SMEs
กูรูด้านอาหาร อย่าง อาจารย์ยศพิชา คชาชีวะ เจ้าของคอลัมน์ “ตู้จดหมายพลศรี” มีเรื่องราวน่าสนใจสำหรับ “วงการยำ” มาให้เรียนรู้กัน ดังนี้ … “หนูทำยำไม่เคยอร่อยสักที เดี๋ยวเปรี้ยวไป เดี๋ยวหวานไป อาจารย์มีสูตรไหมคะ ขอหนูหน่อย” คำถามทำนองนี้ผมเจอมาหลายคน หลายครั้ง ทุกครั้งผมเลยให้คาถาสูตรสำเร็จไปท่องให้ขึ้นใจว่า “1-1-ครึ่ง” 1 คือ น้ำปลา 1 ส่วน อีก 1 คือ น้ำมะนาว 1 ส่วน และครึ่ง คือ น้ำตาล ถ้าผสมน้ำยำเริ่มต้นจากสูตรนี้ การปรับเพิ่มเติมอะไรอีกนิดหน่อย ทำให้ลงตัวง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ตวงน้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ ก็ตวงน้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ ส่วนน้ำตาลทรายเหลือ 1 ช้อนโต๊ะ หรือยกตัวอย่างเป็นถ้วย น้ำปลา 1 ถ้วย น้ำมะนาว 1 ถ้วย น้ำตาลครึ่งถ้วย ใช้เป็นชั่งน้ำหนักก็ได้ครับ เช่น น้ำปลา 50 กรัม น้ำมะนาว 50 กรัม น้ำตาลทราย 25 กรัม อาจจะต้องมีการยับยั้งชั่งใจกันเล็กน้อย เช่น ลดน้ำปลาลงนิดหน่อยก่อน เพราะน้ำปลาบางยี่ห้อโคตรเค็ม บางหน้ามะนาวเปรี้ยวมากก็ใส่น้อยลงนิดหนึ่งก่อน แต่ถ้าผสมแล้วเปรี้ยวไปหน่อย เค็มไปนิด ก็เติมส่วนผสมให้พอดีได้ตามใจ น้ำยำ แบบนี้ภาษาการครัวเรียกน้ำยำขาว เป็นยำพื้นฐานของยำไทยๆ เอาไปทำยำหมูยอ
ท่ามกลางความวุ่นวายของการทำงานประจำในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ ในปี 2015 Katherine O’Brien ได้จุดประกายไอเดียธุรกิจเล็กๆ จากความต้องการง่ายๆ ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว เธอสังเกตเห็นโอกาสจากผู้คนที่สัญจรไปมา และจินตนาการถึงรถไอศกรีมที่จะดับกระหายคลายร้อน ด้วยงบประมาณที่จำกัด Katherine จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่จินตนาการ แต่ได้มองหาทางเลือกที่เข้าถึงได้มากกว่า และนั่นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นของ Cream Cruiser ธุรกิจขายขนมหวานแช่แข็งทำมือด้วยจักรยาน ที่นำพาเธอไปสู่เส้นทางของผู้ประกอบการอย่างเต็มตัว เรื่องราวของ Katherine ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป เธอต้องทำงานประจำควบคู่ไปกับการสร้างธุรกิจด้วยความมุ่งมั่น และเผชิญกับความท้าทายที่ไม่คาดคิด แต่ด้วยการปรับตัวและการมองเห็นโอกาสใหม่ๆ ในที่สุด เธอก็สามารถสร้างรายได้จาก “อาชีพเสริม” จนเติบโตแซงหน้างานประจำ และยังต่อยอดสู่ Bike Business University หลักสูตรออนไลน์ที่แบ่งปันความรู้และแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบเดียวกัน เรื่องราวของ Katherine O’Brien เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงพลังของการเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ก
