เทคนิคเกษตร
วิธีการให้น้ำแก่สวนลําไย ที่ชาวสวนทํากัน แบ่งออกได้ 3 วิธี คือ วิธีให้น้ำทางผิวดิน วิธีโดยสปริงเกลอร์ และวิธีโดยน้ำหยด โดยการให้น้ำทั้ง 3 วิธี มีเป้าหมาย คือ ต้องการให้น้ำซึมลงเปียกดินในทรงพุ่ม ถึงความลึกประมาณ 40 เซนติเมตร ขึ้นไป เพราะรากลําไยส่วนใหญ่แพร่กระจายอยู่ในดินที่ระดับความลึกนี้ การให้น้ำแก่ต้นเล็กที่มีอายุ 1-2 ปี การให้น้ำแก่ต้นลําไย ที่มีอายุ 3 ปี ขึ้นไป การให้น้ำทางผิวดิน กรณีที่สวนลําไยอยู่ในบริเวณที่ลุ่ม และมีลําเหมืองไหลผ่านสวน การให้น้ำโดยทางผิวดินเป็นการให้น้ำที่ให้ครั้งหนึ่งๆ ปริมาณมาก เพื่อให้ดินที่ควรลึกอย่างน้อย 40 เซนติเมตร อุ้มน้ำไว้ให้มากที่สุด ทําให้ต้นลําไยค่อยๆ ใช้ได้หลายวัน ปริมาณน้ำที่ต้องให้ ครั้งหนึ่งๆ จึงขึ้นอยู่กับขนาดทรงพุ่ม และปริมาณน้ำที่ต้นลําไยใช้ประโยชน์ได้ของดินลึก 40 เซนติเมตร นํ้าที่ใช้ประโยชน์ได้ของดินแตกต่างกันไปตามความหยาบละเอียดของดิน โดยทั่วไปแล้วปริมาณน้ำเป็นความลึกของน้ำที่ใช้ประโยชน์ได้ที่ดิน เนื้อต่างๆ อุ้มไว้ให้พืชใช้ในความลึก 40 เซนติเมตร ต่อการให้นํา้หนึ่งครั้ง การให้น้ำทางผิวดินที่ง่ายที่สุดคือ การไขน้ำเข้าท่วมขังในพื้นที่ทั
เมื่อสิบกว่าปีก่อน “พี่จอบ” วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ คอลัมนิสต์ชื่อดัง และ “พี่อ้อย” ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวาณิชย์ สองสามีภรรยาเริ่มรู้สึกว่าเมืองกรุงไม่น่าอยู่แล้ว พืชอาหารในท้องตลาดปัจจุบันมีสารอาหารน้อยกว่าเมื่อ 70 ปีก่อนหลายเท่า เกิดจากความเสื่อม ดินที่ปุ๋ยเคมีทำลาย ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร ทำให้คุณภาพสารอาหารลดลง “พี่จอบ” และ “พี่อ้อย” ตัดสินใจซื้อผืนนาแปลงหนึ่งที่ทุ่งน้ำนูนีนอย ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยเลี้ยงตัวเอง และแบ่งปันให้คนรอบข้าง เมื่อตั้งใจทำเกษตรอินทรีย์ ภาระกิจแรกคือ การฟื้นฟูผืนดินให้ปลอดภัยจากสารเคมี ก่อนจะลงมือปลูกพืชผลทางการเกษตรแบบอินทรีย์อย่างจริงจังกับชาวบ้าน ทุ่งน้ำและไร่นาเกษตรอินทรีย์นูนีนอยเป็นศูนย์ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับธรรมชาติ มุ่งอนุรักษ์ธรรมชาติให้อยู่รอดต่อไปถึงลูกหลาน ทุ่งน้ำนูนีนอยเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสร้างขึ้นใหม่ในปี 2561 ท่ามกลางนาระบบเหมืองฝายโบราณและปล่อยให้ธรรมชาติและสัตว์ป่าฟื้นตัวขึ้นมาเอง เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ผลิตอาหารแล้ว ทุ่งน้ำนูนีนอย ใช้วิ
รู้หรือไม่ ‘ปุ๋ยธาตุอาหารหลัก’ ส่วนใหญ่เป็นปุ๋ยเม็ดที่ผ่านการพัฒนาสูตรมาให้ละลายน้ำได้ดีเพื่อให้พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้สะดวก แต่ในทางปฏิบัติการคำนวณปริมาณปุ๋ยให้พอดีกับความต้องการของพืชเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เกษตรกรจึงมักให้ปุ๋ยเกินความต้องการของพืชอยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพืชจะเจริญเติบโตได้ดีและให้ผลผลิตมากตามเป้าหมาย ผลที่เกิดขึ้นคือ นอกจากปุ๋ยปริมาณมากจะละลายไปโดยเปล่าประโยชน์แล้ว ยังส่งผลให้ดินเสื่อมสภาพ น้ำเน่าเสีย และเกิดก๊าซเรือนกระจกด้วย ปุ๋ยทั่วไปโดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียมีคุณสมบัติละลายน้ำเร็ว