พืชทำเงิน
“ ช่วงโควิด 19 ” คือ จุดเริ่มต้นเส้นทางอาชีพเกษตรกรของ“สุไรนา บือราเฮง” เจ้าของ ชาช่า ออร์แกนิก ฟาร์ม จ.นราธิวาส เดิมเธอมีธุรกิจหลัก คือ นำเข้าสินค้าจากประเทศมาเลเซียมาจำหน่าย แต่ช่วงโควิด มาเลเซียประกาศปิดประเทศ งานประจำต้องชะงัก ทำให้มีเวลาว่างมากขึ้น จึงแบ่งพื้นที่เล็กๆ ของครอบครัวปลูกผักกินเอง เนื่องจากไม่มีพื้นฐานความรู้ทางด้านการเกษตรเลย ลองผิดลองถูกศึกษาไป ทำไป สุดท้ายก็ได้ขายผลผลิต ทำให้เธอตัดสินใจก้าวเข้าสู่อาชีพเกษตรกรเต็มตัว สุไรนา ตั้งเป้าหมายทำการเกษตรแบบสมัยใหม่ ปลูกผักปลอดภัยแบบที่ปลูกให้ครอบครัวทาน เธอมุ่งมั่น ตั้งใจ พัฒนาตัวเองอย่างมาก เริ่มต้นจากสมัครเรียนหลักสูตรการปลูกผักสลัดอินทรีย์ระยะสั้นที่ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพอำเภอยี่งอ สาขาวิทยาลัยสารพัดช่างนราธิวาส ปลายปี 2564 เธออยากมีเครือข่ายเพื่อได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการเกษตร จึงสมัครเข้าอบรมหลักสูตรเกษตรกรรุ่นใหม่ 2565 Young Smart Famer และยื่นขอตรวจรับรองมาตรฐานการฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร GAPสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยผักของฟาร์ม สุไรนา เป็นเกษตรกรต้นแบบ ผู้นำการเปลี่ยนแปลงสีเขียวที่ใช้
“มะม่วงอกร่องบ้านเสม็ดงาม” ช่วงเดือนกุมภาพันธ์และเมษายน หากผ่านเส้นทางไปอู่ต่อเรือพระเจ้าตากที่บ้านเสม็ดงาม ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 10 กิโลเมตร ก่อนถึงอู่ต่อเรือฯ 4-5 กิโลเมตร สองข้างทางจะมีแผงมะม่วงอกร่องที่ชาวสวนนำมาวางขายหน้าบ้านเป็นระยะๆ คุณเพ็ญทิวา คุณวัฒน์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองจันทบุรี ให้ข้อมูลว่า มะม่วงอกร่องบ้านเสม็ดงามเป็นมะม่วงน้ำกร่อย รสชาติหวานเฉียบเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น มีปลูกเฉพาะหมู่ที่ 10 หมู่ที่ 11 ตำบลหนองบัว ด้วยสภาพพื้นที่เหมาะสม ธรรมชาติเป็นเกาะล้อมรอบด้วยน้ำเค็ม เป็นน้ำกร่อย ดินชายฝั่งทะเล อาศัยน้ำฝนตามธรรมชาติ มะม่วงอกร่องที่นี่ปลูกกันมานาน บางแห่งต้นอายุร่วม 100 ปี ระยะหลังมีปลูกมะม่วงอกร่องและพันธุ์เขียวเสวย ฟ้าลั่นเพิ่มเติม ก่อนนี้ชาวบ้านเก็บขายตลาดในตัวเมืองจันทบุรี ราคาลูกละ 1-1.50 บาท ต่อมา “มะม่วงอกร่องบ้านเสม็ดงาม” เริ่มติดตลาด เพราะรสชาติอร่อย หวาน หอม อบต.หนองบัวได้เข้ามาส่งเสริมสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกและจัดงานเทศกาลมะม่วงอกร่องบ้านเสม็ดงาม และมีนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านไปเที
ต้นสาคูเป็นพืชตระกูลปาล์มเกิดในที่ชุ่มน้ำจืดสามารถพบทั่วไป บริเวณริม ห้วย หนอง คลอง บึงในหลายจังหวัดภาคใต้เช่น จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา สตูล ฯลฯ ต้นสาคู ในฐานะพืชชุ่มน้ำ เปรียบเสมือน “ฝายเก็บกักน้ำ”ตามธรรมชาติ เรียกว่า หากพื้นที่ไหนปลูกต้นสาคูไว้ น้ำไม่เคยแห้งเลยทีเดียว ต้นสาคูสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่ปลายยอดสุดโคนรากเลยทีเดียว ชาวบ้านในพื้นที่ต่างมองเห็นคุณค่าและใช้ประโยชน์ปาล์มสาคูในวิถีชีวิตได้อย่างกว้างขวาง ต้นสาคู ใช้เป็นพืชอาหาร – ใช้ยอดอ่อนทำเป็นอาหาร ยอดอ่อนที่มีอายุ 4-5 ปี นำมารับประทานโดยใช้ประกอบอาหาร ลำต้นใช้ผลิตแป้งสาคูสำหรับทำขนม หรือใช้เป็นอาหารสัตว์เลี้ยง เช่น หมู เป็ด ไก่ เมื่อต้นปาล์มสาคูตายก็พบมีแมลงปีกแข็งชนิดหนึ่งมาเจาะกินแกนในของลำต้น พร้อมวางไข่ เรียกว่า ด้วงสาคู ชาวบ้านนิยมเก็บตัวอ่อน มารับประทานเพราะมีโปรตีนสูง ต้นสาคู เป็นยาสมุนไพร -ใช้รากทำยาพื้นบ้าน โดยเฉพาะรากแขนงที่เชื่อว่ารักษาอาการปวดศีรษะได้ ส่วนผลต้นสาคู มีรสเปรี้ยวและฝาดเล็กน้อยสามารถลดความดันโลหิตสูงและบรรเทาอาการเป็นโรคเบาหวานได้ ต้นสาคู เป็นที่อยู่อาศัย
