เทคโนโลยีชาวบ้าน
ตื่นตาตื่นใจ! หลังพบแร้งดำหิมาลัย จะอพยพมาไทยช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ ไม่ใช่นกประจำถิ่นของไทย ย้ายมาหากินในฤดูหนาวเท่านั้น พบตามทุ่งโล่ง หรือป่าบนภูเขา เป็นนกขนาดใหญ่มาก ขนาดลำตัวยาวประมาณ 122 เซนติเมตร ซึ่งเป็นสัตว์หายากและมีจำนวนน้อย ชอบกินซากสัตว์ต่างๆ อีแร้งดำหิมาลัยมีฤดูผสมพันธุ์ประมาณเดือนมีนาคมถึงเมษายน ทำรังตามยอดไม้สูงๆ แถบภูเขา รังมีขนาดใหญ่ ทำด้วยกิ่งไม้ วางไข่ครั้งละ 1 ฟอง แต่ไม่มีรายงานการทำรังวางไข่ในไทย โดยมักพบร่อนเป็นวงกลมตามภูเขา หรือหุบเขาเพื่อหาอาหาร จะหากินในช่วงกลางวัน โดยแร้งจะร่อนมากับลมหนาวตั้งแต่เดือนธันวาคม สำหรับแร้งดำหิมาลัยและแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย จะพบในประเทศไทยในฤดูอพยพ ตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไป โดยอาศัยลมหนาวพยุงตัวร่อนผ่านมา เนื่องจากแร้งดำหิมาลัยมีน้ำหนักอย่างน้อย 6-12 กก. นับเป็นนกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ความยาวปีกถึง 3 เมตร จะพบเพียง 2-3 ปี ต่อ 1 ตัวเท่านั้น ส่วนแร้งสีน้ำตาลความยาวปีก 2.8 เมตร มีรายงานพบ 10-30 ตัวในแต่ละปี แร้งดำหิมาลัย จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2562 ด้วยปัจจัยที่ไม่ค่อยมีอาหาร (ซากสัตว์) ป
ขนมจีนน้ำยาป่าตีนไก่ เป็นอาหารที่กินง่ายและสามารถใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น การทำน้ำยาป่าตีนไก่นั้น คุณพัชรินทร์ เหลาประเสริฐ ที่อยู่ 18 หมู่ที่ 2 บ้านกงกลาง ตำบลบ้านกง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ได้เล่าว่า การทำน้ำยาป่าตีนไก่ต้องใช้วัตถุดิบและขั้นตอนดังนี้ พริกแห้ง 7-10 เมล็ด หอมแดง 3 หัวใหญ่ กระเทียม 3 หัว กระชาย ประมาณ 20 หัว ปลาร้า 3 ทัพพี ปลานิล 1 ชิ้น ประมาณครึ่งตัว เติมน้ำสะอาดประมาณครึ่งหม้อ วิธีทำ ใส่เครื่องแกงและน้ำปลาร้าต้มจนสุก แล้วกรองเอาน้ำปลาร้าออกพักไว้ แล้วตักเอาเครื่องแกงที่ต้มสุกแล้วนำมาตำรวมกัน ยกเว้นปลาที่ต้องแกะก้างออกก่อน เอาแต่เนื้อ นำมาโขลกรวมกันกับเครื่องแกงจนละเอียด แล้วนำไปใส่ในน้ำปลาร้าที่กรองไว้ ต้มให้เดือด จากนั้นใส่ตีนไก่ที่เตรียมไว้นำไปต้มรวมกัน (ตีนไก่ต้มให้เปื่อยต่างหากประมาณ 1 ชั่วโมง) แล้วปรุงด้วยผงชูรส ประมาณ 2 ช้อนชา และน้ำตาล ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ให้ได้รสตามใจชอบ ซอยต้นหอมโรยลงในหม้อน้ำยาที่กำลังเดือด จากนั้นยกหม้อลงจากเตาพร้อมกินกับขนมจีนและผักเครื่องเคียง เช่น ถั่วฝักยาว ผักกระเฉดน้ำ และอื่นๆ ตามชอบ ส่วนขนมจีนที่ซื้อตามท้องตลาดจะขายในราคา กิโ
น้ำปลาร้าไม่ใช่การกล่าวลอยๆ ว่าเป็นเมนูหรืออาหารแบบบ้านๆ อีกต่อไป เพราะได้รับความสนใจจากประชนในวงกว้างทั่วประเทศ ไปไกลถึงต่างประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว การที่ผู้คนให้ความสนใจน้ำปลาร้า เพราะเห็นกรรมวิธี วิธีการหมัก การใช้ปลาหมัก เอกลักษณ์แตกต่างตามพื้นที่ ใครชอบปลาน้ำจืด ใครชอบปลาร้าปลาหมักน้ำทะเลก็สุดแท้แต่เลยครับ แต่ที่แน่ สามารถทำรวยได้ สูตรใครก็สูตรใครนะครับ เรามาดูข้อมูลเรื่องน้ำปลาร้า ว่าธุรกิจตัวนี้มีเยอะมากขนาดไหน ข้อมูลจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ระบุว่า