ทำให้การให้ปุ๋ยแต่ละครั้งมักสูญเสียปุ๋ยไปโดยเปล่าประโยชน์กว่าร้อยละ 60 ซึ่งปุ๋ยเหล่านั้นจะไหลไปสะสมในดินและแหล่งน้ำ ทำให้เกิดค่าความเป็นกรดในดินสูง เกิดปรากฏการณ์สาหร่ายบานสะพรั่งจนส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำ อีกทั้งยังก่อให้เกิดก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่มีศักยภาพในการทำให้โลกร้อนสูงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ถึงประมาณ 265 เท่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
สิบตำรวจตรีบุญส่ง ทศพร ชื่อเล่น “ ปลัดแก้ว” วัย 53 ปี ปัจจุบันรับราชการในตำแหน่ง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเชียงรากน้อย (โทร 0877044453) และแบ่งเวลาทำเกษตรเป็นรายได้เสริมโดยลงทุนทำสวนกล้วยหอมทอง ปลูกแบบผสมผสานร่วมกับพืชผักและไม้ผลอื่นๆ ในพื้นที่รังสิตคลอง 13 ตำบลศาลาครุ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี มีใจรักในอาชีพเกษตร ปลัดแก้ว เล่าให้ฟังว่า เดิมทีผมเคยรับราชการตำรวจอยู่ในกรุงเทพตำรวจ 191 ต่อมาในปี 2540 ผมสอบปลัดอบต. ได้ในจังหวัดปทุมธานี เมื่อ 10กว่าปีก่อน กล้วยหอมขายได้ราคาดี ผมจึงสนใจปลูกกล้วยหอม ในบริเวณรังสิตคลอง 13 แห่งนี้ ปลัดแก้วปลูกกล้วยหอมเป็นพืชเชิงเดี่ยวบนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ช่วงแรกๆ ปลูกกล้วยหอมขายได้ราคาดี แต่การปลูกกล้วยหอมมีอุปสรรคสำคัญ คือ ปัญหาภัยธรรมชาติจาก ลมพายุซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ “ ปัญหาลมพายุมา กล้วยเราเสียหาย เป็นความเสี่ยงที่เกษตรกปลูกกล้วย จะท้อในเรื่องนี้กัน ฝนตก ลมมาก็จะนั่งพะวงกันแล้ว กลัวยจะเป็นยังไงน้อ บางทีถ้าลมมาหนักๆ ผมออกจากสวนเลยเพราะว่ามันทำใจไม่ได้ จะรู้ผลตอนเช้าเมื่อลูกน้องลงดูสวนกล้ว
สูตรน้ำหมักไล่แมลงนั้นมีหลากหลายสูตรมากมาย โดยส่วนใหญ่ใช้เป็นสมุนไพรไทย แต่น้อยคนที่จะรู้ว่า “พริกไทย” วัตถุดิบทำอาหารที่อยู่ในครัวบ้านเรา นั้นสามารถไล่แมลงศัตรูพืชได้เหมือนกัน โดยสูตรน้ำหมักพริกไทยไล่แมลงสูตรนี้ นอกจากจะไล่แมลงต่างๆ ได้ดีแล้ว ยังไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายอีกด้วย และสามารถใช้ได้ผลกับพืชทุกชนิด เนื่องจากน้ำหมักจากพริกไทยนั้น มีกลิ่นฉุนรุนแรงและประกอบด้วยสารรสเผ็ด และสารที่มีกลิ่นฉุนและเผ็ดร้อน จึงทำให้สามารถมีฤทธิ์ในการขับไล่แมลงได้ดีทีเดียว สูตรที่ 1 วัตถุดิบ 1. เมล็ดพริกไทยดำ หรือเมล็ดพริกไทยขาว 4 ช้อนโต๊ะ 2. น้ำสะอาด 1 ลิตร ขั้นตอนการทำ 1. ตำพริกไทยดำและพริกไทยขาวให้ละเอียด (การตำจะช่วยให้สารที่ให้รสเผ็ดและสารให้กลิ่นฉุน ในพริกไทยออกมาได้ดีขึ้น) 2. จากนั้นนำพริกไทยที่ตำละเอียดดีแล้ว กรอกใส่ขวดที่บรรจุน้ำสะอาดไว้แล้ว 3. หมักทิ้งไว้ 1 คืน สามารถนำไปใช้ได้เลย สูตรที่ 2 วัตถุดิบ 1. เมล็ดพริกไทยดำ หรือเมล็ดพริกไทยขาว 4 ช้อนโต๊ะ 2. น้ำสะอาด 500 มิลลิลิตร 3. น้ำยาล้างจาน 1 ช้อนชา 4. มะนาว 1 ผล ขั้นตอนการทำ 1. ตั้งหม้อบนเตา ใส่น้ำ 250 มิลลิลิตร ลงไปจากนั้นนำพริกไทย
การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตลำไยเพื่อให้ได้ทั้งคุณภาพและปริมาณ โดยใช้ปุ๋ยหมักจากเศษกิ่งไม้และใบลำไยหลังการตัดแต่ง เป็นการลดต้นทุนที่เห็นผล เกษตรกรสามารถทำได้ คุณดำรงค์ จินะกาศ ประธานลำไยแปลงใหญ่แม่ทา จังหวัดลำพูน และเกษตรกรต้นแบบเจ้าของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพ (ศพก.) การผลิตลำไยคุณภาพ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ได้แนะนำเทคนิคการทำปุ๋ยหมักใต้ต้นลำไยจากกิ่งและใบลำไย ที่ใช้เงินลงทุนต่ำและประหยัดแรงงาน ไม่ต้องขนย้าย รวมทั้งประหยัดการให้น้ำ ประมาณร้อยละ 50 ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลง ประมาณร้อยละ 30 เก็บความชุ่มชื้นไว้ในดินได้นาน และลดปัญหาหมอกควันจากการเผากิ่งและใบลำไย เป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สามารถปรับปรุงบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ได้ดี สังเกตได้จากมีไส้เดือนดินเพิ่มปริมาณมากขึ้น ดินร่วนซุย รากฝอยแตกใหม่มาก สามารถดูดกินธาตุอาหารได้ดี ทำให้ต้นลำไยสมบูรณ์แข็งแรง ในกรณีที่เกษตรกรจะทำลำไยนอกฤดู การราดสารจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด วิธีการทำปุ๋ยหมักใต้ต้นลำไย เมื่อสิ้นสุดฤดูการเก็บเกี่ยวลำไย หลังเกษตรกรตัดแต่งกิ่งและจัดทรงพุ่มแล้ว ให้นำกิ่งลำไยที่ได้จากการตัดแต่ง ตัดลิดใบแล้ววางกิ่งเรียง
ก่อนการเลือกตั้งปี 2569 จะมาถึง คำถามสำคัญที่สังคมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ คือ วันนี้เกษตรกรไทยกำลังเผชิญ ท่ามกลางความผันผวนรอบด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูง ราคาพืชผลที่ไม่แน่นอน ภัยแล้งและน้ำท่วมที่เกิดซ้ำซาก รวมถึงนโยบายภาครัฐที่หลายครั้งยังไม่สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น เกษตรกรในฐานะผู้ผลิตอาหารให้ประเทศ กำลังเผชิญภาวะ “จนมุม” มากกว่าที่เคยเป็นมา รายได้ไม่สมดุลกับต้นทุน ความเสี่ยงสูงขึ้นทุกฤดูกาลเพาะปลูก ขณะที่ความช่วยเหลือเชิงโครงสร้างยังไม่ชัดเจน คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าใครจะเป็นรัฐบาลใหม่ แต่คือ รัฐบาลชุดใหม่จะเข้ามาแก้ปัญหาเกษตรกรอย่างไร และจะเริ่มต้นตรงไหน Technologychaoban – เทคโนโลยีชาวบ้าน ร่วมกับ มติชน TV เปิดเวทีเพื่อพี่น้องชาวเกษตร ฟังข้อเสนอ นโยบายที่อยากเห็นความหวังที่อยากฝากไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ ไม่ใช่แค่ ‘สัญญา’ ในวันหาเสียง แต่ต้องเป็น ‘ทางรอด’ ที่จับต้องได้ ผ่านตัวแทนทั้ง 3 ภาคส่วนทรงพลังในการขับเคลื่อนรากฐานเกษตรไทย ท่ามกลางบริบทการเลือกตั้งปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง ประเด็นภาคเกษตรไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของนโยบายในสภา หากแต่เป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่กำหนดทิศทา
การมีที่ดิน 1 ไร่ อาจดูไม่มากนัก แต่หากวางแผนดีๆ ก็สามารถทำให้เกิดรายได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่องได้ โดยเฉพาะการทำเกษตรแบบผสมผสานที่ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะมาแนะนำแนวทางการวางแผนทำเกษตรบนพื้นที่ 1 ไร่ ให้เป็นแหล่งรายได้ที่ยั่งยืน หากมีที่ดินอยู่ที่บ้านเกิดหรือต่างจังหวัด แต่ยังไม่รู้ว่าจะใช้ทำอะไรให้เกิดรายได้ การทำเกษตรก็ถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ แต่ก่อนจะเริ่มต้น สิ่งสำคัญคือการค้นหาว่า