ประมง
คุณกัลญา สุริยัน ผู้เพาะเลี้ยงปลาทับทิมในกระชังริ่มฝังแม่น้ำเจ้าพระยามานากว่า 20 ปี เล่าประสบการณ์การเลี้ยงให้กับทีมงานฟังว่า ก่อนจะหันมาประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงปลาในกระชังตนเคยประกอบอาชีพรับจ้างมาก่อน แต่ด้วยเป็นอาชีพที่มีเวลาให้กับครอบครัวน้อย จึงคิดมองหาอาชีพที่สามารถทำอยู่ที่บ้านเพื่อจะมีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น สภาพแวดล้อมบริเวณบ้านที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง สามารถใช้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ คุณกัลญาจึงมีแนวคิดหันมาให้สนใจเพาะเลี้ยงปลาในกระชังริมแม่น้ำส่งจำหน่าย เพราะมองว่าอาชีพนี้เป็นหนึ่งอาชีพที่ตอบโจรย์ความต้องการของตนเองได้ จึงตัดสินใจเริ่มใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่บ้านเพาะเลี้ยงปลาทับทิมในกระชัง คุณกัลญา เริ่มเพาะเลี้ยงปลาในกระชังอยู่ที่บ้านเลขที่ 13/1 หมู่ที่ 2 ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง โดยเริ่มต้นทดลองเลี้ยงครั้งแรกเพียง 2 กระชัง “แรกๆ ที่เลี้ยงพี่ก็ยังไม่มีประสบการณ์ ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงปลาในกระชังเลย แต่ด้วยความตั้งใจใช้เวลาศึกษา สอบถามจากผู้รู้ และขอคำปรึกษาเจ้าหน้าที่ภาครัฐและเอกชนที่คอยมาเป็นพี่เลี้ยงสอนเทคนิคขั้นต
ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า เนื่องจาก นายเดชา บรรลือเดช ผู้ทรงคุณวุฒิด้านประมง สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติได้ศึกษา ค้นคว้า ทดลองเรื่องการเลี้ยงกุ้งที่สามารถแก้ไขปัญหาโรคต่างๆ ในระบบเลี้ยงกุ้ง โดยเฉพาะโรคกุ้งตายด่วน (EMS) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังได้ผลผลิตกุ้งเพิ่มขึ้น ปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ช่วยให้เกษตรกรรายย่อยประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งได้อย่างยั่งยืน โดยเมื่อ วันที่ 13-14 มีนาคม 2559 ในงาน “สานพลังประชารัฐสร้างเศรษฐกิจฐานรากขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรกรและภาคเกษตรกรรม สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” จัดโดยสภาเกษตรกรแห่งชาติที่เมืองทองธานี รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นประธานพิธีเปิด ภายในงานสภาเกษตรกรฯ ได้จัดแสดงการเลี้ยงกุ้งรูปแบบอิงธรรมชาติและได้รับการแนะนำจากรองนายกรัฐมนตรีว่าการเลี้ยงกุ้งรูปแบบอิงธรรมชาติเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาการเลี้ยงกุ้งที่สำคัญและยั่งยืน เห็นควรให้สภาเกษตรกรแห่งชาติดำเนินการจดสิทธิบัตรเป็นทรัพย์สินทางปัญญา สภาเกษตรกรแห่งชาติจึงได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมและมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเ
อดีตเจ้าของร้านเสริมสวย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย หลังแพ้สารเคมีอย่างหนัก ได้ผันตัวไปเลี้ยงจิ้งโกร่ง ควบคู่กับเลี้ยงกุ้งก้ามแดงหรือกุ้งล็อบสเตอร์น้ำจืด แต่แล้วเธอก็พบว่า รายได้จากการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดนี้นั้นมากกว่าจิ้งโกร่ง 2 เท่าตัว เพราะนอกจากขายส่งร้านอาหาร และขายลูกกุ้ง ยังมีโรงงานมารับซื้อถึงฟาร์ม บางครั้งกุ้งไม่พอขาย ล่าสุดไม่สนใจว่าในตลาดจะฮิตหรือไม่ฮิต เพราะทำเงินให้สบายๆ เดือนละกว่า 3 หมื่นบาท คุณภันฑิรา วิเศษลา