เศรษฐกิจพอเพียง
การทำเกษตรกรรมในยุคดิจิทัลถูกกำหนดโดยตลาดผู้บริโภคเป็นหลัก จึงมีผลต่อแนวทางหรือวิธีปฏิบัติของเกษตรกรจากเดิมที่เคยปลูกพืชเชิงเดี่ยวต้องปรับเปลี่ยนมาเป็นการปลูกพืชแบบผสมผสาน ช่วยทำให้เกษตรกรมีรายได้แน่นอน มั่นคง ลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางธรรมชาติ ผลสำเร็จของการลงมือทำเกษตรผสมผสานอาจไม่ใช่เรื่องง่ายหากไม่ปฏิบัติตามกรอบวิธีและแนวทางที่ถูกต้อง ความสำเร็จของการทำเกษตรผสมผสานมีให้เห็นทั่วไป แม้หลายพื้นที่หรือชาวบ้านหลายแห่งอาจบรรลุวัตถุประสงค์ได้ด้วยการคิดนอกกรอบ แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ทุกคนต้องมี นั่นคือ ความใส่ใจและทุ่มเทอย่างจริงจัง จึงนำไปสู่การมีรายได้ที่มั่นคงอันเป็นเป้าหมายสำคัญ อีกหนึ่งตัวอย่างของความสำเร็จจากการทำสวนเกษตรผสมผสานจนทำให้พลิกสถานการณ์ในการดำรงชีวิต แม้รายได้ที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่เงินก้อนโต แต่ก็ทำให้การจับจ่ายใช้สอยทุกวัน ทุกเดือน และตลอดทั้งปีเป็นไปอย่างไม่ขัดสนหรือต้องกู้หนี้ สร้างความผาสุกให้แก่ครอบครัว สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือทุกคนของครอบครัว คุณวัชรีญา มณีรัตน์ หรือ คุณปุ๊ก ที่พักอยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 6 ตำบลเสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ
วิธีลดความเสี่ยงด้วยการปรับเปลี่ยนจากไม้ผลเชิงเดี่ยวมาเป็นแบบผสมผสาน ถือเป็นแนวทางประกอบอาชีพของเกษตรกรยุคใหม่ที่นับวันจะประสบความสำเร็จกันมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น “ไร่คุณชาย” ที่ไทรโยค เมืองกาญจน์ ที่ประสบความสำเร็จจากการปลูกไม้ผลหลายชนิดแบบผสมผสานด้วยวิธีทางธรรมชาติ ควบคู่กับหลักวิชาการ ผนวกกับภูมิปัญญาดั้งเดิม จึงช่วยลดโรค/แมลง ลดต้นทุน สร้างคุณภาพผลไม้เกรดพรีเมี่ยมเน้นส่งขายตลาดนอก พร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวดึงชาวต่างชาติเข้ามาอุดหนุนสินค้ากันอย่างคึกคัก คุณสมชาย แซ่ตัน เจ้าของ “ไร่คุณชาย” ที่ตั้งอยู่เลขที่ 296 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เล่าว่า เดิมครอบครัวยึดอาชีพทำสวนอยู่แล้ว ส่วนตัวเขากลับออกไปตระเวนหางานตามรีสอร์ตและโรงแรมในละแวกบ้าน เมื่อมีเวลาว่างจะมาช่วยดูแลสวนมะม่วงของคุณพ่อ กระทั่งเกิดความคิดทดลองทำมะม่วงนอกฤดูด้วยการศึกษาหาความรู้จากแผ่นพับที่ได้รับแจก จนประสบความสำเร็จได้ผลดีมาก แล้วยังต่อยอดด้วยการผลิตมะม่วงนอกฤดูส่งขายให้กับญี่ปุ่นสร้างรายได้อย่างงดงาม แต่ภายหลังต้องหยุดชะงัก เพราะจากผลของมาตรการเข้มงวดเรื่องคุณภาพผลไม้ส่งออก คุณสมชาย แซ่ตัน เ
“ที่โรงเรียนมี “ศูนย์การเรียนรู้เรื่องของพ่อ” ที่รวบรวมพระราชประวัติและงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในด้านต่างๆ รวมถึงกิจกรรมภายในโรงเรียนที่ส่งเสริมการเรียนรู้และเชื่อมโยงกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การประหยัดน้ำและพลังงาน ส่งเสริมและฝึกอาชีพให้แก่นักเรียนเพื่อสร้างรายได้ภายใต้แนวคิดการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ” เด็กหญิงสุนันทา อมรเลิศ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านสันป่าไร่ ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงอุทยานแห่งชาติขุนพะวอ ตำบลสามหมื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก กล่าว นายพิทักษ์ ฉิมสุด ครูโรงเรียนบ้านสันป่าไร่ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า โรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่รอยต่อของป่าอุทยานขุนพะวอ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำจึงมีหลักสูตรการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรมตั้งแต่ปี 2542 ไม่ว่าจะเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำ การจัดการขยะ การประหยัดพลังงาน “ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง โรงเรียนจึงมีแนวคิดในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้
