เทคนิคเกษตร
ตลาดคมบาง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ห่างจากจังหวัดจันทบุรี 12 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางถนนสุขุมวิท ก่อนถึงจังหวัดตราด 54 กิโลเมตร เป็นตลาดชุมชนดั้งเดิมเล็กๆ ที่มีอายุกว่า 100 ปี คนซื้อ คนขาย อยู่ในชุมชนด้วยกันที่ใครมีอะไรในสวน ในไร่ หรือทำอาหาร ขนมอะไรเป็นก็นำมาขาย บางรายเป็นแม่ค้า พ่อค้ารายใหญ่ในท้องถิ่นนำผัก หมู ไก่ ของทะเลสดๆ มาขาย บางรายเป็นพ่อค้าเร่นำเครื่องใช้ เครื่องไฟฟ้า อุปกรณ์โทรศัพท์ เครื่องมือทำสวนเล็กๆ ตลอดจนเสื้อผ้าราคาถูกมาขายเช่นเดียวกับตลาดนัดทั่วไป ปัจจุบันตลาดคมบางเป็นที่รู้จักมากขึ้น มีผู้คนจากตำบล อำเภอ และจังหวัดใกล้เคียง หรือผู้ที่ผ่านไป-มาแวะเวียนมาเที่ยวชมและจับจ่ายเพิ่มขึ้น ด้วยความพิเศษและมีเสน่ห์ของตลาด 2-3 อย่าง คือ 1. เสน่ห์ของตลาดแบบบ้านๆ อาคารไม้เก่าอายุเกือบ 100 ปี อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เรียงรายสองฟากถนน มีถนนเล็กๆ ตัดกัน 3-4 เส้น เป็นทางแยกที่มุมหัวตลาด-ท้ายตลาด 2. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคมบางได้ทำข้อตกลงกับชุมชน ทั้งบ้านที่เปิดร้านขายของเองหรือบ้านที่ไม่ใช่ร้านค้าที่บริเวณริมถนนในตลาด ยอมให้ใช้พื้นที่บริเวณหน้าบ้านนำของมาวางขายได
ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ปราจีนบุรีได้รับแจ้ง ที่ในชุมชนท่าข้าม ก่อนเข้าวัดศรีประจันตคามเทศบาลตำบลประจันตคาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี มีช่างศืลปะ ปั้นรูป ปั้น หัว สัตว์ป่าสงวนหลากหลายชนิด ที่นักสะสม หรือ ผู้นิยมตกแต่ง หัวสัตว์ตกแต่งผนัง หัวสัตว์จำลองเหมือนจริง ขนาดเท่าจริง โดยปั้นจำลองหัวสัตว์ป่าคุ้มครอง ทั้งกระทิง วัวแดง ละมั่ง กวาง ฯลฯ หัวสัตว์เทียม สำหรับตกแต่งผนัง ตกแต่งห้องสไตล์คาวบอย ไว้ตกแต่งบ้าน ตกแต่งโรงแรม รีสอร์ท สีเลียนแบบธรรมชาติ สร้า รายได้เดือนละนับแสนบาท เป็นห้องแถวเล็ก ๆ ติดถนน พบนายกมล มะณีแนม อายุ 77 ปี เลขที่ 405 เทศบาลประจันตคาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ผู้ยึดอาชีพปั้นปูนเปียก ทำรูปหัวสัตว์ป่าต่างๆ ที่ผู้คนนิยมนำมาสะสม หรือตกแต่งบ้านเรือน ที่ขายทั่วประเทศ ตามคำล่ำลือ ทั้ง หัวกระทิง วัวป่า เก้ง กวาง โดยทำมากว่า 40 ปี สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จากงานฝีมือได้จริง ไม่ต้องไปกูหนี้ยมสินใครเขา ลุงกมล กล่าวว่า “จบการศึกษาเพียงภาคบังคับสมัยก่อนคือประถมศึกษา จากนั้นได้ไปทำงานเป็นช่างศิลปะทำลวดลายโบสถ์ ภายหลังได้เปลี่ยนมาทำอาชีพปั้นปูนเปียก ทำทำรูปหัวสัตว์ป่าต่างๆ เลี้ยงครอบครัวมา
