เกษตรอินทรีย์
การปลูกผักข้างบ้านนอกจากจะเป็นแหล่งสำรองอาหารในเมืองแล้ว ยังผ่อนคลายความเครียดที่เกิดจากการทำงานอีก การปลูกไม้ดอกในแปลงผักในระบบเกษตรอินทรีย์มักเลือกต้นที่มีกลิ่นไล่แมลง และเป็นพืชผักสมุนไพรที่แมลงรังเกียจ เช่น ดอกดาวเรือง กะเพรา และดอกไม้ที่ไม่มีแมลงรบกวนมากนัก แต่มีสีสันเพื่อตัดสีเขียวของใบผักที่ทำให้ดูแล้วมีความสุข นอกจากการอิ่มท้องด้วยแล้ว ในสมัยก่อนการจัดสวนมีเฉพาะในสถานที่ที่มีบุคคลชั้นสูงพักอาศัยเท่านั้น ส่วนชาวบ้านธรรมดาไม่ได้มีอารมณ์สุนทรีย์ขนาดนั้น แต่บ้านขุนนางในระดับล่างๆ ลงมาก็เลียนแบบเอาจากบุคคลชั้นสูงมาบ้าง แต่ก็เป็นเพียงปลูกไปตามอย่างโดยไม่ได้มีหลักแต่อย่างใด ส่วนชาวบ้านเองก็ปลูกไม้ดอกไม้ประดับก็เพียงแค่ให้พอมีดอกไม้เก็บไปวัดวันพระเท่านั้น บางสวนตามวัดวาที่พระสงฆ์มีหน้าที่ต้องรักษายามชาวบ้านเป็นไข้ก็ปลูกสมุนไพรเสียเป็นหลัก แต่สวนชาวบ้านจริงๆ ก็ปลูกผักที่กินได้มากกว่าที่จะปลูกอย่างอื่น นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการท่านหนึ่งที่ผมรู้จักคือ คุณสำรอง วรภาพ มีฝืมือในการจัดสวน โดยท่านจบจากวิทยาลัยเกษตรกรรมนครราชสีมา หรือเรียกเกษตรสีคิ้ว เมื่อปี 2523 และได้รับราชการในกรมส่
เมล่อน เป็นไม้ผลที่มีจุดเด่นด้านรสหวาน มีกลิ่นหอม เหมาะกับการทานสดหรือแปรรูป นับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญนิยมปลูกเชิงพาณิชย์ เนื่องจากมีราคาสูงและมีความต้องการต่อเนื่อง การปลูกเมล่อนอินทรีย์แม้จะมีความยุ่งยากในกระบวนการ รวมถึงใช้เวลานาน แต่ผู้ประกอบอาชีพที่เลือกแนวทางนี้ก็ไม่ท้อและอดทนเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ที่สำคัญคือมีราคาสูงคุ้มค่ากับการลงทุน “DRAGON LION FARM” ตั้งอยู่เลขที่ 123/1 หมู่ที่ 4 บ้านท่าผาปุ้ม ตำบลท่าผาปุ้ม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นฟาร์มเมล่อนที่ปลูกแบบอินทรีย์การันตีความปลอดภัยด้วยระบบโรงเรือนน้ำหยด มาตรฐาน GAP นำเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านมือถือมาใช้ควบคุมการปลูกเพื่อให้เมล่อนทุกผลมีคุณภาพมาตรฐาน และความปลอดภัยเมื่อส่งถึงมือลูกค้า โดยมี คุณวันวิสาข์ ฟูใจ หรือ คุณเหมียว เป็นเจ้าของและผู้ดูแลบริหารฟาร์ม คุณเหมียวเรียนจบด้านการโรงแรม ไม่มีความรู้หรือพื้นฐานการทำเกษตรกรรมแต่อย่างใด เนื่องจากลูกชอบทานผลไม้ โดยเฉพาะเมล่อน แต่หาอร่อยและถูกใจได้น้อย จึงลงมือและลงทุนเรียนรู้การปลูกด้วยตนเองด้วยการปลูกเมล่อนเป็นแบบโรงเรือน ขนาด 5 คูณ 20 เมตร จำนวน 3 โรง เมื่อ
คุณสุพจน์ โคมณี อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองกระเจา อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ 60120 โทรศัพท์ 081-041-0911 เจ้าตัวสืบทอดการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเชิงเดี่ยวจากบิดา มารดา คือปลูกข้าวและทำไร่ข้าวโพดโดยใช้หลักพึ่งพาธรรมชาติ แต่ด้วยฤดูกาลที่ไม่แน่นอน บางปีน้ำหลาก บางปีน้ำแล้ง การเพาะปลูกจึงไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมาในปี พ.ศ. 2536 มีโอกาสเข้ารับการฝึกอบรมการทำเกษตรผสมผสานของจังหวัดนครสวรรค์ เมื่อเรียนรู้แล้วคุณสุพจน์ได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติและวิธีการทำการเกษตรกรรมจากที่เน้นเรื่องปริมาณผลผลิตเพื่อการค้าขายมาเป็นแบบพึ่งตนเองเพื่อบริโภคในครัวเรือน จากนั้นในปี พ.ศ. 2539 ได้กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อนำมาฟื้นฟูพื้นที่เพาะปลูก และริเริ่มทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ ซื้อที่ดินเพิ่มอีก 20 ไร่ แบ่งสัดสัดพื้นที่เป็น 30-30-30-10 หรือนาข้าว 6 ไร่ น้ำ 6 ไร่ ไม้ผล 6 ไร่ ที่อยู่อาศัย พืชผักสวนครัว และเลี้ยงสัตว์ 2 ไร่ ตั้งแต่นั้นมาชีวิตครอบครัวเริ่มดีขึ้น มีผลผลิตเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ส่วนที่เหลือสามารถนำไปจำหน่ายได้จนสามารถใช้หนี้สินที่กู้ยืมมาหมดภายใน 4 ปี เป็ดที่เลี้ยง
