เกษตรอินทรีย์
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ก่อตั้งขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าศาสตร์พระราชา ทั้งหลักการกสิกรรมธรรมชาติ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่9) สามารถนำมาใช้สร้างความยั่งยืนได้จริง ทุกวันนี้ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญด้านกสิกรรมธรรมชาติและการออกแบบพื้นที่ตามแนวคิดโคก หนอง นา โมเดล มีการจัดกิจกรรมอบรมหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาวสำหรับผู้ที่สนใจ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้องเชื่อว่า สุขภาพที่ดีเริ่มต้นตั้งแต่วัตถุดิบในดิน ส่งผ่านเป็นอาหารที่เป็นยา คือ กุญแจสำคัญของการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการฟังร่างกายของตนเอง และเลือกวิถีการดูแลที่สอดคล้องกับธรรมชาติ พร้อมเปิดบริการ “คลินิกเพื่อชุมชน” นับเป็นก้าวสำคัญของการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพในแบบฉบับมาบเอื้อง นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมุนไพรจากฐานเกษตรธรรมชาติ ใช้สมุนไพรสดในท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอด เป็นผลิตภัณฑ์ “มาบเอื้อง” หลากหลายรูปแบบ อาทิ แชมพู สบู่เหลว สเปรย์น้ำแร่ว่านหางจระเข้
คุณบลู หรือ คุณธามปริญ แจ้งวิจิตร์ เกษตรกรรุ่นใหม่ ที่เรียนจบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จากมหาวิทยาลัยพระเจ้าจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ทำงานที่กรุงเทพฯ 3 เดือน รู้สึกว่าไม่ชอบไม่ถูกจริต จึงย้ายกลับบ้านเพื่ออยู่ใกล้ชิดกับ คุณปู่วรรณ ที่มีอายุมากถึง 107 ปีแล้ว และทำสวนเกษตรภายใต้ชื่อ “ สวนผักปู่วรรณ” คุณบลูทำเกษตร ชื่นชอบการทำเกษตร เพราะมองว่า เป็นอาชีพที่ยั่งยืน สามารถขยายไปได้เรื่อยๆอย่างไม่มีสิ้นสุด เช่น มะขามเทศที่มีอยู่ต้นเดียว แต่ก็สามารถขยายออกได้เป็น 10 เป็น 100 เป็น 1000 ได้ คุณบลูแบ่งพื้นที่ทำ “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” โดยกลุ่มไม้ใช้สอย เช่น ขี้เหล็ก ประดู่ แค กระถินยักษ์ สะเดา ไม้กินได้ เช่น พืชผักสวนครัว สมุนไพร ไม้ผล ส่วนไม้เศรษฐกิจ เช่น สัก พะยูง ยางนา ฯลฯ คุณบลูใช้พื้นที่บ้าน 144 ตารางวา สำหรับเลี้ยงสัตว์ปีกและปลูกผักสลัด ประเภทกรีนโอ๊ค เรดคอรอล บัตเตอร์เฮด เรดคอส ฯลฯและผักสวนครัวไว้รอบบ้าน ทั้ง ผักกาดขาว กระเพรา โหระพา พริก ตะไคร้ คะน้า ผักบุ้ง เพื่อเป็นแหล่งอาหารในครัวเรือน เมื่อการปลูกผักได้ปริมาณมาก จึงโพสต์ขายผ่านสื่อออน
กว่าจะมาเป็น “สวนผักหลังบ้าน” ก่อนหน้านี้ทำมาแล้วหลายอย่าง แต่ที่ทำมาตลอดคือการปลูกผัก เริ่มต้นจากปลูกผักสวนครัวเก็บขายตลาดนัดแถวบ้าน จากความสงสัยผักสลัดที่อยู่บนจานสเต๊กทำไมราคาถึงแพง ลองหาข้อมูล ลองผิดลองถูกจากประสบการณ์จนประสบความสำเร็จ คุณปรเมนทร์ ประมะโข หรือ คุณต้น อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ที่ 6 ตำบลโพธิ์ทอง อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด จากพ่อค้าขายผักเริ่มจากความชอบปลูกผัก เดิมปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ แต่ก็ได้ปรับเปลี่ยนเนื่องจากต้นทุนสูง จนปัจจุบันปลูกผักสลัดอินทรีย์เต็มตัว บนพื้นที่ 2 งาน ปลูกผักสลัดหลากหลายสายพันธุ์ เช่น กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค ผักสลัดแก้ว คอส บัตเตอร์เฮดก็มี และผักกาดหอมอิตาลี ทำรายได้หลักหมื่นต่อเดือน ผลตอบรับดีเกินคาด ออร์เดอร์เยอะไม่พอขาย คุณต้น บอกว่า เริ่มต้นที่จริงหลักร้อยก็สามารถเริ่มปลูกผักอินทรีย์ได้ ทำไม่ยาก ใครๆ ก็สามารถทำได้ ปัจจัยหลักของการปลูกผักอินทรีย์ เน้นการดูแลแบบธรรมชาติล้วนๆ ไม่ใช้ทั้งปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เน้นใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการเพาะปลูกอย่างการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เพื่อให้พืชแข็งแรงต้านโรคต้านศัตรูพืชได้ พัฒนาต่อยอดจากผักสด และขายเมล
งานทางด้านการเกษตรเป็นอีกหนึ่งความสุขที่ทำให้ผู้ดำเนินงานทางด้านนี้ ได้ต่อยอดและพัฒนาองค์ความรู้อยู่เสมอ เพราะยิ่งเป็นยุคปัจจุบันด้วยแล้ว ในเรื่องของการทำตลาดค่อนข้างมีการแข่งขันสูง จึงทำให้เกษตรกรต้องมีการปรับตัวและพัฒนาสินค้าอยู่เสมอ อย่างน้อยก็ช่วยให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่มและเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถมีอำนาจต่อรองการทำตลาดได้หลายทิศทาง ไม่ต้องถูกกดในเรื่องของราคาหรือไม่มีทางเลือกในการค้าขาย คุณก่อศิม มายุดิน อยู่บ้านเลขที่ 96/1 ถนนท่าเสร็จ เทศบาลเมืองตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ได้ผันตัวจากนักธุรกิจมาทำอาชีพทางการเกษตร โดยเน้นปลูกผักสลัดบนโต๊ะด้วยระบบอินทรีย์ ทำให้ผักสลัดเป็นที่ต้องการของตลาด พร้อมทั้งปรับตัวอยู่เสมอด้วยการเพิ่มมูลค่าสินค้า นำมาทำเป็นสินค้าแปรรูปและอยู่ในรูปแบบของอาหาร จึงทำให้เพิ่มมูลค่ามีกำไรจากการขายผักสลัดที่ปลูกได้เป็นเท่าตัว จากทำธุรกิจส่วนตัว ผันตัวทำเกษตรอินทรีย์ คุณก่อศิม เล่าให้ฟังว่า เมื่อทำธุรกิจเกี่ยวกับการจำหน่ายจักรยานมาได้สักระยะ การค้าขายค่อนข้างมีปัญหาไม่เป็นผลดีมากนัก ด้วยความที่เขาเองเป็นครูและไม่มีประสบการณ์ในการจัดการเท่าที่ควร จึงทำให้ร
ปัจจุบันเกษตรกรหลายๆ ท่านให้ความสนใจกับการปลูกผักแบบ “ออแกนิก” หรือ “เกษตรอินทรีย์” คือการให้ความสำคัญกับการผลิตทางการเกษตรที่หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสังเคราะห์ เช่น ปุ๋ยเคมี สารกำจัดศัตรูพืช ฮอร์โมนสังเคราะห์ หรือสารปรับปรุงดิน และไม่ใช้พืชที่มีการตัดต่อพันธุกรรม (GMOs) โดยมุ่งเน้นการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน การรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และการผลิตอาหารที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเน้นผักปลอดสารเพิ่มมากขึ้น เจาะกลุ่มผู้ที่ดูแลสุขภาพ แต่หลายๆ ท่านยังไม่มีมาตราฐานที่ถูกต้อง วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านรวบรวมข้อมูลการขึ้นทะเบียนมาตราฐาน organic thailand ที่เกษตรกรควรต้องรู้ ทำไมต้องมีมาตรฐาน Organic Thailand? หากเป็นเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ การมีตรารับรอง Organic Thailand จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ ทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของคุณปลอดภัย ไม่มีสารเคมี และเป็นไปตามมาตรฐานอินทรีย์ที่รับรองโดยกรมวิชาการเกษตร เนื่องจากในปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ทำให้ความต้องการผักผลไม้ปลอดสารเพิ่มสูงขึ้น เกษตรกรที่ปลูกแบบออแกนิกจึงม
“เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่พระราชทานมานานกว่า 30 ปี เป็นแนวคิดที่ตั้งอยู่บนรากฐานของวัฒนธรรมไทย เป็นแนวทางการพัฒนาที่ตั้งบนพื้นฐานของทางสายกลาง และความไม่ประมาท คำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเอง ตลอดจนใช้ความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต ที่สำคัญจะต้องมี “สติ ปัญญา และความเพียร” ซึ่งจะนำไปสู่ “ความสุข” ในการดำเนินชีวิตอย่างแท้จริง คุณอภิวรรษ สุขพ่วง (คุณพอต) อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ที่ 10 ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ผู้น้อมนำคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างยอดเยี่ยม คุณพอต เล่าว่า หลังจากที่เรียนจบปริญญาตรี จากคณะการจัดการอุตสาหกรรม ได้เดินทางกลับบ้านเพื่อจะมาทำอาชีพเกษตรกรรมทันที ไม่ได้มองสายงานที่เรียนมา เนื่องจากที่บ้านมีพื้นที่มรดกไว้แต่ไม่มีใครสร้างประโยชน์ ปล่อยให้เป็นพื้นที่รกร้าง และด้วยนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนรักธรรมชาติ และมีความคิดที่อยากเป็นนายตัวเอง ไม่อยากเป็นลูกน้องใ
อดีตนักข่าวสาว “คุณนิ – นิภาพร ทับหุ่น” สมัครใจลาออกก่อนเกษียณ กลับบ้านเกิดที่จังหวัดพิษณุโลกเพื่อดูแลแม่ และทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ในชื่อ “สวนลัชศิตา” ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน คุณนิเน้นปลูกผักอินทรีย์หลากหลายชนิดทั้งผักสลัด ผักพื้นบ้านที่ตลาดต้องการ และนำผักอินทรีย์มาแปรรูปเป็นกิมจิ ซูชิ สลัดเชคที่ใช้ผักและผลไม้อินทรีย์ตามฤดูกาล ทำสลัดโรลส่งลูกค้าตามออเดอร์ มีระบบขายตรงถึงมือผู้บริโภคในราคาสบายกระเป๋า ทำเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย ในช่วงที่คุณนิลงพื้นที่ทำข่าวเกษตร มองเห็นแต่ความสำเร็จของการทำเกษตร เมื่อได้ลงมือทำจริง ก็รู้ว่า การทำเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย หนึ่งเพราะการทำเกษตรเป็นงานหนัก โดยเฉพาะการทำเกษตรอินทรีย์ ต้องอาศัยเวลาและแรงงานในการปลูกดูแล สอง คุณนิทำเกษตรแบบลองผิดลองถูกเพราะขาดพื้นฐานความรู้เรื่องการทำเกษตร คุณนิจึงตัดสินใจเข้าโครงการคนกล้าคืนถิ่นเพื่อเติมเต็มองค์ความรู้ที่ยังขาด และเข้าร่วมกลุ่ม “สองแควออร์แกนิค” ได้พัฒนาเข้าสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม ( PGS ) การรับรองมาตรฐานจากเกษตรกรผู้ผลิตด้วยกันเอง ซึ่งเป็นระบบการรับปร
ปัจจุบัน ธุรกิจเห็ดออร์แกนิกกำลังเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะเห็ดเป็นแหล่งอาหารที่ให้แร่ธาตุ วิตามินที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ช่วยให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุและวิตามินอย่างเพียงพอ จึงมีผู้คนจำนวนมาก ชื่นชอบรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารจากเห็ดออร์แกนิกหลากหลายรูปแบบ เหมาะกับ Life Style คนรักษ์สุขภาพ วิทยาลัยเทคนิครัตนบุรี มีแนวคิดสร้างสรรค์นำ เห็ดออร์แกนิกจำนวน 3 ชนิด คือ เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรมหลวง เห็ดยามาบูชิตาเกะ (เห็ดหัวลิง) นำมาแปรรูปเป็น น้ำพริกเห็ดออร์แกนิกคั่วสมุนไพร ตอบสนองความต้องการของทุกเพศทุกวัย