ปัจจุบันไทยผลิตปลาร้าสูงถึง 40,000 ตันต่อปี สร้างรายได้ประมาณ 800 ล้านบาท ส่งออกตลาดกลุ่มอาเซียนและสหภาพยุโรป ตะวันออกกลาง ประเทศจีน สหรัฐอเมริกา สร้างมูลค่ากว่า 200 ล้านบาทต่อปี และยังสามารถสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ประชาชนไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านจึงส่งผลให้ความต้องการปลาร้า ปรุงรสมากยิ่งขึ้น และการซื้อขายออนไลน์ก็ส่งผลให้ตลาดน้ำปลาร้า ปรุงรสเติบโตมากเช่นกัน เนื่องจากประชาชนต้องใช้ในรูปแบบความปกติใหม่ และความสะดวกสบายในการใช้น้ำปลาร้า ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำใ
บ้านชายทะเลรางจันทร์ ตั้งอยู่ที่ตำบลนาโคก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ที่มาของชุมชนแห่งนี้เริ่มจากสามีภรรยาคู่หนึ่งเดินทางเข้ามาตั้งบ้านเรือน ทั้งคู่ประกอบอาชีพประมงช้อนเคย เพื่อนำเคยมาทำเป็นกะปิขายส่งเป็นสินค้าของชาวประมง ส่วนชื่อชุมชนนั้นมาจากลำธารหรือสายน้ำที่ไหลลงสู่ทะเล เรียกว่า “รางน้ำ” รวมกับชื่อของ “จันทร์” ซึ่งเป็นภรรยาของสามีชาวประมงที่มาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ และเริ่มมีบ้านเรือนเพิ่มขึ้นจึงเรียกชุมชนแห่งนี้ว่า “รางยายจันทร์” และเปลี่ยนมาเป็น “ชายทะเลรางจันทร์” ชื่อปัจจุบัน สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงแบบดั้งเดิม ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น บ่อเลี้ยงปูทะเลแบบธรรมชาติ มีอาชีพทำกะปิตัวเคยเป็นอาชีพดั้งเดิม ที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา นำวัตถุที่มีในท้องถิ่นมาแปรรูปสร้างมูลค่า ตัวชูโรงของที่นี่จะเป็นตัวกะปิกับกุ้งเคย มาถึงที่ต้องไม่พลาดต้องลองลิ้มรสการทำแบบวิถีดั้งเดิม #บ้านชายทะเลรางจันทร์ #สมุทรสาคร #กะปิ #เทคโนโลยีชาวบ้าน
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ ผู้แทนชุมนุมสหกรณ์เกลือทะเลไทย จำกัด สหกรณ์การเกษตรเกลือทะเลไทยเพชรบุรี ผู้แทนเกษตรกรชาวนาเกลือทะเล และเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี สมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อสำรวจและคัดเลือกพื้นที่ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวงานอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาด้านเกลือทะเล ในพิธีแรกนาเกลือ และประเพณีทำขวัญเกลือทะเล ที่คาดว่าจะจัดขึ้นในเดือนมกราคม 2567 กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการสำรวจและคัดเลือกแปลงนาเกลือทะเลเพื่อจัดงานอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาด้านเกลือทะเล “ประเพณีทำขวัญเกลือ” โดยในปี 2567 นี้กรมส่งเสริมการเกษตรจะร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดำเนินการจัดงานในรูปแบบวัฒนธรรมผสมผสานการท่องเที่ยวเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้อาชีพทำนาเกลือทะเลซึ่งเป็นอาชีพที่เป็นอัตลักษณ์ของคนไทยให้เป็นที่รู้จักและไม่สูญหายไป และเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับเกษตรกรผู้ทำนาเกลือทะเล รวมทั้งเป็นการส่งเสริม Soft power ตามนโยบายของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งประเพณีที่สำคัญของการทำนาเกลือทะเล ประกอบด้วย 2 ประเพณีสำ
