พืชทำเงิน
ด้วงสาคู หรือ ด้วงลาน จัดเป็นแมลงอีกชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมบริโภค ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เนื่องจากขนาดของตัวหนอนค่อนข้างโต มีน้ำหนักดี และขายได้ราคาดี มีวงจรชีวิตสั้น มีโปรตีนสูงเช่นเดียวกับแมลงชนิดอื่นๆ ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงกันมาก ในเขตพื้นที่ภาคใต้ของไทย เกษตรกรในเขตพื้นที่ภาคใต้จะเลี้ยงด้วงสาคูในท่อนสาคู ปัจจัยสําคัญที่จะทําให้การเลี้ยงด้วงสาคูให้ประสบความสําเร็จคือ เรื่องของความสะอาดและการจัดการเลี้ยงอย่างมีระบบ เช่น สถานที่เลี้ยงจะต้องไม่มีน้ำท่วมขัง และบริเวณที่เลี้ยงสามารถมีร่มเงาและแสงแดดเข้าถึงอยู่บ้าง ด้วงสาคู ถือเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่มีวงจรชีวิตที่สั้น หรือมีวงจรชีวิตแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะไข่ ระยะตัวหนอน ระยะดักแด้ และระยะโตเต็มวัย ระยะไข่มีอายุ 2-3 วัน ไข่เป็นสีขาวครีม ยาวและรูปทรงรี ขนาดเฉลี่ยของไข่คือ ยาว 2.6 มิลลิเมตร กว้าง 1.1 มิลลิเมตร ระยะตัวอ่อนมีอายุ 60-110 วัน ตัวหนอน สีขาวรูปร่างเหมือนถัง ความยาวของตัวอ่อนโตเต็มที่คือ 50 มิลลิเมตร กว้าง 20 มิลลิเมตร ระยะดักแด้มีอายุ 20-30 วัน ดักแด้รูปไข่ยาว รังทรงกระบอกที่ทำจากเส้นใย เมื่อจะเป็นดักแด้ตัวอ่อนสร้างรังซึ
จะกี่ยุคกี่สมัย อาชีพเกษตรกรรมก็ยังเป็นอาชีพที่ยั่งยืนและตอบโจทย์วิถีชีวิตคนไทยได้เสมอ การเป็นเกษตรกรถึงอาจจะไม่ได้ทำให้ร่ำรวย แต่อย่างน้อยก็ทำให้หลุดพ้นจากความหิวโหยได้ อาชีพเกษตกรรมไม่ได้แบ่งชนชั้นการศึกษา จะเรียนจบ ป.1 หรือเรียนจบด็อกเตอร์ ก็สามารถเป็นเกษตรกรได้เหมือนกัน อาศัยเพียงความมีใจรัก ความขยันอดทน มุ่งพัฒนาหาความรู้ไม่หยุดนิ่ง เพียงเท่านี้ทุกคนก็จะประสบความสำเร็จจากอาชีพเกษตรกรรมได้ไม่ยาก คุณวาสนา ภู่ทับทิม ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์จังหวัดนราธิวาส ต้นแบบเกษตรกรแบบครบวงจร อยู่บ้านเลขที่ 72/3 หมู่ที่ 5 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เล่าว่า ตนเรียนจบระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แต่ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสทางการศึกษาน้อยแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะความรู้หาได้ทุกที่ไม่จำกัดว่าต้องศึกษาแค่ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเท่านั้น ตนเลือกที่จะออกมาศึกษานอกโรงเรียน เพราะรู้เป้าหมายของตัวเองแล้วว่าจะเดินทางสายเกษตร จึงมุ่งเน้นศึกษาตามศูนย์การเรียนรู้ ได้ลองลงมือปฏิบัติจริง อย่างที่ในเขตตำบลกะลุวอเหนือที่อาศัยอยู่จะมีศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตนก็เข้าร่วม มีโอกาสได
นางสุจารีย์ พิชา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 นครราชสีมา (สศท.5) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่” เป็นสินค้าเกษตรล่าสุดที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ พบปลูกในพื้นที่อำเภอปากช่อง ตั้งอยู่บนเทือกเขาดงพยาเย็นเป็นแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก มีความอุดมสมบูรณ์จากดินภูเขา และสภาพอากาศที่เหมาะสม ทำให้ผลผลิตทุเรียนมีคุณภาพ รสชาติหวาน มัน เนื้อเนียนละเอียดแห้ง และมีเส้นใยน้อย เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกพันธุ์หมอนทอง