เศรษฐกิจพอเพียง
คุณสุทิน ทองเอ็ม เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ จังหวัดสุโขทัย เลือกทำอาชีพเกษตรกรรม ตามรอยพ่อ แม่และญาติพี่น้องส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร ประกอบกับเขามีใจรัก อยากปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคเอง แบ่งปันให้เพื่อนบ้าน เหลือก็แบ่งจำหน่าย คุณสุทินได้ศึกษากิจกรรมไร่นาสวนผสมด้วยตนเอง โดยในระยะแรกทำในพื้นที่ของครอบครัวเป็นหลัก หลังจากแต่งงาน คุณสุทินได้ลงมือทำเกษตรผสมผสานของตนเองอย่างเต็มที่ โดยนำความรู้จากการศึกษาด้วยตนเองและศึกษาดูงานสวนเกษตรที่ประสบผลสำเร็จเป็นต้นแบบ นำมาปรับใช้ในแปลงเกษตรของตนเอง คุณสุทินเน้นการใช้ประโยชน์พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทุกกิจกรรมมีการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ดี คุณสุทินได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในชีวิต เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในปัจจุบัน ด้วยการ “ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก” เพื่อลดความเสี่ยงและอยู่รอดได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร ตื่นมาไม่ต้องไปเสียค่าใช้จ่ายนอกบ้าน แต่กลับกันทำให้เขามีรายได้ทุกวันจากผลผลิตที่ปลูกและเลี้ยงไว้ ทั้งผักสดปลอดสารพิษ กบ ปลา ไข่ไก่ ชาวบ้านสามารถมาเดินเก็บ หรือจับขึ้นมาชั่งกิ
จังหวัดอำนาจเจริญ มีพื้นที่ทำการเกษตร 937,692 ไร่ เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวพื้นเมืองเป็นหลัก แต่จุดอ่อนของจังหวัดอำนาจเจริญก็คือ มีพื้นที่ระบบชลประทานน้อยมาก เพียงแค่ 3-5% ของพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด การทำเกษตรส่วนใหญ่จึงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก บางปีฝนฟ้าอากาศไม่เป็นใจเกิดภาวะฝนแล้งซ้ำซาก เกษตรกรขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตรให้ผลผลิตตกต่ำ ไม่เพียงพอต่อการบริโภคและการตลาด ตั้งแต่ ปี 2551 เป็นต้นมา เกษตรกรจังหวัดอำนาจเจริญได้รวมตัวกันขับเคลื่อนการทำการเกษตรแบบยั่งยืน ภายใต้ชื่อเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์จังหวัดอำนาจเจริญ ควบคู่กับดำเนินโครงการ “เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง” ตามแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พวกเขาพยายามพึ่งพาตนเอง ตามวิถีความพอเพียง เช่น ขุดสระตามไร่นา เพื่อลดปัญหาฝนทิ้งช่วง ขุดลอกห้วย หนอง คลอง บึง พร้อมจัดทำเป็นทำนบกั้นน้ำเป็นช่วงๆ เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรแล้ว พวกเขายังดำเนินโครงการเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงจังหวัดอำนาจเจริญ โดยช่วยกันผลิตปุ๋ยชีวภาพ ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ปลูกผักสวนครัว การทำเกษตรอิ
โรงเรียนบ้านหนองไผ่ อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับพัฒนาทักษะชีวิต สอนให้นักเรียนทำเป็น คิดเป็น และอยู่ได้ด้วยตัวเองในสังคม ด้วยการสอนให้นักเรียนรู้จักกับ “อาชีพเกษตรกรรม” ได้ริเริ่มน้อมนำหลัก “เศรษฐกิจพอเพียง” เข้ามาเป็นเครื่องมือสร้าง “เกษตรกรน้อย” ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภายใต้ “กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านหนองไผ่” โรงเรียนให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะชีวิต สอนให้นักเรียน ทำเป็น คิดเป็น และอยู่ได้ด้วยตัวเองในสังคมด้วย อาชีพเกษตรกรรม โดยในปี 2546 โรงเรียนได้ริเริ่มน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียง เข้ามาเป็นเครื่องมือสร้างยุวเกษตรกรน้อย (ประถมศึกษาปีที่ 4 – มัธยมศึกษาปีที่ 3) ภายใต้ กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านหนองไผ่ โรงเรียนบ้านหนองไผ่ มีบุคลากรน้อย และต่อยอดมาจากโรงเรียนประถมศึกษา ขาดแคลนครูที่รู้ในงานอาชีพที่หลากหลาย จึงพิจารณาจากหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ เห็นว่า เรื่องการเลี้ยงสัตว์เป็นอาหารท้องถิ่น เช่น กบ แย้ อึ่งอ่า ตะพาบ ปลาน้ำจืด เป็นต้น เมื่อวิเคราะห์แล้วเห็นว่า การเลี้ยงกบน่าจะเป็นไปได้มากที่ส
