เกษตรอินทรีย์
วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองโยง เกิดจากการรวมตัวของสมาชิกที่มีความสนใจในการทำพืชผักอินทรีย์ เมื่อปี 2558 ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เดิมทีในอดีตพื้นที่แห่งนี้มีการใช้สารเคมีอย่างต่อเนื่องทำให้ต้นทุนการผลิตสูง ส่งผลเสียต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ประกอบกับภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ เกษตรกรกลุ่มนี้ นับเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ขานรับนโยบายของภาครัฐในการลด ละ เลิก การใช้สารเคมี ปัจจุบัน กลุ่มแห่งนี้เข้าสู่ระบบการทำเกษตรอินทรีย์อย่างมั่นคงกว่า 10 ปี มีสมาชิกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการระบบเกษตรอินทรีย์ IFOAM จากสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แล้ว สามารถส่งออกพืชผักบางชนิดไปยังตลาดต่างประเทศได้ ทางกลุ่มเป็นเครือข่ายของสามพรานโมเดล มีการประชุมกลุ่มทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สมาชิกได้แบ่งปันความรู้และเมื่อเกิดปัญหาก็จะมาร่วมกันแก้ไข นอกจากนี้ เครือข่ายสามพรานโมเดลได้นำระบบการรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมพีจีเอสกับกลุ่มผู้ผลิตในเครือข่าย เป็นการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์รูปแบบหนึ่ง รับรองเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของกลุ่มโดยองค์กรผู้ผลิตเอง เทคนิคการเตรียมดินก่อนปล
หากพูดถึง “สวนผักบ้านคุณตา” ที่สุขุมวิท 62 กรุงเทพมหานคร ในสายกรีนจะรู้จักว่าเป็นแหล่งเรียนรู้การทำเกษตรคนเมือง ซึ่งวันนี้เราพาท่านผู้อ่านไปรู้จักเจ้าของสวนผักบ้านคุณตาซึ่งก้าวสู่ความเป็นเจ้าของพื้นที่เกษตรคนเมืองใจกลางเมืองหลวงของไทย นั่นคือ คุณกรชชนก หุตะแพทย์ หรือ “น้องฝ้าย” ซึ่งคลุกคลีกับวิถีชีวิตความพอเพียงตั้งแต่วัยเยาว์ จนมาถึงวัย 36 ปี ที่เปรียบชีวิตของเธอได้กับเป็น “ต้นไม้” ที่เติบโตด้วยการมีต้นแบบที่ดีให้เรียนรู้ถึงความพอเพียง ต้นแบบนั้น คือ คุณพ่อคมสัน หุตะแพทย์ ผู้อำนวยการ มูลนิธิศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนา (Media Center for Development Foundation : MCDF) ซึ่งมีบทบาทขับเคลื่อนงานด้านเกษตรกรรมธรรมชาติมาไม่ต่ำกว่า 30 ปี โดยเน้นงานด้านการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและการอบรม เพื่อส่งเสริมด้านเกษตรอินทรีย์ และเกษตรยั่งยืน ซึมซับต้นแบบที่ดี ตามรอยพ่อสู่เกษตรพอเพียง การซึมซับต้นแบบที่ดี ทำให้คุณกรชชนกเรียนต่อปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ด้านสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และไปต่อยอดเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ สาขาสิ่งแวดล้อม โดยตรง เรียกว่า เอาจริงเอาจังกับงานด้านสิ่งแวดล้อมก่อน
การปลูกพืชผักอินทรีย์ เมื่อไม่ใช้สารเคมีแต่ใช้ปุ๋ยหรือสารกำจัดศัตรูพืชที่ผลิตด้วยวัสดุธรรมชาติ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นมิตรที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ได้พืชผักสะอาดปลอดภัยบริโภค จ่าเหน่งเป็นเกษตรกรนักสู้ที่ได้เปลี่ยนวิถีเกษตรเคมีมาปลูกพืชผักอินทรีย์กระทั่งประสบความสำเร็จ สามารถเพิ่มผลผลิตผักอินทรีย์ได้มากขึ้น ผักอินทรีย์ส่วนหนึ่งเป็นอาหารในครัวเรือน อีกส่วนหนึ่งนำออกขาย ทำให้มีรายได้และมีวิถีที่มั่นคง