พืชทำเงิน
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน หนึ่งเดือนเราได้พบกันหนึ่งครั้ง พร้อมกับหลากหลายเรื่องราวที่ผมได้ไปพบมา และนำมาบอกเล่าสู่กัน ประเด็นหลักก็เกี่ยวกับข่าวคราวชาวเกษตรของเรานั่นเอง จำได้ไหมครับ ก่อนนั้นผมเคยเอ่ยถึงคาถาหัวใจเกษตรกรไว้นั่นคือ ปลูกได้ ขายเป็น เน้นสตอรี่ มีดีที่แปรรูป แต่วันนี้ขอฉีกแนวไปเล็กน้อย เพราะเป็นเรื่องราวของการปรับ ปลูก ประยุกต์ และเปลี่ยนแปลง โดยใช้หลักปฏิบัติตามแนว โคก หนอง นา โมเดล และที่เพิ่มเข้ามาก็คือ บวร (บ้าน วัด โรงเรียน) ในการทำกิจกรรมครั้งนี้ ผมได้รับการประสานงานจากมิตรสหายเพื่อชักชวนไปทำกิจกรรมปลูกป่าครั้งนี้ เริ่มจาก พระครูนาคดิตถ์วรรักษ์ (หลวงพ่อหนึ่ง อุปคุตโต) โทร. 089-241-6462 เจ้าอาวาสวัดท่าโขลง ตำบลเขาสมอคอน อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ท่านมีที่อยู่แปลงหนึ่ง ประมาณ 10 ไร่ ตอนแรกอยากสร้างโรงเรียน แต่มาเจอวิกฤตช่วงโควิดทำให้ต้องยกเลิกโครงการไป และตั้งใจว่าจะสร้าง โคก หนอง นา สวนป่ากลางทุ่ง สถานปฏิบัติธรรมสวนป่ากลางทุ่ง แปลงที่ดินตั้งอยู่ที่ 111/1 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านชี อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เป็นพื้นที่อยู่กลางทุ่งนา เหมาะสมที่จะสร้างเป็น
เพื่อสร้างกำลังใจให้กับพี่น้องเกษตรกรและคนที่กำลังมองหาช่องทางทำธุรกิจเกษตร ฉบับนี้พาท่านไปเยี่ยมชมสวนพันธุ์ไม้ที่เราท่านอาจจะเคยเห็นจนชินตาแต่ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อและแหล่งที่มาอย่าง “ตอกราฟ” ขึ้นไปอีสานบ้านเฮาตามไปดูรายละเอียดกันครับ อาชีพเสริมของครูชำนาญการสอนวิชาเกษตร พาท่านมาที่บ้านเลขที่ 131 หมู่ที่ 17 บ้านหนองบุญชู ตำบลกู่ทอง อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม มาพบกับคุณครูหนุ่มคนขยัน คุณครูวัฒนพงษ์ พรนิคม ตำแหน่งครูชำนาญการ โรงเรียนหนองนาคำวิทยาคม จังหวัดขอนแก่น คุณครูวัฒนพงษ์ เริ่มแนะนำตัวว่า “ผมสอนวิชาเกษตรเพราะจบจากสาขาพืชศาสตร์ รุ่นที่ 6 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จบมาก็สอบบรรจุมาเป็นข้าราชการครูอยู่ในภูมิลำเนาเดิมทางภาคอีสาน เพราะผมเป็นคนภาคนี้ จบมาจึงอยากจะกลับมาทำงานใกล้บ้าน” และด้วยความรู้ด้านการเกษตรที่ศึกษามา คุณครูวัฒนพงษ์จึงได้นำมาใช้สร้างอาชีพเสริมโดยการปลูกต้นตอกราฟ เพื่อขายเป็นต้นตอสำหรับการกราฟ (Grafting) หรือการต่อยอดต่อกิ่งไม้จำพวกกระบองเพชร TK ฟาร์มตอกราฟ ครูวัฒนพงษ์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของอาชีพเสริมนี้ว่า เริ่มทำสวนตอกราฟมาได้
โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ดำเนินงานและแนะนำ ส่งเสริมโดยกรมส่งเสริมการเกษตร มีการจัดตั้งกลุ่มเกษตร ตั้งแต่ปี 2559 จวบจนปัจจุบัน เป็นเวลา 7 ปี ซึ่งการรวมกลุ่มเกษตรกรจัดตั้งในลักษณะนี้ เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาการทำการเกษตรของเกษตรกรที่มีพื้นที่ทำกินขนาดเล็ก และปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่ง เกษตรกร ทำใครทำมัน ต่างคนต่างขาย ส่งผลต่อคุณภาพ มาตรฐานของผลผลิต ไม่ตรงตามความต้องการของตลาด มีผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ ที่จังหวัดแพร่ ผู้เขียนได้ติดตามการดำเนินงานของกลุ่มแปลงใหญ่ผึ้ง ที่มีผลงานโดดเด่น ด้านการผลิต แปรรูป และการตลาด จึงเดินทางไปพบคณะกรรมการขอศึกษาการทำธุรกิจ ใน 9 ประเด็น คือ ลักษณะสินค้าและบริการ กลุ่มลูกค้า ช่องทางการจำหน่าย วิธีการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า การใช้ทรัพยากรหลัก กิจกรรมหลัก พันธมิตรทางการค้า รายได้หลัก และโครงสร้างต้นทุนการผลิต ผู้เขียนได้กล่าวอ้างถึงกรมส่งเสริมการเกษตร ตอนต้นนั้น ในส่วนภูมิภาคมีสำนักงานเกษตรจังหวัด เป็นศูนย์กลางในการบริหารและส่งเสริมการเกษตรของจังหวัด ผู้เขียนจึงติดต่อ คุณประภาส สานอูป เกษตรจังหวัดแพร่ ขอข้อมูลและการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ใ
คุณธนวรรธ ฤทธิ์อ้วน หรือ คุณเบน เกษตรกรและพนักงานออฟฟิศแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลน้ำโสม อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี ที่ชื่นชอบและรักการทำเกษตรกรรม จึงสานต่อธุรกิจของครอบครัว “สวนเงาะไร่โคตรสมบัติ” จากคุณตาผู้เป็นที่รัก ควบคู่กับการทำงานประจำ ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานในการดูแลเงาะกว่า 200 ต้น ผสมผสานกับผลไม้หลากหลายชนิด จนสามารถสร้างรายได้ปีละ 5 แสนบาท จุดเริ่มต้นของการปลูกเงาะนั้น ในอดีตเพื่อนของคุณตาได้มาเที่ยวที่บ้าน และเห็นว่าคุณตามีที่ดินเยอะพอสมควร จึงแนะนำให้ปลูกเงาะโรงเรียน ประกอบกับคุณแม่และคุณป้าของคุณธนวรรธนั้นชื่นชอบการบริโภคเงาะอยู่แล้ว จนกระทั่งปี พ.ศ. 2541 ได้เริ่มทดลองปลูกเงาะ จำนวน 10 ต้น เมื่อได้ผลผลิตที่น่าพึงพอใจ ถัดมาในปี พ.ศ. 2542 ได้ปลูกเงาะเพิ่มอีก 140 ต้น เป็นเงาะโรงเรียนสายพันธุ์นาสารและสายพันธุ์สุราษฎร์ ซึ่งปัจจุบันมีการปลูกเงาะเพิ่มอีก 50 ต้น รวมทั้งหมด 200 ต้น ในพื้นที่จำนวน 9 ไร่ สวนเงาะไร่โคตรสมบัติ จะปลูกเงาะในระยะห่าง 8×8 เซนติเมตร ความลึกของหลุมจะอยู่ที่ 20 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกในการรองพื้นปลูกต้นเงาะ การดูแลรักษาหลังจากที่มีการเก็บผลผลิตแล้วใน 1 เดือนแรก
