พืชทำเงิน
ผมเคยถามมนุษย์เงินเดือนว่า สิ่งปรารถนาที่สุดในชีวิตคืออะไร หลายคนตอบว่า อยากกลับไปอยู่บ้านเกิด ใช้ชีวิตอยู่ในสวน ใช้ชีวิตในเวลานี้หรือบั้นปลายให้มีความสุข สงบ สโลว์ไลฟ์ ตามใจปรารถนา อยากทำงานก็ทำ ไม่อยากทำก็ไม่ทำ ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร เป็นลูกจ้างตัวเอง พอถามความพร้อม ที่ดินมีไหม เงินทุนสำรองมีไหม รายได้อื่นมีไหม ไม่มีสักอย่าง ถามว่าค่าใช้จ่ายประจำมีไหม บอกมี แววอดตายก็ปรากฏให้เห็น ความมุ่งหวังเป็นเรื่องที่มีความสุข ทำให้ชีวิตดำเนินไปข้างหน้า แต่ต้องดูความพร้อมด้วย เหมือนตอนเด็กๆ เราอยากเรียนหมอ แต่เราไม่ได้เรียนเก่ง แล้วยังไม่ได้พยายาม แต่มีความหวังลมๆ แล้งๆ ไปเรื่อยเปื่อย สู้เอาความคิดมาจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เราทำได้ดีกว่า ถ้าสิ่งไหนที่เรามุ่งมั่นและมีความชอบสิ่งนั้นทำเป็นอาชีพที่ทำให้เราเลี้ยงตัวได้ การทำเกษตรไม่ใช่ว่าทำไม่ได้เลย แต่การลาออกแล้วมาทำเกษตรสำหรับคนไม่พร้อม ตายลูกเดียว แต่มีวิธีหนึ่งที่จะทำความฝันให้เป็นจริง คือการทำควบคู่กันไป ผมมาเจอคนคนหนึ่งซึ่งผมว่าใช่เลย คุณวิชัย สายวารี จบปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เมื่อปี 2550 ได้ทำงานเก
ลุงสิงทอง นาชัย เกิดวันที่ 10 มิถุนายน 2489 ปัจจุบัน อายุ 71 ปี สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย ศาสนาพุทธ จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สมรสกับ ป้าเพ็ญ นาชัย มีบุตรด้วยกันจำนวน 2 คน ปัจจุบัน อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 13 บ้านทรัพย์ภูเก้า ตำบลหนองเรือ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นเกษตรกรที่ไฟแรง เพราะทำการเกษตรมาหลายปี ทำให้ชีวิตดีขึ้น ฐานะครอบครัวเข้มแข็ง ฐานะการเงินมั่นคง และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของอำเภอโนนสัง ข้อมูลเกี่ยวกับประเภททางการเกษตรที่ดำเนินการ ตำแหน่งทางสังคม 1. หมอดินอาสา 2. ประมงอาสา 3. คณะกรรมการบริหารศูนย์บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลหนองเรือ 4. อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ประเภททางการเกษตรที่ดำเนินการ มีประสบการณ์ในการทำงานภาคเกษตรมาแล้ว 25 ปี ดำเนินงานทางด้านการเกษตร ได้แก่ การทำไร่นาสวนผสม และการเกษตรทฤษฎีใหม่ กิจกรรมการทำไร่นาสวนผสม โดยแบ่งพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมทางการเกษตร มีพื้นที่ทั้งหมด จำนวน 32 ไร่ พื้นที่อยู่อาศัย จำนวน 1 ไร่ พื้นที่สระน้ำ จำนวน 5 ไร่ (เลี้ยงปลานิล ปลาจีน ปลาตะเพียน) พื้นที่ปลูกผัก จำนวน 1 ไร่ (บวบ และถั่วฝักยาว) พื้นที่ปลูกไม้ผล