‘ประเทศไทย’ เดินหน้า เศรษฐกิจพอเพียง-ESG-ตั้งเป้าลดโลกร้อนใน 17 ปี เปลี่ยนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เร่งเปลี่ยนประเทศไทยเติบโตแบบ Low Carbon ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง-นโยบายเศรษฐกิจ BCG” แนวทางสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน-ขับเคลื่อน SDGs ประเทศไทย นายกฯ เศรษฐา ประกาศ ณ SDG Summit 2023 นิวยอร์ก ตั้งเป้าลดโลกร้อน “ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเหลือ 40% และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ใน 17 ปี ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเหลือ 0 ใน 42 ปี จากการที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศ คำแถลงแรก ณ Trusteeship Council Chamber สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนประจำปี 2023 (Sustainable Development Goals (SDG) Summit 2023) เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการบรรลุ เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ใจความระบุว่า “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง-นโยบายเศรษฐกิจ BCG” คือแนวทางสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน-ขับเคลื่อน SDGs ของประเทศไทย BlackRock ตอบรับร่วมมือธุรกิจ BCG ไทย ความสำเร็จแรก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในการเยือนสหรัฐฯ คือ กา
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เตรียมจัดงานมหกรรมใหญ่ “แรงบันดาลใจ” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จุดประกายความคิด สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้และนำไปใช้ประโยชน์ ในการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 ตุลาคม 2566 ตั้งแต่เวลา08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “13 ตุลาคม เวียนมาบรรจบครบ 7 ปีแห่งการเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย หากแต่พระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวง ยังคงจารึกอยู่ในหัวใจและความทรงจำของพสกนิกรชาวไทย ผ่านหลักคำสอน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ หลักการทรงงานที่พระองค์พระราชทานไว้ เปรียบดั่งเข็มทิศนำทางเป็นต้นแบบ และสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตของคนไทยเสมอมา สำหรับการจัดงานมหกรรมแรงบันดาลใจในครั้งนี้ เ
6 เกษตรกรดีเด่นระดับประเทศปี 2566 จากศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เตรียมเข้ารับรางวัล หลังกรมส่งเสริมการเกษตร ประกาศผลการประกวด โดยรางวัลชนะเลิศเป็น ศพก. จากจังหวัดนครราชสีมา โดดเด่นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ จนมีเกษตรกรและประชาชนทั่วไปสนใจเข้าเรียนรู้จำนวนมาก พร้อมสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า คณะกรรมการตัดสินการประกวดศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรระดับประเทศ ได้ประกาศผลการประกวดศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ดีเด่นระดับประเทศ ปี 2566 โดยคัดเลือกเกษตรกรต้นแบบที่มีผลงานดีเด่นในการบริหารจัดการศูนย์ฯ ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เป็นตัวอย่างในการขยายผลส่งเสริมการเกษตร การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเกษตร โดยผลการประกวดมีดังนี้ 1.รางวัลชนะเลิศ ได้แก่นายอรุณ ขันโคกสูง เกษตรกรต้นแบบ ศพก.อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 2.รางวัลรองชนะเลิศอัน 1 ได้แก่นายวีรวัฒน์ จีรวงส์ เกษตรกรต้นแบบ ศพก.อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร 3.รางวัลร
กรมส่งเสริมการเกษตร คัดเลือกกลุ่มส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนต้นแบบดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2566 กลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงบ้านเปือย จ.อำนาจเจริญ คว้ารางวัลชนะเลิศ มีผลิตภัณฑ์เด่นทั้ง ผ้าไหม ข้าวฮาง แจ่วบอง ปลาร้า และปลาส้ม ขณะที่กลุ่มบ้านดอนใหญ่ จ.อุบลราชธานี และบ้านโพธิ์ศรีสำราญ จ.หนองบัวลำภู รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินงานโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนฯ ขึ้นในปี 2556 เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตของตนและครอบครัวในยุคโลกาภิวัตน์ได้อย่างดี และมีความปกติสุข โดยน้อมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิต ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยสามารถพึ่งตนเอง มีอาชีพมีรายได้ ทำให้สามารถปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ในครอบครัวได้ดีขึ้น มีกำลังสนับสนุนการศึกษาของบุตรหลาน ส่งผลให้ชุมชนเข้มแข็งอย่างมั่นคงและยั่งยืน นับเป็นเวลากว่า 10 ปีที่ กรมส่งเสริมการเกษตรได้สนองพระราชดำร