“เพชรปากช่อง” เป็นน้อยหน่าลูกผสมพันธุ์ใหม่ที่ดำเนินการปรับปรุงพันธุ์โดยสถานีวิจัยปากช่อง มีลักษณะผลขนาดใหญ่ เนื้อมาก เมล็ดน้อย ให้ผลผลิตเร็ว และติดผลดกกระจายทั่วต้น ทั้งยังปลูกง่าย ทนแล้ง บังคับให้ออกดอกติดผลได้ตลอดปีโดยวิธีการตัดแต่งกิ่งร่วมกับการให้น้ำ ชาวสวนสามารถกำหนดช่วงการผลิตในรอบปีให้มีผลผลิตออกในช่วงที่ต้องการได้ค่อนข้างแน่นอน จึงเลี่ยงฤดูกาลผลิตของผลไม้ชนิดอื่น ช่วยให้ขายได้ราคาดี ถือเป็นจุดเด่นของไม้ผลชนิดนี้ที่เหมาะกับการปลูกเชิงพาณิชย์ แม้เพชรปากช่องจะเหมือนกับน้อยหน่าพันธุ์อื่นที่ชอบอากาศร้อนแห้ง ชอบแสงแดดจัดส่องได้ทั่วถึง ซึ่งเป็นข้อจำกัดทางภูมิอากาศบางแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคใต้ที่มีความชุ่มชื้น ยากต่อการบริหารจัดการจึงไม่เป็นที่นิยมของชาวสวน แต่ คุณนาวี จันทร์กระจ่าง เจ้าของ “บ้านสวนกรกานต์” ตั้งอยู่เลขที่ 102/1 หมู่ที่ 8 ตำบลน้ำผุด อำเภอเมือง จังหวัดตรัง นำน้อยหน่าเพชรปากช่องไปปลูก กลับประสบความสำเร็จและเป็นรายแรก ได้น้อยหน่าเพชรปากช่องที่มีคุณภาพตรงตามคุณสมบัติ เดิมคุณนาวีเป็นคนพื้นเพจังหวัดสมุทรปราการ ไปทำงานที่ระยอง กระทั่งมีครอบครัวจึงย้ายไปทำกินที่จังหวัดตรัง
วิถีการดำเนินชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ล้วนแล้วแต่เร่งรีบ มีเวลาว่างก็เพียงนิด แต่มีกิจกรรมที่กำหนดไว้มากมาย การปลูกผักไว้รับประทานเองภายในบ้าน ก็เป็นอีกวิถีที่คนเมืองนิยมทำกัน แต่ในที่นี้ คงขอเอ่ยเฉพาะ “พริก” พื้นที่ในคอนโดมิเนียม หรือ อพาร์ทเม้นท์ หากต้องการปลูกพริก คงมีพื้นที่บริเวณระเบียงเท่านั้นที่เหมาะสม เพราะเป็นพื้นที่ที่แสงแดดส่องถึง สำหรับบ้านขนาดเล็กที่พอจะมีส่วนที่เป็นดินไว้สำหรับจัดสวน ปลูกต้นไม้ ก็เป็นเรื่องดี เพราะจะสามารถจัดพื้นที่ปลูกสำหรับไม้ยืนต้น พืชผักสวนครัว ไม้ดอกไม้ประดับ และอื่นๆ เป็นสัดส่วนได้ แต่ถ้าบริเวณบ้านไม่เหลือส่วนที่เป็นดินไว้บ้าง ก็คงต้องอาศัยกระถางหากต้องการปลูกต้นไม้ อย่างที่ขึ้นต้นเนื้อเรื่องไว้ว่าขอหยิบยกมาเฉพาะตัวเอกของเล่ม คือ พริก ซึ่งเป็นพืชชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในพืชผักสวนครัว ในแต่ละครัวเรือนถ้าต้องทำกับข้าว ส่วนประกอบของอาหารในบางมื้อก็น่าจะมีพริกอยู่ไม่น้อย ฉะนั้น การปลูกพริกในบ้าน ก็เป็นเรื่องน่าสนใจ ใกล้ตัว หากทำได้ก็ไม่ต้องควักกระเป๋า ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้อีก สิ่งที่ควรมีอันดับแรก คือ เมล็ดพันธุ์พริกสำหรับปลูก ถ้าไม่คิดอะไ