เริ่มทำอาชีพเสริมตั้งแต่อายุ 13 จนมาเป็น “ครอฟเฟิลเด็กน้อย” จากโต๊ะเล็กๆ 1 ตัว สร้างรายได้พีกสุด 4 หมื่นบาท/เดือน หลายคนอาจจะเคยขายของระหว่างเรียนเป็นการหารายได้เสริม ดังเช่น “น้องเครป-ทิวาชัย โสดาทิพย์” อายุ 20 ปี ที่มีแพชชันในการขายของ โดยเธอนั้นขายของมาตั้งแต่อยู่มัธยมต้น จนตอนนี้ได้เปิดร้านขนมหวานเป็นของตัวเองชื่อร้านว่า “ครอฟเฟิลเด็กน้อย” แม้จะต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ เธอก็ไม่ยอมแพ้ พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส จากโต๊ะเล็กๆ 1 ตัวในวันนั้น ที่ขายได้เพียง 300 บาท จนปัจจุบันสามารถสร้างรายได้พีกสุด 40,000 บาทต่อเดือน จุดเริ่มต้น “ครอฟเฟิลเด็กน้อย” น้องเครป เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยขายของออนไลน์มาหลายอย่าง ตั้งแต่วิตซี ครีม แต่ก็พบว่าการขายสินค้าประเภทนี้ต้องใช้เวลานานกว่าลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำ จึงตัดสินใจเปลี่ยนมาขายอาหารแทน เธอเริ่มต้นด้วยการขาย “ขนมเปี๊ยะลาวา” และ “ก๋วยจั๊บเศรษฐี” ที่เป็นสินค้าไวรัลในตอนนั้น ซึ่งทำยอดขายถล่มทลายตั้งแต่เปิดขายได้ไม่ถึงเดือน และมีลูกค้าสั่งขนมเปี๊ยะลาวากว่า 200 กล่องภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แต่เมื่อเวลาผ่านไปยอดขายขนมลดลง เธอจึงมองหาสินค้าใหม่และตัดสินใจขายครอ
พูดถึงความครีเอตของผู้ประกอบการไทย เวลานี้ต้องยกให้ ‘วุ้นหอยแครง’ ที่กำลังเป็นไวรัลบนโซเชียล เพราะเหมือนของจริง จนแทบแยกไม่ออก ซึ่งความครีเอตนี้ มากจากร้าน ‘น้ำใจ วุ้นกะทิ’ ของ คุณโบ วิราวรรณ และ คุณเนตร-ธนพัชร์ มนตราประสิทธิ์ คู่สามีภรรยา ที่ยึดเป็นอาชีพหลักมานานถึง 7 ปี โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้ คุณเนตร เล่าให้ฟังว่า คุณโบชื่นชอบการทำอาหารและขนมเป็นชีวิตจิตใจ ก่อนหน้านี้เคยขายน้ำสมุนไพร ออกบูธตามงานต่างๆ ระยะหนึ่ง ด้วยมีคู่แข่งทางตลาดจำนวนมาก จึงหันมาทำวุ้นถ้วยโบราณใส่ไส้ขาย เพราะเคยโชว์ฝีมือการทำวุ้นให้ตนทานมาก่อน หลังทำวุ้นถ้วยโบราณขายได้ไม่นาน คุณโบ เริ่มสร้างสรรค์ความแปลกใหม่นำเอาขนมหวานอย่างวุ้นกะทิมาประยุกต์ในรูปแบบของอาหารคาวชนิดต่างๆ ผสมผสานกันหลากหลายวัตถุดิบ จนใครต่อใครต้องบอกว่าเหมือนจริงและน่าทานมากๆ ถึงปัจจุบัน มีวุ้นมากมายวางจำหน่าย วุ้นกะทิกุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา วุ้นกะทิราดหน้าทะเลรวม วุ้นกะทิส้มตำถาด วุ้นกะทิพวงมาลัย วุ้นกะทิหมูกระทะ วุ้นกะทิพะโล้ วุ้นกะทิข้าวหมกไก่ วุ้นกะทิน้ำพริก และอีกมากมาย ที่ต้องขอบอกไว้ก่อนว่าเมนูทั้งหมดนี้คือวุ้นกะทิ ซึ่งการเลือกเมนูที่จะ
