เทคโนโลยีชาวบ้าน
ใกล้จะวันเด็กแล้ว เที่ยวไหนดี? พ่อแม่คนไหนยังไม่มีแพลนจะพาลูกๆ ไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมที่ไหนดี วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านรวบรวม 8 สถานที่ ชวนสัมผัสวิถีชีวิตเชิงเกษตรใกล้กรุง สนุกสนานไปกับโชว์การแสดงต่างๆ และกิจกรรมพัฒนาทักษะเพิ่มความรู้ รู้ก่อน จัดกระเป๋า เตรียมพาลูกๆ ไปหาความรู้นอกบ้านกันเลย สถานที่ 1 Montreux cafe’ and farm (มองเทรอส์ คาเฟ่ & ฟาร์ม) “บ้านของเรา บ้านแบ่งปัน บ้านตายาย” คำนิยามที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชื่อเมือง Montreux (มองเทรอส์) เมืองตากอากาศริมทะเลสาบในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บรรยากาศโดยรวมสร้างสรรค์ออกมาในแบบ “ฟาร์มโมเดิร์น” นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมให้คนในครอบครัว เเละเด็กๆ ได้ทำร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเก็บไข่ ภายเรือ ปลูกผัก ดำนา ระบายสี สไลเดอร์โคลน ต้องถูกใจเด็กๆ แน่นอน ได้ทั้งสนุกและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ใช้เวลาดีๆ ร่วมกัน กิจกรรมพิเศษในวันเด็ก “เด็กเอ๋ยเด็กดี” กับ “ลุงช้างพาทำ” ช่วงเช้า : กิจกรรมวันเด็ก ถาม ตอบ บนเวทีรับรางวัล ช่วงบ่าย : กิจกรรม “ลุงช้างพาทำ” ในช่วง 13.30 น. เป็นต้นไป ที่อยู่ : ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ร้านเปิดบริการ : 09.00-18.30 น. ขอบค
ตื่นตาตื่นใจ! หลังพบแร้งดำหิมาลัย จะอพยพมาไทยช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ ไม่ใช่นกประจำถิ่นของไทย ย้ายมาหากินในฤดูหนาวเท่านั้น พบตามทุ่งโล่ง หรือป่าบนภูเขา เป็นนกขนาดใหญ่มาก ขนาดลำตัวยาวประมาณ 122 เซนติเมตร ซึ่งเป็นสัตว์หายากและมีจำนวนน้อย ชอบกินซากสัตว์ต่างๆ อีแร้งดำหิมาลัยมีฤดูผสมพันธุ์ประมาณเดือนมีนาคมถึงเมษายน ทำรังตามยอดไม้สูงๆ แถบภูเขา รังมีขนาดใหญ่ ทำด้วยกิ่งไม้ วางไข่ครั้งละ 1 ฟอง แต่ไม่มีรายงานการทำรังวางไข่ในไทย โดยมักพบร่อนเป็นวงกลมตามภูเขา หรือหุบเขาเพื่อหาอาหาร จะหากินในช่วงกลางวัน โดยแร้งจะร่อนมากับลมหนาวตั้งแต่เดือนธันวาคม สำหรับแร้งดำหิมาลัยและแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย จะพบในประเทศไทยในฤดูอพยพ ตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไป โดยอาศัยลมหนาวพยุงตัวร่อนผ่านมา เนื่องจากแร้งดำหิมาลัยมีน้ำหนักอย่างน้อย 6-12 กก. นับเป็นนกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ความยาวปีกถึง 3 เมตร จะพบเพียง 2-3 ปี ต่อ 1 ตัวเท่านั้น ส่วนแร้งสีน้ำตาลความยาวปีก 2.8 เมตร มีรายงานพบ 10-30 ตัวในแต่ละปี แร้งดำหิมาลัย จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2562 ด้วยปัจจัยที่ไม่ค่อยมีอาหาร (ซากสัตว์) ป
ขนมจีนน้ำยาป่าตีนไก่ เป็นอาหารที่กินง่ายและสามารถใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น การทำน้ำยาป่าตีนไก่นั้น คุณพัชรินทร์ เหลาประเสริฐ ที่อยู่ 18 หมู่ที่ 2 บ้านกงกลาง ตำบลบ้านกง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ได้เล่าว่า การทำน้ำยาป่าตีนไก่ต้องใช้วัตถุดิบและขั้นตอนดังนี้ พริกแห้ง 7-10 เมล็ด หอมแดง 3 หัวใหญ่ กระเทียม 3 หัว กระชาย ประมาณ 20 หัว ปลาร้า 3 ทัพพี ปลานิล 1 ชิ้น