เทคนิคเกษตร
ตรีผลาเป็นพิกัดยาแผนโบราณที่มีประวัติการใช้มายาวนาน จนได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักกันดีมากที่สุดตำรับหนึ่ง ไม่เฉพาะในหมู่ชาวไทย แต่ดังไกลไปทั่วโลก จนมีคำกล่าวขวัญในหมู่ชาวฝรั่งที่เป็นแฟนคลับยาสมุนไพรว่า “เจ็บป่วยคราใด ไม่รู้จะใช้ยาอะไร ให้ใช้ตรีผลา” (When in doubt,use Triphala”) ส่วนใหญ่คนไทยมักจะคุ้นกับสรรพคุณเป็นยาระบายของตรีผลา เพราะสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก็อนุญาตให้ใช้สรรพคุณขอขึ้นทะเบียนไว้แค่นั้นเอง ทั้งที่งานวิจัยสมุนไพรได้ค้นพบสรรพคุณใหม่ๆ ของตรีผลามากกว่าที่คิด “ตรีผลา” ที่นำมาวิจัยสรรพคุณนั้นเป็นสูตรตำรับพื้นฐานที่สุดคือประกอบด้วย เนื้อผลที่แก่เต็มที่ของ สมอไทย (ชื่อพฤกษศาสตร์ Terminalia chebula RetZ. ชื่อสามัญ Chebulic myrobalan) สมอพิเภก(ชื่อพฤกษศาสตร์ Terminalia belerica Roxb. ชื่อสามัญ Belleric myrobalan) และมะขามป้อม (ชื่อพฤกษศาตร์ Phyllanthus emblica L. ชื่อสามัญ Emblic Myrobalan) ในอัตราส่วนเสมอภาค 1:1:1 ตากแห้ง บดเป็นผงละเอียด กรณีทดลองในคนเพื่อศึกษาฤทธิ์ระบายแก้ท้องผูกเรื้อรังและช่วยลดกรด ศึกษาในอาสาสมัครผู้ป่วยท้องผูกเรื้อรังทั้งสองเพศ อายุระหว่าง 16-52 ปี จำ
วันที่ 7 ธันวาคม 2564 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะสื่อมวลชน ติดตามผลสำเร็จจากการดำเนินโครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผักตบชวาอุตสาหกรรมแฟชั่น ภายใต้การนำของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สาคร ชลสาคร คณบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และคณะนักวิจัย ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี (มทร.ธัญบุรี) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก วช. ภายใต้กระทรวง อว. ประจำปี 2560จนสามารถสร้างแบรนด์ผ้าชื่อ “สาคร” และ แบรนด์ “บ้านหัตถศิลป์” อีกด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สาคร ชลสาคร คณบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวถึงแนวคิดในการนำผักตบชวามาพัฒนาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มและยังเป็นการสร้างอาชีพสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนด้วยว่า นวัตกรรมเส้นใยจากผักตบชวา สร้างมูลค่าเพิ่มสู่อุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี สามารถนำพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบทั้งเครื่องแต่งกายบุรุษและสตรี ของใช้ตกแต่งบ้านเรือน กระเป๋าแฟชั่น เป็นต้น ปัจจุบันมีการต่อยอดให้เป็นชุมชนนวัตกรรมต้นแบบ รวมทั้งสร้างนวัตกรรมช
แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่ขนมโบราณพื้นบ้านอย่าง “กะละแม” ยังได้รับความนิยมอยู่ เพราะผู้ผลิตกะละแมไม่หยุดนิ่ง นำแนวคิดสมัยใหม่ผสมผสานของเก่าอย่างลงตัว เกิดเป็นกะละแมร่วมสมัยออกมาดูดีเลย แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องยอมรับว่าคนสมัยก่อนทำกะละแมได้อร่อยมาก วัตถุดิบและส่วนผสมทุกอย่างถึงเครื่องเข้มข้น อย่างร้านกะละแมที่จะแนะนำให้รู้จักแห่งนี้มีชื่อว่า “กะละแมโบราณแม่ธัญญา” ชื่อก็บอกอยู่ว่าโบราณเพราะทำมานานเกือบ 20 ปี มีจุดเด่นตรงใช้วัตถุดิบและส่วนผสมจากธรรมชาติในท้องถิ่น มาปรุงแต่งตามความต้องการของตลาดจนมีให้เลือกหลายชนิด การันตีคุณภาพด้วยรางวัลโอท็อป ส่งขายแบบตรงและทางออนไลน์ กะละแมโบราณแม่ธัญญา เป็นกะละแมสูตรดั้งเดิมของเกาะสมุย มีเอกลักษณ์การทำเฉพาะโดยใช้ข้าวเหนียวทั้งเมล็ดกวนจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ช่วยให้มีรสชาติหวาน มัน หนึบ มี 2 ชนิด คือ กะละแมโบราณข้าวเหนียวขาว มีหลากหลายสีสัน รสดั้งเดิม (สีน้ำตาล), ใบเตย (สีเขียว), บีทรูท (สีชมพู), ดอกอัญชัญ (สีน้ำเงิน) และดอกคำฝอย (สีเหลือง) กับกะละแมข้าวเหนียวดำ ที่นับเป็นผู้ผลิตรายแรกและรายเดียวในเกาะสมุย คุณพัฒนพงศ์ อินทร์คำ หรือ อ้น ลูกชาย คุณธัญญา อินท