ซึ่งเป็นพันธุ์ทางการค้า และเป็นที่นิยมของผู้บริโภค สำหรับทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ ได้ชื่อว่าเป็นทุเรียนที่มีคุณภาพ สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งทางจังหวัด โดยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และกลุ่มเกษตรกร ได้ผสานความร่วมมือกันเพื่อสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น ผลักดันทุเรียนปากช่องเขาใหญ่จนได้รับมาตรฐาน GAP และได้รับรองตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2565
เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ในช่วงหลายปีหลังมานี้เราได้เห็นลูกหลานเกษตรกรหลายบ้านหันมาให้ความสนใจกับอาชีพเกษตรกรที่เป็นอาชีพดั้งเดิมพ่อกับแม่ทำมาก่อนแล้ว ถึงแม้ว่าบางบ้านจะส่งลูกไปเรียนไกลถึงเมืองนอกเมืองนา บางบ้านส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรี ไปจนถึงปริญญาเอก ลูกๆ หลานๆ ก็ยังไม่ลืมที่จะกลับมาพัฒนาสานต่องานเกษตรที่เลี้ยงชีวิตพวกเขาให้เติบโตมาอย่างสมบูรณ์แบบอย่างทุกวันนี้ได้ อย่างเช่นว่าที่เกษตรกรสาวอายุน้อยท่านนี้ คุณวริศรา ไกรกิจราษฎร์ หรือ น้องอ้อม อายุ 22 ปี อยู่ที่ตําบลแม่สิน อําเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ลูกหลานเกษตรกรชาวสวนส้มเขียวหวาน ที่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเธอก็จะเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี กำลังเป็นเด็กรุ่นใหม่ไฟแรง อาศัยความรักและชอบในการขายของ เข้ามาช่วยทำการตลาดส้มที่สวนของพ่อกับแม่ จากผลผลิตที่เคยราคาตก ขายออกไม่หมด ปัญหาเหล่านี้ไม่มีอีกแล้ว น้องอ้อม เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันตนกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ชั้นปีที่ 4 ใกล้เรียนจบปริญญาตรี จึงได้วางแผนอนาคตตนเองไว้ว่าหลังเรียนจบจะเข้ามาสานต่อสวนส้มเขียวหวานของครอบครัว และบททดสอบก็เข้ามาไวกว่าที่คิด จากสถานการณ์โควิด-19 ที
หากพูดถึงผลไม้ช่อใหญ่ ผลอวบกลม รสชาติหวานกรอบ หอมชื่นใจ ที่นอกจากจะทานสดๆ แล้วยังสามารถนำมาทำของหวานและเครื่องดื่มได้ คงไม่พ้นลำไยที่เป็นที่นิยมของชาวไทยมายาวนาน และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหลายปีมานี้ ชื่อเสียงของลำไยบ้านแพ้วโด่งดังขึ้นเป็นอย่างมาก ลูกดก ราคาดี มีกำไรงาม วันนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสมาหาคำตอบว่า เพราะอะไรลำไยบ้านแพ้วถึงติดตลาด เมื่อเดินทางมาถึงตำบลบ้านแพ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร จึงได้มาเจอกับประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ปลูกลำไยพวงทองบ้านแพ้ว คุณไพรัช เทียนทอง ซึ่งเป็นเจ้าของสวนลำไยพื้นที่กว่า 14 ไร่ ทั้งยังเป็นแปลงเรียนรู้โครงการส่งเสริมการเกษตรที่ร่วมทำวิจัยกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอีกด้วย มาถึงคุณลุงก็ได้ต้อนรับเป็นอย่างดี คุณไพรัช เทียนทอง ปัจจุบันอายุ 72 ปี เป็นเกษตรกรปลูกลำไยพันธุ์พวงทอง พื้นที่ 14 ไร่ อยู่ที่ตำบลบ้านแพ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ปัจจุบันปลูกลำไยมาเกือบ 20 ปีแล้ว โดยก่อนหน้านี้ปลูกพืชหลากหลาย เช่น มะนาว กล้วย มะม่วง ก่อนที่จะมีความคิดเริ่มศึกษาเพิ่มเติมถึงการปลูกผลไม้ชนิดอื่นจากเพื่อนเกษตรกรด้วยกัน จึงเห็นว่าลำไยให้ผลผลิตดี ดูแลง่าย มีผลกำไรต่อ
