News
TBC เดินหน้าส่งเสริมการรีไซเคิลกระป๋องอลูมิเนียมหลังการบริโภค ร่วมกับบริษัทเครื่องดื่มชั้นนำ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในประเทศไทย ผ่านการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคและการสนับสนุนผู้เก็บกลับและคัดแยก (Collector) บรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว เพื่อให้การรีไซเคิลเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย และกลายเป็นพลังสำคัญในการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด หรือ ทีบีซี (TBC) ในบทบาทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมรายใหญ่ในไทย ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ผู้บริโภคคัดแยกกระป๋องหลังการบริโภคเพื่อส่งคืนเข้าระบบรีไซเคิล ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรตลอดห่วงโซ่ โดยอลูมิเนียมเป็นวัสดุที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ไม่จำกัดครั้งโดยไม่สูญเสียคุณภาพ ซึ่งการคัดแยกกระป๋องใช้แล้วอย่างถูกต้องจะช่วยรักษามูลค่าของวัสดุ และเปิดโอกาสให้อลูมิเนียมสามารถกลับเข้าสู่วงจรการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการพึ่งพาทรัพยากรใหม่และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว ห
เนื่องในวันที่ 15 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็น “วันล้างมือโลก” (Global Handwashing Day) ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการล้างมืออย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคและสร้างสุขอนามัยที่ดีในชีวิตประจำวัน บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายพิภพ โชควัฒนา กรรมการบริษัทฯ เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของคนไทย ผ่านการจัดกิจกรรม “คิเรอิ คิเรอิ Global Handwashing Day Run วิ่งด้วยใจ ให้มือน้องสะอาด ปี 3” พร้อมสนับสนุนผลิตภัณฑ์โฟมล้างมือคิเรอิ คิเรอิ ให้แก่ 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า สถาบันบำราศนราดูร และมูลนิธิยุวรักษ์ รวมถึงมอบเงินสนับสนุนแก่กรมอนามัยอีก 1 หน่วยงาน รวมทั้งสิ้น 6 หน่วยงาน คิดเป็นมูลค่ารวม 2,282,200 บาท เพื่อร่วมส่งต่อความสะอาดและสนับสนุนการสร้างสุขอนามัยที่ดีให้แก่ประชาชน การสนับสนุนในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสุขอนามัยที่ดีและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการล้างมืออย่างถูกวิธี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการป้องกันโรคและลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของเชื้อโรค
เทศกาลกินเจปีนี้ “มาม่า” ชวนเติมความอร่อยให้ทุกมื้อไม่จำเจ กับผลิตภัณฑ์มาม่าเจหลากหลายรสชาติ ทั้งแบบซองและแบบคัพ ตอบโจทย์คนกินเจที่มองหาความสะดวกและความหลากหลาย พร้อมออกบูธจำหน่ายสินค้าในงาน “ประเพณีงานเจ เยาวราช 2569” ระหว่างวันที่ 9–18 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “แรงบันดาลใจและศรัทธา…ตำนานความเชื่อ สู่วัฒนธรรมที่ยั่งยืน” พร้อมโปรโมชันราคาพิเศษเฉพาะภายในงาน นางสาวณัฐฐิญา ดำขำ ผู้ช่วยผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ แบรนด์มาม่า บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC เปิดเผยว่า “มาม่า” พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภคในช่วงเทศกาลกินเจ ด้วยผลิตภัณฑ์มาม่าเจที่มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบซอง ได้แก่ รสเห็ดหอมและรสต้มยำ และแบบคัพ ได้แก่ เจรสเต้าหู้เห็ดหอม เจรสต้มยำ และเส้นหมี่ต้มยำเจ ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความสะดวกในการเตรียมมื้ออาหาร พร้อมเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับความชอบและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน สำหรับงาน “ประเพณีงานเจ เยาวราช 2569” ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสบรรยากาศเทศกาลกินเจ พร้อมเลือกชิมอาหารเจจากร้านอาหารและสตรีตฟู้ดเจกว่า 100 ร้านค้าบนถนนเยาวราช รวมถึงกิจกรรมไฮไลต์อย่างเมนูเจกระทะใหญ่ “ผัด