เศรษฐกิจพอเพียงระดับเกษตรกร เป็นเศรษฐกิจเพื่อการเกษตรที่เน้นการพึ่งพาตนเอง เกษตรกรจะใช้ความรู้ ความสามารถ ในการบริหารจัดการที่ดินโดยเฉพาะแหล่งน้ำ และกิจกรรมการเกษตรได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และความต้องการของเกษตรกรเอง โดยพึ่งพาอาศัยทรัพยากรในไร่นาและทรัพยากรธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ ให้มีความหลากหลายของกิจกรรมการเกษตรในไร่นา มีกิจกรรมที่ไม่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคแก่กัน กิจกรรมเสริมรายได้ ใช้แรงงานในครอบครัวทำงานอย่างเต็มที่ ลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนการผสมผสานการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และประมง ในไร่นาให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุณอุดม ดอกแดง เกษตรกรหัวไวใจสู้ วัย 50 ปี หรือที่เพื่อนเกษตรกรเรียกว่า “พี่ปู” อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ที่ 12 ตำบลเด่นใหญ่ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท เป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้ดำเนินชีวิตด้วยการทำการเกษตรโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง จนสามารถมีกิจกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นมาเป็นลำดับ สลัดความยากลำบากด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความภาคภูมิใจในผลงานที่ออกมา พี่ปู กล่าวถึงการดำเนินงานการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียงว่า หลังจากใช้ชีวิตด้วยการยึดอาชีพรับจ้างมาโดยตลอด แต่มองไม่เห็นความมั่นคงและช
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลายคนคิดว่า ใช้กับคนบางกลุ่ม ไม่เหมาะกับโลกของธุรกิจ แต่ฟังปาฐกถาของ “ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล” คณะกรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา เรื่อง “การประยุกต์ใช้ในการจัดการเศรษฐกิจมหภาค และในการดำเนินธุรกิจ” โดยกระทรวงต่างการประเทศ สาระที่น่าสนใจ ดังนี้ ปี 2540 เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ประเทศไทยถูกโจมตีจากนักเก็งกำไร เงินบาทอ่อนค่าจนต้องปล่อยให้ลอยตัว มีผลให้ไทยต้องก้าวสู่วิกฤตทางการเงิน ซึ่งกระทบเศรษฐกิจอย่างรุนแรงที่สุด… ภายหลังวิกฤตในปี 2540 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) มีพระราชดำรัสในวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อ 4 ธ.ค. 2540 เรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” ความตอนหนึ่งว่า “…การเป็นเสือนั้นไม่สำคัญ อยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินหมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ให้มีพอเพียงกับตนเอง…” “การกู้เงินนำมาใช้ในสิ่งที่ไม่ทำรายได้นั้นไม่ดี อันนี้เป็นข้อสำคัญ เพราะว่าถ้ากู้เงินและทำให้มีรายได้ เท่ากับว่าใช้หนี้ได้ ไม่ต้องติดหนี้ไม่ต้องเดือดร้อน ไม่ต้องเสียเกียรติ กู้เงินนั้น เงินจะต้องเกิดประโยชน์ มิใช่กู้สำหรับไปเล่น ไปทำอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์” แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (
“คุณศุภรัตน์ นาคบุญนำ” หรือ คุณอิ๋ว เป็นคนในวงการสื่อสารมวลชนอีกคนที่หันมาทำอาชีพเกษตรกรรมควบคู่กับงานผู้ประกาศข่าว ปัจจุบันเธอมีเวลาทุ่มเทให้กับ “บ้านไร่ศุภรัตน์” เต็มร้อย เพราะหมดสัญญากับช่องเดิมที่เธอนั่งอ่านข่าวอยู่เมื่อต้นปีนี้ ขณะที่เรื่องการเมืองเจ้าตัวประกาศชัดว่า ไม่สมัคร ส.ส. แน่นอน แต่ถ้าพรรคไหนมาชักชวนให้ทำงานในซีกการเมืองก็ต้องดูเงื่อนไขอีกครั้ง ซึ่งในอดีตเธอเคยสมัคร ส.ส. กทม. และเคยรับหน้าที่อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยุคพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ตอนนี้ คุณศุภรัตน์ นาคบุญนำ ในวัย 52 ปี ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรแนว “อินทรีย์” ชัดเจน โดยใช้เวลาปลูกผักปลอดสารพิษ-เลี้ยงสัตว์ อยู่ในเนื้อที่กว่า 50 ไร่ ย่านร่มเกล้า กทม. เน้นแปรรูปเพิ่มมูลค่า วันที่สนทนากันนั้น เธอชวนไปดูและไปชิมผลผลิตที่บ้านไร่ศุกรัตน์ ซึ่งใช่จะมีแค่พืชผักผลไม้เท่านั้น ยังเต็มไปด้วยสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ ไม่ว่าจะเป็น แมวเมนคูน (แมวยักษ์), นกหงส์หยกพันธุ์อังกฤษ-พันธุ์ฮอลแลนด์, นกค็อกกาเทล, นกฟินซ์ (เจ็ดสี), ปลาหมอสี กระต่ายล็อบ (หูยาว), และสุนัขปอมเมอเรเนียน เธอเล่าถึงกิจกรรมต่างๆ ในไร่ศุภรัตน์ให้ฟังว่า ช่วงนี้มาพั
