เกษตรอินทรีย์
การเขียนคอลัมน์เกษตรอินทรีย์มาหลายปี ทำให้มีความเข้าใจในเรื่องผักปลอดภัยอยู่พอสมควร ยิ่งรู้มากยิ่งกินผักลำบากขึ้น จิตค่อยข้างวิตกทุกครั้งที่กินผักที่ไม่รู้ที่มา เพราะส่วนหนึ่งใช้ผักอินทรีย์ที่ปลูกเองหรือซื้อผักอินทรีย์จากสวนที่มั่นใจว่าเขาไม่ได้ใช้สารเคมีแน่ วันนี้พอเห็นผักจากเมืองจีนที่เข้าเมืองไทยมาวันหนึ่งเป็นร้อยเป็นพันตันยิ่งขยาด จากที่เห็นในข่าวที่พ่อค้าเอามือลูบต้นหอมแล้วหงายฝ่ามือให้ดูเห็นเป็นผงสีฟ้าๆ ติดมือมามากพอสมควร มีอาจารย์มหาวิทยาลัยบอกว่าเป็นยาป้องกันเชื้อราชื่อแมนโคเซบ ยิ่งผวาเข้าไปใหญ่ เพราะร้านอาหารส่วนใหญ่นำผักมาประกอบอาหารมักจะไม่ล้างก่อน ตอนนี้ถ้าเป็นไปได้ต้องใช้ความระมัดระวังผักที่ซื้อในตลาดให้มากยิ่งขึ้นกว่า ผักพื้นบ้านส่วนใหญ่จะปลอดสาร เลี่ยงผักจีนได้ก็ควรเลี่ยง “คนปลูกไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ปลูก” เป็นความจริงเมื่อผู้เขียนมาอยู่ในดงผัก คราวหนึ่งจะไปขอซื้อผักคะน้าต้นงามมากของสวนใกล้ๆ กัน เจ้าของสวนเห็นเราชี้ผักคะน้าแปลงด้านหน้า เขาบอกว่า ไปเอาแปลงหลังขนำโน่น เราเดินไปดูพบว่าคะน้าแปลงนั้นขี้เหร่กว่าแปลงข้างหน้าเยอะ ก็ทำให้ไม่พอใจไม่อยากซื้อ เจ้าของสวนเห็นสีหน
ระบบวนเกษตร หมายถึง การทำเกษตรในพื้นที่ป่า เช่น ปลูกพืชเกษตรแซมในพื้นที่ป่าธรรมชาติ หรือการนำสัตว์ไปเลี้ยงในป่า การเก็บผลผลิตจากป่ามาใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และการใช้พื้นที่ป่าทำการเพาะปลูกในบางช่วงเวลา สลับกับการปล่อยให้ฟื้นคืนสภาพกลับไปเป็นป่า รวมถึงการสร้างระบบเกษตรให้มีลักษณะเลียนแบบระบบนิเวศป่าธรรมชาติ คือมีไม้ยืนต้นหนาแน่นเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ระบบมีร่มไม้ปกคลุมและมีความชุ่มชื้นสูง บางพื้นที่มีชื่อเรียกเฉพาะตามลักษณะความโดดเด่นของระบบนั้นๆ การเกษตรรูปแบบนี้ส่วนใหญ่พบในชุมชนที่อยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่ป่าธรรมชาติ เกษตรกรจะผลิตโดยไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ป่าเดิม เช่น ไม่โค่นไม้ป่า หรือการนำผลผลิตจากป่ามาใช้ประโยชน์โดยไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ “วนเกษตร” เป็นแนวคิดและทางเลือกปฏิบัติทางการเกษตรแบบหนึ่ง ซึ่งรูปแบบจะแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น โดยสามารถแบ่งเป็นหลายประเภท ดังนี้ 1. วนเกษตรแบบบ้านสวน มีต้นไม้และพืชผลหลายชั้นความสูง โดยปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น สมุนไพร และพืชผักสวนครัวในบริเวณบ้าน 2. วนเกษตรที่มีต้นไม้แทรกในไร่นาหรือทุ่งหญ้า เหมาะกับพื้นที่สูงๆ ต่ำๆ โดยการปลูกต้นไม้เสริมในที่ไม่เหมาะสมกับพื
“ ช่วงโควิด 19 ” คือ จุดเริ่มต้นเส้นทางอาชีพเกษตรกรของ“สุไรนา บือราเฮง” เจ้าของ ชาช่า ออร์แกนิก ฟาร์ม จ.นราธิวาส เดิมเธอมีธุรกิจหลัก คือ นำเข้าสินค้าจากประเทศมาเลเซียมาจำหน่าย แต่ช่วงโควิด มาเลเซียประกาศปิดประเทศ งานประจำต้องชะงัก ทำให้มีเวลาว่างมากขึ้น จึงแบ่งพื้นที่เล็กๆ ของครอบครัวปลูกผักกินเอง เนื่องจากไม่มีพื้นฐานความรู้ทางด้านการเกษตรเลย ลองผิดลองถูกศึกษาไป ทำไป สุดท้ายก็ได้ขายผลผลิต ทำให้เธอตัดสินใจก้าวเข้าสู่อาชีพเกษตรกรเต็มตัว สุไรนา ตั้งเป้าหมายทำการเกษตรแบบสมัยใหม่ ปลูกผักปลอดภัยแบบที่ปลูกให้ครอบครัวทาน เธอมุ่งมั่น ตั้งใจ พัฒนาตัวเองอย่างมาก