กลับมาแล้ว! “ซีเจ มอร์ เรนโบว์แลนด์ ภารกิจล่าเหรียญสายรุ้ง” อัปความคุ้มค่า พร้อมความสะดวกสบายที่ง่ายกว่าให้ลูกค้าสมาชิกสบายการ์ด สะสมและแลกเหรียญสายรุ้งเป็นของพรีเมียมสุดคุ้มผ่านไลน์ ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ชวนลูกค้าออกเดินทางสู่ดินแดนแห่งสีสันไปกับ แคมเปญ “ซีเจ มอร์ เรนโบว์แลนด์ ภารกิจล่าเหรียญสายรุ้ง” ที่ไม่ได้มีแค่ความสนุก แต่ยังมาพร้อมความคุ้มค่าแบบจัดเต็มตลอดแคมเปญให้ลูกค้าสมาชิกสบายการ์ดทุกคน ได้ช้อปสะสมเหรียญสายรุ้ง เพื่อแลกเป็นของพรีเมียมสุดพิเศษ ที่คัดมาให้แบบ จึ้ง! จนอยากสะสมให้ครบทุกแบบ อาทิ กระเป๋าผ้าสุดคิวท์ ร่มเปลี่ยนสีได้ หรือพัดลมมือถือ ไปจนถึงรางวัลใหญ่สำหรับนักล่าเหรียญตัวยง ได้แก่ เครื่องฟอกอากาศ เครื่องหนีบผม จาก Dyson และตู้เย็น Samsung Bespoke นอกจากนี้ ยังอัปเกรดการสะสมและแลกของพรีเมียมให้ง่ายและสะดวกสบายกว่าเดิม ผ่าน LINE Official Account @CJMORE ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน – 30 มิถุนายน 2568 นี้ ที่ซีเจ มอร์ ทุกสาขา คุณผูกขวัญ สมุทรโคจร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด เผยเบื้องหลังแนวคิดสุดสร้างสรรค์ของแคมเปญนี้ว่า “ซีเจ มอร์ เรนโบว์แลนด์ ภารกิ
“ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต” เจ้าของวลี “แม่ก็คือแม่” ที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ความสามารถรอบด้านทั้งการแสดง พิธีกร เดินแบบ จนได้รับฉายาเจ้าแม่พรมแดงแห่งเมืองคานส์ เรียกได้ว่า โดดเด่นจนกลายเป็นขวัญใจสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ เรื่องราวชีวิตและประสบการณ์การทำงานที่ยาวนานเป็นเรื่องที่น่าจดจำ วันนี้ ชมพู่ ให้โอกาสพูดคุยย้อนวัยเยาว์ถึงจุดเริ่มต้นก่อนจะเป็นแม่ชมที่ทุกคนรู้จัก ดาราสาวคนดัง เล่าให้ฟัง เข้าสู่วงการบันเทิงในช่วงวัยมัธยมปลาย เริ่มจากการถ่ายโฆษณาเล็กๆ ก่อนได้รับโอกาสเป็นนักแสดงแบบเต็มตัว เซ็นสัญญากับค่ายดาราวิดีโอ ช่อง 7 เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่จะเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย ในตอนนั้นมี คุณกบ สุวนันท์ เป็นไอดอลสาวสวยที่เธอชอบและติดตาม ทำให้ตัดสินใจเลือกศึกษาต่อที่เดียวกันในมหาวิทยาลัยรังสิต วิทยาลัยศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ซึ่งนับว่าเป็นรุ่นแรกอีกด้วย “ช่วงเข้ามหาวิทยาลัย เป็นช่วงที่กำลังเริ่มต้นในอาชีพการเป็นนักแสดง โฟกัสในตอนนั้นอาจจะไม่ได้ใช้ชีวิตนักศึกษาได้เต็มที่มากนัก เพราะต้องทำงานด้วยเรียนไปด้วย จึงเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ เวลาเข้าเรียน เวลาอ่านหนังสือน้อยกว่า