คุณสมศักดิ์ เจียรสมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท สุขทุกคำ จำกัด อดีตเขาทำงานบริษัทเอกชน ทำหน้าที่เกี่ยวกับศูนย์กระจายสินค้า เขาเห็นความสำคัญของสุขภาพ ชอบเลือกสินค้าที่มีประโยชน์มารับประทาน ต้องการให้ครอบครัวรับประทานอาหารที่ปลอดภัย ต่อมาเมื่อคนไทยเห็นความสำคัญของสุขภาพ จึงค้นหาสินค้าเกษตรอินทรีย์ จนพบกับ “ตะกร้าปันผัก” ของร้าน HealthMe ซึ่งจัดจำหน่ายผักผลไม้อินทรีย์ จึงตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก รับผักผลไม้และวัตถุดิบประกอบอาหารที่จัดส่งถึงบ้าน สินค้าเกษตรอินทรีย์ได้รับความนิยมมากขึ้น ขณะนั้น คุณสมศักดิ์เป็นพนักงานบริษัทเอกชน ทำหน้าที่เกี่ยวกับศูนย์กระจายสินค้า มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ จึงตัดสินใจเข้าถือหุ้นธุรกิจ HealthMe จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท สุขทุกคำ จำกัด หลังจากนั้นซื้อกิจการ HealthMe เพื่อบริหารธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ ธุรกิจของบริษัท สุขทุกคำ จำกัด คือการจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ทางเว็บไซต์ https://www.healthmedelivery.com เช่น ผักผลไม้ เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว อาหารทะเล ไข่ไก่ ไข่เป็ด และสินค้าเกษตรอินทรีย์อื่นๆ นอกจากนั้น ยังผลิตและจำหน่ายอาหารพร้อมปรุงพร้อมรับประทานจากวัตถุดิบเกษตร
คุณสมชาย ครชาตรี หรือ น้าเหลียบ ผู้ที่ได้สืบทอดการทำเกษตรมาจากบรรพบุรุษ โดยเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงในการทำการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยในปี 2534 ได้เริ่มปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน และไม้ผล ซึ่งปลูกเป็นสวนสมรมในพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ น้าเหลียบ เล่าว่า หลังจากที่ได้เกิดโรคระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างมาก ได้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงได้ปรับเปลี่ยนการทำเกษตรเพื่อที่จะพึ่งพาปัจจัยภายนอกให้น้อยที่สุด จึงมีความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนการประกอบอาชีพการเกษตรให้มีความหลากหลายมากขึ้น จึงได้ปรับพื้นที่บางส่วนมาเป็นนาข้าวและปลูกพืชสวนพืชไร่เพิ่มเติมรวมทั้งการทำประมงเพื่อเป็นแหล่งอาหารของชุมชน นอกจากกิจกรรมที่ได้กล่าวแล้ว น้าเหลียบ ยังเล่าอีกว่า ตนเองได้ยึดหลักการทำเกษตรอินทรีย์มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับคำแนะนำและสนับสนุนจากสำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษในการน้ำหมักชีวภาพ การทำปุ๋ยหมัก รวมถึงวิธีการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยไม่ใช้สารเคมี ซึ่งช่วยให้ลดต้นทุนในการผลิตและไม่ส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ซึ่งสวนน้าเหลียบได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP แล้วจำนวน 4 ชนิดพ