ประมาณครึ่งตัว เติมน้ำสะอาดประมาณครึ่งหม้อ วิธีทำ ใส่เครื่องแกงและน้ำปลาร้าต้มจนสุก แล้วกรองเอาน้ำปลาร้าออกพักไว้ แล้วตักเอาเครื่องแกงที่ต้มสุกแล้วนำมาตำรวมกัน ยกเว้นปลาที่ต้องแกะก้างออกก่อน เอาแต่เนื้อ นำมาโขลกรวมกันกับเครื่องแกงจนละเอียด แล้วนำไปใส่ในน้ำปลาร้าที่กรองไว้ ต้มให้เดือด จากนั้นใส่ตีนไก่ที่เตรียมไว้นำไปต้มรวมกัน (ตีนไก่ต้มให้เปื่อยต่างหากประมาณ 1 ชั่วโมง) แล้วปรุงด้วยผงชูรส ประมาณ 2 ช้อนชา และน้ำตาล ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ให้ได้รสตามใจชอบ ซอยต้นหอมโรยลงในหม้อน้ำยาที่กำลังเดือด จากนั้นยกหม้อลงจากเตาพร้อมกินกับขนมจีนและผักเครื่องเคียง เช่น ถั่วฝักยาว ผักกระเฉดน้ำ และอื่นๆ ตามชอบ ส่วนขนมจีนที่ซื้อตามท้องตลาดจะขายในราคา กิโ
น้ำปลาร้าไม่ใช่การกล่าวลอยๆ ว่าเป็นเมนูหรืออาหารแบบบ้านๆ อีกต่อไป เพราะได้รับความสนใจจากประชนในวงกว้างทั่วประเทศ ไปไกลถึงต่างประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว การที่ผู้คนให้ความสนใจน้ำปลาร้า เพราะเห็นกรรมวิธี วิธีการหมัก การใช้ปลาหมัก เอกลักษณ์แตกต่างตามพื้นที่ ใครชอบปลาน้ำจืด ใครชอบปลาร้าปลาหมักน้ำทะเลก็สุดแท้แต่เลยครับ แต่ที่แน่ สามารถทำรวยได้ สูตรใครก็สูตรใครนะครับ เรามาดูข้อมูลเรื่องน้ำปลาร้า ว่าธุรกิจตัวนี้มีเยอะมากขนาดไหน ข้อมูลจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ระบุว่า ปัจจุบันไทยผลิตปลาร้าสูงถึง 40,000 ตันต่อปี สร้างรายได้ประมาณ 800 ล้านบาท ส่งออกตลาดกลุ่มอาเซียนและสหภาพยุโรป ตะวันออกกลาง ประเทศจีน สหรัฐอเมริกา สร้างมูลค่ากว่า 200 ล้านบาทต่อปี และยังสามารถสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ประชาชนไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านจึงส่งผลให้ความต้องการปลาร้า ปรุงรสมากยิ่งขึ้น และการซื้อขายออนไลน์ก็ส่งผลให้ตลาดน้ำปลาร้า ปรุงรสเติบโตมากเช่นกัน เนื่องจากประชาชนต้องใช้ในรูปแบบความปกติใหม่ และความสะดวกสบายในการใช้น้ำปลาร้า ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำใ
บ้านชายทะเลรางจันทร์ ตั้งอยู่ที่ตำบลนาโคก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ที่มาของชุมชนแห่งนี้เริ่มจากสามีภรรยาคู่หนึ่งเดินทางเข้ามาตั้งบ้านเรือน ทั้งคู่ประกอบอาชีพประมงช้อนเคย เพื่อนำเคยมาทำเป็นกะปิขายส่งเป็นสินค้าของชาวประมง ส่วนชื่อชุมชนนั้นมาจากลำธารหรือสายน้ำที่ไหลลงสู่ทะเล เรียกว่า “รางน้ำ” รวมกับชื่อของ “จันทร์” ซึ่งเป็นภรรยาของสามีชาวประมงที่มาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ และเริ่มมีบ้านเรือนเพิ่มขึ้นจึงเรียกชุมชนแห่งนี้ว่า “รางยายจันทร์” และเปลี่ยนมาเป็น “ชายทะเลรางจันทร์” ชื่อปัจจุบัน สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงแบบดั้งเดิม ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น บ่อเลี้ยงปูทะเลแบบธรรมชาติ มีอาชีพทำกะปิตัวเคยเป็นอาชีพดั้งเดิม ที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา นำวัตถุที่มีในท้องถิ่นมาแปรรูปสร้างมูลค่า ตัวชูโรงของที่นี่จะเป็นตัวกะปิกับกุ้งเคย มาถึงที่ต้องไม่พลาดต้องลองลิ้มรสการทำแบบวิถีดั้งเดิม #บ้านชายทะเลรางจันทร์ #สมุทรสาคร #กะปิ #เทคโนโลยีชาวบ้าน