เรื่องของ คุณธีรเดช กิจสำเร็จ หรือ คุณโจ เป็นเพียงหนึ่งในหลายสิบล้านที่เป็นชาวนา คำว่า ชาวนา สำหรับเมืองไทยเราในสมัยก่อนนั้น ตั้งสมญากันว่า ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ เพราะต้องปลูกข้าวเลี้ยงคนทั้งประเทศ ข้าวคือพืชเศรษฐกิจตัวหลักสำคัญของประเทศ ถ้าไม่มีข้าว คนในโลกคงดำรงชีวิตอยู่ไม่ได้อย่างแน่นอน อย่าคิดว่าพวกฝรั่งเขาไม่ได้กินข้าวเป็นอาหารหลัก กินขนมปังเป็นอาหารหลัก แล้วขนมปังก็ต้องผลิตจากข้าวอยู่ดีนั่นแหละ คุณโจ อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ที่ 9 บ้านสันติสุข ตำบลน้ำร้อน อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ 67130 โทรศัพท์ (089) 550-2483 คุณโจทำนา 60 ไร่ ปลูกอ้อย 30 ไร่ คุณโจทำแบบพอเพียง คือไม่ได้ไปกู้เงินมาซื้อรถไถ ไม่ได้จ่ายค่าเช่าที่ดิน แม้แต่ปุ๋ยก็ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก ผลิตเอาเอง สำหรับค่าแรงก็จ่ายเท่าที่จำเป็น เช่น จ่ายค่าเกี่ยวข้าว จ้างรถเกี่ยวมาเกี่ยว คนเรานั้นถ้าไม่มีหนี้มากมาย ชีวิตน่าจะมีความสุข “ผมว่าน่ะ คนเรานั้น ถ้าทำตัวแบบพอเพียง รู้จักประหยัด ไม่ทำตัวหรูหรา ฟุ่มเฟือย ทำตามที่พ่อหลวงสอน ชีวิตก็น่าจะมีสุขแล้ว ผมนะเหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบ ผมยังต้องรับภาระเลี้ยงแม่ผู้สูงวัยมาก ค
เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าผลพวงจากโครงการอันเนื่องมาจากพระดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่มีกว่า 4,000 โครงการนั้น มีส่วนสำคัญที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของราษฎรไทยดีขึ้น เพราะมีอาชีพที่มั่นคงยั่งยืน อีกทั้งครอบครัวมีความสุข ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา องค์กรหนึ่งที่มีบทบาทในการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริก็คือ มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ที่มี ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล นั่งเก้าอี้ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ซึ่งได้เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านเรื่องการทำมาหากินในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นที่น่าน อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ เพชรบุรี อุทัยธานี ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ ในการทำงานของสถาบันปิดทองหลังพระฯ นั้นมุ่งดำเนินงานตามพระราชดำริและหลักการทรงงานของพระองค์ท่าน นั่นคือ เน้นการพัฒนาชุมชนตามหลักการองค์ความรู้ ใน 6 มิติ ได้แก่ ดิน น้ำ เกษตร พลังงานทดแทน ป่า และสิ่งแวดล้อม โดยจะปรับน้ำหนักของแต่ละเรื่องตาม
ธ สถิตในดวงใจ…นิรันดร์ กษัตริย์เกษตร พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดงาน “ธ สถิตในดวงใจ…นิรันดร์” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ระหว่างวันที่ 10 – 13 ตุลาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี นางสาวสมพิศ วงศ์ปัญญา รองผู้อำนวยการ (ฝ่ายบริหาร) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกล่าวว่า “การจัดงาน ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์ ในครั้งนี้เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เผยแพร่พระเกียรติคุณ พระอัจฉริยภาพ พระราชกรณียกิจของพระองค์ ด้านการเกษตร ภายในงานมีการจัดนิทรรศการพิเศษและกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย อาทิ นิทรรศการ ธ สถิตในดวงใจ…นิรันดร์ นิทรรศการสายธารพระกรุณา กษัตริย์เกษตร และการจัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงให้กับประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในวันที่ 13 ตุลาคม ขอเชิญชวนพี่น้อง
โครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขาสระแก้ว-ปราจีนบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่มาจากพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อทรงได้รับทราบถึงความทุกข์ยากเดือดร้อนของราษฎรที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่ราบเชิงเขา ตามแนวสันเขาบรรทัดที่เชื่อมติดต่อกับสาธารณรัฐกัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดสระแก้ว ที่นอกจากต้องประสบปัญหาพื้นที่เสื่อมโทรม ดินขาดความอุดมสมบูรณ์และขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร ส่งผลให้ราษฎรตกอยู่ในสภาพยากจนแล้ว ยังต้องอยู่ในอันตราย และหวาดกลัวภัยจากอิทธิพลของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่เคลื่อนไหวปฏิบัติการในพื้นที่ จากความทุกข์เข็ญที่เกิดขึ้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินการช่วยเหลือและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธ์ุ องคมนตรีประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินงานพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ โดยได้เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2521 เป็นต้นมา พร้อมทรงพระราชทานแนวทางการพัฒนาหลัก 3 ด้าน คือ การพัฒ