ความยั่งยืนและความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เกษตรกรในหลายพื้นที่ให้ความสนใจ เพราะนอกจากจะช่วยให้ปลอดภัยจากสารเคมีแล้ว ในเรื่องของความมั่นคงทางรายได้ถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะหากมองระบบการตลาดที่ชัดเจนก็จะช่วยให้มีผู้บริโภคเห็นภาพในตัวผลผลิตภัณฑ์ที่ชัดขึ้น เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ได้รวบรวม 3 ความยั่งยืนของวิถีเกษตรมาให้ได้อ่านกัน ตั้งแต่การทำนาอินทรีย์ไปจนถึงการเลี้ยงไก่ไข่ให้มีความปลอดภัยสู่การมีรายได้ยั่งยืน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองสามารถกำหนดในเรื่องของทิศทางตลาด และราคาของสินค้าให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี และยังช่วยสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตามมาด้วยเช่นกัน ศาลานา สนับสนุนเกษตรอินทรีย์ เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การทำเกษตรอินทรีย์ถือเป็นอีกหนึ่งความใส่ใจสำคัญ ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรในหลายพื้นที่ให้ความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะการทำนาแบบอินทรีย์ไม่เพียงสามารถจำหน่ายสินค้าได้ราคาเท่านั้น ยังสามารถช่วยให้ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมได้รับความปลอดภัยไปพร้อมกัน คุณรมณ จริยธรรมรัตน์ Brand Manager ศาลานา กล่าวว่า ศาลานาถือเป็นหน่วยงานที่พร้อมจะให้ความปลอดภัย ในเรื่องของกา
การทำเกษตรกรรมในยุคดิจิทัลถูกกำหนดโดยตลาดผู้บริโภคเป็นหลัก จึงมีผลต่อแนวทางหรือวิธีปฏิบัติของเกษตรกรจากเดิมที่เคยปลูกพืชเชิงเดี่ยวต้องปรับเปลี่ยนมาเป็นการปลูกพืชแบบผสมผสาน ช่วยทำให้เกษตรกรมีรายได้แน่นอน มั่นคง ลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางธรรมชาติ ผลสำเร็จของการลงมือทำเกษตรผสมผสานอาจไม่ใช่เรื่องง่ายหากไม่ปฏิบัติตามกรอบวิธีและแนวทางที่ถูกต้อง ความสำเร็จของการทำเกษตรผสมผสานมีให้เห็นทั่วไป แม้หลายพื้นที่หรือชาวบ้านหลายแห่งอาจบรรลุวัตถุประสงค์ได้ด้วยการคิดนอกกรอบ แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ทุกคนต้องมี นั่นคือ ความใส่ใจและทุ่มเทอย่างจริงจัง จึงนำไปสู่การมีรายได้ที่มั่นคงอันเป็นเป้าหมายสำคัญ อีกหนึ่งตัวอย่างของความสำเร็จจากการทำสวนเกษตรผสมผสานจนทำให้พลิกสถานการณ์ในการดำรงชีวิต แม้รายได้ที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่เงินก้อนโต แต่ก็ทำให้การจับจ่ายใช้สอยทุกวัน ทุกเดือน และตลอดทั้งปีเป็นไปอย่างไม่ขัดสนหรือต้องกู้หนี้ สร้างความผาสุกให้แก่ครอบครัว สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือทุกคนของครอบครัว คุณวัชรีญา มณีรัตน์ หรือ คุณปุ๊ก ที่พักอยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 6 ตำบลเสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ
งาน ‘มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024’ เสวนาสุดเอ็กซ์คลูซีฟเรื่องข้าวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน เล่าเรื่องข้าวครบทุกด้าน จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2567 วันสุดท้ายของการจัดงาน “พี่จอบ” วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ คอลัมนิสต์ชื่อดัง และภรรยา “ พี่อ้อย ” ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวาณิชย์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและอดีตประธานมูลนิธิโลกสีเขียว มาร่วมบอกเล่าเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจังที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อสิบกว่าปีก่อน “พี่จอบ” และ “พี่อ้อย” รู้สึกว่าเมืองกรุงไม่น่าอยู่แล้ว จึงตัดสินใจซื้อผืนนาแปลงหนึ่งที่ทุ่งน้ำนูนีนอย ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นแหล่งผลิตอาหารอินทรีย์ เลี้ยงตัวเอง และแบ่งปันให้คนรอบข้าง โดยตั้งใจให้พัฒนาทุ่งน้ำและไร่นาเกษตรอินทรีย์นูนีนอยเป็นศูนย์ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับธรรมชาติ มุ่งทำเกษตรอินทรีย์โดยจ้างแรงงานในพื้นที่เข้ามาช่วยเพาะปลูก เพื่อสร้างงานและการกระจายรายได้ไปสู่คนในพื้นที่ ทุ่งน้ำนูนีนอยเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสร้างขึ้นใหม่ในปี 2561 ท่ามกลางนาระบบเหมืองฝายโบราณและปล่อยให้ธรรมชาติและสัตว์ป่าฟื้นตัวขึ้น
ตุ๊ก – ชนกวนันท์ นักแสดงสาวที่มีอาชีพเสริมเป็น “ชาวนา” ปลูกข้าวไรซ์เบอรี่และข้าว กข. 43 เป็นสินค้าทางเลือกให้กับคนรักษ์สุขภาพ สร้างเครือข่ายผู้ปลูกข้าวอินทรีย์กว่า พันไร่เจาะตลาดออนไลน์ งาน ‘มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024’ เสวนาสุดเอ็กซ์คลูซีฟเรื่องข้าวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน เล่าเรื่องข้าวครบทุกด้าน จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ช่วงบ่ายวันที่สองของการจัดงาน ( 1 มิ.ย.2567 ) เวทีเล่าเรื่องข้าวเกษตรอินทรีย์ : ตุ๊ก – ชนกวนันท์ รักชีพ นักแสดงสาวที่มีอาชีพเสริมเป็น “ชาวนา” มาบอกเล่าเรื่องราวการทำนาวิถีเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร ปลูกเอง เก็บเอง ผลผลิตแห่งความภาคภูมิใจ ตุ๊ก – ชนกวนันท์ รักชีพ นักแสดงสาวใส่ใจเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ หากเจ็บป่วยก็ใช้อาหารเป็นยา จับผลัดจับพลูเข้าสู่วิถีเกษตรอินทรีย์เพราะอยากให้ “ ลูก ” ได้เรียนรู้สัมผัสวิถีธรรมชาติ ประกอบกับ คุณพ่อบุญธรรม “ สุธา นิติภานนท์ สนใจทำนาวิถีออแกนิกอย่างครบวงจรของในชื่อ “ สุธาทิพย์ ฟาร์ม” บนเนื้อที่ 100 ไร่ ในอำเภอสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เพื่อให้คนไทยได้กินข้าวที่ปลอดภัย ซึ่งตุ๊กและพี่สาวได้ช่วยคุณพ่อทำนาออแกนิกตั้งแต่ปีแรกจนถึงท
การทำเกษตรอินทรีย์ถือเป็นอีกหนึ่งความใส่ใจสำคัญ ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรในหลายพื้นที่ให้ความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะการทำนาแบบอินทรีย์ไม่เพียงสามารถจำหน่ายสินค้าได้ราคาเท่านั้น ยังสามารถช่วยให้ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมได้รับความปลอดภัยไปพร้อมกัน เพราะข้าวถือเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน คุณรมณ จริยธรรมรัตน์ Brand Manager ศาลานา กล่าวในงานงานมหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 ช่วงเวทีเสวนาว่าศาลานาถือเป็นหน่วยงานที่พร้อมจะให้ความปลอดภัย ในเรื่องของการผลิตข้าวที่พร้อมจะให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น พร้อมทั้งช่วยสร้างในเรื่องของเทรนด์ตลาดรักสุขภาพได้ที่กำลังมีบทบาทสำคัญอย่างมากในยุคนี้ ศาลานา ตัวกลาง สร้างความยั่งยืน โดยทุกฝ่าย ทำความร่วมมือกัน คุณรมณ เปิดเผยในช่วงของเวทีในงานมหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 ว่า ศาลานามีทิศทางและเป้าหมายเพื่อสร้างสังคมให้มีความยั่งยืน โดยสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ไม่ใช่ด้วยคนใดคนหนึ่งที่ทำได้ แต่ต้องมีความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ทุกคนที่อยู่ในสายงานนั้นๆ ต้องทำหน้าที่และบทบาทของตนเอง ยกตัวอย่างเช่น เกษตรกรที่มีหน้าที่ปล