หรือ คุณหนี ปัจจุบันอายุ 39 ปี เธอเป็นเจ้าของฟาร์มกุ้ง “ภันฑิราฟาร์ม” เลขที่ 71 หมู่ 8 บ้านหนองฟ้าแลบ ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย คุณหนี เล่าว่า อาชีพแรก เป็นช่างเสริมสวย แต่ด้วยวิถีชีวิตประจำวัน ต้องอยู่กับสารเคมีตลอด กระทั่งร่างกายเริ่มทนไม่ไหว หนที่สุดปิดกิจการ แล้วลองไปเลี้ยงจิ้งโกร่ง เป็นแมลงชนิดหนึ่งสามารถรับประทานได้ มีลักษณะคล้ายกับจิ้งหรีด เนื้อเยอะกว่า ตัวใหญ่กว่า นิยมนำไปทอด หญิงสาวอดีตเจ้าของร้านเสริมสวย หันมาเลี้ยงจิ้งโกร่ง เมื่อราวปี 2556 สำหรับพื้นที่เลี้ยงจิ้งโกร่ง เธอบอกว่า 6 บ่อ ประมาณ 2 งาน ทุกๆ 2 เดือน จะเก็บจิ้งโกร่งขายได้ 1 ครั้ง เฉลี่ยคร
ปลาดุกบิ๊กอุย เป็นปลาลูกผสมข้ามพันธุ์ระหว่างปลาดุกอุยเพศเมียและปลาดุกเทศเพศผู้ ซึ่งการเพาะขยายพันธุ์เป็นไปได้ดี ลูกที่ได้มีอัตราการเจริญเติบโตรวดเร็ว ทนทานต่อโรคสูง มีลักษณะใกล้เคียงกับปลาดุกอุย จึงทำให้เกษตรกรนำวิธีการผสมข้ามพันธุ์ไปปฏิบัติกันอย่างแพร่หลาย โดยลูกปลาที่เกิดจากคู่ผสมนี้ระหว่างปลาดุกทั้งสองนี้ทางกรมประมงให้ชื่อว่า ปลาดุกอุย-เทศ แต่โดยทั่ว ๆไปชาวบ้านจะติดเรียกกันว่า บิ๊กอุย หรือ อุยบ่อ คุณชนชัย ปั้นทองสุข เกษตรกรคนเก่งชาวจังหวัดปทุมธานีเป็นหนึ่งคนที่ได้หันมาประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยเป็นอาชีพหลัก อยู่ที่จังหัวดปทุมธานี บนพื้นที่กว่า 160 ไร่ คุณชนชัย เล่าให้ฟังว่า เดิมตนประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำนาสืบทอดมาจากพ่อและแม่ เหมือนกับคนอื่นๆที่อยู่ในชุมชนเดียวกัน แต่ทำมาระยะหนึ่ง ในชุมชนเริ่มปรับเปลี่ยนอาชีพ หาอาชีพเสริมเข้ามาทำควบคู่กับการทำนา เพราะกว่าต้นข้าวจะให้ผลผลิตได้ต้องใช้ทั้งเวลาและต้นทุนการผลิตที่สูง ต้องหาอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เข้ามา และในขณะนั้นมีเพื่อนบ้านเลี้ยงปลาดุกในบ่อดิน แต่ละปีได้ผลผลิตดี ทำรายได้สูงในแต่ละรอบ จึงสนใจและทดลองเลี้ยงดู “เริ่มแรกผมเริ่
เกษตรกรเลี้ยงกุ้งจังหวัดสงขลา เชื่อมั่นระบบการเลี้ยง 3 สะอาด ช่วยให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งประสบความสำเร็จ ป้องกันปัญหาโรคขี้ขาว ที่ส่งผลกระทบฟาร์มเลี้ยงกุ้งในหลายพื้นที่ รวมทั้งช่วยป้องกันโรคตายด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญช่วยให้เกษตรกรสามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ รวมทั้งช่วยเพิ่มความแน่นอนของผลผลิตและช่วยลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรเลี้ยงกุ้ง ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น นายปรีชา สุขเกษม เจ้าของฟาร์มศรีสงขลาฟาร์ม กล่าวว่า ในปี 2560 ที่ผ่านมา ฟาร์มเลี้ยงกุ้งของตนไม่เจอโรคขี้ขาวเลย จากการจัดการสุขาภิบาลฟาร์มกุ้งด้วยระบบ 3 สะอาด ตามที่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ถ่ายทอดแก่เกษตรกรเพื่อต่อสู้กับโรคตายด่วน โดยเน้นดูแลให้ฟาร์มและบ่อเลี้ยงมีความสะอาดอยู่เสมอ ขจัดสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคระหว่างการเลี้ยงกุ้งให้มากที่สุด ซึ่งช่วยให้ผู้เลี้ยงกุ้งรับมือกับโรคต่างๆ ได้ รวมทั้งโรคขี้ขาวในกุ้ง โรคขี้ขาว ซึ่งเกิดจากเชื้อไมโครสปอร์ริเดีย ที่พบอยู่ในสิ่งแวดล้อมทั่วไป เช่น น้ำ ตะกอนดินที่หมักหมมก้นบ่อ ซึ่งแม้ลูกพันธุ์กุ้งที่ปล่อยลงเลี้ยงจะมีคุณภาพดี แต่หากปล่อยในบ่อเลี้ยงที่ไม่สะอาดและม
