางกระเจ้า ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเชิงบูรณาการ” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ, ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, นายเตชพล ฐิตยารักษ์ รองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา, นางสาววัชรี ชูรักษา ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, นายปรัชญ์ลือ พิณกาญจน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายกิจการสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด และ นายอรุษ นวราช นายกสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย ณ เวที Highlight Stage มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2566 ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิ
งานอาชีพทางการเกษตรเป็นอีกหนึ่งงานที่มีผู้คนหลากหลายอาชีพให้ความสนใจ โดยสาเหตุที่มาเริ่มสนใจการเกษตรเกิดจากความรัก หรือชอบทานพืชผักนั้นๆ จึงได้เกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะศึกษาอย่างจริงจัง ส่งผลให้จากที่ไม่รู้เรื่องการปลูกการผลิตพืชชนิดนั้นเลย เมื่อลงมือทำแล้วยิ่งมีประสบการณ์ เกิดความสนุก และสิ่งที่ตามมาคือเรื่องของการทำตลาดเพื่อจำหน่าย ทำให้เกิดเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้ไม่น้อยทีเดียว คุณปรมพร สีเหนี่ยง หรือ คุณแจง ทำสวนผักเกษตรอินทรีย์ อยู่บ้านเลขที่ 190/155 หมู่บ้านราณี หมู่ที่ 3 ซอยสวนสยาม 16 แยก 3 ได้ใช้เวลาว่างจากการทำงานประจำ มาทำสวนผักเกษตรอินทรีย์ในแบบที่เธอชอบ โดยใช้พื้นที่ว่างที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาสร้างเป็นสวนเกษตรในแบบของเธอ ทำให้ในทุกวันหลังเลิกงานและวันหยุด เธอได้มาใช้เวลาให้มีความสุขในสวนเกษตรอินทรีย์ที่เธอรัก ชอบทานผักปลอดสารพิษ จึงคิดทำเกษตรอินทรีย์ คุณแจง เล่าให้ฟังว่า เธอเป็นอีกหนึ่งคนที่สนใจในเรื่องของสุขภาพอาหารการกินเป็นอย่างมาก โดยแต่ละวันในมื้ออาหารของเธอจะต้องมีผักร่วมอยู่ด้วยเสมอ รวมทั้งมีการปั่นน้ำผักผลไม้ดื่มอยู่เป็นประจำ ซึ่งการนำพืชผักเหล่านี้มาบริโภคนั้นจะ
กลุ่มเกษตรกรฯ นครสวรรค์ ต่อยอดพลังงานทดแทน ปลูกข้าวและพืชผักปลอดภัย แปรรูปสมุนไพรสร้างรายได้ ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรอยู่ที่ไหน ล้วนแล้วแต่ต้องคำนึงถึงความยั่งยืน โดยเฉพาะอาชีพด้านการเกษตร เพราะเป็นหนึ่งในอาชีพสำคัญที่หล่อเลี้ยงประชากรโลก จึงนับเป็นเรื่องน่ายินดีที่กลุ่มเกษตรกรหัวก้าวหน้า แห่งตำบลปางสวรรค์ อำเภอชุมตาบง จังหวัดนครสวรรค์ มีการประยุกต์นำเทคโนโลยีมาลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต แปรรูปเพื่อสร้างมูลค่า และที่สำคัญเทคโนโลยีที่ว่านั้นยังเป็นเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย “นครสวรรค์” หรือที่คนนิยมเรียกกันว่า “ปากน้ำโพ” อันเกิดจากภูมิศาสตร์สำคัญ เป็นจุดที่แม่น้ำปิงกับแม่น้ำน่านไหลมาบรรจบก่อนจะกลายเป็น “แม่น้ำเจ้าพระยา” แม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงวิถีเกษตรของภาคกลาง เกษตรกรชาวนครสวรรค์อยู่ร่วมกับสายน้ำและผืนแผ่นดินอุดมสมบูรณ์มาช้านาน สั่งสมประสบการณ์จนเกิดเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่ในขณะเดียวกัน ก็เปิดรับเทคโนโลยีและวิธีการจัดการใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับยุคสมัย เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อชุมชน ตัวอย่างสำคัญเกิดขึ้นที่ ตำบลปางสวรรค์ อำเภอชุมตาบง จังหวัดนครสวรรค์ มีการรวมกลุ่มเกษ
คุณกำธร และ ทพญ.พีรนุช อ่อนอินทร์ เจ้าของรีสอร์ตเพื่อสุขภาพ “เดอะสปา เกาะช้าง” เล่าว่า “The Spa เกาะช้างรีสอร์ท” เป็นโรงแรมสุขภาพ แบบทางเลือก alternative health care กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ 95 เปอร์เซ็นต์ เป็นชาวต่างชาติ รูปแบบการบริหารจัดการ โปรแกรมนำเสนอให้บริการและอาหารการกินออกมาเป็นลักษณะสากลนิยม ต่างชาติเข้าใจเพราะมีหลายๆ ประเทศคนไทยมีใช้บริการบ้าง ในไทยจะมีในเมืองท่องเที่ยวที่เป็น destination อย่างเช่น สมุย ภูเก็ต พะงัน เชียงใหม่ และเกาะช้าง!…เป็น destination หนึ่งที่เกิดใหม่ ทพญ.พีรนุช เล่าว่า The Spa เกาะช้าง ปลูกผักเอง ส่วนใหญ่เป็นผักกินใบที่ใช้ทำสลัด เช่น เรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค คอส ร็อค ลูกค้าชอบกินผักสดเป็นอาหารเช้า และปลูกผักพื้นบ้านทั่วๆ ไปใช้ปรุงอาหารในห้องอาหาร เช่น แตงกวา พริกขี้หนู ผักชี ผักขึ้นฉ่าย ตะไคร้ ใบมะกรูด โหระพา กะเพรา และพวกผักใบเขียว เช่น คะน้า กวางตุ้ง และแน่นอนผักทุกชนิดต้องปลอดสารเคมี 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งปุ๋ยและยาฆ่าแมลง ปุ๋ยมูลควายดินร่วนซุย ธาตุอาหารสมบูรณ์ ทพญ.พีรนุช เล่าว่า ปกติส่วนผสมของดินปลูกพืชผัก ใช้ดินผสมมูลสัตว์ ขี้หมู ขี้ไก่ ขี้วัว ซึ่งมีกลิ่
