ประมง
คุณฤชัย วงศ์สุวัฒน์ ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงแปรรูปสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ทางกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุงจำนวนหนึ่งได้รวมกลุ่มกันดำเนินการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงแปรรูปสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุง โดยมี คุณศักดิ์นรินทร์ ทองสีดำ เป็นประธานกรรมการ และทางวิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงแปรรูปสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุง ทำบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพัทลุง โดยจะใช้พื้นที่ทางการศึกษา ของสาขาวิชาประมง ซึ่งมีอาคารโรงเพาะฟักสัตว์น้ำ แปรรูป บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้กับนักศึกษาและประชาชนโดยทั่วไป จะก่อให้เกิดประโยชน์เป็นอย่างมากทางด้านการศึกษา ด้านอาชีพ และรายได้ให้กับประชาชน และนักศึกษาของวิทยาลัยเกษตรกรรม ที่เมื่อเรียนจบแล้ว ก็จะเข้าทำงานในวิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงแปรรูปสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุง และประกอบอาชีพได้ คุณฤชัย กล่าวอีกว่า จะเกิดผลดีต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียงทางภาคใต้ ซึ่งเดิมจะต้องสั่งลูกปลามาจากจังหวัดนครนายกและจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นต้น ต้องเพิ่มต้นทุนการผลิต เพราะค่าขนส่งเป็นเงินจำนวนมา
“หอยลาย” เป็นสัตว์ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทย เป็นที่นิยมบริโภคในประเทศ ปัจจุบัน มีการแปรรูปส่งออกตลาดต่างประเทศและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จากข้อมูลของ สวก. ระบุว่า ปี 2531 ไทยส่งออกหอยลายบรรจุภาชนะอัดลม ปริมาณ 10,022 ตัน มูลค่า 617.15 ล้านบาท และเนื้อหอยมิได้บรรจุภาชนะอัดลม 1,374 ตัน มูลค่า 93.22 ล้านบาท ซึ่งปี 2554 ปริมาณหอยลายและมูลค่าได้ลดลงอย่างมาก หอยลายบรรจุภาชนะอัดลมส่งออก 2,038 ตัน มูลค่า 240.18 ล้านบาท และเนื้อหอยมิได้บรรจุภาชนะอัดลม 205 ตัน มูลค่า 42.44 ล้าน และจำนวนหอยลายที่จับได้ลดจำนวนลงอย่างมาก หอยลาย ที่จับได้ ปี 2531 มีปริมาณ 115,400 ตัน คิดเป็นมูลค่า 603.18 ล้านบาท แต่ปี 2555 ปริมาณลดลงเหลือเพียง 8,700 ตัน คิดเป็นมูลค่า 217.0 ล้านบาท ขณะที่ตลาดส่งออกในยุโรป สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย ญี่ปุ่น เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมประมงต้องเร่งเพิ่มปริมาณของหอยลายในท้องทะเล เพื่อเพิ่มผลผลิตและศักยภาพการส่งออก ปล่อยพันธุ์หอยลาย ช่องช้าง 1 ล้านตัว นำร่องพื้นที่จังหวัดตราด ให้ชุมชนมีส่วนร่วม คุณพรรณพิมล ชัญญานุวัตร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยกา
นายสุไลมาน ดาราโอะ ประธานบริหารจัดการทรัพยากร โดยชุมชนอำเภอปานาเระ จังหวัดปัตตานี เผยว่า ทางชมรมสนับสนุนการทำประมงเชิงอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการทำประมงด้วยเครื่องมือที่ถูกกฎหมายเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของอาชีพการทำประมงชายฝั่ง ปัจจุบัน ทางชมรมได้ดำเนินกิจกรรมมากมาย เช่น 1. การสร้างธนาคารปูม้า 2. ธนาคารหมึก 3. ทำแนวเขตอนุรักษ์เขต ห้ามทำประมงด้วยเครื่องมือทุกชนิด และ 4. การวางซั้ง ปะการังเทียม โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานด้านประมงและหน่วยงานด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นับได้ว่าทางชมรมประสบความสำเร็จอย่างมาก และเป็นอำเภอเดียวตลอดแนวชายฝั่งของจังหวัดปัตตานี ที่ชาวประมงไม่ใช้เครื่องมือทำประมงที่ผิดกฎหมาย รวมทั้งมีการจัดการอนุบาลทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อนำปล่อยสู่ทะเล เมื่อเจริญเต็มวัยชาวประมงก็ดักอวนมาขายเป็นรายได้ เช่น ธนาคารปูม้า ธนาคารหมึก เป็นต้น นอกจากนั้นยังได้รับการสนับสนุนพันธุ์กุ้งแชบ๊วย กุ้งกุลาดำ จากศูนย์วิจัยพัฒนาประมงชายฝั่งปัตตานี มาปล่อยเป็นระยะๆ และทางชมรมยังสร้างแนวเขตอนุรักษ์เป็นเขตห้ามทำประมงด้วยเครื่องมือทุกชนิด มีการวางซั้
คุณไว สายกระสุน อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 3 ตำบลเทนมีย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เกษตรกรที่เลี้ยงปลานิลมามากกว่า 20 ปี เล่าว่า ในช่วงแรกที่เลี้ยงปลานิลในบ่อดินพอขนาดใหญ่เริ่มจำหน่ายได้ แม่ค้าที่มารับซื้อถึงบ่อเลี้ยงไม่กล้าจับเพื่อไปจำหน่าย เพราะกลัวเหม็นกลิ่นโคลน หากรับซื้อไปไม่น่าจะมีคนซื้อ “ที่เราต้องเลี้ยงในบ่อดิน เพราะเราไม่มีแหล่งน้ำที่จะเลี้ยงในกระชัง เพราะว่าเรื่องน้ำเรามีอย่างจำกัด ช่วงแรกนี่แม่ค้ามารับซื้อไม่อยากได้ ทั้งๆ ที่เขายังไม่ได้ลองกินเนื้อปลาเลย ผมก็เอ้า! ไม่ซื้อก็ไม่เป็นไรก็เอาไปจำหน่ายเอง ในตอนนี้คนในสุรินทร์ก็กินปลาในบ่อดินกันหมด เพราะมันไม่ได้มีกลิ่นอย่างที่เข้าใจ” คุณไว กล่าวอธิบาย บ่อที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงปลานิล ขนาดประมาณ 1-2 ไร่ ความลึกประมาณ 1.20-2 เมตร เตรียมบ่อโดยโรยปูนขาว และที่สำคัญต้องกำจัดปลาที่เหลือออกให้หมด มิเช่นนั้นจะมากินลูกปลาเล็กจนหมดบ่อ จากนั้นปล่อยลูกปลานิลไซซ์ใบมะขาม ประมาณ 3,200 ตัว ในระยะนี้ให้กินอาหารลูกอ๊อดที่มีโปรตีน 32 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเลี้ยงได้ประมาณ 1 เดือน จึงเปลี่ยนเป็นอาหารที่มีโปรตีน 30 เปอร์เซ็นต์ ให้กิน 2 เวลา คือ เช้าและเย็น จ
ปลาสังกะวาด หรือที่คนภาคอีสานรู้จักกันในชื่อ ปลายอน เป็นปลาที่ไม่มีเกล็ด ชอบอาศัยอยู่กันเป็นกลุ่ม ว่ายน้ำได้รวดเร็ว สามารถกินได้ทั้งซากพืชและซากสัตว์ที่เน่าเปื่อย ปลาสังกะวาด แพร่พันธุ์กระจายอยู่ตั้งแต่แม่น้ำโขง ตลอดจนแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งในประเทศไทยจะมีชุกชุมในเขื่อนเก็บน้ำบางแห่ง เช่น เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เป็นต้น คุณปรีชา ชะเอม อยู่บ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าชัย อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชังอยู่เหนือจากเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้เขามีน้ำเลี้ยงปลาได้ตลอดทั้งปี และที่สำคัญปลาที่เลี้ยงเจริญเติบโตได้ดีเป็นที่ต้องการของตลาด รวมทั้งปลาสังกะวาดด้วย จากพนักงานธนาคาร ผู้มีใจรักการเลี้ยงปลา คุณปรีชา เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเมื่อช่วงชีวิตเข้าสู่วัยทำงาน ได้เลือกอาชีพเป็นพนักงานธนาคาร เมื่อทำมาได้จนอายุ 52 ปี จึงรู้สึกอิ่มตัวกับงานทางด้านนี้ จึงมีความคิดว่าอยากออกจากงานก่อนเกษียณ แต่ต้องมีอาชีพอื่นที่รองรับในการมีรายได้ เพื่อมีเงินเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันด้วย “ช่วงแรกที่คิดจะออกจากงานที่ทำ ในใจคิดเสมอว่าต้องออกก่อนอายุ 60 ปี เพราะว่าถ้ามาอยู่บ้านอยู่เฉยๆ เ