วันนี้จึงนำเรื่องราวมาบอกเล่าสู่กัน จ่าเหน่ง หรือ เรืออากาศตรีบัญชา เพ็ชรรักษ์ ผู้ปลูกพืชผักอินทรีย์ เล่าให้ฟังว่า ปี 2553 เริ่มทำการเกษตรเคมี ได้ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์หลายชนิด ผลผลิตที่ได้นำมาเป็นอาหารในครัวเรือนและขาย ปี 2557 ได้ใช้สารเคมีน้อยลงเพื่อสุขภาพดีของทุกคน และปี 2560 เปลี่ยนมาทำเกษตรอินทรีย์หรือปลูกพืชผักอินทรีย์หลายชนิด พื้นที่ 1 ไร่ โดยได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดสิงห์บุรี นักวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร หรือหน่วยงานอื่น ทำให้ทุกวันนี้การทำเกษตรหรือปลูกพืชผักอินทรีย์ประสบความสำเร็จ ปลอดภัยทั้งผู้ผลิต/ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม
คุณโชคดี ตั้งจิตร อยู่บ้านเลขที่ 55/1 หมู่ที่ 8 ตำบลนางแก้ว อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี หลังจากเกษียณอายุราชการ ได้ตั้งใจแน่วแน่ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยนำความรู้ ประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชีวิต พร้อมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปฏิบัติ ปลูกเอง แปรรูปเอง ขายเอง เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต คนปลูกปลอดภัย ผู้บริโภคย่อมปลอดภัย ถึงจะเกษียณอายุราชการแล้ว ยังคงถ่ายทอดความรู้ไปสู่พี่น้องเกษตรกร เริ่มทำการเกษตร พ.ศ. 2558 เนื้อที่ทำการเกษตรประมาณ 10 ไร่ แรกเริ่มทำเกษตรเชิงเดี่ยว ทำนาข้าว ส่งให้โรงสี โรงสีเป็นผู้กำหนดราคา ต่อมาจึงปรับเปลี่ยนเดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ มีการบริหารจัดการพื้นที่ ประกอบด้วย ที่อยู่อาศัย บ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ใช้สปริงเกลอร์รดน้ำช่วยประหยัดน้ำ นาข้าว ปลูกข้าวหอมปทุมธานี 1 และข้าวหอมมะลิ ปลูกไม้ผล เช่น มะพร้าวน้ำหอม ส้มโอ ฝรั่งกิมจู ขนุน ผักพื้นเมือง ชะมวง เป็นต้น ปลูกผักสลัดยกแคร่ ใช้ซาแรนคลุม ช่วยลดปัญหาด้วงหมัดผัก น้ำค้าง น้ำฝน ป้องกันหอยทากเข้าทำลาย พื้นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ มีทั้งปลูกพืชระยะสั้นและระยะยาว
ป้าอร หรือ คุณสุจิตรา ฉ่ำเพชร หญิงเหล็กของวงการผักอินทรีย์จังหวัดลพบุรี เมื่อปี 2551 ป้าอรได้มีโอกาสอบรมเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์รุ่นแรก ของมูลนิธิ MOA และได้ยืนหยัดทำเกษตรอินทรีย์ต่อเนื่องมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ในขณะที่คนร่วมรุ่นเลิกรากันไปหมดแล้ว โรงเรือนปลูกผักกางมุ้ง ปี 2557 ป้าอรได้ไปอบรมโครงการเกษตรของจังหวัดลพบุรี ร่วมกับ 4 จังหวัดภาคกลางตอนบน คือ ชัยนาท ลพบุรี อ่างทอง และสิงห์บุรี ป้าอรได้สนับสนุนโรงเรือนปลูกผักกางมุ้งจากจังหวัดลพบุรีและสำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี จำนวน 2 โรงเรือน ขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 30 เมตร รวมถึงอินทรียวัตถุและปัจจัยการผลิตอื่นๆ อีกด้วย ปรุงดินดี พืชผักเติบโตดี ป้าอร กล่าวว่า ดินเป็นปัจจัยสำคัญของการปลูกพืช ปรับปรุงดินดี คือเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้การปลูกพืชผักอินทรีย์เติบโตดีไปด้วย สวนผักของป้าอร เลี้ยงหมูป่าไว้เพื่อนำฉี่หมูป่ามาใส่ถังขนาด 20 ลิตร ส่วนมูลหมูป่าตักใส่ถุงปุ๋ยปิดปากถุง นำมาใส่ในถังนี้ด้วย ใส่สาร พด.1 จำนวน 1 ซอง เติมฉี่หมูลงไปเรื่อยๆ ลงเต็มถัง ปิดฝาไว้ในที่ร่มนาน 1 เดือน จึงนำมาใช้ในแปลงเพาะปลูกได้ โดยใช้ปุ๋ยน้ำหมัก 150 กรัม หรือขนาดบรรจุเท่ากับ
