เทคนิคเกษตร
ชื่อวิทยาศาสตร์ Asystasia gangetica (L.) T. Anders. ชื่อสามัญ Ganges Primrose, Chinese violet. ชื่อวงศ์ ACANTHACEAE ชื่ออื่นๆ บุษบาริมทาง บุษบาฮาวาย ตำลึงหวาน เบญจรงศ์ 5 สี ย่าหยา ยาหยี บาหยา ผักลืมผัว ผักกูดเน่า หนูพบกลอนบทหนึ่ง อ่านดูงงๆ มีชื่อหนูอยู่ โดยคนเขียนตั้งชื่อกลอนว่า “บุษบาริมทาง ถูกเรียกว่า นางร้อยชื่อ” เขียนไว้ว่า “คือบาหยา ยาหยี ที่สวยพร่าง คือบุษบาริมทาง มีต่างสี เบญจรงศ์ อ่อมแซ่บ ย่าหยามี My Fair Lady ชื่อว่า บุษบาฮาวาย” มีคนว่า บุษบาฮาวาย เป็นดอกไม้ในรัฐหนึ่งของอเมริกา ที่หนู “งง” มากๆ เพราะมีคนเรียกว่า ผักกูดเน่า ลืมผัว แล้วโดยเฉพาะชื่อ “อ่อมแซ่บ” นี่ คนเหนือ คนอีสาน ออกเสียงชัดเจน พอพูดถึงบุษบาริมทาง มีคนเล่าอีกว่า ชื่อนี้เคยเป็นภาพยนตร์เพลง ชื่อ My Fair Lady ดัดแปลงจากบทละครของนักเขียนชาวไอริช เป็นเรื่องราวของหญิงสาวยากจน ขายดอกไม้ ได้รับการปั้นให้เป็นสุภาพสตรีผู้ดี สอนวิธีพูดให้ถูกต้อง และในเรื่องมีเพลงเด่นคือ The Rain in Spain ที่หนูต้องย้อนเรื่องนี้ เพราะหนูอยากโชว์ว่า แม้หนูไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องหนัง แต่ชื่อหนูไปสอดคล้องกับ My Fair Lady หรือหนัง “บุษบาริมทาง” ท
เมื่อเข้าสู่ความหนาวเย็นอย่างจริงจัง หลังพายุใหญ่ลูกสุดท้าย “ปาบึก”ผ่านไป เอหรือว่ายังจะมีพายุอีกหลายลูกชั่งเถอะ แต่ระยะนี้ ดอกสะเดากำลังสดน่ากิน เป็นที่นิยมของคนสมัยนี้กันมาก คงเป็นเพราะยึดแนวคิดตามสำนวนโบราณ “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” แท้จริงแล้วคำพังเพยนี้ว่ากันถึง คำพูดของคนเรานะ คือพูดหวาน ไพเราะ ทำให้คนเชื่ออย่างไม่ต้องหามูลเหตุ แต่คนพูดไม่เพราะ แม้ว่าจะพูดเรื่องจริง คนก็ไม่รู้สึกนิยมชมชอบ เหมือนยาขม ไม่ชอบกิน ความขมของพืชหลายชนิดที่นิยมลิ้มรสกัน แล้วแต่คนชอบ ขมมากขมน้อย หรือบางคนไม่ชอบขมเลย คงจะให้คำตอบว่า ชีวิตนี้ก็ขมมากพอแล้วไม่อยากเติมความขมเข้าตัวเองอีก ก็ว่ากันไป นิยมขมมากหน่อยก็ต้องเจอแบบ คนอื่นไม่กล้ากิน กัดทีขมติดลิ้น ซึมเข้าประสาทลิ้มรสแบบไม่ต้องกลืน เช่น บอระเพ็ดแสนเข็ดขม ฟ้าทลายโจรก็สุดขม หนานเฉาเหว่ย (ป่าช้าหมอง) ก็ที่สุด บางคนแม้แต่ขมผลมะแว้ง ก็เมินหน้าหนีแล้ว แต่ที่แนะนำวันนี้คือ ของขมอร่อย มีขมหลายระดับ แต่ถ้ารู้จักทำกินจะขมแบบพึงใจ ขมของสะเดาเป็นขมที่ตบท้ายด้วยหวาน ที่จริงสะเดามีความขมหลายระดับ ตั้งแต่ขมจัด ขมมาก ขมปานกลาง ขมน้อย จนถึงไม่ขมแต่มีรสจืดปนมัน คือแต่ละต้น
บ้านแพะต้นยางงาม หมู่ที่ 11 ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน เป็นหมู่บ้านหนึ่งที่มีประชากรเป็นชนเผ่าไตลื้อ กลุ่มไตลื้อที่กระจายตัวกันอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ภาคเหนือ เช่น ที่อำเภอเชียงคำ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ และที่อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน คุณเกษม ปัญโญใหญ่ ผู้ใหญ่บ้าน เล่าให้ฟังว่า ชาวไตลื้อได้อพยพมาจากแคว้นสิบสองปันนา บางกลุ่มได้หยุดก่อสร้างเป็นหมู่บ้านแต่ละพื้นที่ที่มีความเหมาะสม แต่กลุ่มชาวบ้านแพะได้เดินทางต่อจนถึงเขตพื้นที่อำเภอบ้านธิ เนื่องจากเป็นแหล่งพื้นที่ที่เหมาะสม มีแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร เป็นพื้นที่ดอนและมีพื้นที่ราบสำหรับปลูกข้าวใช้บริโภคในครัวเรือน