หอยลาย ที่นำมาใช้ประโยชน์ในปัจจุบันเป็นผลผลิตที่มาจากทะเลไทย ดังนั้น เมื่อความต้องการบริโภคในประเทศเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งโรงงานอุตสาหกรรมนำหอยลายไปแปรรูป ซึ่งมีการบริโภคทั้งในประเทศและส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การทำประมงหอยลายมีการแข่งขันอย่างรุนแรง ทำให้หอยลายลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ชาวประมงนิยมใช้คราดหอยที่มีความห่างของซี่ขนาดเล็ก การจับหอยลายจากทะเลขึ้นมาใช้ประโยชน์จนหอยในธรรมชาติเกิดทดแทนไม่ทัน ส่งผลให้แหล่งทำการประมงหอยลาย สามารถควบคุมการทำการประมงให้เหลือเพียงการใช้เครื่องคราดด้วยมือ หรือที่ชาวประมงเรียกกันว่า “กระดึ๊บหอยลาย” ดร. วารินทร์ ธนาสมหวัง ผู้ทรงคุณวุฒิกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรแห่งชาติ (สวก.) จัดกิจกรรม “คืนหอยลายสู่ทะเลตราด” เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริ โดยมีการมอบหอยลาย ขนาด 0.5-1 เซนติเมตร จำนวน 1,000,000 ตัว และมีการปล่อยกุ้งแชบ๊วย จำนวน 8,000,000 ตัว ให้กับตัวแทนชุมชนอ่าวใหญ่ เพื่อบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดร. วารินทร์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน หอยลาย ในทะเลไทยมีสภาพขาดแคลน ส่งผลให้
กุ้งไทยสดใสถึงปีหน้า คาดผลผลิตปี′60 ขยับขึ้นเป็น 3.5 แสนตัน ลุยเจาะตลาดจีนเพิ่มทดแทนอียู สมาคมกุ้งไทยเสนอรัฐ 3 ข้อ เร่งประชาสัมพันธ์ในการแก้ไขปัญหาแรงงาน เจรจาจีนยกเลิกเก็บแวต และผลักดันกุ้งดิบเข้าออสเตรเลีย ดร.สมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์กุ้งไทยในปี 2559 ว่า ผลผลิตกุ้งไทยปีนี้ คาดว่าจะมีประมาณ 3 แสนตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากปี 2558 ที่ผลิตได้ 2.6 แสนตัน ทั้งนี้จากการปรับเปลี่ยนระบบการเลี้ยงจนแก้ปัญหาโรคระบาดอีเอ็มเอสได้สำเร็จ โดยการปรับปรุงฟาร์มและการจัดการการเลี้ยงที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาสายพันธุ์ที่มีคุณภาพ คาดว่าปี 2560 จะเป็นปีที่ดีสำหรับเกษตรกร ทั้งราคาดีและผลผลิตน่าจะอยู่ในระดับ 3.5 แสนตัน ส่วนการส่งออก จากข้อมูลเดือน ม.ค.-ต.ค.ปีนี้อยู่ที่ 160,935 ตัน มูลค่า 54,483 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2558 ปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.86 มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.11 คาดว่าปีนี้จะส่งออกกุ้งได้ไม่ต่ำกว่า 2 แสนตัน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้านบาท โดยตลาดจีนเป็นความหวังของไทยในอนาคต เพราะจีนขยายพื้นที่เลี้ยงลำบากจากระบบนิเวศไม่เอื้อ ผลผลิต 5 แสนตัน/ปี ไม่พอป้
สถานการณ์ “หอยลาย” ขาดแคลนน่าห่วง กรมประมงจับมือ สวก. ปล่อยคืนทะเลตราด 1 ล้านตัว สนองแนวพระราชดำริ ดึงชุมชนมีส่วนร่วมอนุรักษ์เพิ่มปริมาณพ่อแม่พันธุ์ในธรรมชาติ หวังเพิ่มผลผลิตเสริมศักยภาพส่งออกตีตลาดโลก ดร.