จากสถานการณ์อุทกภัยขั้นวิกฤตในหลายพื้นที่ของจังหวัดปราจีนบุรี ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต การเดินทาง และความเป็นอยู่ของประชาชนในวงกว้าง วิหารกวนอิม อี่ ทง เทียน ไท้ มีความห่วงใยต่อผู้ได้รับผลกระทบ จึงเร่งให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ สำหรับช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ วิหารกวนอิม อี่ ทง เทียน ไท้ ได้จัดกิจกรรมสวดมนต์เย็นในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน ตลอดเทศกาลเจ ตั้งแต่วันที่ 10 – 18 ตุลาคม 2569 และยังคงเปิดให้เข้าสักการะตามปกติ ผู้มีจิตศรัทธาสามารถเดินทางมาสักการะองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมเพื่อความเป็นสิริมงคลได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 20.00 น. วิหารกวนอิม อี่ ทง เทียน ไท้ พร้อมยืนหยัดเคียงข้างประชาชนและดำเนินการเร่งให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมส่งกำลังใจให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบทุกท่านให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายสู่ภาวะปกติในเร็ววัน
กรุงเทพฯ 15 ตุลาคม 2569 – บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ต่อยอดความร่วมมือจัดกิจกรรม “มื้อนี้หมดจาน” ปีที่ 2 ชูแนวคิด Wise Bites (การวางแผนการกินอย่างชาญฉลาด) เชิญชวนคนไทยร่วมสร้างอนาคตความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนพร้อมกันทั่วประเทศ 16 ตุลาคม 2569 เนื่องในวันอาหารโลก (World Food Day) และวันก่อตั้งองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) มุ่งเน้นกระตุ้นการสร้างนิสัยการบริโภคอย่างยั่งยืนให้เป็นวาระแห่งชาติผ่านการบูรณาการพฤติกรรมที่นำมาสู่การสร้างวัฒนธรรมการบริโภคอย่างรับผิดชอบในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่องเพื่อลดปัญหาขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรม ในปี 2568 ที่ผ่านมาสยามคูโบต้า กับ พันธมิตรเชิงกลยุทธ์สำคัญอย่าง สสส. ขับเคลื่อนแคมเปญ “Small Actions Change the World” ชวนคนไทยทั้งประเทศร่วมกิจกรรม “มื้อนี้หมดจาน” ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างดียิ่งจากหลายภาคส่วน ผ่านการผนึกกำลังในการสร้างความตระหนักรู้ให้คนไทยหันมาร่วมเปลี่ยนโลก โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมบนช่องทางออนไลน์กว่า 1,500 คน ทำให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เฉลี่ยถ
ไบเออร์ โดยความร่วมมือกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit: GIZ) และสภาธุรกิจเพื่อความเข้าใจระหว่างประเทศ (Business Council for International Understanding: BCIU) จัดงานเสวนา “Securing the Future of Rice: Innovation and Partnerships Advancing Food Security, Climate Resilience and Low-Carbon Rice Systems” ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับการประชุมประจำปีของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้แทนจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรด้านการพัฒนาการเกษตร ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของการผลิตข้าวในเอเชีย ข้าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงทางอาหารของโลกและเป็นรากฐานในการดำรงชีวิตของเกษตรกรหลายล้านคน แต่การผลิตข้าวกำลังเผชิญกับความท้าทายที่เพิ่มมากขึ้นในด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน งานเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญระดับสูงจากภาครัฐ องค์กรพหุภาคี สถาบันวิจัย ภาคการเงิน และภาคเอกชน เพื่อหาแนวทางการขยายผลระบบการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำในภูมิภาค ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนมุมมองว่
(14 ตุลาคม 2569) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพร่วมในการต้อนรับคณะผู้แทนและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก ในโอกาสเดินทางเข้าเยี่ยมชมงานวิจัยและเทคโนโลยีนวัตกรรมเกษตรที่สามารถนำไปใช้ได้จริงของไบโอเทคและหน่วยงานภาคี ที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องสารเคมีตกค้างและขยะพลาสติกในไร่นา ซึ่งทำให้ดินเสื่อมโทรมและส่งผลเสียต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค โดยมี ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. และ Ms. Helena Rey ผู้จัดการโครงการ GEF FARM Global Programme จากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ร่วมเป็นประธานเปิดงาน ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมระดับสากล “Global Forum 2026: FARM the Transition” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 ตุลาคมนี้ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และกลไกทางการเงิน ในการลดใช้สารเคมีเกษตรอันตราย พลาสติกทางการเกษตร และมุ่งสู่การบริหารจัดการศัตรูพืชอย่างยั่งยืนในระดับ