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ ผู้แทนชุมนุมสหกรณ์เกลือทะเลไทย จำกัด สหกรณ์การเกษตรเกลือทะเลไทยเพชรบุรี ผู้แทนเกษตรกรชาวนาเกลือทะเล และเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี สมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อสำรวจและคัดเลือกพื้นที่ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวงานอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาด้านเกลือทะเล ในพิธีแรกนาเกลือ และประเพณีทำขวัญเกลือทะเล ที่คาดว่าจะจัดขึ้นในเดือนมกราคม 2567 กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการสำรวจและคัดเลือกแปลงนาเกลือทะเลเพื่อจัดงานอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาด้านเกลือทะเล “ประเพณีทำขวัญเกลือ” โดยในปี 2567 นี้กรมส่งเสริมการเกษตรจะร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดำเนินการจัดงานในรูปแบบวัฒนธรรมผสมผสานการท่องเที่ยวเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้อาชีพทำนาเกลือทะเลซึ่งเป็นอาชีพที่เป็นอัตลักษณ์ของคนไทยให้เป็นที่รู้จักและไม่สูญหายไป และเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับเกษตรกรผู้ทำนาเกลือทะเล รวมทั้งเป็นการส่งเสริม Soft power ตามนโยบายของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งประเพณีที่สำคัญของการทำนาเกลือทะเล ประกอบด้วย 2 ประเพณีสำ
ประสบความสำเร็จอย่างสวยงามสำหรับงานสัมมนา “อนาคตเกษตรไทยในยุคดิจิทัล” ที่จัดโดยเทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) งานสัมมนาสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ที่อัดแน่นไปด้วยสาระความรู้ที่เป็นประโยชน์กับเกษตรกรไทยสามารถนำไปปรับใช้ และสร้างโอกาสเติบโตในการประกอบอาชีพได้อย่างแท้จริง เวทีนี้เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการปรับตัวของเกษตรกรในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับภาคเกษตรกรรมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งได้รับเกียรติจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรมากความสามารถมาร่วมแชร์ประสบการณ์เพื่อให้ความรู้กับการผลิตสินค้าทางการเกษตรให้มีอนาคตในยุคดิจิทัล เริ่มต้นด้วยการบรรยายพิเศษ “อนาคตเกษตรกรไทยในยุคดิจิทัล” โดยนายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวบรรยายพิเศษว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐบาล โดยการนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลสินค้าเกษตรซึ่งเป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจประเทศ โดยมุ่งเน้นการดำเนินการตามหลัก “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เริ่มตั้งแต่การสร้างทางเลือกให้เกษตรกรเพื่อผลิตสิ่งที่ตลาดต้องการ พร้อมเปิดตลาดใหม่เพิ่ม
เทคโนโลยีชาวบ้าน จัดงานสัมมนายิ่งใหญ่ส่งท้ายปี! “อนาคตเกษตรไทยในยุคดิจิทัล” เวทีของเกษตรกรรุ่นใหม่ ไขเคล็ดลับตลาดออนไลน์ เทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดสัมมนา “อนาคตเกษตรไทยในยุคดิจิทัล” เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเกษตรกรในยุคที่การตลาดออนไลน์มีการแข่งขันการใช้สื่อโซเชียลมีเดียสูง เพื่อเป็นช่องทางตลาดให้กับเกษตรกรไทย และยังเป็นแนวทางการผลิตสินค้าเกษตรให้กับเกษตรกรที่ต้องการขยายพื้นที่ตลาด