ด้วยความที่เป็นกลุ่มที่รักความสงบ ดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย ด้วยวิถีชีวิตพอเพียง จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ในปี 2558 และด้วยการดำรงชีวิตของชาวไตลื้อที่อนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี มีสิ่งดีๆ ในหมู่บ้านหลายสิ่งหลายอย่าง จึงได้รับการคัดเลือกจากกรมการพัฒนาชุมชน ให้เป็นหมู่บ้านโอท็อปนวัตวิถี กรมการพัฒนาชุมชนได้จัดทำโครงการชุมชนท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถี ตาม
เมื่อพูดถึง “ขนมลา” อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคุ้นตากับบุคคลโดยทั่วไปมากนัก เนื่องจากแปลกทั้งชื่อและรูปแบบ เพราะขนมลาเป็นขนมพื้นบ้านของท้องถิ่น อาจจะรู้จักกันเพียงภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนแหล่งที่ทำขนมลากันมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นแหล่งที่มีชื่อเสียง รสชาติดี อร่อยที่สุดคือ ขนมลาจากอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ขนมลา เป็นขนมหวานพื้นบ้านทางภาคใต้ของประเทศไทย ทำมาจากแป้งข้าวเจ้า เป็นขนมสำคัญหนึ่งในห้าชนิดที่ใช้สำหรับจัดหมับ เพื่อนำไปถวายพระสงฆ์ในงานประเพณีบุญสารทเดือนสิบ ซึ่งเป็นงานบุญประเพณีที่สำคัญของจังหวัดในภาคใต้ เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดสงขลา เป็นต้น ขนมลา เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ใครเป็นคนคิดทำขึ้น ครั้งแรก ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด ทราบแต่ว่า ชาวบ้านปากพนังรู้จักทำขนมลาขึ้นใช้ในงานประเพณีสารทเดือนสิบของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งในงานประเพณีสารทเดือนสิบของจังหวัดนครศรีธรรมราช จะต้องจัดหมับไปทำบุญที่วัดในแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งเป็น “วันสารท” โบราณมีความเชื่อสืบต่อกันมาว่า ในงานบุญสารทเดือนสิบนั้น บรรพบุรุษผู้ล่วงลับที่ไปตกระกำลำบากอยู่ในยมโ
กรุงเทพฯ 17 พฤศจิกายน 2564 – เพื่อร่วมกันรักษ์โลกและรักษ์ประเพณีไปพร้อมๆ กัน ลอยกระทงปีนี้ บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ขอแชร์ไอเดียการทำกระทง Go Green ด้วยวัสดุธรรมชาติจากในครัวของเราเองอย่างผักและผลไม้ มาลองดัดแปลงของใกล้ตัวที่หลายคนมองข้ามเป็นกระทงรักษ์โลกสีสันสดใส เพื่อที่จะลอยกระทงได้อย่างสบายใจ และไม่สร้างผลกระทบให้สิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม เริ่มต้นด้วยฐานกระทงที่เราสามารถหยิบเอาเปลือกผลไม้ในครัวที่รับประทานหมดแล้วอย่างเปลือกเมล่อนมรกตหรือเปลือกแตงโมซอนญ่าพลัส มาตัดตามสัดส่วนและขนาดของกระทงที่ต้องการ ก่อนแต่งเติมสีสันด้วยเนื้อผลไม้ หรือจะนำผักสลัดมาจับช่อเป็นดอกไม้สวยๆ เพิ่มความงามด้วยมะเขือเทศราชินีสีแดง มะเขือเทศโกลเด้น เชอรี่สีส้ม หรือจะนำแตงกวา มะเขือม่วง ผักบุ้ง หรือผักผลไม้อื่นๆ มาแต้มสีสันให้กระทงสวยงามไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ ยังสามารถต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ไปอีกขั้นด้วยการนำก้านของกะเพราหรือโหระพา มาใช้แทนลวดเย็บกระดาษหรือเข็มหมุดตะปูที่ย่อยสลายยากและอาจเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำอีกด้วย ทั้งนี้ แม้ว่าเราจะทำกระทง Go Green แล้ว หากจำนวนกระทงมีปริมาณเยอะ ก็อ