จากแอร์โฮสเตสสาวที่ลาออกมาเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ด้วยเงินสนับสนุนจากทางบ้าน หวังเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะเจ้าของธุรกิจ แต่ไม่นานร้านก็ต้องปิดตัว เพราะไม่ทำกำไร เธอไม่ยอมแพ้ ลองทำเบเกอรี่ฝากขาย แต่ก็ล้มเหลวอีกครั้งในเวลาเพียง 1 เดือน จนวันหนึ่ง การเดินทางไปเที่ยวฮ่องกงทำให้เธอได้ลองชิม ‘พายหมูแดง’ นำมาสู่การคิดค้นสูตรพายที่ถูกปากคนไทย นี่คือเรื่องราวของ คุณอร–กนกกัญจน์ มธุรพร เจ้าของ April’s Bakery ที่สร้างยอดขายทะลุ 630 ล้านบาท! คุณอร มีพื้นเพเป็นชาวนครสวรรค์ จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ด้านบริหารธุรกิจ และเคยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับของสายการบินต่างชาติอยู่ 2 ปีเศษ ก่อนตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว โดยขอทุนทางบ้านมาเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ในคอมมูนิตี้แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แต่เปิดได้ไม่ถึงปีก็ต้องปิดตัว เพราะไม่ทำกำไร จากนั้นได้หันไปทำเบเกอรี่สไตล์อิตาเลียนฝากขายตามห้างสรรพสินค้า แต่ก็ ‘เจ๊ง’ ในเวลาเดือนเศษ เพราะไม่เคยศึกษาตลาด หรือพฤติกรรมของลูกค้ามาก่อน แต่คุณอรยังเหลือไว้ 1 สาขา พร้อมกับเปลี่ยนมาขายเค้ก คุกกี้ และมัฟฟินแทน แต่ยอดขายก็ยังไม่กระเตื้อง ขณะเดียวกันก็ยังคิดไม่ออก ว่าจะทำอะไรมาขา
“ความ ล้มเหลว กลัว คนจริง” ประโยคที่กล่าวมานั้น คือ มุมมองการต่อสู้กับอุปสรรคทางธุรกิจ ในแบบของ ตัวพ่อแห่งวงการแฟชั่น อย่าง คุณลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา ผู้ก่อตั้ง ฟลายนาว (FLYNOW) เสื้อผ้าแบรนด์ดังในตำนาน ที่ปัจจุบันดำเนินธุรกิจมาต่อเนื่องได้ราว 40 ปีแล้ว ว่ากันว่า การโบยบินของกิจการ ฟลายนาว นั้น ขยับปีกออกตัว ได้อย่างสวยสดงดงาม ชนิดประสบความสำเร็จทั้งชื่อเสียงและรายได้ตั้งแต่ปีแรกๆ ที่ออกสู่ตลาด เลยทีเดียว แต่แล้วช่วงปี พ.ศ. 2540 ต้องเผชิญกับ วิกฤตต้มยำกุ้ง ซึ่งสร้างผลกระทบให้ฟลายนาว ต้องกลายเป็นหนี้ถึง หลักพันล้านบาท แม้ธุรกิจที่ปั้นมากับมือ จะได้รับความเสียหายอย่างหนัก ชนิดหนี้สินล้นพ้นตัว แต่ผู้ก่อตั้ง ก็ไม่ยอมแพ้ และใช้เวลาประมาณ 7 ปี สามารถปลดหนี้พันล้านบาทได้หมด ทั้งปัจจุบัน ฟลายนาว ยังเป็นแบรนด์แฟชั่น ที่แม้จะไม่ “อลัง” เหมือนยุคก่อน แต่ยังมีลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติ แห่ออร์เดอร์เสื้อผ้ากันข้ามปี จำนวนไม่น้อย การทำกิจการให้เล็กลง แต่แข็งแรง สร้างผลประกอบการได้ดี แถมอาจมีชื่อเสียงมากกว่าเดิม มีหลักคิดและแนวทางอย่างไร เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปหาคำตอบ กล่าวสำหรับ หนี้สินนับพันล้าน ขอ