“ถ้าที่ดินที่น้ำท่วมทุกปี และไม่มีน้ำใช้ในฤดูแล้ง จะทำเกษตรได้ไหม” นี่คือคำถามของผู้เข้ามาเรียนรู้การทำเกษตรที่ คุณสุพจน์ โคมณี ชาวอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับฟังมาจากผู้เข้าอบรมการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ 20 ไร่ ที่หมู่ที่ 5 ตำบลหนองกระเจา อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมที่คุณสุพจน์ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ด้านการทำเกษตรกรรมจนมาพบความสำเร็จด้วยการนำองค์ความรู้ “เกษตรทฤษฎีใหม่” มาใช้อย่างครบเครื่อง แต่สำหรับผู้ที่สงสัยในเกษตรทฤษฎีใหม่ว่าจะตอบโจทย์เรื่องการแก้ปัญหาที่ดินที่มีปัญหามากๆ หรือไม่ กลายเป็น “แรงบันดาลใจ” ให้คุณสุพจน์ตัดสินใจซื้อที่ดิน 32 ไร่ เลขที่ 9 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองกระเจา อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อปั้นเป็น “ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง คุณสุพจน์ โคมณี” ของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ให้ถึงใจเกษตรคนเมืองและเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่อาจมีข้อสงสัยว่า “เกษตรทฤษฎีใหม่” และ “เศรษฐกิจพอเพียง” ตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จะทำ
“กระท้อนตะลุง” เป็นหนึ่งในไม้ผลเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดลพบุรี ผลผลิตเข้าสู่ตลาดช่วงปลายเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนสิงหาคมของทุกปี กระท้อนตะลุงมีคุณภาพดี รสชาติเนื้อและปุยเมล็ดหวาน อร่อยเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ราคากระท้อนผลสดเฉลี่ย 35-120 บาท ต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และขนาดผล กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรในพื้นที่ได้เพิ่มมูลค่าทางการตลาดโดยการนำไปแปรรูป อาทิ กระท้อนลอยแก้ว กระท้อนแช่อิ่ม กระท้อนหยี ที่มาของ “กระท้อนตะลุง” เมื่อ 75 ปีก่อน (ปี พ.ศ. 2489) ปู่พร้อม ยอดฉุน เป็นผู้นำต้นกระท้อน (พันธุ์ทับทิม พันธุ์อีล่า พันธุ์นิ่มนวล) จากจังหวัดนนทบุรี นำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ในตำบลตะลุงจนเต็มสวน สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรี ซึ่งเป็นดินน้ำไหลทรายมูล ดินทรายหวาน ทำให้ได้ผลผลิตคุณภาพดี ถูกใจผู้บริโภค เกษตรกรชาวจังหวัดลพบุรีจึงนิยมปลูกกระท้อนครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล ริมแม่น้ำลพบุรี ในอำเภอเมืองลพบุรี คือ ตำบลโพธิ์เก้าต้น ตำบลตะลุง และตำบลงิ้วราย ผลผลิตโดยเฉลี่ย 1,000 กิโลกรัม ต่อไร่ สำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี ร่วมกับหน่วยงานภาคี ผลักดันให้เกิดการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของกระท้อนจังหวัดลพบุ
23 มิถุนายน 2566 วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) หรือ พกฉ. ครบรอบ 14 ปี พิพิธภัณฑ์แห่งการเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ด้านการเกษตร ศูนย์กลางแห่งการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สังคม พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “การดำเนินงานตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนงานพัฒนาที่เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนคือการจัดตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นตลาดแห่งมิตรภาพ การแบ่งปันองค์ความรู้และจุดประกายความคิด โดยมีฟันเฟืองที่สำคัญคือพี่น้องเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ผู้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและผลักดันให้งานสำเร็จ เหล่าบุคคลผู้น้อมนำหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตจริงจนสำเร็จ ผลิดอก ออกผลจนเห็นเป็นรูปธรรม เกิดเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนวิถีเกษตร พันธุกรรมท้องถิ
