ปัจจุบัน “ปลานิล” เป็นปลาน้ำจืดที่เลี้ยงง่ายและโตเร็ว เป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย สร้างรายได้ต่อปีกว่าหมื่นล้านบาท ปลานิลไทยมีโอกาสที่จะขยายตัวสู่โต๊ะอาหารทั่วโลก สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศได้มากน้อยแค่ไหน ไปฟังคำตอบจากบทสัมภาษณ์ของ คุณอมร เหลืองนฤมิตชัย นายกสมาคมปลานิลไทย ดังต่อไปนี้
ภาพรวมการเลี้ยงปลานิลของไทย
ปัจจุบันมีเกษตรกรเลี้ยงปลานิลเพื่อเป็นแหล่งอาหารและเลี้ยงเชิงอุตสาหกรรม ประมาณ 3 แสนราย มูลค่าตลาดรวม 1.3 หมื่นล้านบาท ปัจจุบัน ไทยผลิตปลานิลได้ปีละ 2 แสนกว่าตัน แต่ส่วนใหญ่จะใช้บริโภคภายในประเทศเป็นหลัก ส่งออกน้อยมากไม่เกิน 5-10% ของกำลังการผลิตทั้งประเทศ คิดเป็นสัดส่วนการส่งออกแค่ปีละหมื่นกว่าตันเท่านั้น จึงเป็นโอกาสของไทยในการส่งเสริมและผลักดันการส่งออกเพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศในอนาคต

โอกาสการขยายตลาดส่งออก
ในอดีต จีนคือประเทศเลี้ยงปลานิลรายใหญ่ของโลก เพราะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนในหลายด้าน จึงผลิตปลานิลราคาถูก ส่งออกสู่ตลาดโลกได้มากกว่าไทย แต่ระยะหลัง จีนมีปัญหากับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้นำเข้าปลานิลรายใหญ่ของโลก ทำให้บริษัทผู้นำเข้าของอเมริกาเริ่มมองหาแหล่งผลิตใหม่ๆ ในกลุ่มปลานิลทั้งตัวสดหรือแช่เย็น และปลานิลฟิลเลแช่แข็ง จึงเป็นโอกาสของเกษตรกรและผู้ส่งออกของไทย ปัจจุบันกลุ่มห้องเย็นของไทยและบริษัทผู้ส่งออกหลายราย เช่น บริษัท เซียนหนิง ซีฟู้ด จำกัด จัหวัดเพชรบุรี ต่างสนใจขยายตลาดส่งออกปลานิลทั้งตัวสดหรือแช่เย็น และปลานิลฟิลเลแช่แข็ง เพิ่มมากขึ้น
ไทย ผู้นำตลาดส่งออกพันธุ์ปลานิลสู่ตลาดโลก
เนื่องจากปลานิลเป็นสัตว์น้ำที่อยู่ในบ้านเรามานานถึง 60 ปีแล้ว กรมประมงได้กระจายพันธุ์ปลาปลานิลจิตรลดาให้เกษตรกร รวมทั้งบริษัทเอกชนรายเล็ก รายใหญ่ นำไปเลี้ยงและฟาร์มหลายแห่งได้มีการพัฒนาต่อยอดโดยปรับปรุงพันธุ์ปลาของตัวเองด้วย จำหน่ายในชื่อแบรนด์ของตัวเอง รวมทั้งส่งออกพันธุ์ปลานิลไปจำหน่ายในต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