เริ่มต้นจากสมัครเรียนหลักสูตรการปลูกผักสลัดอินทรีย์ระยะสั้นที่ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพอำเภอยี่งอ สาขาวิทยาลัยสารพัดช่างนราธิวาส ปลายปี 2564 เธออยากมีเครือข่ายเพื่อได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการเกษตร จึงสมัครเข้าอบรมหลักสูตรเกษตรกรรุ่นใหม่ 2565 Young Smart Famer และยื่นขอตรวจรับรองมาตรฐานการฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร GAPสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยผักของฟาร์ม สุไรนา เป็นเกษตรกรต้นแบบ ผู้นำการเปลี่ยนแปลงสีเขียวที่ใช้
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงภาพรวมและทิศทางตลาดเกษตรอินทรีย์โลกว่า ตลาดเกษตรอินทรีย์ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ปัจจุบันมูลค่าตลาดอาหารและเครื่องดื่มอินทรีย์ทั่วโลกทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 145,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 157,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่พื้นที่เกษตรอินทรีย์ทั่วโลก ขยายตัวแตะ 619 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 2.1 ของพื้นที่เกษตรทั้งหมด นอกจากนี้ จำนวนเกษตรกรผู้ผลิตอินทรีย์ทั่วโลกยังเพิ่มขึ้นเป็น 4.84 ล้านราย โดยทวีปเอเชียยังคงครองแชมป์ภูมิภาคที่มีผู้ผลิตมากที่สุดถึงร้อยละ 56 ของโลก ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เกษตรและอาหารอินทรีย์ได้กลายเป็นกุญแจสำคัญด้านความยั่งยืนของระบบอาหารโลกในปัจจุบัน เมื่อเจาะลึกลงในรายละเอียดของพื้นที่เพาะปลูก 619 ล้านไร่ จากรายงาน The World of Organic Agriculture 2026 เผยให้เห็นสถิติที่น่าสนใจ โดยภูมิภาคโอเชียเนีย ครองแชมป์พื้นที่เกษตรอินทรีย์สูงสุดถึง 332 ล้านไร่ (ร้อยละ 53 ของโลก) ซึ่งมีออสเตรเลียเป็นหัวหอกสำคัญ ขณะที่ประเทศในยุโรปอย
ในยุคที่เศรษฐกิจอย่างทุกวันนี้ มีผู้คนมากมายที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าอาชีพการงานจะสร้างกำไรได้มากแค่ไหน ก็มีอันต้องได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ดั่งการโดนต้องคำสาปเลยทีเดียว แต่สำหรับเขาคนนี้ คุณอภิศักดิ์ พันธุ์ไชย ที่เล็งเห็นถึงทางออก โดยเปลี่ยนจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว ให้เป็นเกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นการเพิ่มความหลากหลายทางงานเกษตร และเป็นการเพิ่มรายได้ไปในตัว “เกษตรนี่มันไม่ใช่ทางเลือก แต่มันเป็นทางรอดของเรา” นี่คือคำกล่าวของคุณอภิศักดิ์ เกษตรกรหนุ่มชาวโคราช ที่อยู่บ้านเลขที่ 210 หมู่ที่ 4 ตำบลโคกสูง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ผู้ทำการเกษตรแบบผสมผสาน คุณอภิศักดิ์ พันธุ์ไชย จากนักเรียนนอก สู่การเป็นเกษตรกรพื้นบ้าน คุณอภิศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนเคยทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และมีโอกาสได้ศึกษาเกี่ยวกับมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ และปริญญาโทเอกภาษาญี่ปุ่น ทำให้มีโอกาสได้โควต้าไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น ก็เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย แต่ในขณะเดียวกัน ก็ได้รู้จักกับอาจารย์ที่สอนภาษาญี่ปุ่น ท่านก็มีความรู้ความเข้าใจและค่อนข้างสนใจเรื่องของสหกรณ์การเกษตร ท่านก็มักจะพาไปดูการทำเกษตรในพื้นที่ต่า
