แปรรูปสินค้าเกษตร
วิกฤติน้ำนมดิบล้นตลาดส่วนเกินนอกสัญญาเอ็มโอยู (MOU) ในขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 181-211 ตันต่อวัน กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเกษตรกรและสหกรณ์โคนมไทย ส่วนหนึ่งมาจากสหกรณ์ที่ผลิตแค่ต้นน้ำ ผลิตเฉพาะน้ำนมดิบส่งผู้ประกอบการเพียงอย่างเดียว ไม่ได้มีการแปรรูปเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ จึงเกิดปัญหาปริมาณน้ำนมดิบเกินโควต้าตามที่ลงนามในสัญญา (MOU) ตกลงกันไว้ ขณะที่สหกรณ์โคนมจำนวนไม่น้อยในขณะนี้ที่ผลผลิตน้ำนมดิบแล้วนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมต่างๆ พร้อมสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองแบบครบวงจร โดยสหกรณ์กลุ่มนี้มีผลกระทบจากปัญหาน้ำนมดิบล้นส่งผลต่อราคาตกต่ำค่อนข้างน้อย นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึง การสร้างแบรนด์นมโคของสหกรณ์โคนม โดยระบุว่าผลิตภัณฑ์จะสื่อถึงเรื่องคุณภาพด้วยการที่มีแบรนด์เป็นของตัวเองจะทำให้ผู้บริโภคมั่นใจมากขึ้น รวมถึงสามารถหาที่มาที่ไปได้ว่า ถ้าเป็นแบรนด์ของสหกรณ์นี้จะผลิตจากนมโคสด 100% แล้วก็สามารถเช็กไปถึงต้นตอได้ว่ามาจากฟาร์มของเกษตรกรรายใดบ้าง รวมถึงเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่อยากจะการันตีด้วยแบรนด์ที่สร้างขึ้นมาเป็นที่จดจำให้กับผู้บริโภคในการดื่มนมของสหกรณ์ด้วย ซึ่งจะทำใ
ปัจจุบันความต้องการผลิตภัณฑ์ Freeze-Dried หรือการอบแห้งแบบแช่เยือกแข็งในตลาดโลกเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มอาหาร ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ และอาหารสัตว์เลี้ยง เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสินค้าที่เก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องพึ่งสารกันบูด สะดวก พร้อมรับประทาน และยังคงรสชาติ กลิ่น รวมถึงคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้ใกล้เคียงของเดิม ดังนั้นเทคโนโลยี “ฟรีซดราย” (Freeze Drying) จึงเป็นโอกาสใหม่และทางรอดของสินค้าเกษตรและผู้ประกอบการไทย ในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ สุทธิพจน์ แก้วบุญเรือง หน่วยวิศวกรรมและโรงงานต้นแบบ (EPP) สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ (สรบ.) (Pilot Plant Development and Training Institute: PDTI) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) บางขุนเทียน กล่าวว่า เทคโนโลยีการอบแห้ง (Drying Technology) ถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่ช่วยยกระดับและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปของไทยได้อย่างมหาศาล โดย สรบ. มีบทบาททั้งด้านการวิจัย พัฒนา ฝึกอบรม และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณ
ผลไม้ไทยเป็นผลไม้ที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติยอมรับในเรื่องของรสชาติ คุณประโยชน์ และสรรพคุณ ปัจจุบัน ผลไม้ไทยเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ มีการส่งเสริมการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตที่เพียงพอกับความต้องการของตลาดทั้งในและนอกประเทศ แต่ข้อเสียของการขยายตลาดของผลไม้ไทยสู่ต่างประเทศก็คือ ทำให้คนไทยได้กินผลไม้ที่มีคุณภาพด้อยลง ทั้งความอร่อย ความสวย ความสด และความสมบูรณ์ของผลไม้ เพราะผลไม้คุณภาพที่ดีนั้นถูกตีตราส่งออกไปหมด ยิ่งถ้าเป็นผลไม้นอกฤดูกาลก็ยิ่งหากินยากและราคาแพงสุดๆ บางชนิดแพงกว่าผลไม้จากต่างประเทศที่มีการส่งเข้ามาในประเทศไทย นอกจากผลไม้ไทยจะถูกส่งออกไปยังต่างประเทศแล้ว