จากข้อเขียนของ อาจารย์แสนประเสริฐ ปานเนียม ที่ลงพิมพ์ในหนังสือ เพชรนิวส์ ฉบับเดือนกันยายน พ.ศ. 2557 กล่าวว่า ถ้ำหลวงเป็นสถานที่ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองเพชร มีรอยพระพุทธบาทจำลองประดิษฐานอยู่และเป็นที่ชุมนุมผู้คนจำนวนมากที่มานมัสการพระพุทธบาทในเทศกาลตรุษสงกรานต์ สอดคล้องกับเนื้อความที่ปรากฏในนิราศเขาหลวงของขุนวรการ ซึ่ง ศาสตราภิชานล้อม เพ็งแก้ว นำมาบันทึกไว้ใน ประชุมนิราศเมืองเพชรบุรี สันนิษฐานว่าน่าจะแต่งขึ้นในราวปี พ.ศ. 2448-2470 ความว่า “พอถึงประตูคูหาพนาสาณฑ์ เย็นสำราญคนผู้ดูหนักหนา เดินเบียดเสียดเยียดยัดอัดกันมา เข้าคูหาห้องแก้วแล้วสำราญ แล้วลงจากเชิงบันไดใหญ่มหันต์ ไม่ช้าพลันถึงเขาทำพระกรรมฐาน ปั้นเป็นผีนอนตายขึ้นใหญ่กราน นัยน์ตาปานใหญ่ยาวราวกับจริง พี่เป็นเข้าเกล้าพองสยองเศียร ให้วนเวียนบ่นธรรมกรรมมาสิง พอคิดถึงอนิจจาน่าประวิง เราคงกลิ้งตายยับกับพสุธา พี่คิดได้แต่หากปากสนอง น้ำจิตต์หมองถึงนวลเฝ้าครวญหา แม้น้องมาช่วยกันคิดอนิจจา สังขาราคงกระจ่างทางนิพพาน พี่ตั้งจิตต์ปลงคนเดียวยังเหล
หากจะพูดถึงการทอผ้าไหมแล้ว ผ้าไหมคุณภาพที่มีมูลค่าสูงมีการผลิตอย่างไร ลองตั้งคำถามถึงกำลังผู้ผลิต หากเป็นเพียงชาวบ้านในหมู่บ้านสามารถทอผ้าไหมเเละตัดเย็บได้วันละหลายร้อยผืนได้จริงหรือ หลากหลายคำถามเกิดขึ้นเมื่อเราได้มีโอกาสไปเยือนถิ่นผลิตผ้าไหม ลวดลายบรรจง งดงาม ปรากฎผ่านผ้าไหมผืนยาวทำให้นึกถึงกระบวนการทอผ้าไหมที่ให้ความรู้สึกว่า “คนทอต้องฝีมือประณีตเเละมีใจรักในงานที่ทำอย่างเเน่นอน” คุณยาย “ซ่อง จบศรี” วัย 88 ปี ชาวบ้าน ต.กุดจอก อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท หมู่บ้านที่ทอผ้าไหมขายเป็นอาชีพ เริ่มต้นเล่าให้ “ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” ฟังว่า ทำอาชีพทอผ้าไหมขายตั้งแต่สมัยเป็นสาว เนื่องจากครอบครัวและคนในหมู่บ้านทำอาชีพนี้มาตั้งเเต่จำความได้ จนแต่งงานมีลูกก็สอนลูกให้ทอผ้าไหมขาย เมื่อเขาทอหมอนขายได้ ก็เป็นอีกช่องทางที่สามารถเพิ่มรายได้ให้เเก่ครอบครัว ซึ่งผ้าไหมเเต่ละผืนใช้เวลาทอประมาณ 1-2 เดือน (ขึ้นอยู่กับลายผ้าที่ลูกค้าต้องการ) ส่วนเรื่องราคาค่อนข้างสูงเเต่ละผืนมีราคาราว 10,000-100,000 บาทเลยทีเดียว คุณยายซ่อง เล่าย้อนอดีตให้ฟังเพื่อฉายภาพให้เห็นอาชีพทอผ้าไหม กิจกรรมทางเศรษฐกิจชุมชนที่มีมาอย่างยาวนานว