โดยงานมีขึ้น 13.00-16.00 น. วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2566 ที่ห้องประชุมใหญ่ อาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด จตุจักร กรุงเทพฯ ในงานได้รับเกียรติจาก นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “อนาคตเกษตรไทยในยุคดิจิทัล” พร้อมทั้งผู้บริหารระดับกระทรวงอีกหลายท่านเข้าร่วมงาน อาทิ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว นายวัชรพงษ์ แก้วหอม รองอธิบดีกรมหม่อนไหมรักษาราชการแทนอธิบดีกรมหม่อนไหม นางสาวเยาวนิตย์ บุรีรักษา เลขานุการกรมปศุสัตว์ ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) นางสาววรรธนพร เทียมปฐม นักวิทยาศา
บริหารงานมา 2 เดือนกว่าแล้ว รัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หลายกระทรวงได้ขับเคลื่อนงานตามนโยบายต่างๆ ที่ได้ประกาศเอาไว้ รวมทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกหนึ่งกระทรวงสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้รับมอบจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดูแล 4 หน่วยงาน คือ กรมการข้าว กรมพัฒนาที่ดิน (พด.) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และองค์การสะพานปลา (อสป.) กล่าวถึงการขับเคลื่อนหน่วยงานดังกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้แยกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก มาทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน คือ กรมการข้าว และกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อมาดูในเรื่องของการเพาะปลูก ผนวกกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เพื่อเข้ามาดูเรื่องมาตรฐานของผลผลิต เพื่อให้ทั้ง 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี้ ช่วยเหลือและผลักดันเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป อีกทั้งต้องการช่วยเหลือให้เกษตรกรหลุดพ้นจากความยากจน ที่ต้องประสบพบเจอมาเป็นเวลานาน เนื่องจากปัญหาเรื่องหนี้สิน และ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hesperethusa crenulate (Roxb) Roem. ชื่อวงศ์ RUTACEAE ชื่ออื่นๆ ขะแจะ (เหนือ) พญายา (ราชบุรี) ตุมตัง (ตะวันออกเฉียงเหนือ) พุดไทร จุมจัง ฮางแกง กระแจะจัน พินิยา ทานาคา ตะนาว (มอญ) หนูไม่ใช่สาวเนื้อนิ่ม แม้ว่าใหม่ๆ สีเนื้อขาว แต่พอโดนแดดลมสีจะเปลี่ยนเนื้อเป็นเหลืองอ่อนแล้วเป็นสีน้ำตาล แต่ผิวขรุขระแตกร่องเข้ม ขัดแย้งกับที่ว่าทำไมผู้คนชอบเอาเนื้อหนูไปบดฝนเป็นผงละเอียดผสมแป้งใส่กลิ่นหอมทาหน้า ทาแก้ม อย่าแปลกใจนะคะที่หนูขึ้นต้นคำว่า “กระแดะ” ไม่ใช่คำหยาบนะ หลายคำมีที่มาและรู้ว่าเป็นคำเรียก-พูดใช้มาตั้งแต่ปู่ ย่า ตา ทวด ปัจจุบันเขียนแค่คำว่า “กะแดะ” คือหนูมีเพื่อนอยู่ที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ สุราษฎร์ธานี เขาชวนไป “ปากแดะ” กินหอยนางรม เพราะบ้านอยู่ที่ “ปากน้ำกระแดะ” แล้วนั่งเรือออกทะเลดูฟาร์มหอยแครง หอยนางรม แต่ต้องแวะที่ “กระแดะ” คือตลาดในอำเภอหรือจะไปดูศูนย์ฝึกลิงเพื่อการเกษตรที่ “แดะแจะ” ด้วย หนูนี้งงสุดๆ คิดว่าเขาพูดชื่อหนูผิด จาก “กระแจะเป็นกระแดะ” เขาอธิบายว่าที่กาญจนดิษฐ์พูดคำสั้นๆ เช่น ไปตลาดกระแดะ พูดว่า “ไปแดะหรือไปหลาดแดะ” ไปปากน้ำกระแดะว่า “ไปปากแด