วารินทร์ ธนาสมหวัง ผู้ทรงคุณวุฒิกรมประมง เปิดเผยว่า หอยลายเป็นสัตว์น้ำชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจของไทย นอกจากเป็นที่นิยมบริโภคภายในประเทศแล้ว ยังเป็นสินค้าส่งออกที่มีความต้องการสูงในตลาดต่างประเทศด้วย โดยจากข้อมูลเมื่อปี 2531 ไทยมีการส่งออกหอยลายในรูปแบบบรรจุภาชนะอัดลม และเนื้อหอยมิได้บรรจุภาชนะอัดลมสูงถึง 11,396 ตัน คิดเป็นมูลค่า 710.37 ล้านบาท มีตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ แคนาดา อิตาลี มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์ เป็นต้น แต่ปี 2554 ส่งออกได้เพียง 2,243 ตัน มูลค่า 282.62 ล้านบาท เนื่องจากผลผลิตไม่เพียงพอ เพราะปัจจุบันหอยลายที่นำมาใช้ประโยชน์ทั้งหมดเป็นผลผลิตที่จับจากทะเล ซึ่งนับวันการแข่งขันทำประมงหอยลายทวีความรุนแรงมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้แหล่งทำประมงหอยลายหลายแหล่งเสื่อมโทรมลง ขณะเดียวกันผลผลิตหอยลายในทะเลยังลดลงอย่า
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 นางสาวจิรภัทร ชีโพธิ์ หรือเก๋ อายุ 48 ปี ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ที่บ้าน ในหมู่ 8 ต.หนองไข่น้ำ อ.เมือง จ.นครราชสีมา และได้ใช้พื้นที่ข้างบ้านประมาณ 60 ตารางวา ทำเป็นฟาร์มเลี้ยงกุ้งก้ามแดงแบบพอเพียง มีบ่อซีเมนต์ขนาด 2X2 เมตร สำหรับเลี้ยงกุ้งพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์อยู่ 3 บ่อ และมีกะละมังพลาสติกขนาดใหญ่ สำหรับเลี้ยงกุ้งอนุบาลอยู่ประมาณ 20 ใบเท่านั้น นางสาวจิรภัทร ชีโพธิ์ เล่าให้ฟังว่า ในอดีตนั้นเป็นสาวโรงงานผลิตกระดาษ อยู่ชานเมืองกรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องทำงานหนักมาก แต่ก็มีรายได้สูงด้วยเช่นกัน โดยเงินเดือนล่าสุดของตนคือกว่า 50,000 บาท แต่ด้วยความที่เป็นห่วงแม่วัย 68 ปี อยู่บ้านเพียงลำพัง หลังจากที่พี่สาวได้ย้ายไปเป็นครูอยู่ที่ต่างอำเภอ ตนจึงได้ตัดสินใจลาออกจากงานเมื่อช่วงปลายปี 2557 แล้วแพคกระเป๋ากลับบ้านมาดูแลแม่ ที่บ้านเกิด ต.หนองไข่น้ำ อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยช่วงแรกมีเวลาว่างมาก จึงได้ลองศึกษาวิธีเลี้ยงกุ้งก้ามแดง หรือกุ้งเครฟิช หรือกุ้งล็อบสเตอร์น้ำจืด ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงนำเข้ามาจากต่างประเทศ และทดลองเพาะเลี้ยงศึกษาที่โคร
วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 นายพงษกรณ์ เอ่งฉ้วน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลพรุเตียว อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ได้รับแจ้งจากนายวิโชค ถ้วยทอง อายุ 67 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 ต.พรุเตียว อ.เขาพนม จ.กระบี่ ว่า วางไซดักปลาและได้ปลาช่อนสีทองสร้างความแปลกใจแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก เชื่อว่าเป็นปลามงคลจึงนำมาเลี้ยงไว้ในท่อซีเมนต์ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าปลาช่อนดังกล่าวอยู่ในท่อซีเมนต์ เจ้าของจึงจับมาใส่กะละมังให้ชาวบ้านได้ชมกันชัดๆ พบว่าปลาช่อนดังกล่าวมีลักษณะสีเหลืองทอง ลำตัวยาวประมาณ 6 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 3 ขีด มีลักษณะเหมือนปลาช่อนทั่วไป แต่ที่แปลกคือมีสีเหลืองทองทั้งตัว สร้างความประหลาดใจแก่ผู้พบเห็น นายวิโชคเจ้าของปลาช่อนทองดังกล่าวเล่าว่า เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ตนได้วางไซดักปลาในห้วยข้างบ้าน พบว่า ปลาช่อน 2 ตัวเข้ามาติดไซ แต่ที่ทำให้ประหลาดใจคือ มีปลาช่อนตัวหนึ่งที่ลำตัวมีสีเหลืองทองทั้งตัวจึงนำมาเลี้ยงไว้ในบ่อซีเมนต์ที่บ้าน แต่จะไม่กินเป็นอาหาร เพราะเห็นว่าเป็นปลาช่อนที่มีลักษณะพิเศษไม่เหมือนปลาช่อนทั่วไป ขณะที่ชาวบ้านที่ทราบข่าวก็แห่ไปดูกันไม่ขาดสาย เนื่องจากไม่มีใครเคยพบเห็
