อนาคตของข้าวไทยอาจไม่ได้ถูกกำหนดด้วยปริมาณผลผลิตอีกต่อไป แต่อยู่ที่การสร้างมูลค่าจาก รสชาติ เรื่องเล่า และอัตลักษณ์ของแต่ละสายพันธุ์ เป็นคุณค่าที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ในปีนี้ Thailand Rice Fest 2025 จะเป็นพื้นที่สำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภค นักวิจัย ผู้ประกอบการ และภาครัฐได้สัมผัสทิศทางใหม่นี้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการชิมข้าวประณีตหลากสายพันธุ์ การจับคู่กับอาหารท้องถิ่นจากทั่วประเทศ และการเชื่อมต่อซื้อขายจริงระหว่างผู้ผลิต-ผู้ประกอบการในงานเดียว เวทีเสวนา “ข้าวประณีตใน New Rice Economy ข้าวไทยไม่ใช่ Commodity อีกต่อไป” จัดโดยกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ Rice Hub, สมาคมดิจิทัลเพื่อการศึกษาไทย (TDeD) และผู้จัดงาน Thailand Rice Fest ได้ร่วมสรุปชัดว่า เศรษฐกิจข้าวไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจาก Volume สู่ Value
โดยมี “ข้าวประณีต” เป็นตัวแทนของการก้าวสู่ระบบใหม่ของอุตสาหกรรม จากสินค้าที่ถูกมองเหมือนกันทั้งประเทศ สู่สินค้าที่มี ตัวตน รสชาติ แหล่งปลูก และราคา ที่สะท้อนคุณค่าจริงของผู้ผลิตได้

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “การแข่งขันของอุตสาหกรรมเกษตรสมัยนี้ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณการผลิตเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันเชิงคุณค่าที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น ทั้งเรื่องรสชาติ แหล่งที่มา เรื่องราวของผู้ผลิต รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ข้าวประณีตคือจิ๊กซอว์สำคัญที่จะทำให้ข้าวไทยก้าวพ้นการเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ไปสู่สินค้ามีตัวตนที่มีราคาและความต้องการเฉพาะกลุ่ม ซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตอย่างมีศักยภาพ ข้าวไทยสามารถยืนบนเวทีโลกได้ในฐานะสินค้า Premium Value ถ้าเราบริหารจัดการร่วมกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การปลูก วิจัย พัฒนา ไปจนถึงการตลาดและ Branding”

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ฉายภาพให้เห็น บทบาทของกรมการค้าภายในว่า คือการสร้างโครงสร้างตลาดที่เปิดโอกาสให้ ‘คุณค่า’ ของข้าวไทยได้รับการซื้อขายอย่างเป็นธรรมและสะท้อนจริงในราคาตลาด “ วันนี้เราเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน ผู้บริโภคไม่ได้เลือกข้าวเพราะความเคยชิน แต่เลือกจากรสชาติ โปรไฟล์การทำอาหาร ความเชื่อมโยงกับพื้นที่ และเรื่องราวของผู้ปลูก หากเราจัดระบบการค้าให้เชื่อมข้อมูลเหล่านี้เข้าหาผู้ซื้อได้อย่างโปร่งใส ข้าวไทยจะไม่ถูกตั้งราคาแบบเหมารวมอีกต่อไป แต่จะมีมูลค่าที่สูงขึ้นตามคุณภาพจริง เราต้องทำให้ข้าวประณีตไม่ใช่เพียงเทรนด์ แต่เป็นระบบการค้าข้าวรูปแบบใหม่ที่สร้างรายได้ให้กับชาวนาอย่างยั่งยืน

นายนพ ธรรมวานิช ผู้ร่วมก่อตั้ง ศูนย์กลางความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และการวิจัยข้าวของประเทศไทย (Rice Hub) เสริมว่า “ที่ผ่านมาเรารู้จักข้าวผ่านชื่อพันธุ์หรือพื้นที่ปลูก แต่เราไม่เคยมีระบบที่อธิบาย ‘รสชาติ’ ของข้าว เพื่อให้ผู้บริโภคเลือกข้าวได้อย่างมีเหตุผลเหมือนการเลือกไวน์หรือกาแฟ Rice Hub จึงพัฒนาฐานข้อมูล Flavor Notes ที่ชิมจริง-วัดจริง เพื่อสร้างภาษาใหม่ให้วงการข้าวไทย เมื่อเรารู้ว่าพันธุ์ไหนหอมดอกมะลิ พันธุ์ไหนนุ่มหนึบ พันธุ์ไหนกินกับแกงอร่อยที่สุด เราสามารถสร้างแบรนด์ สร้าง Identity และสร้างตลาด Premium ที่ไม่เคยมีมาก่อน นี่คือการเพิ่มมูลค่าที่ไม่ได้เพิ่มด้วยปริมาณ แต่เพิ่มด้วยความหมายและประสบการณ์ของการกิน ซึ่งสุดท้ายจะย้อนกลับไปเป็นรายได้ที่เป็นธรรมต่อผู้ปลูกในระบบอย่างแท้จริง”