การทำเกษตรอินทรีย์สำหรับการบริโภคในครัวเรือนเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่เรามีพื้นที่เหลือข้างบ้านก็สามารถนำพืชผักที่เราชอบและสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมนั้นๆ มาปลูก ดูแลเอาใจใส่รดน้ำบ้าง ไม่นานนักเราก็ได้พืชผักที่ปลูกเหล่านั้นมากิน แต่การทำเกษตรอินทรีย์เพื่อการค้ายุ่งยากกว่าการทำเกษตรอินทรีย์ในครัวเรือนและการทำเกษตรเคมีเพื่อการค้าหลายเท่านัก จากอดีตที่เป็นนักวิชาการศึกษาในตำแหน่งศึกษานิเทศน์ อาจารย์สมหมาย หนูแดง ได้รับราชการครบอายุ 25 ปี เมื่อปี 2537 จึงได้ลาออกจากราชการมาทำไร่ ตั้งแต่ได้ศึกษาในระดับปริญญาตรีและโท ได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องสารพิษที่ตกค้างในอาหาร ยิ่งศึกษาให้ลึกซึ้งเข้าไปยิ่งพบว่ามีสารพิษตกค้างในอาหารแทบทุกชนิดจำนวนมากน้อยแตกต่างกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งเกี่ยวกับสุขภาพของคนไทย จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะผลิตพืชที่ไม่มีสารพิษตกค้างเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับพืชผักที่มีคุณภาพที่ดีกว่า บนพื้นที่กว่า 60 ไร่ ที่อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี จึงเริ่มศึกษาว่าจะทำอย่างไร จากองค์ความรู้ของส่วนราชการต่างหลายๆ หน่วยงาน โดยเริ่มต้นศึกษาดินในไร่ก็พบว่าดินมีคุณสมบั
เมื่อสิบกว่าปีก่อน “พี่จอบ” วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ คอลัมนิสต์ชื่อดัง และ “พี่อ้อย” ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวาณิชย์ สองสามีภรรยาเริ่มรู้สึกว่าเมืองกรุงไม่น่าอยู่แล้ว พืชอาหารในท้องตลาดปัจจุบันมีสารอาหารน้อยกว่าเมื่อ 70 ปีก่อนหลายเท่า เกิดจากความเสื่อม ดินที่ปุ๋ยเคมีทำลาย ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร ทำให้คุณภาพสารอาหารลดลง “พี่จอบ” และ “พี่อ้อย” ตัดสินใจซื้อผืนนาแปลงหนึ่งที่ทุ่งน้ำนูนีนอย ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยเลี้ยงตัวเอง และแบ่งปันให้คนรอบข้าง เมื่อตั้งใจทำเกษตรอินทรีย์ ภาระกิจแรกคือ การฟื้นฟูผืนดินให้ปลอดภัยจากสารเคมี ก่อนจะลงมือปลูกพืชผลทางการเกษตรแบบอินทรีย์อย่างจริงจังกับชาวบ้าน ทุ่งน้ำและไร่นาเกษตรอินทรีย์นูนีนอยเป็นศูนย์ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับธรรมชาติ มุ่งอนุรักษ์ธรรมชาติให้อยู่รอดต่อไปถึงลูกหลาน ทุ่งน้ำนูนีนอยเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสร้างขึ้นใหม่ในปี 2561 ท่ามกลางนาระบบเหมืองฝายโบราณและปล่อยให้ธรรมชาติและสัตว์ป่าฟื้นตัวขึ้นมาเอง เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ผลิตอาหารแล้ว ทุ่งน้ำนูนีนอย ใช้วิ
สวนนา ตาบัว ออร์แกนิคฟาร์ม อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของการทำเกษตรอินทรีย์ที่เกิดการรวมกลุ่มของ Young Smart Farmer Smart Farmer และเครือข่ายเกษตรอินทรีย์โคกหนองนา ร่วมกับเกษตรกรในชุมชนวิถีดั้งเดิมที่มีแนวคิดร่วมกันเพื่อสร้างพลังชุมชนในการพัฒนาการท่องเที่ยว โดยเน้นวิถีชีวิตให้คงไว้แบบดั้งเดิม อนุรักษ์วัฒนธรรม แหล่งน้ำป่าธรรมชาติ ให้คงอยู่และสร้างพื้นที่สวนป่าให้มากขึ้น โดยเริ่มดำเนินการเมื่อปี 2560 มีนางรุ่งนภา กงซุย เป็นผู้ก่อตั้งและได้รับการคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรตัวอย่างด้านวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ และประสบความสำเร็จด้านการปลูกพืชเกษตรอินทรีย์ ได้รับการรับรองมาตรฐานออร์แกนิคและมาตรฐานเกษตรปลอดภัยจากกรมวิชาการเกษตร สวนนา ตาบัว ออร์แกนิคฟาร์ม บนพื้นที่ 30 ไร่ แบ่งสัดส่วนเป็น ข้าวอินทรีย์ จำนวน 16 ไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 7 ตัน/ปี สวนไม้ผล จำนวน 1 ไร่ ปลูกฝรั่งกิมจู กล้วย น้อยหน่า และมะม่วง ให้ผลผลิตรวม 1 ตัน/ปีสวนป่ากินได้ จำนวน 4 ไร่ พืชผักเกษตรผสมผสานและที่พักอาศัย (ฟาร์มสเตย์) รวม 8 ไร่ โดยสวนนา ตาบัว ออร์แกนิคฟาร์ม เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวทั
ลุงวุฒิ หรือ นายวุฒิศักดิ์ พรมแก้ว เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการเลี้ยงสัตว์ ประจำปี พ.ศ. 2566 ได้เปิดฟาร์มเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรและประชาชนทั่วประเทศ ฟาร์มแห่งนี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลบางวัน อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา โทรศัพท์ 083-104-2252 ลุงวุฒิเป็นผู้นำรวมกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่สัตว์ปีกอารมณ์ดี อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ที่นี่เน้นเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยอิสระในสวนปาล์มน้ำมัน ช่วยให้แม่ไก่มีชีวิตที่ดีขึ้น และใช้สูตรสมุนไพรแทนยาปฏิชีวนะ สามารถเพิ่มรายได้ลดรายจ่าย ดีกว่าการปลูกปาล์มน้ำมันเพียงอย่างเดียวหลายเท่าตัว ปัจจุบันฟาร์มแห่งนี้ได้รับใบรับรองมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ในระบบฟาร์มการเลี้ยงไก่ไข่แบบไม่ขังกรง (Cage-Free) จากบริษัท คะตะลิสต์ วิสาหกิจเพื่อสังคมและได้เรียนรู้ทักษะในการจัดการฟาร์มไก่ไข่ที่ยั่งยืน เน้นวิธีการเลี้ยงที่คำนึงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการดูแลสุขภาพสัตว์ให้ได้มาตรฐานสากล ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งช
คุณสมบูรณ์ ศรีสุบัติ หรือ ลุงนิล เป็นเกษตรกรต้นแบบ อยู่ที่ตำบลช่องไม้แก้ว อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ซึ่งพืชผลทางการเกษตรที่ปลูกส่วนใหญ่จะเป็นทุเรียน มีมากกว่า 700 ต้น อยู่ในสวนลุงนิล เป็นที่รู้จักของคนในจังหวัดชุมพรค่อนข้างมาก ลุงนิล เป็นที่รู้จักในนามของเกษตรกรผู้คิดค้น “เกษตรคอนโดฯ 9 ชั้น” ซึ่งจุดเด่นของลุงนิลคือ การได้รับความสนใจจากผู้ไปศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องเกษตรผสมผสานและเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่เน้นใช้พื้นที่ของตนเองที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการปลูกพืชผักสวนครัวต่างๆ และพืชแซม พร้อมกับการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจไปในตัว และนอกจากจุดเด่นของลุงนิลจะอยู่ที่การทำสวนแล้ว ลุงนิลยังเป็นหนึ่งในผู้ที่ดูแลโครงการธนาคารต้นไม้ของจังหวัดชุมพรอีกด้วย เศรษฐกิจพอเพียง กู้วิกฤตชีวิตลุงนิล ลุงนิล เผยถึงแนวคิดการทำเกษตรแบบผสมผสาน 9 ชั้น ว่า ในอดีตลุงนิลเคยทำอาชีพค้าขายมาเป็นเวลานาน แล้วก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่ด้วยความที่ลุงนิลในตอนนั้น ต้องการที่จะมีรายได้ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ด้วยความอยากรวย จึงมีความคิดที่สร้างรายได้เพิ่มด้วยการปลูกทุเรียน เนื่องจากคิดว่าทุเรียนน่าจะเป็นพืชที่ปลูกแล้วสร