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินโครงการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์-หนองค้อ-บางพระ วงเงินงบประมาณรวม 12,656 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570-2574 เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้อ่างเก็บน้ำบางพระประมาณ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร รองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นของประชาชน ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยว ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สำหรับโครงการนี้จะเชื่อมโยงแหล่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง ผ่านอ่างเก็บน้ำหนองค้อ ไปยังอ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ 1. สถานีสูบน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อส่งน้ำเข้าสู่ระบบผันน้ำ 2. ระบบท่อส่งน้ำระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร เชื่อมจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ไปยังอ่างเก็บน้ำหนองค้อ จังหวัดชลบุรี และ 3. ปรับปรุงคลองระบายน้ำเดิมประมาณ 5.35 กิโลเมตร เชื่อมจากอ่างเก็บน้ำหนองค้อไปยังอ่างเก็บน้ำบางพระ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ
รายงาน State of the Global Climate 2025 ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ช่วงปี 2015-2025 เป็น 11 ปีที่โลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารทั่วโลก ในขณะที่ดัชนี Climate Risk Index 2026 ชี้ว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วเป็นอันดับ 17 ของโลก ขณะที่ประเทศไทยมีความพร้อมในการปรับตัวอยู่ในอันดับที่ 123 จาก 192 ประเทศ ตามการจัดอันดับของ ND-GAIN สอดคล้องกับการประเมินของธนาคารโลกว่าหากไม่มีมาตรการเชิงรุกเพิ่มเติม ผลกระทบจาก Climate Change อาจฉุด GDP ไทยลดลงถึง 7-14% ภายในปี 2050 ความท้าทายที่กล่าวมายังทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อประชาคมโลกยกระดับมาตรการและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับการค้าที่เข้มข้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลไกปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) กฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ของสหภาพยุโรป ตลอดจนข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน จากประเทศที่มีบทบาททางเศรษฐกิจสูง อาทิ จีนและสิงคโปร์ เวทีการค้าโลกจึงกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การแข่งขันที่ไม่ได้วัดกันเพียง
ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง “คาร์บอนเครดิต” ในปัจจุบันยังมีความคลาดเคลื่อนอยู่มาก โดยเฉพาะในภาคการเกษตรและการปลูกป่า รายการ Climate Talk EP3 : “เรื่องจริง T-VER คาร์บอนเครดิต” โดย ดร.ปราณี หนูทองแก้ว ผู้จัดการสำนักรับรองคาร์บอนเครดิต องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (TGO) ได้มาให้ข้อมูลและไขข้อข้องใจอย่างชัดเจนในทุกประเด็น ดังนี้ ดร.ปราณี หนูทองแก้ว ได้เริ่มต้นอธิบายถึงหัวใจสำคัญว่า “คาร์บอนเครดิต คือ รางวัลจากการที่เราทำโครงการหรือกิจกรรมที่ช่วยลด หรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจก” ซึ่งการจะนับเป็นคาร์บอนเครดิตได้นั้น ผลการลดก๊าซเรือนกระจกจะต้องได้รับการรับรองจากเจ้าของมาตรฐานเสียก่อน ซึ่งสำหรับประเทศไทยมีมาตรฐานคาร์บอนเครดิตระดับประเทศเพียงมาตรฐานเดียว คือ “โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย” (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) หรือ T-VER โดยมี อบก. (TGO) เป็นหน่วยงานเดียวที่เป็นเจ้าของกลไกการขึ้นทะเบียนและรับรองเครดิตในประเทศไทย แล้วหน่วยของคาร์บอนเครดิต คืออะไร สำหรับหน่วยของคาร์บอนเครดิตในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานภายใต้ UNFCCC ,
ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี สนองพระราชดำริกรมสมเด็จพระเทพฯ ขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช มุ่งกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีสู่ชุมชน พร้อมถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน นายนรภัทร ศรีษะนอก ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี กรมการข้าว เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2561 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้อนุรักษ์พันธุ์ข้าวไว้คู่กับลูกหลานชาวไทย กรมกรมการข้าว โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี จึงได้เข้าไปมีบทบาทหลักในการสนองพระราชดำริ โดยเข้าไปดำเนินการและให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เช่น การสำรวจและรวบรวมพันธุ์ข้าวในพื้นที่ พร้อมกับสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อใช้ปลูกในแปลงนาสาธิตของโรงเรียน โดยได้สนับสนุนการจัดตั้งแปลงนาสาธิตเพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนแบบลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่การเตรียมดิน การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การปักดำ/หยอด ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ซึ่งศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานีได้ดำเนินการ ณ โรงเรียนหันเทาผักกาดย่า ตำบลปะโค อำเภอกุดจับ จังห
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มรภ.สวนสุนันทา) ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เปิดเวทีแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสังคม SIDUP-Isan ภายใต้เวทีเสวนา “สร้างสรรค์นวัตกรรม ขับเคลื่อนชุมชน” ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเพื่อชุมชนที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 12–14 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00–22.00 น. โดย ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้แทนรัฐมนตรีฯ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานดังกล่าว และ นางสาวปาณิสรา กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.รจนา จันทราสา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ดร.สุรอรรถ ศุภจัตุรัส รองผู้อำนวยการด้านการเงินนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มรกต วรชัยรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ตลอดจนผู้บริหาร นักวิจัย นักศึกษา ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมงาน ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 2 Westgate Square ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ กล่าวว่า ป
สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ เผยสถานการณ์ “ปลาหมอคางดำ” ในเขื่อนลำปาว พร้อมระบุ “วิถีอีสาน” และความร่วมมืออย่างจริงจังจากคนในพื้นที่คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยสกัดการแพร่ระบาด ล่าสุดปูพรมตรวจสอบฟาร์มปลาเหยื่อไม่พบการปะปน เตรียมดีเดย์ 16 ตุลาคมนี้ จัดกำลังเพชฌฆาตลำปาวกว่า 400 นาย ปฏิบัติการ Re-x-ray “Save Lam Pao” กวาดล้างเต็มรูปแบบ นางสายฝน เสียงหวาน หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่เขื่อนลำปาวว่า ภายหลังจากที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ทางสำนักงานประมงจังหวัดได้ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น ล่าสุดยืนยันว่าสถานการณ์อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ โดยตั้งแต่ช่วงวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 8 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่และชาวบ้านสามารถจับปลาหมอคางดำได้เพียง 388 ตัวเท่านั้น นางสายฝน กล่าวต่อว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การแพร่ระบาดไม่ขยายวงกว้าง มาจากการได้รับความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมจากประชาชนในพื้นที่ และ “วิถีอีสาน” ที่เมื่อชา