หนึ่งในปัญหาการปลูก “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” ที่หลายคนคาดไม่ถึงคือเรื่องของ “วัชพืช” เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผลผลิตลดลงเกินครึ่ง แต่เกษตรกรบางส่วนกลับปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แบบปล่อยตามธรรมชาติ สุดท้ายมักเจอปัญหาผลผลิตต่ำและไม่สม่ำเสมอ แล้วการจะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้มีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตสูงนั้นมีขั้นตอนอย่างไร? เราจะพาไปหาคำตอบกับเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง คุณเสก-ศักดา สว่างศรี วัย 28 ปี ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กว่า 120 ไร่ ด้วยความใส่ใจ บำรุงดูแล จนทำให้ได้ผลผลิตมากกว่า 1 ตันต่อไร่” คุณเสก เผยว่า ตนเองนั้นรับช่วงต่อการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากรุ่นพ่อแม่มาได้ 7-8 ปีแล้ว ซึ่งก็ได้มีการปรับปรุงรูปแบบการทำเกษตรหลายอย่าง ทั้งการวางแผนปลูก การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย และข้อสำคัญคือต้องมีความเข้าใจในจุดเปราะบางของพืชที่เราปลูก ซึ่งถ้าป้องกัน-ดูแลได้อย่างตรงจุด รับรองว่าผลลัพธ์คุ้มค่าการลงทุนแน่นอน เทคนิคการดูแลข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในแบบของคุณเสก นั้นไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด แค่ใส่ใจใน 3 เรื่องหลัก คือ การวางแผนการปลูกให้เหมาะสม เพื่อให้ขายได้ราคา การกำจัดวัชพืช
“ผม…ในฐานะที่เคยเป็นนายอำเภอลองมาก่อน ตั้งใจจะทำแปลงอินทผลัมแห่งนี้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้หรือแหล่งศึกษาดูงานสำหรับเกษตรกรชาวอำเภอลอง หรือผู้สนใจจะปลูกอินทผลัมมาถ่ายภาพหรือเซลฟี่ดูทัศนียภาพ ดูการจัดสวน วางระบบน้ำ ผมยินดีต้อนรับครับ” เป็นคำกล่าวปรารภในเบื้องต้นของเจ้าของแปลงปลูกอินทผลัม จากอดีตนายอำเภอกลับคืนถิ่นสู่วิถีเกษตร อินทผลัม (อ่านว่า อิน-ทะ-ผะ-ลำ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542) ภาษาทางพฤษศาสตร์ว่า Date Palm ซึ่งก็คือ อินทผลัมกินผล เป็นพืชตระกูลปาล์ม พืชดั้งเดิมของประเทศแถบทะเลทราย ตะวันออกกลาง ประเทศที่อยู่ในเขตอากาศร้อนในตอนกลางวัน หนาวเย็นตอนกลางคืน แต่อินทผลัมกลับกลายเป็นพืชไม้ผลเศรษฐกิจอีกตัวเลือกหนึ่งของเกษตรกรไทยกลุ่มผู้รักอินทผลัม พบเห็นการปลูกกันในหลายจังหวัดทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคเหนือ กอปรกับมีการเผยแพร่ว่า อินทผลัม เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง และมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่หลากหลาย เป็นผลไม้ทางเลือกอีกชนิดหนึ่งสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ในบทความของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เขียนว่า จากการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของอินทผลัมมีค่อนข้างมาก โดย