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021)” ครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่ 22-26 พฤศจิกายน 2564 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์หลัก “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่ายการวิจัยของไทยที่มีศักยภาพ ไปสู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ กระจายโอกาสในการเข้าถึงฐานข้อมูลความรู้การวิจัยและนวัตกรรม ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและส่วนที่เกี่ยวข้องมาจัดแสดงภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 ได้รับความสนใจจาก นิสิต นักศึกษาและประชาชนจำนวนมาก ในปีนี้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้นำเสนอผลงานวิจัย 2 หัวข้อคือ 1. โรงงานต้นแบบการผลิตแมลงศัตรูธรรมชาติเชิงพาณิชย์ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศมาพร แสงยศ คณะผลิตกรรมการเกษตร ซึ่งโรงงานต้นแบบแห่งนี้ เน้นผลิตแมลงศัตรูธรรมชาติเพื่อการควบคุมแมลงศัตรูพืชทดแทนการใช้สารเคมีประกอบด้วยต้นแบบโครงสร้างพื้นฐาน กระบวนการผลิตแล
บรรยากาศในงานวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา นิสิต นักศึกษา และประชาชน ต่างทยอยเข้าชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และส่วนที่เกี่ยวข้องมาจัดแสดงภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021) ที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำมาจัดแสดง โดยหนึ่งผลงานวิจัยที่นำเสนอในเวที “Research Expo Talk” เป็นนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่นำนวัตกรรมเสื่อลำแพน ไปถ่ายทอดองค์ความรู้พัฒนากระบวนการผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการชุมชน ให้ผลิตภัณฑ์มีความทนทาน ปราศจากเชื้อรา ป้องกันมอด ปลวก พัฒนาสีสันลวดลายที่สวยงาม จนสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างมหาศาล เสื่อลำแพน เป็นสินค้าจากภูมิปัญญาของชาวบ้าน อำเภอประจันตคาม อำเภอปราจีนบุรี ที่ทำขายตกทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตายาย จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในอดีตใช้เป็นหลังคากันแดดกันฝน เมื่อเวลาเทียมเกวียน และดัดแปลงมาใช้เป็นผนัง ฝ้า เพดาน ถือได้ว่าเป็นสินค้าที่มีเรื่องราวเล่าขานถึงที่มาสร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชน ในปัจจุบันกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่มีมา
ช่วงบ่ายวันนี้ (25 พฤศจิกายน 2564) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรม Research Expo Talk โชว์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่นำมาจัดแสดงในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2564 (Thailand Research Expo 2021) วช.ได้นำโครงการการพัฒนาเครื่องประดับสุขภาพ (Beyond Jewelry) ที่เป็นมากกว่าเครื่องประดับ ของ นางสาวมาลิน เศวตกิติธรรม แห่ง สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มาโชว์ โดยได้รับเกียรติจาก นายทนง ลีลาวัฒนสุข รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ เป็นผู้นำเสนอผลงาน ณ เวที Mini Stage ชั้น 22 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร นายทนง ลีลาวัฒนสุข กล่าวว่า อัญมณีและเครื่องประดับเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย ด้วยภูมิปัญญาในการปรับปรุงคุณภาพพลอยสีและช่างฝีมือเจียระไนอัญมณีและผลิตเครื่องประดับมีทักษะความชำนาญสูง ทำให้สร้างรายได้ให้กับประเทศในแต่ละปีหลายแสนล้านบาทและก่อให้เกิดการจ้างงานตลอดห่วงโซ่อุปทานนับล้านคน รวมถึงกา
ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ นำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและการออกแบบระบบบำบัดน้ำบาดาลเพื่อการบริโภค ช่วยลดต้นทุนค่าน้ำให้กับเกษตรกรผู้ปลูกผักบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 ระหว่างวันที่ 22-26 พฤศจิกายน 2564 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ การจัดงานครั้งนี้ นำเสนอภาคการประชุม/สัมมนาใน 105 หัวข้อเรื่อง ภาคนิทรรศการ 560 ผลงาน จาก 163 หน่วยงาน หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าสนใจในงานครั้งนี้ ได้แก่ การผลิตวัสดุบำบัดน้ำบาดาลจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและออกแบบระบบบำบัดน้ำบาดาลเพื่อการบริโภค ผลงานของนักวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ประกอบด้วย ดร.นภารัตน์ จิวาลักษณ์ ดร.พัชรนันท์ จันทร์พลอย ดร.ดวงเดือน เทพนวล ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยได้รับทุนอุดหนุนการวิจัย จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ปีงบประมาณ 2563 จุดเริ่มต้นของโครงการนี้ เกิดจากคณะผู้วิจัยม