ผลไม้ไทยยังถูกส่งไปยังโรงงานแปรรูปอาหารอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงงานอาหารกระป๋อง และผลไม้กระป๋อง ผลไม้ไทยนอกจากนำไปแปรรูปเป็นอาหารกระป๋องแล้ว ยังนำไปแปรรูปเป็นน้ำผลไม้อีกด้วย ซึ่งตลาดน้ำผลไม้ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเช่นกัน มีทั้งน้ำผลไม้ในรูปขวด กระป๋อง และกล่องดีบุก พร้อมทั้งมีรูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์ที่น่าสนใจดูสวยงาม แต่การทำน้ำผลไม้นั้น ส่วนมากจะมีการแข่งขันกันในเรื่องของรสชาติและความเข้มข้นของน้ำผลไม้นั้นๆ เพราะน้ำผลไม
หลายคนอาจคุ้นเคยกับ “กุหลาบ” ในฐานะดอกไม้แห่งความรัก ที่มักถูกมอบให้กันในโอกาสพิเศษ แต่สำหรับบางคนกุหลาบไม่ได้มีคุณค่าเพียงแค่ความสวยงามหรือความหอม หากยังสามารถต่อยอดเป็นสินค้ามูลค่าสูง สร้างอาชีพที่มั่นคง และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หันกลับมาทำเกษตรอย่างมีความสุขได้อีกด้วย เมื่อความหลงใหลผสานเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ ดอกกุหลาบจึงกลายเป็นมากกว่าดอกไม้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่เติบโตจากหัวใจของคนปลูก เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย สวนกุหลาบอินทรีย์ของ คุณนพเก้า จันโย เกษตรกรรุ่นใหม่ผู้หลงใหลการปลูกกุหลาบ พร้อมทั้งนำกุหลาบดอกใหญ่ กลิ่นหอม มาปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ ก่อนต่อยอดเป็นชากุหลาบอบแห้ง ที่ผู้บริโภคสามารถชงดื่มได้อย่างมั่นใจ เพราะทุกขั้นตอนการผลิตให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพ ตั้งแต่การปลูกจนถึงการแปรรูป กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง จากหลงรัก…สู่ชากุหลาบอินทรีย์ ช่วยพลิกสวน สร้างเกษตรมูลค่าสูง คุณนพเก้า เล่าว่า ครอบครัวทำเกษตรมาตั้งแต่สมัยคุณปู่คุณย่า กระทั่งในปี 2555 เมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับมาใช้ชีวิตอยู่บ้านเกิดอ
เทคนิคเกษตร
ผู้เขียน : นายสมยศ ศรีสุโร คุณณัฏฐนันท์ วรรณศิริ หรือ “คุณแหม่ม” อยู่ที่ ซอยเทอดไท 59/1 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ คุณแหม่ม บอกเริ่มต้นสำหรับแรงบันดาลใจในครั้งนี้เกิดขึ้นจาก น้องใบพลู ลูกสาวคนเดียวของเธอ วัย 5 ขวบ ตัวน้องนั้นเป็นเด็กชอบรับประทานผักต้ม ในฐานะพ่อและแม่ อยากส่งเสริมให้ลูกมีนิสัยกินผักติดตัวตลอดไป เพื่อสุขภาพของตัวน้องเอง แต่ความจริงข้อหนึ่งที่เราๆ ท่านๆ ทราบเป็นอย่างดีแล้วว่า มักจะมีสารเคมีและยาฆ่าแมลงที่แฝงมากับผัก ผลไม้ต่างๆ ที่เราซื้อหามานั้น เป็นภัยเงียบที่คืบคลานเข้ามาเยี่ยมหาเราและคนที่เรารักได้ตลอดเวลา ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุด เราสามารถทำได้คือ ปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง เริ่มที่ตัวเรา จากที่บ้านของเรา และหากเป็นไปได้ชวนคนใกล้ตัวหรือเพื่อนร่วมงานให้เห็นประโยชน์จากการปลูกผักสวนครัว ถึงแม้ว่าบางครั้งเราจะมีเนื้อที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยก็ตาม นี่คือ ประเด็นแรก และให้มีความมั่นใจว่าสามารถลงมือทำด้วยตัวเองได้อย่างง่าย สะดวก สนุก นี่คือประเด็นต่อมา เธอบอกต่อไปว่า เริ่มจากการหาข้อมูลจากสื่อต่างๆ หนังสือ อินเตอร์เน็ต และจากประสบการณ์ตรงจากสถานที่จริงที่ได้ไปเยี่ยมหาเพ