‘วานิลลา’ แม้จะมีถิ่นกำเนิดไกลถึงเม็กซิโกและอเมริกากลาง แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยแรงหนุนจากเทรนด์การบริโภคยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจสุขภาพ และการเลือกใช้กลิ่นรสจากธรรมชาติแท้ แทนการใช้สารสังเคราะห์ จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคนี้เอง ทำให้ทั้งผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยหันมามองเห็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งผลให้มีการขยายพื้นที่ปลูกและศึกษาเทคนิคการผลิตวานิลลาคุณภาพสูงกันมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารและเบเกอรี่ระดับพรีเมียม อย่างไรก็ตาม “หัวใจสำคัญ” ของการปลูกวานิลลาไม่ใช่เพียงการทำให้ติดฝัก แต่คือการรักษามาตรฐานการผลิตและการบ่ม ที่ได้คุณภาพระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดและสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรไทยในระยะยาว คุณวัฒน์-ปิยวัฒน์ ลุนคำโต เจ้าของสวนนัฐภวรรธณ์ อยู่ที่บ้านอุดมชัย ตำบลโนนก่อ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันประกอบอาชีพเป็นวิศวกรเครื่องกลอยู่ที่จังหวัดระยอง แต่มีใจรักในงานด้านการเกษตร จึงตัดสินใจลงทุนปลูกวานิลลาสร้างรายได้เสริมที่บ้านเกิดจังหวัดอุบลราชธานี บนพื้นที่เพียง
หากพูดถึงพืชที่ปลูกครั้งเดียวแต่เก็บเกี่ยวได้ยาวนาน “ไผ่” ต้องติดโผอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่ให้ร่มเงาสวยงามหรือใช้ลำทำเฟอร์นิเจอร์ แต่ “หน่อไม้” ยังเป็นของกินยอดนิยมที่ขายดีตลอดปี ยิ่งตลาดอาหารสุขภาพกำลังมาแรง หน่อไม้สดๆ ปลอดสารก็ยิ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้น หลายคนอาจคิดว่าการปลูกไผ่ต้องใช้พื้นที่เยอะ แต่ความจริงแล้วสามารถปลูกได้ทั้งแบบสวนใหญ่และสวนข้างบ้าน ขอแค่มีการจัดการที่ดี เลือกพันธุ์ให้เหมาะสม แค่นี้ก็สามารถทำเงินหลักหมื่นต่อวันได้ไม่ยาก วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปดูแนวทางการปลูกไผ่แบบมืออาชีพ ตั้งแต่เลือกพันธุ์ การดูแล ไปจนถึงเทคนิคเพิ่มผลผลิต ให้ปลูกครั้งเดียวแต่ขายหน่อได้ไม่มีหมด คุณบารมี วรานนท์วนิช เจ้าของ “สวนไผ่บารมี” ผู้เปลี่ยนสวนส้มเดิมให้กลายเป็นอาณาจักรไผ่เลี้ยงอีสานเขียว เริ่มต้นจากเพียง 30 ไร่ ก่อนขยายพื้นที่เพาะปลูกจนแตะ 212 ไร่ ปัจจุบัน สวนไผ่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้ต่อเนื่องทุกวัน เฉลี่ยวันละ 20,000 บาท ด้วยผลผลิตที่สามารถเก็บขายได้ตลอดทั้งปี โดยสร้างตลาดจากหน้าบ้านของเขาเอง โดยปกติ หน่อไม้ มักจะพบมากในช่วงฤดูฝน แต่