พืชกระท่อม (kratom) เป็นพืชวงศ์เดียวกับกาแฟ และเป็นพืชสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์ที่มีตำรายาโบราณและตำราแพทย์แผนปัจจุบันรองรับมากมาย เช่น 1. ช่วยบำรุงกำลังเพิ่มพลังให้ทำงานได้นานขึ้น 2. รักษาอาการลำไส้ติดเชื้อ 3. ช่วยแก้อาการปวดฟัน 4. ช่วยลดความดันโลหิตสูง 5. ช่วยรักษาโรคเบาหวาน 6. ช่วยรักษาแผลในปาก แก้ไอ 7. ช่วยลดอาการปวดที่มีผลดีกว่ามอร์ฟีน 13 เท่า เพราะมีสารสำคัญคือ “ไมทราไจนีน” ซึ่งพบในกระท่อมสายพันธุ์ไทย สูงถึง 66% มีส่วนช่วยกดประสาทส่วนกลาง สามารถลดอาการปวดได้ดี 8. ลดอาการขาดยาจากสารเสพติดประเภทเฮโรอีน ฝิ่น มอร์ฟีน ปัจจุบัน รัฐบาลปลดล็อกให้ “กระท่อม” เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจไทย ทำให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้ามาส่งเสริมให้ความรู้แก่เกษตรกร ทั้งด้านการปลูก การดูแลรักษา มาตรฐานพืชกระท่อม การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ตลอดจนการแปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่มพืชกระท่อมเพื่อสร้างอาชีพและรายได้แก่เกษตรกรกันอย่างต่อเนื่อง เจ้าของร้านอาหารไทยในอเมริกา ปลูกพืชกระท่อมเป็นอาชีพเสริม คุณชาลี หรือ คุณชัยวัฒน์ กลอยเทพ เจ้าของ ไร่ชาลี กระท่อมไทย Medical grade เนื้อที่ 30 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว
มะเฟือง เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่รู้จักกันดี อุดมไปด้วย วิตามิน เอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซีน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันเส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็กและพลังงาน ในปริมาณไม่น้อยเลย สำหรับพันธุ์ของมะเฟืองนั้นเช่นเดียวกับผลไม้อื่นๆที่มีหลากหลายพันธุ์ แต่ที่ขึ้นชื่อและเป็นที่นิยมคือ พันธุ์ บี 17 หรือที่มีอีกชื่อว่า Honey Star มะเฟืองบี 17 ผลมีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมาก ชั่งได้ 3 – 4 ผลต่อกิโลกรัม ทรงผลค่อนข้างยาว และมีความกว้างสม่ำเสมอตลอดผล ผลมีความยาวประมาณ 8 – 10 เซนติเมตร กลีบผลหนา มีฐานกว้าง ร่องระหว่างผลตื้น ที่ผิวของกลีบ มีจุดประเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังมีเปลือกบาง เมื่อแก่จัดมีสีเหลืองเข้ม จนถึงเหลืองอมส้ม เนื้อนิ่มฉ่ำน้ำ มีกลิ่นหอม รสหวาน ความหวานวัดได้ 11.5 องศาบริกซ์ รสไม่ฝาด มี 5 – 10 เมล็ดต่อผล มะเฟืองบี 17 จะให้ผลผลิตตลอดทั้งปี แต่เก็บผลผลิตได้มาก ช่วงเดือนมิถุนายน – กันยายน วิธีการปลูกมะเฟือง ในส่วน ระยะปลูก ใช้ระยะ 4×4 เมตร (หลังปลูกปีที่ 3 จะตัดต้นเว้นต้น) แต่ถ้า ขุดหลุม ขนาด 50x50x50 เซนติเมตร ทั้งนี้ในการปลูกนั้นควรรองก้นหลุมด้วย โดโลไมต์ :