ประเทศไทยมีการพัฒนาสายพันธุ์ปลานิลอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปลานิลไทยมีคุณภาพดีติดอันดับโลก เนื่องจากปลานิลไทยปรับตัวได้เก่ง มีศักยภาพในการเติบโตสูง เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ทุกวันนี้ ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกพันธุ์ปลานิลรายใหญ่ของโลก มูลค่าการส่งออกเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“ทวีปอาฟริกา เป็นถิ่นกำเนิดปลานิลของโลก ถือว่าพันธุ์ปลาตัวเองเก่งอยู่แล้ว แต่ปลานิลพื้นเมืองจากป่าธรรมชาติ เมื่อถูกจับมาเลี้ยงในฟาร์ม มักมีอัตราการรอดชีวิตต่ำและโตช้ากว่า ปลานิลไทย ที่ผ่านการพัฒนาสายพันธุ์มาตลอด ปัจจุบันผู้ซื้อในแอฟริกาสั่งนำเข้าสายพันธุ์ปลานิลไทยอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นตลาดใหม่ที่น่าจับตามอง” คุณอมรกล่าว
ข้อแนะนำมือใหม่ที่สนใจเลี้ยงปลานิล
สำหรับเกษตรกรมือใหม่ที่สนใจเลี้ยงปลานิลเป็นอาชีพ ควรศึกษาข้อมูลการเลี้ยงจากกรมประมง หรือสมาคมปลานิลไทยก็ได้ เพื่อวางแผนการเลี้ยงอย่างเป็นระบบ เช่น การเลือกสายพันธุ์ปลานิลที่จะนำมาเลี้ยง การจัดการฟาร์ม ทั้งประเภทอาหารปลา การรักษาคุณภาพน้ำ การจัดการโรค ยาและสารเคมี การจัดการตลาด ฯลฯ เพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ มีผลกำไรและควบคุมต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ปลานิลเป็นสัตว์น้ำจืดที่เลี้ยงง่าย โตไว จึงเป็นสินค้าสัตว์น้ำทำเงินอันดับ 1 ของไทยและอันดับ 2 ของโลก ตลาดปลานิลของไทยเติบโตสม่ำเสมอตลอดระยะเวลา 20 ปี มีฐานตลาดกว้าง มีผู้บริโภคอยู่ทั่วโลก “ปลานิล” เป็นสินค้าสัตว์น้ำที่ตอบโจทย์ด้านความมั่นคงด้านอาหาร สำหรับครอบครัวเกษตรกร รวมทั้งชุมชนได้เป็นอย่างดี เกษตรกรสามารถเลี้ยงปลานิลเติบโตได้ทุกสภาพพื้นที่ของประเทศไทย ผมมองว่า ตลาดปลานิลสามารถเติบโตได้อีกยาวไกล หากควบคุมต้นทุนการผลิตได้ ก็มีโอกาสขยายตลาดส่งออกได้มาก ทั้งตลาดอเมริกา และตลาดญี่ปุ่น ทุกวันนี้เชฟญี่ปุ่นหันมาใช้เนื้อปลานิลประกอบอาหารเพิ่มมากขึ้น” คุณอมรกล่าว

“ปลานิลน้ำกร่อย” รสอร่อย ไร้กลิ่นโคลนกวนใจ
สำหรับเกษตรกรมือใหม่ ที่สนใจเลี้ยงปลานิลเป็นอาชีพ คุณอมร ให้คำแนะนำว่า “การเลี้ยงปลานิลในน้ำจืด ลูกค้ามักบ่นว่า เจอกลิ่นดินโคลนบ้าง จริงๆ ปัญหาไม่ได้เกี่ยวกับตัวปลานิล มันเกิดน้ำที่ใช้เลี้ยงปลา เพราะการเลี้ยงปลาในน้ำจืด จะมีสาหร่ายบางตัวที่สร้างปัญหาเรื่องกลิ่นได้ ควรใช้นวัตกรรมการเลี้ยงที่ทันสมัย ช่วยยกระดับคุณภาพปลาให้ดีขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการเลี้ยงปลานิลในน้ำกร่อยเช่นเดียวกับปลาทับทิม วิธีนี้ช่วยให้ปลานิลมีรสอูมามิ (Umami) มากขึ้น เนื้อปลาแน่นขึ้น มีรสอร่อยกลมกล่อมมากขึ้น ที่สำคัญไร้ปัญหากลิ่นโคลนกวนใจ
“ที่ผ่านมา มีเกษตรกรหลายจังหวัดที่เลี้ยงปลานิลน้ำกร่อย ซึ่งเป็นโซนพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล เช่น เพชรบุรี สมุทรสงคราม นครศรีธรรมราช ฯลฯ แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ขาดการโปรโมตทางการตลาดว่า เป็นปลานิลน้ำกร่อยที่มีรสชาติดีกว่าเดิม จึงเป็นการบ้านที่กรมประมงและสมาคมฯ ต้องเข้าไปช่วยสร้างการรับรู้ ทำความเข้าใจให้กับผู้บริโภคถึงข้อดีของการเลี้ยงปลารูปแบบใหม่นี้ว่า ไม่เหมือนปลานิลที่คุณเคยรู้จักในอดีต” นายกสมาคมปลานิลไทยกล่าวในที่สุด

หากใครสนใจการเลี้ยงปลานิลน้ำกร่อย สามารถไปเรียนรู้เทคนิคการเลี้ยง รวมทั้งแวะชิมรสชาติความอร่อยปลานิลน้ำกร่อยได้ในงาน 60 ปี ปลานิลพระราชทาน เพื่อปวงชนชาวไทย ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 17 มีนาคม 2569 ณ Alive Park Hall ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงพระราชทานปลานิลให้แก่พสกนิกรชาวไทย จนกลายเป็นโปรตีนหลักที่สร้างความมั่นคงทางอาหารและเป็นอาชีพที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกรไทยมาตลอด 60 ปี การจัดงานครั้งนี้เป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิล ประกอบการอาหารและสินค้าจากปลานิล ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลานิลคุณภาพมากมายจากทั่วประเทศ มาเลือกชิม ช้อป และสนับสนุนสินค้าเกษตรกรไทยไปด้วยกัน