ประสบความสำเร็จอย่างสวยงามสำหรับงานสัมมนา “อนาคตเกษตรไทยในยุคดิจิทัล” ที่จัดโดยเทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) งานสัมมนาสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ที่อัดแน่นไปด้วยสาระความรู้ที่เป็นประโยชน์กับเกษตรกรไทยสามารถนำไปปรับใช้ และสร้างโอกาสเติบโตในการประกอบอาชีพได้อย่างแท้จริง เวทีนี้เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการปรับตัวของเกษตรกรในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับภาคเกษตรกรรมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งได้รับเกียรติจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรมากความสามารถมาร่วมแชร์ประสบการณ์เพื่อให้ความรู้กับการผลิตสินค้าทางการเกษตรให้มีอนาคตในยุคดิจิทัล เริ่มต้นด้วยการบรรยายพิเศษ “อนาคตเกษตรกรไทยในยุคดิจิทัล” โดยนายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวบรรยายพิเศษว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐบาล โดยการนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลสินค้าเกษตรซึ่งเป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจประเทศ โดยมุ่งเน้นการดำเนินการตามหลัก “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เริ่มตั้งแต่การสร้างทางเลือกให้เกษตรกรเพื่อผลิตสิ่งที่ตลาดต้องการ พร้อมเปิดตลาดใหม่เพิ่ม
เทคโนโลยีชาวบ้าน จัดงานสัมมนายิ่งใหญ่ส่งท้ายปี! “อนาคตเกษตรไทยในยุคดิจิทัล” เวทีของเกษตรกรรุ่นใหม่ ไขเคล็ดลับตลาดออนไลน์ เทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดสัมมนา “อนาคตเกษตรไทยในยุคดิจิทัล” เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเกษตรกรในยุคที่การตลาดออนไลน์มีการแข่งขันการใช้สื่อโซเชียลมีเดียสูง เพื่อเป็นช่องทางตลาดให้กับเกษตรกรไทย และยังเป็นแนวทางการผลิตสินค้าเกษตรให้กับเกษตรกรที่ต้องการขยายพื้นที่ตลาด โดยงานมีขึ้น 13.00-16.00 น. วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2566 ที่ห้องประชุมใหญ่ อาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด จตุจักร กรุงเทพฯ ในงานได้รับเกียรติจาก นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “อนาคตเกษตรไทยในยุคดิจิทัล” พร้อมทั้งผู้บริหารระดับกระทรวงอีกหลายท่านเข้าร่วมงาน อาทิ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว นายวัชรพงษ์ แก้วหอม รองอธิบดีกรมหม่อนไหมรักษาราชการแทนอธิบดีกรมหม่อนไหม นางสาวเยาวนิตย์ บุรีรักษา เลขานุการกรมปศุสัตว์ ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) นางสาววรรธนพร เทียมปฐม นักวิทยาศา
บริหารงานมา 2 เดือนกว่าแล้ว รัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หลายกระทรวงได้ขับเคลื่อนงานตามนโยบายต่างๆ ที่ได้ประกาศเอาไว้ รวมทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกหนึ่งกระทรวงสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้รับมอบจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดูแล 4 หน่วยงาน คือ กรมการข้าว กรมพัฒนาที่ดิน (พด.) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และองค์การสะพานปลา (อสป.) กล่าวถึงการขับเคลื่อนหน่วยงานดังกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้แยกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก มาทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน คือ กรมการข้าว และกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อมาดูในเรื่องของการเพาะปลูก ผนวกกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เพื่อเข้ามาดูเรื่องมาตรฐานของผลผลิต เพื่อให้ทั้ง 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี้ ช่วยเหลือและผลักดันเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป อีกทั้งต้องการช่วยเหลือให้เกษตรกรหลุดพ้นจากความยากจน ที่ต้องประสบพบเจอมาเป็นเวลานาน เนื่องจากปัญหาเรื่องหนี้สิน และ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hesperethusa crenulate (Roxb) Roem. ชื่อวงศ์ RUTACEAE ชื่ออื่นๆ ขะแจะ (เหนือ) พญายา (ราชบุรี) ตุมตัง (ตะวันออกเฉียงเหนือ) พุดไทร จุมจัง ฮางแกง กระแจะจัน พินิยา ทานาคา ตะนาว (มอญ) หนูไม่ใช่สาวเนื้อนิ่ม แม้ว่าใหม่ๆ สีเนื้อขาว แต่พอโดนแดดลมสีจะเปลี่ยนเนื้อเป็นเหลืองอ่อนแล้วเป็นสีน้ำตาล แต่ผิวขรุขระแตกร่องเข้ม ขัดแย้งกับที่ว่าทำไมผู้คนชอบเอาเนื้อหนูไปบดฝนเป็นผงละเอียดผสมแป้งใส่กลิ่นหอมทาหน้า ทาแก้ม อย่าแปลกใจนะคะที่หนูขึ้นต้นคำว่า “กระแดะ” ไม่ใช่คำหยาบนะ หลายคำมีที่มาและรู้ว่าเป็นคำเรียก-พูดใช้มาตั้งแต่ปู่ ย่า ตา ทวด ปัจจุบันเขียนแค่คำว่า “กะแดะ” คือหนูมีเพื่อนอยู่ที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ สุราษฎร์ธานี เขาชวนไป “ปากแดะ” กินหอยนางรม เพราะบ้านอยู่ที่ “ปากน้ำกระแดะ” แล้วนั่งเรือออกทะเลดูฟาร์มหอยแครง หอยนางรม แต่ต้องแวะที่ “กระแดะ” คือตลาดในอำเภอหรือจะไปดูศูนย์ฝึกลิงเพื่อการเกษตรที่ “แดะแจะ” ด้วย หนูนี้งงสุดๆ คิดว่าเขาพูดชื่อหนูผิด จาก “กระแจะเป็นกระแดะ” เขาอธิบายว่าที่กาญจนดิษฐ์พูดคำสั้นๆ เช่น ไปตลาดกระแดะ พูดว่า “ไปแดะหรือไปหลาดแดะ” ไปปากน้ำกระแดะว่า “ไปปากแด
เกษตรทางรอดวันนี้ ขอแนะนำการปลูกสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว นั่นคือเมล็ดแดงๆ ที่เรียกว่า พริก มีคำถามว่าพริก เรียกเป็นผักหรือผลไม้ ทำไมพริกอยู่กับวิถีคนไทยมาตลอด เกิดมาก็พบพริกอยู่ทุกภูมิภาคของไทย คนไทยบริโภคพริกมายาวนาน คนไทยกินเผ็ดมาก อาหารไทยก็เผ็ด แต่จริงๆ แล้วคนไทยรู้จักและกินพริกหลังชาติอื่นนานมาก เมื่อเรานึกถึงอาหารไทย ใครๆ ก็คงจะนิยามว่าเผ็ดจัดจ้าน ส่งผลให้ “คนไทยกินเผ็ด” เป็นภาพจำของคนส่วนใหญ่ และเราคนไทยเองก็ไม่ปฏิเสธเสียด้วย ว่ากันจากประสบการณ์ส่วนตัว ฉันเจอคนไทยกินเผ็ดมากกว่าคนไม่กินเผ็ดแบบสู้กันไม่ได้ และแม้แต่คนที่บอกว่าไม่กินเผ็ดก็ยังกินผัดกะเพรา (เผ็ดน้อย แต่ก็ใส่พริกนั่นละ) ยังเติมพริกป่นในก๋วยเตี๋ยว (นิดหนึ่ง แต่ก็เติม) นึกๆ ดูฉันยังไม่เคยเจอคนที่ไม่กินเผ็ดแบบไม่แตะพริกไม่แตะพริกไทยเลยสักคน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะอาหารไทยนั้นผูกโยงอยู่กับวัตถุดิบที่มีความเผ็ด ตั้งแต่เผ็ดจริงจังอย่างพริก เผ็ดเบาลงหน่อยอย่างพริกไทย ไปจนถึงเผ็ดร้อนน้อยๆ จากสารพันเครื่องเทศและสมุนไพร ฉะนั้น จะบอกว่าเราชาวไทยคุ้นชินกับความเผ็ดกันตั้งแต่เล็กแต่น้อยก็ว่าได้ กล่าวถึงพริกยังไม่บอกเลยนะครับว่าเป็นผลไม้หรือผั