ราวเดือนกันยายน-ตุลาคม ทุกปีที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นช่วงของลางสาดที่ได้เวลาออกสู่ตลาดอย่างคึกคัก โดยเฉพาะพันธุ์ลิปะใหญ่ เป็นพันธุ์ดั้งเดิมของเกาะสมุย เรียกขานกันในพื้นที่ว่า ลางสาดหอมสมุย ที่ปลูกมาพร้อมกับมะพร้าว มีจุดเด่นตรงรสหวาน หอม ลูกใหญ่ เนื้อผลสีน้ำผึ้ง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งแม้จะนำไปปลูกที่อื่นก็ไม่อร่อยเท่าที่สมุย แต่น่าเสียดายไม้ผลดั้งเดิมประจำถิ่นชนิดนี้ที่บรรพบุรุษปลูกตกทอดกันมาเป็นเวลานับร้อยปีนับวันจะลดลงเนื่องจากมีผลไม้ทางเลือกหลายชนิดที่ได้รับความนิยม จึงเป็นความกังวลของชาวสมุยเกรงว่าหากไม่ร่วมมือกันปลูกเพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์กันไว้ ในอนาคตอาจไม่มีเหลือให้ลูกหลานได้ภูมิใจ ในฐานะคนสมุย อย่าง คุณเศวต วิชัยดิษฐ์ ก็มีความกังวลเรื่องดังกล่าวอยู่ไม่น้อย จึงชักชวนชาวสมุยเปิดโครงการขยายพันธุ์ลางสาดขึ้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อต้องการอนุรักษ์ลางสาดพันธุ์ลิปะใหญ่ ซึ่งเป็นพันธุ์เก่าแก่ของเกาะสมุยไว้ เพื่อให้เป็นไม้ผลอัตลักษณ์ของเกาะสมุย สร้างความภูมิใจให้แก่ชนรุ่นต่อไป จุดเด่นของลางสาดพันธุ์นี้คือ ความหอม หวาน ผลใหญ่ เนื้อขาวสีน้ำผึ้ง อันเกิดจากต้นลางสาดได้สารอาหารสมบูรณ์ที่
พื้นที่ตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เป็นที่เลื่องลือถึงคุณภาพพริกพื้นเมืองที่ปลูกโดยฝีมือเกษตรกรในพื้นที่ ประเมินได้ว่า เป็นพริกพื้นเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดใน 14 จังหวัดภาคใต้ เพราะเหตุผลว่า พริกชนิดนี้ เป็นพริกที่มีความเผ็ด เมื่อนำไปปรุงในเครื่องแกงอาหารใต้ จะมีสีสวย ที่สำคัญ เมื่อปรุงเป็นอาหาร จะได้กลิ่นหอมชวนลิ้มรสของพริกในอาหารนั้นๆ ชาวบ้านเรียกพริกพื้นเมืองของตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ชนิดนี้ว่า “พริกขาวชี” หรืออีกชื่อหนึ่ง คือ “พริกขาวชัยบุรี” ที่มาที่ไปของชื่อ ลุงจำรัส สงกลิ่น อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง บอกว่า พริกชนิดนี้เมื่อติดผล แรกเริ่มเม็ดพริกจะเป็นสีขาว จากนั้นค่อยๆ เหลือง ส้ม และท้ายที่สุด คือ ส้มเข้ม และพื้นที่ปลูกพริกมากที่สุดอยู่ที่ตำบลชัยบุรี จึงเรียกพริกชนิดนี้ว่า พริกขาวชัยบุรี เดิมพื้นที่ตำบลชัยบุรีส่วนหนึ่ง เป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก บางส่วนเป็นพรุ จึงยากแก่การทำเกษตร โดยทั่วไปเกษตรกรจำนวนหนึ่งเลือกปลูกปาล์มแบบยกร่อง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่เกิดขึ้นเป็นประจำในฤดูฝน เกษตรกรผู้ปลูกพริกจึงเลือกปลูกพร