พื้นที่บ้านบางพระ ตำบลปากแพรก อำเภอปากพนัง เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ผลจากการพัฒนาส่งผลทำให้หลายพื้นที่บริเวณลุ่มน้ำปากพนังที่สามารถใช้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ และเลี้ยงสัตว์ อาชีพเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืดเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เกิดขึ้นจากผลของโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สามารถช่วยสร้างอาชีพใหม่แก่เกษตรกรในพื้นที่อำเภอปากพนังโดยเฉพาะพื้นที่ตำบลปากแพรก คุณไมตรี สกุณา ประธานกลุ่มเลี้ยงปลาน้ำจืด ตำบลปากแพรก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าให้ฟังว่า เดิมพื้นที่ตำบลปากแพรกส่วนใหญ่จะมีอาชีพทำนา ทำไร และทำฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งเนื่องสภาพพื้นที่เหมาะสมที่จะใช้เพาะเลี้ยงกุ้งเป็นอย่างดี อยู่ห่างจากทะเลไม่มาก อีกทั้งราคากุ้งในระยะแรกๆเห็นผลกำไรเป็นกอบเป็นกำ เกษตรกรแทบทุกครัวเรือนจึงหันมาทำฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งกันเป็นจำนวนมาก “ฟาร์มกุ้งช่วงแรกได้ผลกำไรเป็นที่น่านพอใจ แต่ทำอยู่ได้ไม่นานต้องประสบกับปัญหาโรค อีกทั้งปัจจัยทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไม่เอื้อต่อการเลี้ยงกุ้ง ส่งผลกระทบทำให้เกษตรกรหลายรายขาดทุน บางรายขาดท
ปลาคาร์พ หรือ แฟนซี คาร์พ (Fancy carp) เดิมทีเป็นปลาไนชนิดธรรมดา เป็นปลาน้ำจืดในกลุ่มปลาตะเพียน (carp) ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า โคย (Koi) นิยมเลี้ยงเพื่อความสวยงาม หรืออีกทางมีความเชื่อว่าปลาคาร์พเป็นปลาแห่งโชคลาภเสริมฮวงจุ้ยด้านธุรกิจสร้างผลกำไรดี จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันแพร่หลายในปัจจุบัน ด้วยกระแสที่มาแรง ทำให้เกิดพ่อค้าแม่ค้าหลายรายมองเห็นช่องทางการสร้างอาชีพ บ้างเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้ บ้างก็เลี้ยงเพราะความชอบ จนเกิดเป็นอาชีพ คุณมลิวรรณ ผ่านชมภู หรือ คุณติ๊ก อยู่บ้านเลขที่ 275 หมู่ที่ 7 บ้านหนองเดิ่น ตำบลหนองกอมเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่นชอบและหลงใหลสีสัน ลวดลาย ความสวยงามที่ไม่ซ้ำกันของปลาคาร์พ จากเลี้ยงเล่นๆ กลายเป็นอาชีพหลักในที่สุด โดยก่อนหน้านี้คุณติ๊กช่วยพี่สาวทำงาน เป็นบริษัทเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งออฟฟิศอยู่ที่บ้าน บริเวณข้างๆ จะมีบ่อเลี้ยงปลาคาร์พที่พี่เขยเป็นคนเลี้ยงไว้ ด้วยความที่เห็นทุกวัน ช่วยพี่เขยให้อาหารบ้างตอนที่เขาไม่อยู่ จึงเกิดความผูกพัน และกลายเป็นความชอบโดยที่สุด คราวนี้เมื่อชอบเวลาไปเห็นปลาคาร์พที่ไหนสวยๆ ก็ซื้อมาเลี้ยงเพิ่ม เลี้ยงจนปลาเต็ม
จ่าสิบเอกไพทูล พันธาตุ อดีตข้าราชการทหารเป็นบุคคลหนึ่งที่หันมาจับอาชีพเพาะเลี้ยงปลาเบญจพรรณควบคู่กับทำการเกษตรแบบผสมผสานในช่วงบั้นปลายของชีวิต อยู่ที่ตำบลเขาสามสิบ อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว จ่าสิบเอกไพทูล เล่าให้ฟังว่า ในช่วงที่รับราชการอยู่มีโอกาสทำงานพัฒนาส่งเสริมด้านการเกษตรกับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ ทำให้ได้สัมผัสและได้เรียนรู้การทำการเกษตรทุกรูปแบบ จนมีความชำนาญ พอเกษียณราชการจึงออกมาทำการเกษตรแบบผสมผสาน ภายใต้จิตสำนึกรักในอาชีพเกษตรกรรมที่ติดตัวมา “อายุก็มาก จะไปปลูกมัน ทำไร่ ทำนา เหมือนกับคนอื่นๆ ก็ทำไม่ไหว จึงปรับแนวคิดมาทำเกษตรผสมผสาน ปลูกพืชผัก