เป็นอาหารรับประทานเล่นที่ดีต่อสุขภาพเพราะเห็ดช่วยเสริมภูมิคุ้มกันถึงระดับ “เม็ดเลือดขาว” ช่วยต้านมะเร็ง อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และไฟเบอร์ ดีต่อระบบขับถ่าย มีแคลอรีต่ำช่วยในการลดน้ำหนัก ผลิตภัณฑ์น้ำพริกเห็ดออร์แกนิกคั่วสมุนไพร ได้รับรองจาก กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นเมนูชูสุขภาพและ OTOP มีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ เห็ดออร์แกนิก 40% พริกป่น 12% ตะไคร้หอม 10% หอมเจียว 10% กระเทียมเจียว 10% ใบมะกรูด 5% น้ำตาลปี๊บ 5% น้ำมะขามเปียก 5% และเกลือ 3% วิธีทำน้ำพริกเห็ดออร์แกนิกคั่วสมุนไพร เริ่มจากเตร
“ชนะอะไรไม่เท่าชนะใจตัวเอง” นี่คือจุดเริ่มต้นของ ธนวัฒน์ ว่องไวตระการ ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี ที่พลิกฟื้นผืนดินจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิม มาสู่การทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งต้องฟันฝ่าอุปสรรคและใช้เวลามากกว่า 2 ปี ในการสร้างแปลงผักออร์แกนิกที่ได้มาตรฐานส่งถึงมือผู้บริโภคผ่านสาขาต่างๆ ของแม็คโคร “ครอบครัวผมเป็นเกษตรกรชาวไร่ที่ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ปีละครั้ง เมื่อเรียนจบออกมา จึงมองหาช่องทางที่จะปลูกพืชผักชนิดอื่น เพื่อหารายได้หมุนเวียนเข้ามาเสริม” ธนวัฒน์เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการปลูกผักเสริมรายได้จากการทำไร่อ้อยและมันสำปะหลัง พลิกชีวิตสู่วิถีเกษตรอินทรีย์ ช่วงแรกเขาลองผิดลองถูกกับการปลูกผักหลายชนิดที่ต้องใช้สารเคมี เพราะให้ผลตอบแทนดี ตามคำบอกเล่าที่ว่า…จะทำให้มีรายได้ มีโอกาสรวยเหมือนถูกหวย…ซึ่งเมื่อลงมือทำ สิ่งที่เขาต้องเจอหลังจากนั้น ทำให้ธนวัฒน์เปลี่ยนแนวคิดในการทำเกษตรไปอย่างสิ้นเชิง “การเริ่มต้นปลูกผักของเรา ยอมรับว่าใช้สารเคมีเยอะมาก จนตัวผมเองได้รับผลกระทบจากการฉีดพ่น ทำให้แสบและคันไปทั้งตัว
คุณณัฐรินี สกุลจงเกษมสุข เกษตรกรคนเก่งวัย 54 ปีชาวอำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เดิมทีทำธุรกิจส่วนตัวและทำงานเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งในระหว่างนั้นคุณพ่อคุณแม่ป่วยด้วยโรคมะเร็งและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เธอจึงเกิดแนวคิดที่อยากจะดูแลสุขภาพของตัวเองและคนรอบข้าง โดยปลูกผักอินทรีย์ปลอดสารพิษที่ไว้บริโภคเอง เริ่มต้นจากปลูกผักสลัดในกระถางไว้ข้างบ้าน ประมาณ 30-40 กระถาง เนื่องจากไม่มีความรู้เรื่องการปลูกผักสลัด ช่วงแรก ๆไม่ประสบผลสำเร็จเลย ผักต้นไม่สวย ยืดบ้าง เพราะได้แสงไม่เพียงพอ ใส่ใจเรียนรู้เรื่องการปลูกผักอินทรีย์ คุณณัฐรินี จึงปรับแนวคิดใหม่ศึกษาหาความรู้ด้านการผลิตพืชอินทรีย์ ไปเยี่ยมชมแปลงอินทรีย์ของเกษตรกรที่มีผลงานโดดเด่น เพื่อเรียนรู้แนวทางการทำเกษตรที่มีประสิทธิภาพเพิ่มเติม เรียนรู้เพิ่มเติมผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ หน่วยงานราชการอื่น ๆ ฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาความรู้และศักยภาพเกษตรกรในการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ เข้าร่วมอบรมพัฒนาศักยภาพเกษตรกรต้นแบบ ศพก. เพื่อเสริมความรู้ด้านการใช้ระบบฐานข้อมูลในการทำเกษตร รวมทั้งอบรมด้านการผลิตพืชเกษตรอินทรีย์กับกรมวิชาการเกษต