ระยะนี้จะมีฝนตกบางพื้นที่ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันเฝ้าระวังการเข้าทำลายของหนอนหน้าแมว สามารถพบได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของต้นปาล์มน้ำมัน เริ่มแรกตัวหนอนหน้าแมวจะกัดทำลายใบปาล์มน้ำมัน หนอนตัวเล็กจะกัดกินผิวใบ เมื่อตัวหนอนโตขึ้นจะกัดกินจนใบขาด หากระบาดรุนแรง ใบจะถูกกัดกินจนเหลือแต่ก้านใบ ทำให้ผลผลิตลดลง ต้นปาล์มน้ำมันชะงักการเจริญเติบโต และต้นปาล์มน้ำมันจะใช้เวลาในการฟื้นตัวนาน การระบาดของหนอนหน้าแมวในแต่ละครั้งจะใช้เวลาในการกำจัดนาน เนื่องจากหนอนหน้าแมวมีหลายระยะในเวลาเดียวกัน เช่น ระยะหนอนและระยะดักแด้ ทำให้ไม่สามารถกำจัดให้หมดในเวลาเดียวกันได้ หากพบการเข้าทำลายของหนอนหน้าแมว เกษตรกรควรใช้วิธีป้องกันกำจัดแบบผสมผสาน คือ การใช้วิธีกล การใช้ชีววิธี และการใช้สารเคมี สำหรับการใช้วิธีกล ให้เกษตรกรตัดทางใบปาล์มน้ำมันที่มีหนอน หรือจับผีเสื้อที่เกาะนิ่งในเวลากลางวันตามใต้ทางใบ หรือเก็บดักแด้ตามซอกโคนทางใบรอบต้นมาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก จากนั้นให้ใช้กับดักแสงไฟ black light หรือหลอดนีออนธรรมดา วางบนกะละมังพลาสติกที่บรรจุน้ำผสมผงซักฟอก โดยให้หลอดไฟอยู่เหนือน้ำประมาณ 5-10 เซนติเมต
ทำเอาใจฟูกันถ้วนหน้า สำหรับงาน ‘ประชันวงดุริยางค์กรุงเทพฯ-โคราช’ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวานนี้ (31 กรกฎาคม) ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก กรุงเทพมหานคร โดยมีคณะนักเรียนและผู้ชมกว่า 4,000 คน เดินทางมาร่วมชม ร่วมเชียร์เหล่าเยาวชนวงดุริยางค์ทั้ง 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนวัดสุทธิวราราม และโรงเรียนวชิรธรรมสาธิต จาก กรุงเทพฯ กับโรงเรียนสุรนารีวิทยา (โคราช) และโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย จากฝั่งนครราชสีมา ที่มาประชันและโชว์ศักยภาพด้านดนตรีกันแบบสนุกสนาน สร้างความประทับใจให้เหล่ากองเชียร์กันแบบเต็มอิ่ม งานดีๆ แบบนี้ ฟาร์มเฮ้าส์ แบรนด์ขนมปังอันดับ 1 ของไทย ไม่พลาดร่วมส่งขนมปังหอมกรุ่นจากเตาทุกเช้า จำนวน 4,000 ชิ้น มาแจกฟรีให้กับน้องๆ วงดุริยางค์ทั้ง 4 โรงเรียนและเหล่าทัพกองเชียร์ได้อิ่มท้องพร้อมเชียร์ โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับมอบขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ 4,000 ชิ้น จาก นายอภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย กรรมการรองผู้อำนวยการ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “ฟาร์มเฮ้าส์” สำหรับแฟนๆ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน หากต้องการนิตยสารเทคโนโ