ไม้ผล เลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่เดียวกัน โดยไม่ต้องใช้แรงเยอะ ใช้ความรู้ที่ติดตัวจากการทำงานในหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ เป็นระยะเวลากว่า 8 ปี มาปรับใช้ในพื้นที่ก็เพียงพอ” จ่าสิบเอกไพทูล เริ่มทำการเกษตรผสมผสาน ช่วงประมาณ ปี 45-46 โดยเริ่มจากพื้นที่ทั้งหมด 28 ไร่ จัดสรรแบ่งทำนาปลูกข้าว 7 ไร่ ขุดบ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้และเลี้ยงปลาเบญจพรรณ 6 ไร่ และส่วนที่เหลือปลูกพืชผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น เก็บผลผลิตจำหน่ายรายวัน เช่น หวานกินยอด “ทำนาปลูกข้าวปีละ 1
ปลากะรัง หรือมีชื่อเรียกตามภาษาชาวบ้านว่า ปลาเก๋า ปลาราปู (ภาคใต้) ในน่านน้ำไทยมีอยู่มากมายหลายชนิดแต่มีไม่กี่ชนิดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันนับเป็นสัตว์น้ำชายฝั่งที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจเนื่องจากมีราคาค่อนข้างสูง เนื้อมีรสชาตอร่อยจึงมักจะเป็นอาหารขึ้นโต๊ะในภัตตาคารชั้นนำทั้งหลาย นอกจากนี้ปลาชนิดนี้ยังเลี้ยงง่าย โตเร็ว อีกทั้งเป็นที่นิยมรับประทานของชาวต่างประเทศ เช่น จีน สิงคโปร์ และมาเลเซีย เป็นต้น จังหวัดสตูลเป็นจังหวัดที่มีการประกอบอาชีพการประมงทุกรูปแบบ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีเกาะมาก ถึง 88 เกาะ มีป่าชายเลนที่สมบูรณ์ทำให้สัตว์น้ำจึงมีมาก มีการแบ่งพื้นที่จับสัตว์น้ำ ให้สามารถอยู่กับได้ร่วมกับคนในชุมชนอย่างยั่งยืน นำมาซึ่งความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างดีขึ้น คุณธนา วิศวฤทธิ์ หัวหน้ากลุ่มผู้เพาะเลี้ยงปลากะรังบ่อดินบ้านทุ่งสะโบ๊ะ หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งบุหลัง อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล เล่าถึงขั้นตอนการเพาะเลี้ยง การเลือกพื้นที่เพาะเลี้ยง รวมถึงการดูแลให้ฟังว่า ปลากะรังเป็นปลาที่ชอบอาศัยอยู่ตามซอกหิน ปะการัง ไม่สามารถเข้ามาอาศัยอยู่ในน้ำจืดได้เช่นเดียวกับปลากะพงขาว สถานที่เลี้ยงจ
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ นายนิติพัฒน์ เตียนพลกรัง ประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมประมงได้กำหนดมาตรการใหม่ในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในท้องทะเลอ่าวไทย ครอบคลุมพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร และ จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาถึงวันที่ 15 พฤษภาคม นี้ โดยประกาศปิดอ่าวไทยตั้งแต่อ่าวประจวบคีรีขันธ์ไปจนถึงเขต อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ห้ามการใช้เครื่องมือประมงต้องห้ามจับสัตว์น้ำในพื้นที่ 27,000 ตารางกิโลเมตร จากชายฝั่ง เช่น อวนลากคู่ อวนล้อมจับทุกชนิด จากนั้นในวันที่ 16 พฤษภาคม -16 มิถุนายน จะขยายระยะเวลาปิดอ่าวเพิ่มเติมในพื้นที่เดิม แต่ลดพื้นที่ประกาศห้ามจับสัตว์น้ำระยะห่างจากชายฝั่งเหลือ 5,400 ตารางกิโลเมตร หรือ 7 ไมล์ทะเล เพื่อให้สัตว์น้ำวัยอ่อนได้เจริญเติบโตเต็มที่ โดยเฉพาะปลาทูซึ่งเป็นสัตว์น้ำสำคัญทางเศรษฐกิจ จึงขอให้ชาวประมงทุกประเภทปฏิบัติตามประกาศอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ล่าสุด มีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจอย่างเข้มงวด ร่วมกับการใช้ตรวจสอบผ่านระบบดาวเทียม สำหรับการปิดอ่าวที่ใช้ระยะเวลานานหลายเดือนยอมรับว่าส่งผลกร