วันที่ 13 กันยายน ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง ที่หมู่บ้านดงชัยมัน หรือโคกไข่เต่า หมู่ 7 ต.ประจันตคาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี แยกเลยไปจากถนนสายประจันตคาม-ศรีมหาโพธิ มีช่างทำเฟอร์นิเจอร์จากก้านตาลในการทำโต๊ะ, เก้าอี้รับแขก, เตียงนอน และทำแจกันเป็นงานหัตถกรรมที่สร้างรายได้แก่ครัวเรือนเดือนละ 3-4 หมื่นบาท สามารถพึ่งพาตนเองในช่วงนอกเหนือจากทำไร่-นา ครอบครัว “รักษาทรัพย์” ของนายวิวัฒน์ รักษาทรัพย์ อายุ 52 ปี, นางวาสนา อายุ 50 ปี นายชัยฤกษ์ อายุ 25 ปี สามพ่อ-แม่-ลูก แห่งหมู่บ้านดงชัยมัน เป็นผู้ริเริ่มนำเอาก้านตาลที่ตกเกะกะอยู่ตามหัวไร่ปลายนา นำมามาแปรรูปทำเป็นโต๊ะ-เก้าอี้นั่ง ตลอดจนเก้าอี้นอนที่ทำจากกาบตาลก้านตาล อย่างสวยงาม ใช้งานได้ดีจริง และทนทานนานนับ 10 ปี พร้อมกับนำเฟอร์นิเจอร์ส่งขายทั้งในพื้นที่และใกล้เคียงจนประสบผลสำเร็จ นายวิวัฒน์กล่าวว่า “ได้มีแนวคิดทำกาบตาลซึ่งเลียนแบบจากชุดรับแขกเฟอร์นิเจอร์ชุดเก้าอี้ไม้ไผ่ที่มีคนทำขายทั่วไป เหมือนกับแคร่ไม้ไผ่ แรกๆ เอากาบตาลจากที่นาของตนเอง และมีเพื่อนบ้านมาบอกให้ไปเอาที่ไร่ที่นาของเพื่อนบ้านเพื่อที่จะให้สะอาดหรือเข้าทำไร่ทำนาได้อย่างสะดวก เพราะต้นตา
ลูกประคบ มีหลายชนิด และใช้ประโยชน์ต่างกัน นักศึกษาภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร กิจกรรมหนึ่งที่ขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด คือ “ออกไปทำสำเนาจารึก” ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ใต้ ออก ตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ใดมีจารึกที่นั่นนักศึกษาจารึกต้องไปถึง นักศึกษาต้องไปทำสำเนาจารึกเก็บไว้ ก่อนจารึกจะเสียหาย หรือถูกโยกย้ายไปด้วยเงื่อนไขต่างๆ จนหาไม่พบ เมื่อไปถึงสถานที่มีจารึก นักศึกษาไม่ได้ไปมือเปล่า แต่ไปพร้อมกับเครื่องมือทำสำเนาจารึก อุปกรณ์เหล่านั้น ได้แก่ กระดาษสา น้ำหมึกสีดำ แปรง ขันน้ำ และลูกประคบ ลูกประคบสำหรับทำสำเนาจารึกมีหลายขนาด ขนาดใหญ่เหมาะสำหรับพื้นที่จารึกกว้าง ขนาดเล็กสำหรับพื้นที่จารึกแคบๆ และขนาดเล็กมากๆ ก็ต้องมีสำรองไว้ เผื่อมีพื้นที่เป็นซอกมุมเล็กๆ จะได้นำมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่ การทำลูกประคบ อุปกรณ์มี ผ้าดิบ ปุยนุ่น เชือกเส้นเล็กๆ มีด หรือกรรไกร วิธีการทำคือ ตัดผ้าดิบเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดตามแต่ต้องการ นำปุยนุ่นมาวางไว้ในผ้าดิบ ห่อ แล้วเอาเชือกมัดให้แน่น นุ่นที่ใส่เข้าไป ต้องอัดให้แน่นพอเหมาะ ต้องไม่นุ่มนิ่มเกินไป จนกดเบาๆ ก็ยุบเข้าไปอย่างเด็ดขาด วิธีใช้ล
ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคอีสานส่งผลกระทบต่อเกษตรกรมาก โดยเฉพาะชาวนา ที่ส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ทัน เนื่องจากรวงข้าวยังไม่แก่ จำต้องปล่อยให้จมน้ำไปต่อหน้าต่อตา ผมได้ไปแถบอำเภอบัวชุม อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี พบว่าน้ำมากจริงสมกับที่มีการรายงานข่าว แม่น้ำป่าสักมีน้ำล้นตลิ่งในหลายจุด ซึ่งแม้เป็นเรื่องธรรมดาของลำน้ำสายนี้ แต่ความที่น้ำมาเร็วและมามากกว่าปกติ ความเสียหายจึงใหญ่หลวงกว่าที่คิดกันไว้ ชาวบ้านเล่ากันว่า การถมดินสร้างอาคารสถานที่ขนาดใหญ่ขวางเส้นทางระบายน้ำ เป็นอีกเหตุหนึ่งที่ทำให้การประเมินสถานการณ์น้ำผิดพลาด เงื่อนไขแบบนี้ ผมเคยได้ยินเพื่อนที่จังหวัดสุรินทร์คุยกันคราวที่เกิดน้ำท่วมตัวเมืองสุรินทร์เมื่อราวสิบปีก่อน ชนิดที่ว่าคำพูดซ้ำกันแทบจะประโยคต่อประโยคเลยทีเดียว บทเรียนยังคงเป็นสิ่งที่สรุปได้ยากเสมอในประเทศนี้ ข้างวัดโบสถ์ เขตหมู่ที่ 3 ตำบลบัวชุม อำเภอชัยบาดาล มีบ้านที่มีโถงด้านในโล่งโปร่ง กว้างขวาง ผู้คนทั้งละแวกเดียวกันและจากที่ไกลๆ เดินทางมาเยือนมิได้ขาด “น้าเตี้ย” หญิงเจ้าของบ้านผู้ใจดี ยึดอาชีพขายปลีกขายส่งปลาน้ำจืดในเขตลุ่มน้ำป่าสักแถ
เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวว่า นายกรัฐมนตรีโมดี ของอินเดีย มีนโยบายที่จะให้ชาวอินเดียสร้างส้วม และใช้ส้วมกันให้มากขึ้นทั่วประเทศ แม้ว่าอินเดียจะมีนโยบายให้คนอินเดียใช้ส้วมมาเป็นเวลานานกว่า 20 ปีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะคนอินเดีย 1,300 ล้านคน กว่าร้อยละ 70 ยังไม่นิยมใช้ส้วมเป็นที่ถ่ายทุกข์ แม้แต่ส้วมที่สร้างขึ้นมาแล้วในสถานที่ต่าง ๆ ก็ดี คนนิยมใช้เพียงครึ่งเดียว แต่ไปทำธุระนอกส้วมถ้าเราไปอินเดีย หรือประเทศแถบนั้น เช่น เนปาล ปากีสถาน ศรีลังกา บังกลาเทศ หรือแม้แต่พม่า ตอนเช้า ๆ ถ้าเดินออกไปนอกโรงแรม หรือไปที่ชายหาดสาธารณะ ก็จะเห็นทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ นั่งยอง ๆ ปฏิบัติภารกิจส่วนตัวกันทั่วไป เคยไปเมืองมัทราส ที่อินเดีย หรือกาฐมาณฑุ ที่เนปาล หรือแม้แต่นอกเมืองเดลี ตอนเช้า ๆ ก็จะเห็นผู้คนใช้ท้องทุ่ง หรือหาดสาธารณะ หรือริมแม่น้ำ เป็นที่ถ่ายทุกข์กันทั้งนั้น เป็นปกติธรรมดา เคยไปเมืองจีน เมื่อกว่า 30 ปีก่อน สมัยที่คณะ 4 คน หรือ “สี่นั้งปั๊ง” หมดอำนาจใหม่ ๆ ถ้าออกไปเมืองนอก ๆ เช่น ที่เมืองแต้จิ๋ว โผวเล้ง หรือที่เกาะไหหลำ ก็ยังใช้ส้วมหลุมที่เปิด แม้ว่าจะเป็นที