วช.ชวนสัมผัส “น้ำหอมจากขนแพะ” ในงาน Thailand Research Expo 2021 นวัตกรรมแปลงขยะขนแพะสู่น้ำหอม เครื่องหอม เจ้าแรกในไทยและเอเชีย ฝีมือนักวิจัย วว. วันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรม“Research Expo Talk” เปิดตัวนวัตกรรม “น้ำหอมจากขนแพะ” นวัตกรรมแปลงขยะขนแพะสู่น้ำหอม เครื่องหอม เจ้าแรกในไทยและเอเชีย ผลงานของ นางสาวขนิษฐา ชวนะนรเศรษฐ์ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021) ณ เวที Mini Stage ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร นางสาวขนิษฐา เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ไปจังหวัดกระบี่เมื่อเดือนมีนาคม 2563 เพื่อนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไปพัฒนาชุมชน ได้โจทย์ขนแพะที่เป็นขยะเหลือทิ้งและจากการบอกเล่าของ นายชวน ภูเก้าล้วน ประธานกรรมการบริษัท ศรีผ่องพานิช จำกัด ขนแพะโดยปกติถูกกำจัดโดยวิธีเผาทิ้งอย่างเดียว โดยไม่รู้ว่าคือวัตถุดิบที่มีมูลค่ามหาศาล ทีมนักวิจัยนำขนแพะมาสกัดพบว่
นักวิจัยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โชว์นวัตกรรม “เครื่องฟอกอากาศด้วยน้ำ เชื่อมต่อกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” รางวัลระดับนานาชาติ นวัตกรรมถูกและดี ช่วยสิ่งแวดล้อมปลอดภัย วันนี้ (24 พฤศจิกายน 2564) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดเวทีเสวนา Research Expo Talk ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021) ครั้งที่ 16 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 พฤศจิกายน 2564 วช. เปิดตัว “เครื่องฟอกอากาศด้วยน้ำ เชื่อมต่อกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” ผลงานวิจัย นายแพทย์อานนท์ จำลองกุล แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในการเสวนา Research Expo Talk ณ เวที Mini Stage ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช. ในฐานะหน่วยงานภายใต้ อว. มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัยและนวัตกรรม มีผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์และผู้ใช้ปร
นักวิจัย สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ พัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชันจากข้าวสีไทย พันธุ์ทับทิมชุม 100% เพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ พร้อมนำมาโชว์ใน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564” ระหว่างวันที่ 22 -26 พฤศจิกายน 2564 ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิร์ด กรุงเทพฯ จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ข้าวสีไทย เป็นสินค้าเกษตรหลักของประเทศ โดยเฉพาะพันธุ์ทับทิมชุมแพที่มีความโดดเด่น คือ เป็นข้าวเจ้าเยื่อหุ้มสีแดง คล้ายทับทิม มีคุณค่าทางโภชนาการที่สำคัญ มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระฟีนอลิกสูง และฟลาโวนอยด์ที่สูงกว่าข้าวสีไทยพันธุ์อื่น สามารถให้ผลผลิตตลอดทั้งปี ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ป้องกันเลือดอุดตัน และมะเร็ง อีกทั้งมีปริมาณอมิโลสต่ำ เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน นับเป็น Functional Drink ที่สำคัญ นางพวงเพ็ชร์ นิธยานนท์ นักวิจัยจากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หัวหน้าโครงการฯ เปิดเผยว่า ผู้วิจัยต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพโดยใช้ข้าวสีไทยพันธุ์ทับทิมชุมแพ โดยการบูรณาการศาสตร์ตลอดห่วงโซ่การผลิ