ป้าจันทร์เสียงจริงตัวจริงมาแล้ว! 📢 30 ตุลาคมนี้ เจอกัน! ที่โซนตลาด Green Market มิตรรักแฟนคลับป้าจันทร์… เกียมตัวให้พร้อม! 30 ตุลาคมนี้ ป้าจันทร์แห่ง “เกษตรสวนศิลป์หนองมน” ตัวจริง เสียงจริง ขนทัพสมุนไพรอินทรีย์ เดินทางมาเจอกันที่งานแล้วจ้า! 🌱✨ รอบนี้ป้าจันทร์ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาพร้อมกับแนวคิด “อโรคยาเคลื่อนที่” ดูแลสุขภาพแบบพึ่งพาตนเอง ใครอยากได้ไอเดียทำน้ำหมักผลไม้อินทรีย์ไว้กินเอง หรืออยากหาอาชีพเสริมจากสินค้าสุขภาพ ไม่ควรพลาด! ไฮไลท์เด็ดที่ป้าจันทร์ขนมาปล่อยของคลังน้ำหมักช่วยระบบย่อย เน้นๆ และทีเด็ด Rare Item 💎 🔥 พิเศษสุดๆ มี ซีอิ๊วสูตรเด็ด ไปให้ชิมฟรีในงานด้วย! ปักหมุดรอเลย 📌 วันที่ 30 ตุลาคมนี้ มาเจอคุณป้าจันทร์ได้ที่งานสัมมนาเทคโนโลยีชาวบ้าน “NEXT MOVE เกษตรไม่เหมือนเดิม” ใครอยากสุขภาพดี อยากได้ไอเดียต่อยอดธุรกิจเกษตรอินทรีย์ ห้ามพลาดเด็ดขาด! แล้วเจอกันนะคะ! 💚 📌 รีบจองด่วนก่อนที่นั่งเต็ม! ทั้งหมดนี้เพียง 490 บาท จากราคาปกติ 690 บาทสำรองที่นั่ง โทร 02-589-2222 ต่อ 1555, 1554, 1550หรือ Inbox เพจ เทคโนโลยีชาวบ้าน m.me/480010195361254ลงทะเบียนเข้าร่
นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานกลุ่ม บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) กำลังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีบทบาทมากขึ้น จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านการพัฒนายา วัคซีนชีวภาพ การแพทย์ที่แม่นยำ ตลอดจนการนำ AI เข้ามาช่วยเร่งกระบวนการวิจัยและพัฒนายา ซึ่งกำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมสุขภาพ อาหาร และการผลิตทั่วโลก ล่าสุด JSP จึงเดินหน้าขยายความร่วมมือด้าน Biotechnology ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับพันธมิตรรวม 5 ฝ่าย ได้แก่ Walvax Biotechnology, Yunnan ASXAN Biotech, Yunnan University, มหาวิทยาลัยบูรพา และ JSP เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการถ่ายทอดและต่อยอดBiotechnology จากประเทศจีนสู่การผลิตในประเทศไทย โดยเชื่อมองค์ความรู้ บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัย เข้ากับเทคโนโลยีและศักยภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และการนำผลงานวิจัยไปต่อยอดสู่การใช้งานจริงในอนาคต โดยการลงนามครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนาย
วันไข่ไก่โลกซึ่งถูกกำหนดให้เป็นวันศุกร์ที่สองของเดือนตุลาคมของทุกปี…มาในปีนี้กลับกลายเป็นจังหวะเดียวกับที่ “เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่” ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่จากอุทกภัยที่สร้างความเสียหายต่อพื้นที่แหล่งเลี้ยงไก่ไข่ที่สำคัญของประเทศหลายจังหวัด สร้างความเสียหายต่อผลผลิตไข่ไก่ และยังส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่มาถึงระบบการขนส่งและการกระจายไข่ไก่ไปยังพื้นที่ต่างๆ อุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกโค้งสุดท้าย ข้อมูลที่เป็นทางการ ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 กรมปศุสัตว์ได้สำรวจความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ 4 จังหวัดหลัก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก และปราจีนบุรี รวมถึงพื้นที่โดยรอบเขตปริมณฑล สร้างความเสียหายทำให้ไก่ไข่ตายไปกว่า 3.2 ล้านตัว โดยในจำนวนนี้ เป็น ไก่ไข่ยืนกรง 2,760,094 ตัว ไก่ไข่รุ่น 483,228 ตัว และปู่ย่าตายายพันธุ์และพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ อีก 12,378 ตัว คาดว่าไข่ไก่จะหายไปจากตลาด 2.2- 2.5 ล้านฟองต่อวัน ซึ่งยังน้อยเมื่อเทียบกับภาพรวมการบริโภคทั้งหมด 42-43 ล้านฟอง มาตรการเร่งด่วน กู้ชีพไข่ไก่โค้งสุดท้ายปี 69 เมื่อปริมาณไข่ไก่หายไปจากระบบ กรมปศุสัตว์ภายใต้การนำของ “ร
Vietnam News สื่อทางการของเวียดนาม รายงานว่า แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว เป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนที่สุดในการยกระดับภูมิภาคตอนกลางและเขตที่ราบสูงตอนกลาง (Central Highlands) ของเวียดนาม ให้กลายเป็นขุมพลังทางเศรษฐกิจและศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในช่วงปี ค.ศ. 2030–2045 เขตที่ราบสูงตอนกลาง เขตที่ราบสูงตอนกลาง (Central Highlands) เป็นหนึ่งในภูมิภาคสำคัญของประเทศเวียดนาม มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงภูเขาไฟ ประกอบด้วย 5 จังหวัดหลัก ได้แก่ จังหวัดกอนตูม (Kon Tum) จังหวัดซาลาย (Gia Lai) จังหวัดดั๊กลัก (Đắk Lắk) – มีเมืองสำคัญคือ บวนมาทูโอต จังหวัดดั๊กนง (Đắk Nông) และจังหวัดเลิมด่ง (Lâm Đồng) – มีเมืองท่องเที่ยวชื่อดังคือ ดาลัด (Da Lat) พื้นที่แห่งนี้ มีเนื้อที่ราว 54,548 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเทือกเขาอันนัม (Annamite Range) มีที่ราบสูงหลายแห่ง เช่น ที่ราบสูงลัมเวียน (Lâm Viên Plateau) ความสูงกว่า 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นต้นน้ำของแม่น้ำสายสำคัญหลายสายที่เป็นสาขาของแม่น้ำโขง เช่น แม่น้ำเซซาน (Sesan)