เท่าที่ผมสังเกต ดินแดนภาคใต้ โดยเฉพาะแถบนครศรีธรรมราช มีวัฒนธรรมกินขนมจีนเป็นอาหารเช้าอย่างค่อนข้างเข้มข้นกว่าภาคอื่นๆ ที่มักเริ่มกินตอนมื้อกลางวันมากกว่านะครับ แถมขนมจีนของปักษ์ใต้ยังมีเอกลักษณ์รุนแรงตรงน้ำแกงที่กินกับเส้นแป้ง ทั้งแป้งหมักและแป้งสด คือมันมีรสจัด เผ็ดเครื่องพริกแกงที่หนักพริกขี้หนูแห้ง กะปิ ขมิ้นชัน และเครื่องสมุนไพรสดอื่นๆ แล้วไหนยังจะสัดส่วนการผสมพริกแกงในหม้อ ที่ค่อนข้างหนักมืออีก ทำให้มีความหนักแน่น ทั้งน้ำยากะทิ น้ำยาป่า แกงไตปลา แกงขี้ปลา ฯลฯ อย่างเห็นได้ชัด เมื่อ “หนัก” ขนาดนั้น เส้นอย่างเดียวจึงไม่พอจะถ่วงรสชาติ จำต้องมี“ผักเหนาะ” คือทั้งผักสดนานาชนิด ผักดองเร็วๆ รสเปรี้ยวอมหวาน โดยเฉพาะผักสดนั้นแทบสามารถเลือกเฟ้นเอาชนิดที่กลิ่นแรง เนื้อหยาบหนาอย่างไรก็ได้ เพื่อถ่วงดุลรสเผ็ดร้อนเครื่องพริกแกงนั้นให้บรรเทาเบาบางลงจนเกิดเป็นรสอร่อยเฉพาะตัวขึ้นได้ ยังไม่นับไข่ต้ม ปลาเล็กปลาน้อยทอด และกุ้งหวานอีกนะครับ ที่จะมะรุมมะตุ้มเข้ามาในสำรับ เนื่องมาจากความเผ็ดร้อนอันเป็นปฐมเหตุนั้น เพราะอย่างนี้ คนที่ชอบกินเผ็ด ชอบกินผักสดผักดอง ชอบกินเส้นขนมจีน ย่อมจะฝันถึงมื้อเช้าวันหยุดแ
ใครที่เดินทางไปจังหวัดจันทบุรี เวลานี้จะเห็นของฝากแปลกตามากมาย ส่วนมากเป็นสินค้าโอท็อปที่มีคุณภาพ ทำมาจากสินค้าพื้นเมือง หนึ่งในนั้นคือ “น้ำพริกเผามังคุด” เป็นน้ำพริกเนื้อมังคุดแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ และที่สำคัญ เป็น “มังคุดจันทบุรี” “มังคุดจันทบุรี” ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์พื้นเมือง มีพัฒนาบ้างเพื่อให้ได้ต้นเตี้ย สะดวกแก่การเก็บ และมีลักษณะแตกต่างจากมังคุดในภาคอื่น ๆ กล่าวคือมีผลขนาดเล็กกว่า รูปทรงค่อนข้างเรียว และมีเปลือกค่อนข้างบาง สีของกลีบที่ปลายขั้วผลมีสีแดง ผลสุกจะมีสีม่วงดำ เนื้อนุ่ม รสจัดจ้าน มังคุดจันทบุรีจะออกผลประมาณเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมของทุกปี การทำสวนมังคุดมีพื้นที่เพาะปลูกเป็นอันดับ 3 ของจังหวัด ปัจจุบันนี้มีพื้นที่ปลูกมังคุดในจันทบุรี ประมาณ 85,906 ไร่ ทำเงินในระดับ 2,000 กว่าล้านต่อปี นับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดทีเดียว สวนมังคุดหลัก ๆ อยู่บริเวณอำเภอมะขาม, นายายอาม, ขลุง, ท่าใหม่, เมือง, แก่งหางแมว, โป่งน้ำร้อน, แหลมสิงห์, สอยดาว และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ มังคุดจันทบุรีขึ้นชื่อลือชาว่าอร่อยที่สุด ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มกันและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเพาะปลูกมังคุด เพื่อเสริมสร้