เราทราบกันดีว่า ทั่วทุกภาคของประเทศไทย มีทรัพยากรที่เป็นสมบัติของผืนถิ่น ในกลุ่มประเภทอาหาร นอกจากข้าวแล้ว เห็นจะมีก็แต่พืชผักที่เป็นของดี หาได้ในทุกพื้นที่ และผักต่างๆ ยังจำแนกได้เป็นหลายร้อยชนิด มีทั้งล้มลุก ยืนต้น ใต้ดิน บนดิน กินราก ต้น หัว ดอก ใบ ผล และเถาเลื้อย เช่นผักชนิดนี้ ที่พบเห็นได้มากในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยเรา มีหลายชื่อเรียก แต่ที่รู้จักกันแพร่หลาย รู้จักกันมานาน และนิยมใช้เป็นผักประกอบอาหาร เราเรียกเขาว่า “ผักเชียงดา” มีผู้รู้มากมายหลายท่านได้เผยแพร่สรรพคุณกันมามากแล้ว ที่ขอเอามาเล่าถึงตอนนี้ เพราะเกรงว่าจะถูกนำไปเป็นลิขสิทธิ์ของคนบ้านอื่นเมืองอื่นเขาได้ “ผักเชียงดา” มีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น ผักเจียงดา ผักเซ่งดา ผักม้วนไก่ ผักเซ็ง ผักฮ้วนไก่ ผักอีฮ้วน ผักจันปา หรือ เชียงดา เจียงดา จินดา ก็เรียกกันแต่ละพื้นถิ่น มีชนิดหนึ่งเรียก “ผักวุ้น” หรือ “ผักว้น” ต่างกันที่ลวดลายบนใบ คุณสมบัติอื่นๆ เหมือนกัน ซึ่งผักเชียงดานี้ เป็นไม้เถาเลื้อยยาว พาดพันขึ้นต้นไม้ กิ่งไม้ หรือค้าง เถามีสีเขียว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5-5 เซนติเมตร ยาว 5-10 เมตร ทุกส่วนของต้นเมื่อทำให้เกิดแผล จะพบ
จากคอลัมน์ พืชใกล้ตัว โดย ภก.ณัฐดนัย มุสิกวงศ์ ในอภัยภูเบศรสาร ปีที่ 12 ฉบับที่ 136 ประจำเดือนตุลาคม 2557 ระบุถึงคุณประโยชน์ของ “ขิง” ระบุว่า ขึ้นหัวข้อแบบนี้ ท่านผู้อ่านก็อย่าได้ตกใจไป กระผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวทุกท่านมาก เนื่องจากการรักษาอาการเจ็บป่วยในปัจจุบัน นอกจากการช้าในการรักษาโรคแล้ว ก็คือการทำหัตถการ หรือที่เราเรียกกันทั่วไปว่าการ “ผ่าตัด” เป็นสิ่งที่จำเป็นในการรักษาโรคบางโรค เช่น เนื้องอกบริเวณต่างๆ ไส้ติ่งอักเสบ หรือเป็นการผ่าตัดเพื่อเสริมความงาม เป็นต้น หลังจากการผ่าตัดแล้ว ผลข้างเคียงที่พบบ่อย คือ ภาวะคลื่นไส้และอาเจียน ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ชนิดของการผ่าตัด ระยะเวลาผ่าตัด วิธีการระงับความรู้สึก เพศ วัย น้ำหนักตัว ระยะเวลาที่งดน้ำอาหาร ประวัติคลื่นไส้อาเจียน หรือเมารถเมาเรือ ซึ่งหากเกิดขึ้นแล้วผู้ป่วยจะรู้สึกทุกข์ทรมาน จนถึงอาจเกิดอันตรายได้ เช่น เกิดการแยกของแผลผ่าตัด การสำลักน้ำย่อยอาหารเข้าปอด การสูญเสียน้ำและเกลือแร่ อาจต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานขึ้น ทำให้สูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษามากขึ้น ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้แพทย์มีการใช้ยาในการป้องกันภาวะคลื่นไส้แ
ชื่อสามัญ : Neem Tree ชื่อวิทยาศาสตร์ : Azadirachta indica var. siamensis วงศ์ : MELIACEAE “แม่ดอกโสน บานเช้า พ่อดอกสะเดา บานเย็น… แม่ดอกกระถินหอมกลิ่นระรวย พ่อดอกพังพวย หอมตายละนั่น…” (เพลงโสนสะเดา-พร ภิรมย์-ศรีสุรางค์) ฤดูร้อน…ฤดูแห่งความแห้งแล้ง กลิ่นหญ้าแห้ง กลิ่นดอกสะเดาหอมอ่อนๆ ก็โชยมา ทำให้นึกถึงบทเพลงสนุกสนานที่ร้องเรียกตัวเองเป็นแม่ดอกโสนพ่อดอกสะเดา…ฤดูกาลนี้ กลางวันร้อนระอุ ต้นหญ้าเหลืองตาย บ้างก็โดนไฟแผดเผา อีสานยามแล้ง ใครๆ ก็ว่าไม่น่ามอง ถึงแม้จะร้อนเพียงใดเจ้าสัตว์ตัวน้อยนิดก็ไม่เคยหยุดห่อใบไม้เพื่อสานรัง สิ่งนี้เองที่ทำให้ผู้เขียนหยุดมองอย่างเพลินใจ บนต้นสะเดานั้นมีมดแดงจำนวนมากมาย ค่อยๆ บรรจงสร้างรังอันมหึมาไว้ต้อนรับสมาชิกตัวน้อยๆ… ฤดูไข่มดแดงเริ่มแล้ว! ผู้เขียนอดนึกขำไม่ได้ว่า ใบสะเดาก็ออกจะขม แล้วเจ้ามดแดงนึกยังไง มาทำรังรอลูกน้อยลืมตาดูโลกที่ต้นไม้นี้ แล้วตัวอ่อนลูกมดจะชอบเหรอ หรือมดมันจะรู้ว่า “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” (…ฮา) ถึงแม้ว่าต้นไม้ที่มดแดงชอบทำรัง ได้แก่ ต้นมะม่