ธรรมชาติ มีความหลากหลายของพืชพรรณที่ขึ้นปะปนกันไป อยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยกันไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ร่วมกันใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ก็สามารถดำรงอยู่ได้ตลอดฤดูที่ผ่านไป การเลียนแบบธรรมชาติในการทำไร่นาสวนผสม ด้วยการปลูกพืชหลายชนิดปะปนกัน โดยคำนึงถึงชนิดของพืชแต่ละชนิดว่ามีจะเจริญโตได้ดีในสภาพเช่นใด ซึ่งการวางแผนและระบบนั้นจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการตลอดไปทุกระยะตั้งแต่การปลูก การดูแลบริหารจัดการน้ำ ปุ๋ย การป้องกันกำจัดศัตรูพืช การเก็บเกี่ยว และการขนส่ง การจัดทำไร่นาสวนผสมแต่คนจะมีความแตกต่างกัน เช่น “สวนธรรมพอดี” เป็นสวนที่อยู่ท่ามกลางกลางทุ่งนามีพืชหลากหลายปลูกปะปนกัน หลายคนมองเห็นแล้วนึกเสียดายพื้นที่และตำหนิในเริ่มแรกที่พบเห็นสวนที่รกรุงรัง คิดว่าเจ้าของสวน “ขี้เกียจ” ไม่ดูแล แต่พบว่า เจ้าของสวนนี้ มีผลผลิตพืชหลายชนิดวางจำหน่ายในตลาดนัดเป็นประจำ คุณนิตยา บุญจันทร์ เกษตรกรต้นแบบการบริหารจัดการศัตรูพืช ประจำศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตรอำเภอหันคา (ศพก.) บ้านเลขที่ 146 หมู่ที่ 6 ตำบลห้วยงู อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท กล่าวว่า หลังจากจบก
การทำไร่หญ้า หรือการปลูกหญ้าเพื่อจำหน่าย นับเป็นอีกหนึ่งอาชีพทำเงินได้เป็นอย่างดี โดยแหล่งผลิตหญ้าปูสนามที่สำคัญเกือบทั้งหมดจะอยู่ในพื้นที่มีนบุรี, จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดนครนายก เนื่องด้วยสภาพพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม ประกอบกับการเป็นแหล่งซื้อขายต้นไม้ที่ใหญ่และมีชื่อเสียงง่ายต่อการติดต่อซื้อขาย ถ้าหากใครที่ต้องการจัดสวน ปูสนาม ก็ต้องนึกถึงแหล่งผลิตที่นี่ แต่การปลูกหญ้าปูสนาม ยังเป็นอาชีพที่ไม่ใช่ใครทำก็ได้ เนื่องจากต้องใช้พื้นที่เยอะในการปลูกขยายพันธุ์ และต้องอาศัยประสบการณ์ ความชำนาญของทั้งเจ้าของธุรกิจและคนงานอยู่มากพอสมควร ถึงจะประสบความสำเร็จได้ แต่ถ้าท่านใดสามารถก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดเหล่านี้ไปได้ การทำธุรกิจหญ้าสนามถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพหลักหรืออาชีพเสริมที่น่าสนใจไม่น้อย คุณมูฮัมหมัดศอดิก ประดับญาติ หรือ บังหมัด เจ้าของสวนประดับสกุล พันธุ์ไม้ ไร่หญ้า ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 35/5 หมู่ที่ 4 คลองสิบสาม ซอยประดับญาติ ตำบลบึงคอไห อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี Young Smart Farmer รุ่นใหม่ไฟแรง ที่ยึดอาชีพการทำหญ้าปูสนามมานานกว่า 6 ปี พร้อมกับการทำไทรช้อนเงินช้อนทองเสียบยอด เป็นอาชีพเสริมฟันรายไ