ชอบปลูกหรือชอบเลี้ยงสัตว์อะไร เพราะเมื่อได้ทำในสิ่งที่รัก คุณก็จะมีแรงขับเคลื่อนในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จได้เร็วกว่าเดิม สิ่งที่ต้องรู้ก่อนในการที่จะลงมือทำการเกษตร 1. วิเคราะห์เป้าหมายและทรัพยากรที่มี ก่อนเริ่มทำเกษตรบนพื้นที่ 1 ไร่ ควรตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ก่อน ว่าจุดประสงค์ของเราคืออะไร เป้าหมายของเรา คือ ทำเพื่อบริโภคเอง หรือทำเพื่อขายสร้างรายได้? เพราะหากบริโภคเองต้นทุนการผลิตอาจจะไม่ได้สูงมาก แต่หากทำเพื่อจำหน่าย ต้องมีการวางแผนให้ดีตั้งแต่เริ่ม รวมไปถึงการมองหาตลาดว่ากลุ่มเป้าหมายของเราคือใคร เช่น ปลูกผักออร์แกนิก กลุ่มลูกค้าก็จะเป็นคนร
. ฤดูร้อนในปีนี้ จะเริ่มต้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 259 ไปสิ้นสุดในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยสูงกว่าปีที่ผ่านมา โดยคนไทยจะเผชิญสภาพอากาศร้อนจัดที่สุดในรอบปี ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน 2569 พื้นที่ภาคเหนืออาจเจอสภาพอากาศร้อนสูงถึง 42 – 43 องศาเซลเซียส ด้านปริมาณน้ำฝนโดยรวมในปีนี้ มีแนวโน้มลดลงกว่าปกติ 30-40% ดังนั้นพื้นที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน อาจมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร จึงขอให้ประชาชนวางแผนการใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด . “น้ำเค็มรุกพื้นที่การเกษตร” เป็นปัญหาที่เกษตรกรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ และนครปฐม มักเจอในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายนของทุกปี น้ำเค็มจากทะเลจะรุกเข้าสู่แม่น้ำเป็นระยะทางไกลขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้น้ำด้านเกษตรกรรม เนื่องจากค่าความเค็มสูงกว่าค่ามาตรฐานที่พืชรับได้ สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่สวนกล้วยไม้ สวนไม้ผลไม้ยืนต้น และพืชอื่นๆ หากใช้น้ำในคลองที่มีค่าความเค็มสูงไปรดต้นพืช จะเกิดค
ต้นกุหลาบ ปัจจุบันมีการนำพันธุ์ใหม่ๆ เข้ามาปลูกในบ้านเรามากขึ้น มีดอกสีสันสวยงาม การติดดอกแล้วร่วง เกิดได้จากหลายกรณี ตั้งแต่ให้น้ำมากเกินไปก็ทำให้ดอกร่วงได้ ประการสำคัญต้นไม่สมบูรณ์ อาหารไม่พอ ควรใส่ปุ๋ยให้บ้าง โดยใช้ปุ๋ย สูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 เพียงเล็กน้อย จะช่วยให้ติดดอกดีขึ้น กุหลาบเป็นไม้ที่เลี้ยงยาก เพราะเป็นไม้ที่ต้องการอากาศหนาวเย็น จึงปลูกได้ดีที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา กาญจนบุรี และราชบุรี บางอำเภอ ส่วนใหญ่แล้วกุหลาบที่ใส่กระถางนำมาจำหน่ายมักนำมาจากพื้นที่ดังกล่าว เมื่อนำมาปลูกในถิ่นอื่นมักไปไม่รอด อย่างไรก็ตาม หากต้องการปลูกด้วยใจรักย่อมทำได้ เริ่มจากเปลี่ยนกระถาง ปรุงดินให้โปร่ง ร่วนซุย อย่าให้น้ำขังแฉะขณะรดน้ำ หรือหลังจากฝนตก และควรพรางแสงด้วยซาแรนสีดำ ทั้งด้านบนและแนวตั้งด้านข้างที่มีลมพัดแรง ตัดแสงลงอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์ ให้ปุ๋ยชนิดละลายช้า สูตร 15-15-15 หรือ 12-24-12 คราวละ 1 ช้อนชา ทุกๆ 2 เดือน จะช่วยลดปัญหาข้างต้นลงได้ มะนาวที่ติดผลดกต้องบำรุงต้นให้สมบูรณ์ สูตร 15-15-15 อัตรา 2 ช้อนโต๊ะต่อ 1 วงบ่อ เด