บ้านโนนยาง ตำบลขวาว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นหนึ่งในพื้นที่ชุมชนใกล้แนวสายส่งที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เข้าไปส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน เพิ่มโอกาสสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร เปลี่ยนจากพื้นที่ไร้ประโยชน์ให้กลายเป็นพื้นที่การเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร เปลี่ยนที่ดินไร้ประโยชน์เป็นแผ่นดินทองทางการเกษตร ผู้ใหญ่บ้าน “ วนิตย์ ตรางา ” ให้ข้อมูลว่า เดิมทีบ้านโนนยางมีป่ารกร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเพราะเป็นดินทราย ไม่อุ้มน้ำ เพาะปลูกพืชได้ไม่ดี และอยู่ใต้แนวสายส่งไฟฟ้า ต่อมา หน่วยปฏิบัติการ และบำรุงรักษาสายส่ง ร้อยเอ็ดที่ 1 ของกฟผ. มีแนวคิดในการใช้ทรัพยากรที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดความถี่และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสายส่ง จึงได้เข้ามาช่วยปรับปรุงพื้นที่ไร้ประโยชน์ จำนวน 30 ไร่ดังกล่าว และสอบถามชาวบ้านว่าต้องการนำที่ดินไปใช้ประโยชน์อะไร หลังทำประชาคมก็ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า จะใช้ที่ดินดังกล่าวปลูกผักปลอดสารพิษขายเป็นรายได้เสริมหลังฤดูทำนา หลังอนุญาตให้ชาวบ้านเข้ามาปลูกผักสวนครัวใต้แนวสายส่งแล้ว กฟ
ในยุคที่เศรษฐกิจอย่างทุกวันนี้ มีผู้คนมากมายที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าอาชีพการงานจะสร้างกำไรได้มากแค่ไหน ก็มีอันต้องได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ดั่งการโดนต้องคำสาปเลยทีเดียว แต่สำหรับเขาคนนี้ คุณอภิศักดิ์ พันธุ์ไชย ที่เล็งเห็นถึงทางออก โดยเปลี่ยนจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว ให้เป็นเกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นการเพิ่มความหลากหลายทางงานเกษตร และเป็นการเพิ่มรายได้ไปในตัว “เกษตรนี่มันไม่ใช่ทางเลือก แต่มันเป็นทางรอดของเรา” นี่คือคำกล่าวของคุณอภิศักดิ์ เกษตรกรหนุ่มชาวโคราช ที่อยู่บ้านเลขที่ 210 หมู่ที่ 4 ตำบลโคกสูง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ผู้ทำการเกษตรแบบผสมผสาน คุณอภิศักดิ์ พันธุ์ไชย จากนักเรียนนอก สู่การเป็นเกษตรกรพื้นบ้าน คุณอภิศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนเคยทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และมีโอกาสได้ศึกษาเกี่ยวกับมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ และปริญญาโทเอกภาษาญี่ปุ่น ทำให้มีโอกาสได้โควต้าไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น ก็เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย แต่ในขณะเดียวกัน ก็ได้รู้จักกับอาจารย์ที่สอนภาษาญี่ปุ่น ท่านก็มีความรู้ความเข้าใจและค่อนข้างสนใจเรื่องของสหกรณ์การเกษตร ท่านก็มักจะพาไปดูการทำเกษตรในพื้นที่ต่า
ประเทศไทยถือเป็นแหล่งพันธุ์ส้มโอที่มีมากที่สุด และมีคุณภาพมากที่สุดในโลก จนกลายเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจของไทยที่มีมูลค่าการส่งออกเป็นอันดับต้นๆ อีกด้วย วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านรวมสายพันธุ์ส้มโอ ที่นิยมปลูกในไทยมาฝากแฟนเพจ จะมีสายพันธุ์ไหนบ้างตามมาดูกันเลย ส้มโอเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลาง มีหนามตามกิ่งใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว ที่ผิวใบมีต่อมน้ำมัน ดอกสีครีมออกเป็นกระจุกหรือเดี่ยว ผลขนาดใหญ่ มีรูปทรงกลมแป้น มีเปลือกหนา ผลอ่อนเปลือกสีเขียว เมื่อแก่จัดเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเหลือง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางผล 14-18 เซนติเมตร มีต่อมน้ำมันทั่วผิวเปลือก เปลือกด้านในสีขาวหนา หุ้มส่วนที่เป็นเนื้อ ข้างในผลเเบ่งเป็นกลีบๆ คั่นด้วยเยื่อบางสีขาว เนื้อส้มโอมีลักษณะเป็นถุงน้ำ รูปทรงคล้ายกุ้งฝอย จึงเรียกว่า “ตัวกุ้ง” น้ำในตัวกุ้งมีสีใสออก ครีมเหลืองอ่อน สีชมพูหรือสีแดงแล้วแต่พันธุ์ รสหวานหรือหวานอมเปรี้ยว เมล็ดส้มโอรูปร่างรี สีขาวนวล ส้มโอพันธุ์ทองดี ต้นขนาดกลาง สูง 6-8 เมตร ทรงพุ่มกว้าง 5-6 เมตร กิ่งปกคลุมด้วยขนสั้นๆ มีหนามสั้น ใบใหญ่เป็นมัน หนา มีส่วนของแผ่นใบและส่วนของหูใบ ใบแก่สีเขียวเข้ม เส้นใบนูนเห็นเด่นชัด ดอกออกที่ปล
พื้นที่จังหวัดชลบุรี เดิมเป็นแหล่งใหญ่หนึ่งที่มีเกษตรกรทำสวนมะพร้าว ปัจจุบันจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง เหตุผลจากการขยายตัวของสาธารณูปโภคที่เจริญเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง แม้พื้นที่ปลูกจะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังมีสวนมะพร้าวที่ดีหลงเหลืออยู่ ปลายปี 2559 ที่ผ่านมา สวนมะพร้าวจำนวนหนึ่งถูกทำลายจากการแพร่ระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าวอย่างรุนแรง ทำให้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรต้องออกมารณรงค์ให้เลี้ยงแตนเบียน เพื่อปล่อยเข้าทำลายหนอนหัวดำมะพร้าว ถามถึงสวนมะพร้าวน้ำหอม ในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ได้รับการยืนยันจากสำนักงานเกษตรอำเภอบางละมุง ว่า เหลืออยู่เพียง 2 สวนเท่านั้น ที่มีคุณภาพ สวน คุณประวิทย์ ประกอบธรรม ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลตะเคียนเตี้ย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นสวนหนึ่งที่ขึ้นชื่อได้ว่า ผลิตมะพร้าวน้ำหอมได้คุณภาพ คุณประวิทย์ มีพื้นที่สวนรวมกับพื้นที่บ้าน 10 ไร่ และมีพื้นที่สวนมะพร้าว ตั้งอยู่ถัดไปอีกกว่า 10 ไร่ เป็นแปลงที่ไม่ติดกัน แต่ทุกแปลงปลูกมะพร้าวเป็นผลไม้หลักสร้างรายได้ ส่วนผลไม้ชนิดอื่นปลูกไว้รับประทาน “ผมเป็นลูกชาวสวนโดยแท้ พ่อแม่ก็ทำสวนมะพร้าวมาก่อน มาซื้อที่ตรงนี้
มะระขี้นก เป็นพืชสมุนไพรข้างรั้วที่น่าสนใจ มะระขี้นก มีชื่อเรียกแต่ละท้องที่ อาทิ ทางเหนือเรียก “มะห่อย” ทางภาคอีสานเรียก “ผักไซ” ทางใต้เรียก “ผักไห่”, “ผักเหย”, “ระร้อยรู” และอีกหลายๆ ชื่อ มะระขี้นกเป็นพืชที่ขึ้นได้ดีในเขตร้อนชื้น ทวีปเอเชียกินเป็นผัก ชาวอินเดียปรุงเป็นแกง ชาวศรีลังกาปรุงเป็นผักดอง ชาวอินโดนีเซียกินสด ชาวไทยกินหลายรูปแบบเป็นผักต้มจิ้มน้ำพริก กินได้ทั้งยอดอ่อน ฝักอ่อน ฝักแก่ มะระขี้นกเป็นพืชไม้เถา มีมือเกาะลำต้นเลื้อยพาดพันตามต้นไม้หรือตามร้าน มีอายุ 1 ปี ลักษณะใบมีหยักเว้าลึกเป็นแฉกๆ 5-6 หยัก ปลายใบแหลมมีสีเขียวอ่อน มีขนอ่อนนุ่มคลุม ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองออกบริเวณง่ามใบ ผลมะระขี้นกมีรูปร่างคล้ายกระสวย ผิวขรุขระ เส้นผ่าศูนย์กลางมีตั้งแต่ 1.5-2 เซนติเมตร ยาว 3-5 เซนติเมตร แต่ขนาดผลใหญ่กว่านี้ก็มี ผลอ่อนสีเขียวออกขาว ผลแก่สีเขียวเข้ม ผลสุกเป็นสีส้มหรือแดงอมส้ม เมื่อแก่จัดจะแตกออกเป็นแฉกๆ โชว์เมล็ดในที่มีเนื้อหุ้มเป็นตลับ ผลขณะที่แตกสวยมาก ล่อตาล่อใจนกมาจิกกิน แล้วถ่ายมูลออกทิ้งไปทั่ว ที่ไหนได้น้ำดีหน่อยก็จะรอเวลางอกออกมาเป็นต้นใหม่ เลื้อยเถาพันกับกิ่งไม้ต้นไม้พุ่มอื่นๆ