ไวท์ ซาโปเต้ หรือ ละมุดขาว เป็นพืชใหม่สำหรับเมืองไทย แต่เป็นผลไม้เขตร้อน เป็นผลไม้อีกหนึ่งอย่างที่กำลังมาแรงในตลาดอย่างรวดเร็ว ด้วยมีคุณลักษณะที่นิ่มเหมือนคัสตาร์ด กินง่าย อ่อนนุ่ม รสชาติหวาน ปลูกเป็นไม้กระถางได้ ตอนนี้ถ้าใครนำไปเพาะพันธุ์ต่อยอดจะทำให้ตลาดต้นไม้มีของเพิ่มมาอีก ประดับบ้านก็สวยงาม ตัดแต่งให้เป็นพุ่มเตี้ยได้ ต้นพันธุ์เสียบยอดจากการเพาะเมล็ดของเขาเอง นำมาเสียบยอดอีกขั้นหนึ่งทำให้มีรากแก้ว ทำให้หาอาหารได้ดี คุณสุพัตรา นิรังกุล ผู้ที่ชอบทดลองปลูกพืชใหม่ๆ ที่ได้รสชาติดี จะคัดเลือกไม้ผลจากต่างถิ่นมาพัฒนาและต่อยอดการตลาดในเมืองไทย โดยก่อนที่คุณสุพัตราจะนำมาเผยแพร่ต้องได้รับการทดลองปลูกจนประสบความสำเร็จ และการปลูกที่ไม่ยุ่งยาก เจริญเติบโตได้ดีในเมืองไทย หรือเขตร้อนอย่างบ้านเรา เช่น ต้นละมุดขาว หรือ ไวท์ ซาโปเต้ ก็จะปลูกจนได้ผลผลิตออกมา และจะเผยแพร่ด้วยการออกงานเกี่ยวกับสินค้าเกษตร งานเกษตรต่างๆ ของทางราชการจัดบ้าง หรือทั่วไปบ้าง ต้นละมุดขาวได้ผลสำเร็จดีมาก เป็นที่ยอมรับ คิดว่าเป็นไม้ผลที่สามารถทำการตลาดได้ และผู้ที่ต้องการมองหาอาชีพค้าขายต้นไม้หรือนำไปจัดสวน ผลที่ออกมาทั้งสวยและ
วิถีชีวิตเกษตรของคนไทยในอดีตเป็นวิถีชีวิตที่อยู่ใกล้ตัว เนื่องจากคนในครอบครัวเกษตรส่วนใหญ่ไม่ซื้อข้าวปลาอาหารจากผืนนาอื่นกินนอกจากเกลือ รอบๆ บ้านจึงปลูกพืชพื้นบ้านทุกอย่างที่กินได้ เช่น พืชผักที่ปลูกครั้งเดียวกินได้นานๆ อย่างฟัก แฟง ขี้เหล็ก สะเดา แค ส่วนพืชที่ใช้ประโยชน์ได้ เช่น ไผ่สารพัดชนิดเพื่อการใช้สอยที่แตกต่างกัน วิถีชีวิตนี้ได้เลือนหายไปเมื่อเรามาทำมาหากินในเมือง เนื่องจากถูกจำกัดด้วยพื้นที่และเวลา แต่ความเป็นคนที่มีวิถีเกษตรในสายเลือด มีความนึกคิดตลอดเวลาที่ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนในเมืองว่าอยากจะปลูกต้นไม้ต้นไร่ มีชีวิตอยู่ในสวนตอนอายุมากแล้ว ความคิดนี้มีอยู่ใจของคนส่วนใหญ่ หลายคนหวนคิดถึงวันเวลาที่จะมีอิสรภาพในการทำสิ่งต่างๆ รองศาสตราจารย์กษิดิศ อื้อเชี่ยวชาญกิจ เรียนจบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ทั้งระดับปริญญาตรี (KU.27) และปริญญาโท ในสาขาสัตวบาล รับราชการเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 ต่อมาในปี พ.ศ. 2536 จึงโอนย้ายไปสอนที่ภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นับ
ใครที่มีพื้นที่ข้างบ้านว่างๆ ไม่มากนัก มะเฟือง เป็นอีกไม้ผลหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากขนาดต้นไม่ใหญ่ (หากแตกกิ่งก้านมาก ก็ใช้วิธีตัดแต่งกิ่งเอา) ซึ่งการตัดแต่งกิ่ง ยังช่วยให้ห่อผลง่าย และเก็บผลง่ายอีกด้วย จากข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ มะเฟืองเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงกลาง สูงประมาณ 5-12 เมตร อยู่ในวงศ์เดียวกับตะลิงปลิง ลำต้นสีน้ำตาลอ่อน เปลือกลำต้นค่อนข้างขรุขระ มีตุ่มเล็กๆ ทั่วไป แตกกิ่งก้านสาขามาก ทรงพุ่มหนา ไม่เป็นระเบียบ ใบ เป็นใบรวมออกเรียงกันเป็นคู่ๆ ลักษณะคล้ายขนนก ใบคล้ายใบมะยม แต่ขนาดเล็กกว่า ใบอ่อนสีม่วงแดง ใบแก่สีเขียวเข้ม ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ผิวใบเรียบเป็นมัน หลังใบมีขนละเอียดปกคลุม คล้ายกำมะหยี่สีเขียวอมเหลือง ด้านล่างใบสีอ่อน เนื้อใบบาง เส้นใบเล็ก ก้านใบประกอบมีม่วงแดง ดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ออกช่อเป็นกระจุกสั้นๆ ออกดอกตามง่ามใบ หรือตามกิ่งลำต้น ช่อดอกสั้น ดอกสีแดงเข้ม สีม่วงอมชมพู และขาว มีหลายสีในช่อเดียวกัน ดอกตูมมีลักษณะเป็นตุ่มขนาดเล็ก ออกดอกและติดผลตลอดปี ผลมีลักษณะสะดุดตาคือ เป็นเหลี่ยมหยักลึกตามยาวเป็นเฟือง 5 เฟือง หน้าตัดตามขวางของผล เป็นรูปดาว 5 แฉก ยาวประมาณ 5-14 เซนติเม