ในวันนี้ตลาดผู้บริโภคต้องการอาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นสินค้าเกษตรอินทรีย์ จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรในอนาคต พื้นที่ตำบลสบเปิง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มีการรวมกลุ่มผู้ผลิตไข่อินทรีย์เชียงใหม่ขึ้น เกษตรกรนิยมปล่อยเป็ดไข่พันธุ์กากีแคมเบลล์ และพันธุ์ปากน้ำ ลงเลี้ยงในนาข้าวหลังจากที่ปักดำไปแล้ว ประมาณ 10 วัน ปล่อยเป็ดลงนาในอัตราส่วนประมาณ 40-50 ตัว ต่อไร่ เมื่อข้าวออกรวงจะงดปล่อยเป็ดลงในนา การปล่อยเป็ดลงหากินในแปลงนานั้น เป็ดจะกินแมลงต่างๆ รวมถึงศัตรูข้าว สามารถลดต้นทุนการผลิตข้าวได้ประมาณ 2,800 – 2,900 บาทต่อไร่ การเลี้ยงเป็ดไข่อินทรีย์ เน้นการปล่อยให้เป็ดออกไปหากินอาหารจากนาข้าว และให้อาหารเสริมที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นอาทิ ต้นกล้วยสับ รำข้าวอินทรีย์ ถั่วเหลืองอินทรีย์ น้ำหมักหอยเชอรี่ และเศษผักอินทรีย์ที่เกษตรกรปลูกในท้องถิ่น วิธีการเลี้ยงเป็ดในนาข้าว ตามคำแนะนำของ ดร. ตะวัน ห่างสูงเนิน – นำลูกเป็ดมาเลี้ยงตามหลักการและวิธีการเลี้ยงเป็ดโดยทั่วๆ ไปจะเป็
ปัจจุบัน กระแสเรื่องสิ่งแวดล้อมและการบริโภคเพื่อสุขภาพมีการตื่นตัวกันเพิ่มมากขึ้น ผู้คนทั่วโลกต่างเสาะแสวงหาสิ่งดำรงชีพที่ปราศจากการปนเปื้อนของสารเคมีและสารพิษต่างๆ ทั้งๆ ที่มนุษย์รู้จักการใช้สมุนไพรป้องกันกำจัดศัตรูพืชมานานแล้ว แต่สิ่งเหล่านี้กลับถูกมองข้าม ขาดการเผยแพร่ ประกอบกับสารเคมีทางการเกษตรในปัจจุบันหาได้ง่าย ใช้ได้ง่าย และเห็นผลรวดเร็วกว่า แต่เมื่อมีการใช้ในระยะเวลานานๆ ก็จะเริ่มส่งผลเสียออกมาให้เห็น มีทั้งผลกระทบต่อมนุษย์ สัตว์ พืช รวมทั้งสิ่งแวดล้อมด้วย จึงเป็นสาเหตุให้บรรดาเกษตรกรเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการปลูกพืชผักผลไม้ปลอดสารพิษ และหาวิธีการต่างๆ เพื่อที่จะนำมาใช้ทดแทนสารเคมี พืชสมุนไพรจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่สุด ซึ่งปัจจุบันภาคธุรกิจได้หันมาผลิตสารสกัดจากสมุนไพรเพื่อใช้สำหรับกำจัดศัตรูพืชออกมาจำหน่ายกันอย่างแพร่หลาย อาจารย์แสงเดือน อินชนบท สำนักฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับคุณสมบัติต่างๆ ของสมุนไพรเพื่อให้มีการนำไปใช้ได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กล่าวว่า “สำหรับผู้ที่กำลังใช้หรือต้องการใช้พืชสมุนไพร ต้องทำความเข้าใจกันเสียก่อนว่
บำรุงสุขฟาร์ม เพราะ “ป่า คน ผึ้ง และธุรกิจ” ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ “น้ำผึ้ง” เป็นอาหารที่อยู่คู่กับสังคมมนุษย์มาอย่างยาวนาน รสชาติหวานหอมของน้ำผึ้งจากผืนป่า เป็นองค์ความรู้ด้านการใช้สอยประโยชน์จากธรรมชาติที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่ในอดีต ในปัจจุบันน้ำผึ้งไม่ได้เป็นเพียงผลผลิตจากธรรมชาติที่ใช้อุปโภคบริโภคภายในครัวเรือนเท่านั้น แต่น้ำผึ้งได้กลายเป็นสินค้าที่ถูกขายอย่างแพร่หลายเพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้คนและชุมชน โดยน้ำผึ้งนั้นแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ “น้ำผึ้งป่า” น้ำผึ้งที่เก็บตามธรรมชาติตามป่าเขา และ “น้ำผึ้งเลี้ยง” การเก็บน้ำผึ้งที่ได้จากการเลี้ยงผึ้งแบบฟาร์ม วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านชวนมาทำความรู้จักกับ “บำรุงสุขฟาร์ม” ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่ทำมากกว่าการขายน้ำผึ้งป่าจากธรรมชาติ “บำรุงสุขฟาร์ม” ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ อำเภอตาคลี ซึ่งดำเนินกิจการภายใต้การดูแลของ วีรวิชญ์ อินทร์ประยงค์ หรือ คุณเบนซ์ อดีตครูสอนว่ายน้ำที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรพร้อมทั้งบทบาทสุดท้าทายอย่างการเป็น “พ่อค้าขายน้ำผึ้ง” และ “นักสะสมน้ำผึ้งไทย” ที่มาของบำรุงสุขฟาร์ม คุณเบนซ์เล่าว่าภายหลังการประกอบอาชีพครูสอนว
ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสรักสุขภาพกำลังมาแรงแซงโค้งกันเลยทีเดียว ผู้รักสุขภาพทั้งหลายก็จะหาเวลาให้กับตัวเอง ในช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อออกกำลังกาย เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง แม้แต่ในเรื่องของอาหารการกินนั้น ก็เป็นสิ่งที่ผู้รักสุขภาพใส่ใจด้วยไม่แพ้กัน จะเห็นได้จากการบริโภคข้าวอินทรีย์ หรือแม้แต่การกินผักออร์แกนิกต่างๆ ที่ปลูกโดยไม่มีเรื่องของการใช้สารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมดินตลอดจนการเก็บเกี่ยว ทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามการปลูกแบบระบบอินทรีย์เท่านั้น โดยจะเห็นผักอินทรีย์เหล่านี้มีจำหน่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตมากขึ้น คุณณรงค์ชัย ปาระโกน อยู่ที่ตำบลน้ำแพร่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า เกษตรกรในแถบนี้ได้มีการทำเกษตรแบบอินทรีย์มากว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งเป็นแบบเกษตรที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลูกผัก ตลอดจนถึงการปลูกข้าวอินทรีย์และแปรรูปส่งจำหน่ายทำการตลาดเอง “ผมเริ่มทำเกษตรอินทรีย์มาตั้งแต่ ปี 2538 เราก็ใช้การผลิตแบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ภาคเหนือ (มอน.) ต่อมาเมื่อมีมาตรฐาน พีจีเอส ที่เป็นมาตรฐานระดับประเทศเข้ามา ทางสมาชิกภายในกลุ่มก็เริ่มที่จะสนใจ ทำให้เราได้มีการ
ยะลา เป็นจังหวัดทางทิศใต้ของประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้ภูมิภาคนี้มีสภาพอากาศแบบร้อนชื้น มีด้วยกัน 2 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม และช่วงฤดูฝนในช่วงเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ การทำเกษตรกรรมของเกษตรกรในพื้นที่มีการปลูกพืชหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะการทำสวนมะพร้าว สวนยางพารา การปลูกทุเรียนก็ได้ผลผลิตที่ดีด้วยเช่นกัน หรือแม้แต่การเลี้ยงสัตว์เองก็ถือว่าสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี สำหรับการทำเกษตรผสมผสานเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เกษตรในพื้นที่กำลังให้ความสนใจ เพราะนอกจากจะทดแทนในเรื่องของราคาผลผลิตทางการเกษตรจำพวกพืชเชิงเดี่ยวราคาตก ยังสามารถช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ตลอดทั้งปีจากการทำเกษตรผสมผสาน ซึ่ง คุณอิสมาแอล ลาเต๊ะ อยู่บ้านเลขที่ 27/2 หมู่ที่ 5 ตำบลลำใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้ตัดสินใจหันมาทำเกษตรแบบผสมผสาน โดยการปลูกพืชผักสวนครัวและ ไม้ผลยืนต้น เพื่อให้เกิดรายได้เป็นเงินหมุนเวียน เพื่อที่จะได้นำผลกำไรไปลงทุนในการทำเกษตรด้านอื่นๆ ต่อไป จากอดีตครู ผันชีวิตมา