จากปัญหาของเล่นล้นบ้าน สู่ Keimen Kids ธุรกิจเช่าของเล่นที่อยากช่วยเซฟโลก เซฟเงินในกระเป๋าพ่อแม่ ไปพร้อมๆ กับเสริมพัฒนาการเด็ก เพราะการซื้อของเล่นให้ลูกในแต่ละครั้ง นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง และของเล่นเหล่านั้นอาจรกเต็มบ้านในไม่ช้า อีกทั้งในไทยยังไม่ค่อยมีแพลตฟอร์มให้เช่าของเล่นเสริมพัฒนาการเด็กสักเท่าไหร่ จึงนำมาสู่ไอเดียธุรกิจให้เช่าของเล่นและหนังสือเสริมพัฒนาการสำหรับเด็ก ‘Keimen Kids’ ของหุ้นส่วนทั้ง 3 คนคือ คุณอุ้ม-พิมพ์จุฑา จิระวัฒน์พงศา คุณเกา หลี่ขุยหลิน (Gao Likuilin) และ คุณฝ้าย-พฤดา ตั้งพุทธสิริ ที่ร่วมกันก่อตั้งธุรกิจนี้เมื่อ 2 ปีก่อน ด้วยความตั้งใจอยากสร้าง Circular Economy ให้กับของเล่น คุณอุ้ม เล่าว่า ไอเดียธุรกิจนี้มาจากเพนพอยต์ (Pain Point) ของคุณเกา หุ้นส่วนชาวสิงคโปร์ที่มีลูกเล็กวัยเกือบ 1 ขวบ เขารู้สึกว่าในไทยยังไม่ค่อยมีแพลตฟอร์มให้บริการเช่าของเล่นเสริมพัฒนาการ อีกทั้งการซื้อของเล่นมาจำนวนมาก ทั้งซื้อเพราะคิดว่าลูกจะชอบ ซื้อแล้วลูกเล่นครั้งเดียว จนของเหล่านั้นรกเต็มบ้านไปหมด จึงออกมาในคอนเซ็ปต์ให้เช่าของเล่นแบบรายเดือน โดยคิดค่าบริการเช่า เริ่มต้นที่ 700 บาท
ยำจนปัง! จากทำน้ำยำขายเป็นงานเสริม สู่ร้านยำสุดไวรัล “เอ๊ะอะยำ” ยอดขายพีกสุด 50,000 บาทต่อวัน จุดเริ่มต้นจากความชอบทานยำของ คุณดล-วุฒิพงษ์ งาเฉลา และ คุณไก่น้อย-นิรัตน์ งาเฉล ที่ต้องการจะหารายได้เสริมในช่วงที่ทำงานประจำ ทั้งคู่เริ่มจากขายน้ำยำออนไลน์จนกลายเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และเปิดเป็นร้าน “เอ๊ะอะยำ” ซึ่งมีเมนูไวรัลคือ “ยำหมูสับล้น” ที่ลูกค้าชื่นชอบและต่างพากันแซวว่าขายเอาสังคมใช่ไหม ปัจจุบันสามารถสร้างรายได้พีกสุด 50,000 บาทต่อวัน และมีลูกค้ามาต่อคิวมากกว่า 250 คิวต่อวัน จุดเริ่มต้นจากน้ำยำออนไลน์ “พวกเราชอบกินยำเลยลองทำน้ำยำขายในช่องทางออนไลน์ดูครับ” คุณดล เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้น หลังจากลองผิดลองถูก ทั้งคู่ได้พัฒนาสูตรน้ำยำของตัวเอง โดยมีการเรียนเพิ่มเติมจากยูทูบ และให้กลุ่มเพื่อนในออฟฟิศได้ลองชิม แม้ในช่วงแรกยอดขายยังไม่สูงมาก ประมาณ 40-50 กล่องต่อวัน แต่ความตั้งใจและการสร้างตัวตนผ่านโซเชียลมีเดียช่วยให้คนเริ่มรู้จักเอ๊ะอะยำมากขึ้น คุณดล เล่าต่อว่า “ตอนนั้นก็ได้มีการเปิดเพจหรือว่าทำการสร้างตัวตนให้กับตัวเอง ให้คนรู้จักมากขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นที่ว่ารายได้ดี แต่เป็นอาชีพที่ส