“ท่องเที่ยวชุมชน” เป็นนโยบายรัฐบาลเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากกระจายรายได้สู่ชุมชน การพัฒนาหมู่บ้านท่องเที่ยวจากหลายๆ หน่วยงานภาครัฐผสมผสานให้ชุมชนแข็งแกร่ง สร้างศักยภาพของหมู่บ้าน ให้กับผู้มาเยือนได้สัมผัสหลากหลายรสชาติ เช่นเดียวกับ “หมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านแหลมมะขาม” ตำบลแหลมมะขาม อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด มีหน่วยงานวิทยาลัยชุมชนตราด เข้ามาศึกษาภูมิปัญญาของหมู่บ้านเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตราด นำอัตลักษณ์ที่มีเสน่ห์ของหมู่บ้านเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตปั้นให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระทั่งได้รับ รางวัลเลิศรัฐดีเด่น ปี 2560 จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ที่มีความเป็นเลิศด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้เกิดความยั่งยืน และล่าสุดสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตราด พัฒนาเป็นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ในช่วง 2-3 ปีมานี้ บ้านแหลมมะขาม จึงเป็นที่รู้จักและมีนักท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะมาเยือนกันทุกเดือน คุณกำธร อ่อนอินทร์ รองประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดตราด และ ท.ญ.วิภา สุเนตร เลขาธิการ หอการค้าจังหวัดตราด ถือโอกาสมาสัมผัสบรรยากาศของช
ประเทศไทย เป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีการใช้ถุงเพาะปลูกพืชจำนวนมาก ใช้ถุงเพาะชำปีละประมาณ 100 ล้านใบ ทำให้ประสบปัญหาปริมาณขยะพลาสติกจากภาคการเกษตรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถุงเพาะชำที่มีจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาดเป็นถุงพลาสติกที่ใช้เวลาย่อยสลายประมาณ 600 ปีขึ้นไป ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นขยะที่มีมลพิษทั้งบนพื้นดิน และบางครั้งไหลลงสู่ทะเลเป็นมลพิษต่อสัตว์น้ำ เกิดเป็นไมโครพลาสติกที่กลับมาเป็นอันตรายต่อมนุษย์ ดังนั้น การใช้ถุงเพาะชำที่ผลิตจากพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของการแก้ปัญหานี้ “โรฒ-2020” (ROT-2020) วัสดุทดแทนถุงเพาะชำกล้าไม้ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผลงานวิจัยของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิวโรฒ บุญราศรี อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงเป็นอีกทางเลือกในภาคการเกษตร ที่เกษตรกรทำเองได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ช่วยลดขยะ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิวโรฒ กล่าวว่า “ถุงโรฒ-2020” เป็นถุงเพาะชำที่ผลิตจากการนำกระดาษ ซึ่งจะเป็นกระดาษอะไรก็ได้ เช่น กระดาษคราฟต์น้ำตาล กระดาษชานอ้อย กระดาษใบสับปะรด กระดาษใบกล