นายนรภัทร ศรีษะนอก ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี กรมการข้าว เปิดเผยว่า โครงการเพิ่มศักยภาพระบบงานเกษตรภายใต้แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นการดำเนินงานร่วมกันของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวและพัฒนาคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรให้แก่โรงเรียนและชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย กรมการข้าว โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนโครงการฯ โดยมุ่งเน้นการยกระดับการจัดการแปลงนาข้าวในโรงเรียนและชุมชนรอบข้าง เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงปฏิบัติการให้แก่เด็กและเยาวชน เช่น การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เช่น พันธุ์ข้าวเหนียว พันธุ์ข้าวเจ้า ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อใช้ปลูกในแปลงนาสาธิตของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) พร้อมทั้ง ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการปลูกข้าว (Smart Junior Farmer) โดยสนับสนุนการจัดตั้งแปลงนาสาธิตเพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนแบบลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing)
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มต่ำ ณ จุดก่อสร้างโครงการพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งปากพระ (SK6) และจุดก่อสร้างโครงการคลองผันน้ำฝั่งตะวันตกเมืองสุโขทัย (คลองบายพาส) พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ โดยมีนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย คณะผู้บริหาร ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น ตลอดจนประชาชน เข้าร่วม นายสุริยะ กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำในจังหวัดสุโขทัยจำเป็นต้องพัฒนาควบคู่ทั้งการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย รวมถึงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ การหน่วงน้ำเพื่อทำการเกษตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรและชุมชน สำหรับโครงการพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งปากพระ (SK6) มีความจุเก็บกักน้ำ 92 ล้านลูกบาศก์เมตร มีแผนดำเนินการในปี 2572 – 2575 มีพื้นที่รับประโยชน์ 46,000 ไร่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่จังห
ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานีรุกขับเคลื่อน “โครงการแปลงเรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ดี โครงการส่วนพระองค์ 908” มุ่งถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตข้าว ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และสร้างความมั่นคงทางอาหารแก่ชุมชนอย่างยั่งยืน นายนรภัทร ศรีษะนอก ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี กรมการข้าว เปิดเผยว่า โครงการส่วนพระองค์ 908 จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพของเกษตรกร พร้อมส่งเสริมการทำเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีจุดเริ่มต้นจากพระกรุณาธิคุณและพระดำริในการจัดทำโครงการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อช่วยเหลือราษฎรบ้านกำแมด หมู่ที่ 5 แก้ไขปัญหาความยากจนและหนี้สิน ก่อนพัฒนาต่อยอดสู่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน บนพื้นที่กว่า 23 ไร่ ณ บ้านเหล่าหลวงใต้ กรมการข้าว โดย ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการพัฒนากระบวนการผลิตข้าวของเกษตรกร โดยสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมกับพื้นที่และความต้องการของตลาด พร้อมนำแปลงเกษตรกรต้นแบบมาเป็นศู