คุณณัฐวรรณ ทองเกล็ด หรือ พี่แหม่ม ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์เพชรบูรณ์ อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ที่ 4 ตำบลประดู่งาม อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ อดีตสาวแบงค์ หันเอาดีด้านงานเกษตร ปรับปรุงพื้นที่ปลูกพืชไร่ของครอบครัวบางส่วนมาปลูกผักอินทรีย์ โดยมีมะเขือเทศ 3 สี สร้างรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี บนพื้นที่เพียง 2 ไร่ และครั้งนี้เธอจะมาบอกเล่าประสบการณ์การปลูกมะเขือเทศอินทรีย์ยังไงให้ได้มาตรฐานส่งห้าง และขายให้ได้ในราคากิโลกรัมละ 50-70 บาท ตลอดทั้งปี คุณณัฐวรรณ ทองเกล็ด หรือ พี่แหม่ม เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า อดีตตนเคยทำงานเป็นพนักงานธนาคารมาก่อน แต่เมื่อวันหนึ่งถึงจุดอิ่มตัว ก็ต้องหาอาชีพมารองรับ นั่นก็คือ อาชีพการเป็นเกษตรกร เนื่องจากพื้นฐานที่บ้านเป็นเกษตรกรอยู่แล้ว คุณพ่อเป็นเกษตรกรปลูกพืชเชิงเดี่ยว บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ และมองว่าถ้าออกมาทำอาชีพดั้งเดิมของที่บ้านก็น่าจะมีหนทางไปได้ดี จึงได้ตัดสินใจปรับปรุงพื้นที่บางส่วนของคุณพ่อมาทำเกษตรในแบบของตนเอง เพราะดูจากประสบการณ์ของคุณพ่อที่ปลูกพืชไร่มาตลอด ก็จะมีรายได้เข้ามาเป็นรายปีอย่างเดียว จึงอยากที่จะปรับเปลี่ยนวิถีการปลูกพืชแบบใหม่ พยายามเลือกปลู
คุณสุจิตรา ฉ่ำเพชร หรือ ป้าอร หญิงเหล็กของวงการผักอินทรีย์ จังหวัดลพบุรี เปิดเผยเคล็ดลับในการทำเกษตรอินทรีย์ให้ได้ผลผลิตที่ดี ป้าอร บอกว่า “ดินเป็นปัจจัยการปลูกที่สำคัญ เกษตรอินทรีย์เน้นที่การเตรียมดินให้สมบูรณ์ เนื่องจากที่สวนเลี้ยงหมูป่าไว้ ก็จะเอาฉี่ของหมูป่านี่แหละมาใส่ถังไว้ในถัง 20 ลิตร ส่วนมูลหมูป่าตัดใส่ถุงปุ๋ยปิดปากถุง นำมาใส่ในถังนี้ด้วย ใส่ พด.1 ไป 1 ซอง เติมฉี่หมูไปเรื่อยๆ จนเต็มถัง ปิดฝาไว้ในร่มไว้ประมาณ 1 เดือน ก็จะนำมาใช้ได้ อัตราการใช้ 1 กระป๋องปลากระป๋อง ต่อน้ำ 20 ลิตร รวมจุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 กระป๋อง และน้ำส้มควันไม้อีก 2-3 กระป๋อง ของทั้ง 3 อย่างรวมกันแล้วนำมาราดบนดิน แล้วใช้จอบพรวนดินให้เข้ากันก็สามารถหว่านเมล็ดผักได้เลย ส่วนมูลหมูในถุงก็เอามาหว่านในแปลงเช่นกัน สำหรับเมล็ดพันธุ์ของผักซองที่ซื้อมาให้ล้างด้วยน้ำเปล่าลงในโถส้วมเพื่อไม่ให้สารที่เคลือบเมล็ดมาปะปนในแหล่งน้ำหรือในดินของเราอีก ส่วนเมล็ดที่มีขนาดเล็ก เช่น ผักขม ผักสลัด ผักชีลาว ไม่ต้องล้าง” น้ำลายปลวก ทุกๆ ครั้งที่มีการเก็บผักก็จะทำเช่นนี้กับแปลงในมุ้ง เมื่อเก็บผักได้ 2 รอบ ก็จะนำน้ำลายปลวกซึ่งป้าอรได้ทำไว้