“มะเดื่อฝรั่ง” หรือ “ฟิกส์” (FIGS) ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปี อาจจะเป็นผลไม้ที่แทบจะไม่ค่อยมีคนรู้จักเลยในบ้านเรา แต่เมื่อได้รับความสนใจมากขึ้นว่าเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ มีการเผยแพร่ออกสื่อต่างๆ มีกลุ่มต่างๆ เกี่ยวกับมะเดื่อฝรั่งในโลกโซเชียล ทำให้มะเดื่อฝรั่งเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย คนทั่วไปรู้จัก ทานมะเดื่อฝรั่งเป็น มีการพัฒนาในทุกๆ ด้าน ทั้งเรื่องสายพันธุ์ที่มีการนำเข้ามาปลูกในบ้านเรานับร้อยสายพันธุ์จากทั่วโลก เทคนิควิธีการปลูก การบำรุงดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว การบรรจุหีบห่อ การแปรรูป รวมถึงวิธีการขยายพันธุ์ที่มีการประยุกต์และพัฒนาในหลายๆ รูปแบบ เนื่องจากมะเดื่อฝรั่งเป็นอีกพืชที่สามารถขยายพันธุ์ได้หลากหลายวิธีมาก ทาง “สวนคุณลี” อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ที่เป็นสวนหนึ่งที่เริ่มปลูกมะเดื่อฝรั่งในเชิงการค้าในยุคแรกๆ เพื่อจำหน่ายผลสด มานานเกือบ 15 ปี ซึ่งได้การตอบรับในการซื้อผลผลิตดีมาก โดยจำหน่ายได้ กิโลกรัมละ 150-300 บาท เลยทีเดียว ถือว่าเป็นผลไม้ที่มีราคาค่อนข้างดีสำหรับเกษตรกร เนื่องจากสามารถผลิตในเชิงปลอดสารพิษหรือแบบอินทรีย์ได้ตามแนวทางของแต่ละสวน เนื่องจากเป็นไม้ผลที่มีโลกและแมลงศ
หลายปีที่ผ่านมา สำนักงานปศุสัตว์อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ได้เข้ามาสนับสนุนองค์ความรู้เพื่อพัฒนาระบบการเลี้ยงไก่ไข่ของเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ จากเดิมที่เคยเน้นการเลี้ยงบนกรงตับ มาเป็นการเลี้ยงแม่ไก่อารมณ์ดี ที่ใช้ระบบการปล่อยอิสระ เน้นการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นอาหารสัตว์ เพื่อลดต้นทุนในการเลี้ยง กลายเป็นรูปแบบการเลี้ยงที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะลดต้นทุนโรงเรือน มีพื้นที่ปล่อยลานแบบอิสระ แม่ไก่มีความสุข สามารถให้ไข่ได้ มาตรฐานและปลอดสารตกค้าง เกษตรกรมีไข่ไว้บริโภคในครัวเรือน เหลือบริโภคสามารถจำหน่ายในชุมชน เลี้ยงอย่างไร สูตรการเลี้ยงแม่ไก่อารมณ์ดีนั้น แนะนำให้เกษตรกรเลี้ยงในอัตรา เพศผู้ 1 ตัวต่อเพศเมีย 5 ตัว โดยเลี้ยงไก่ 5 ตัวต่อตารางเมตร รอบโรงเรือนมีพื้นที่ปล่อยลานแบบอิสระ 10-15 ตารางเมตรต่อตัว มีรั้วสามารถป้องกันศัตรูและสัตว์พาหะได้ แม่ไก่จะเริ่มให้ไข่ฟองแรก เมื่ออายุ 4 เดือน 6 วัน ดูแลสุขภาพสัตว์ แนะนำให้เกษตรกรทำวัคซีนป้องกันโรคระบาดที่สำคัญในไก่ไข่ และการถ่ายพยาธิ รวมทั้งหมั่นสังเกตอาการ สุขภาพของสัตว์ปีก เสริมวิตามิน เกลือแร่ การจัดการสิ่งแวดล้อม
หากใครชื่นชอบการบริโภคแก้วมังกร อยากปลูกแก้วมังกรไว้กินเอง แต่มีพื้นที่น้อย ขอแนะนำให้ปลูกแก้วมังกรในกระถาง ใช้งบประมาณไม่มาก ดูแลจัดการง่ายอีกต่างหาก เริ่มจากจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ ได้แก่ ท่อน้ำทิ้งข้างในกลวงหน้ากว้าง 4 นิ้ว ยาว 1.3 เมตร (หรือเสาไม้ก็ได้) กระถางหน้ากว้าง 50 เซนติเมตร ค้างด้านบนอาจทำจากไม้หรือปูนเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง x ยาว 30 เซนติเมตร ขุยมะพร้าว ดิน เชือกฟาง วิธีการปลูก 1.ใช้เสาตั้งเป็นหลักในกระถาง 2.ใส่ขุยมะพร้าวรองก้นกระถางเพื่อให้น้ำถ่ายเทได้ดี ในอัตราส่วน 1 ใน 3 ของปริมาตรกระถาง จากนั้นนำดินสำเร็จรูปผสมกับขุยมะพร้าวหรือแกลบดำใส่ลงไปในกระถางจนถึงขอบกระถาง 3.นำต้นแก้วมังกรมาปลูกให้ชิดกับเสา แล้วใช้เชือกฟางมัดต้นแก้วมังกรให้ติดกับเสา ไม่ต้องมัดให้แน่นมาก ควรผูกไว้จนกว่าต้นแก้วมังกรจะเจริญเติบโตจนพ้นหัวเสา 4.จากนั้นนำดินมากลบด้านบนของกระถางเป็นอันเสร็จ ต้นแก้วมังกรเป็นสามเหลี่ยมแต่จะมีอยู่ด้านหนึ่งที่เป็นด้านแบน ดังนั้น เวลาผูกต้นแก้วมังกรให้จับด้านแบนของต้นเข้ากับหลัก เพราะว่าด้านแบนเป็นด้านที่จะออกราก การดูแลแก้วมังกรในกระถาง 1.การรดน้ำให้รดน้ำเพียง 1 ครั้