ผักกูด เป็นพืชที่อยู่คู่กับริมแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณริมแม่น้ำจะมีผักกูดขึ้นอยู่เต็มไปหมด แต่การปลูกเป็นแปลงจะน้อย เกษตรกรจะใช้วิธีเก็บผักกูดตามริมน้ำ ซึ่งในฤดูแล้งจะขาดแคลน ผู้บริโภคที่ต้องการก็จะหายาก วิธีการปลูกผักกูด ควรให้น้ำตลอด ดินต้องมีความชื้นตลอด ผักกูดเป็นพืชที่ต้องการน้ำ ดังนั้น ให้น้ำผักกูดตลอด 12 เดือน ผักกูดขยายพันธุ์ได้หลายวิธี ถ้าใช้วิธีขยายพันธุ์โดยสปอร์ จะค่อยพัฒนาเป็นหน่อเล็กๆ ปลูกในระยะระหว่างต้นระหว่างแถว 30×50 เซนติเมตร 4 เดือน เริ่มเก็บผลผลิตได้ ผักกูด เป็นพืชที่ให้น้ำหนักดีมาก โดยยอดที่สมบูรณ์ โดยประมาณ 30 ยอด ได้น้ำหนักถึง 1 กิโลกรัม ถ้ายอดเล็กประมาณ 50 ยอด จะได้ 1 กิโลกรัม ปุ๋ย ให้เป็นปุ๋ยคอกอย่างเดียว ปีละครั้ง ระบบน้ำ ดินชื้นไม่ต้องให้ ดินแห้งจึงให้ “ฤดูฝนไม่ต้องให้น้ำ ผักกูดเป็นพืชที่ไม่ชอบแสงแดดมากเกินไป ถ้าน้ำน้อยน้ำขาดจะแห้งเลย ถ้าอยากปลูกผักกูดสร้างรายได้ต้องคำนึงถึงน้ำและร่มเงา ปลูกกลางแจ้งไม่ได้ ข้อจำกัดเขามีอยู่ตรงนี้ อีกวิธีหนึ่งคือใช้ซาแรนคลุมเพื่อลดแสงแดด แต่จะเป็นการเพิ่มต้นทุน ใบไม้ก็สามารถทำเป็นปุ๋ยได้ เมื่อทิ้งไว้นานใบไม้เริ่มเปื่อยใช้ได้ด
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมขอเรียนถามคุณหมอเกษตร ว่า เพราะเหตุใดเกษตรกรบ้านเราจึงต้องใส่ปุ๋ยในการเพาะปลูก เพราะมีข่าวเสมอว่า ราคาปุ๋ยเคมีนั้นแพง และมีแนวโน้มว่าจะมีราคาแพงขึ้นทุกวัน เกษตรกรต้องซื้อปุ๋ยในทุกฤดูปลูก ถ้าราคาแพงและหาได้ยาก เราจะสามารถผลิตปุ๋ยใช้เองได้หรือไม่ ขอคำอธิบายด้วยครับ ขอแสดงความนับถืออย่างสูง วรวิทย์ จึงสถาพร สระบุรี ตอบ คุณวรวิทย์ จึงสถาพร ในอดีต การเพาะปลูกบ้านเราไม่เคยใช้ปุ๋ยมาก่อน แต่เราก็ยังดำรงคงอยู่ได้ ที่คุณเล่ามาผมเข้าใจว่าหมายถึงปุ๋ยเคมี ผมจึงขออนุญาตเรื่องปุ๋ย พอให้เข้าใจ ปุ๋ย หมายถึง สาร หรือสิ่งที่ใส่ลงดิน เพื่อปลดปล่อยธาตุอาหารให้กับต้นไม้ในส่วนที่ขาดอยู่ให้ได้รับอย่างพอเพียง ปุ๋ย ยังแบ่งเป็นปุ๋ยอินทรีย์ และอนินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์ หมายถึงปุ๋ยที่ได้มาจากการย่อยสลายของอินทรียวัตถุ ตัวอย่าง ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และปุ๋ยพืชสด และ ปุ๋ยอนินทรีย์ เป็นปุ๋ยที่ได้จากสิ่งไม่มีชีวิต ส่วนมากมีอยู่ตามธรรมชาติ แล้วนำมาใช้เป็นปุ๋ย เช่น หิน แร่ธาตุต่างๆ แต่นิยมเรียกว่า ปุ๋ยเคมี ตัวอย่างปุ๋ยที่มี ธาตุฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) ที่ได้มาจากใต้ปฐพี ส่วนปุ๋ยไนโตร