นายอัฐพล ไชยอนันต์ นายกสมาคมดิจิทัลเพื่อการศึกษาไทย (TDeD) บอกว่า “ถ้าเรามีข้าวดีแค่ไหน แต่ไม่มีข้อมูลรองรับเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อ สินค้าก็ยังไม่สามารถขายในราคาที่สะท้อนคุณค่าได้ Data Center ข้าวไทยจึงเป็นหัวใจสำคัญของ New Rice Economy เพราะมันทำให้ความหลากหลายของสายพันธุ์ กระบวนการปลูก Microclimate และรสชาติ เชื่อมตรงถึงผู้ประกอบการและผู้บริโภคอย่างตรวจสอบได้
ข้อมูลคือภาษาใหม่ของตลาด วันนี้เชฟ โรงแรม ผู้ผลิตอาหาร หรือผู้ซื้อจากต่างประเทศสามารถเลือกข้าวจากข้อมูลจริง ไม่ใช่จากภาพจำหรือการเหมารวม นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้ผลิตรายเล็กสามารถขึ้นโต๊ะเดียวกับตลาดระดับสูงได้อย่างเท่าเทียม และทำให้ตลาดข้าวไทยก้าวจาก Volume-Driven ไปสู่ Value-Driven อย่างแท้จริง”

และนายช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการบริษัท คลาวด์แอนด์กราวนด์ ผู้จัดงาน Thailand Rice Fest 2025 แพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าไว้ด้วยกัน บอกว่า “Thailand Rice Fest ไม่ใช่แค่งานให้ความรู้ แต่คือสนามทดลองของระบบเศรษฐกิจข้าวยุคใหม่ที่ทุกหมุดในห่วงโซ่ ผู้ปลูก นักวิจัย ผู้ประกอบการ ผู้ซื้อ และผู้บริโภค ได้มาพบกันจริงๆ เราจัดมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว ปีนี้ทุกคนจะได้ ชิมเพื่อรู้จักข้าว อย่างลึกซึ้งมากขึ้น ผ่านกิจกรรมมากมายในงาน ที่อยากส่งเสริมให้คนได้รู้จักกับอาหาร มีโภชณปัญญา และเชื่อมโยงอาหารท้องถิ่นกับภูมิปัญญาจากทั่วประเทศ
ไฮไลท์หนึ่งในงานคือกิจกรรม Rice Matching ที่เราทำร่วมกับกระทรวงพาณิชย์เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้มาชิม มาทำความรู้จักกับผู้ผลิต “ข้าวประณีต” จากทั่วประเทศ เพื่อทำการตกลงซื้อขายกันได้โดยตรงด้วย
ไฮไลท์ใน Thailand Rice Fest 2025
- ชิมข้าวประณีตมากกว่า 40 พันธุ์ท้องถิ่นจากทุกภูมิภาค
- กินข้าวท้องถิ่นจับคู่กับ อาหารท้องถิ่น โดยเกษตกรที่ปลูกข้าวประณีตทั่วประเทศ
- Rice Matching ครั้งแรกในงานใหญ่ระดับประเทศ โดย กระทรวงพาณิชย์ × The Cloud
- เชิญร้านอาหาร เชฟ โรงแรม ผู้ประกอบการ เลือกซื้อข้าวประณีตล็อตใหญ่ ตรงจากผู้ผลิต – ไม่มีตัวกลาง – คุยราคาได้ในทันที เพื่อผลักดันตลาดมูลค่าเพิ่มให้เกิด ธุรกรรมจริง ภายในงาน
Thailand Rice Fest 2025 วันที่ 4–7 ธันวาคม 2568 เวลา 10:00-20:00 น. ณ IMPACT Exhibition Center Hall 11–12 เข้าชมฟรี
