พืชทำเงิน
ความก้าวหน้าทางการสื่อสาร โดยเฉพาะมือถือแบบสมาร์ทโฟนช่วยยกระดับความสำคัญของภาคเกษตรกรรมให้มีความทันสมัย รวดเร็ว แม่นยำชนิดพลิกมิติในวงการเลย แต่สิ่งที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นตรงที่คนหนุ่ม-สาว ทุกสาขาอาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้ต่างนำมาใช้ประโยชน์ทำเกษตรกรรมในสาขาต่างๆ กันเพิ่มมาก อย่างหนุ่มชาวกรุงที่กำลังกล่าวถึงรายนี้ ร่ำเรียนมาทางสายการตลาด เบื่อวิถีชีวิตในเมืองหลวง เบื่ออาชีพลูกจ้าง เลยหันมาเอาดีทางปลูกผักอินทรีย์ส่งขายที่ปากช่องจนมีรายได้ดี แถมยังค้นพบว่าการทำอาชีพเกษตรกรรมเป็นความสุขที่แท้จริง แล้วยังทำให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงด้วย คุณมนัส รัตนพันธุ์ หรือ คุณโจ้ พักอยู่เลขที่ 98 หมู่ที่ 1 ตำบลคลองม่วง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ความจริงคุณโจ้ไม่ใช่คนโคราช แต่เป็นคนกรุงเทพฯ เรียนจบทางการตลาดแล้วทำงานเป็นเซลล์มานานกว่า 10 ปี รู้สึกอิ่มกับอาชีพพนักงานขายที่ต้องเดินทางตระเวนไปหลายจังหวัดจึงลาออก พร้อมกับตั้งเป้าจะหาอาชีพใหม่เป็นของตัวเอง กระทั่งได้มาพบกับเพื่อนที่ทำอาชีพปลูกผักออร์แกนิกส่งขายตลาดหลายแห่งอยู่ที่ปากช่อง แล้วกำลังต้องการผักปลอดสารส่งขายอีกเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมองว่าไ
อ้อย ที่ปลูกในบ้านเราแบ่งออกเป็น 2 พวก คือ พันธุ์ที่ปลูกเพื่อนำผลผลิตส่งโรงงานแปรรูปเป็นน้ำตาล และอีกพวกหนึ่งเป็นพันธุ์อ้อยเคี้ยว สำหรับอ้อยพันธุ์สุพรรณบุรี 50 เป็นพันธุ์ที่มีลักษณะเปลือกนิ่ม ชานนิ่ม รสหวานปานกลางถึงค่อนข้างสูง ในสภาวะเศรษฐกิจแปรปรวนการปลูกเพื่อขายต้นพันธุ์และนำมาหีบคั้นเป็นน้ำอ้อยสดพร้อมดื่มที่ได้รสชาติอร่อย จึงเป็นทางเลือกเพื่อยกระดับรายได้นำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่ความมั่นคง คุณศิวาพัฒน์ มั่นคงจรัญศรี ผู้ปลูกอ้อยพันธุ์สุพรรณบุรี 50 เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ได้ทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ต้องพบกับปัญหามากมายทั้งด้านวิธีการผลิต ซื้อปัจจัยการผลิตราคาแพง หรือด้านการตลาดไม่สามารถกำหนดราคาซื้อขายได้ เมื่อเวลาผ่านไปได้ระยะหนึ่ง จึงตัดสินใจเปลี่ยนมาทำการเกษตรผสมผสาน พร้อมกับปลูกอ้อยสุพรรณบุรี 50 ซึ่งเป็นพันธุ์อ้อยเคี้ยว มีลักษณะเฉพาะและเหมาะนำมาหีบคั้นเป็นน้ำอ้อยสดที่ได้คุณภาพ เตรียมพันธุ์ ได้ซื้ออ้อยพันธุ์สุพรรณบุรี 50 มาเมื่อครั้งไปอบรมที่ศูนย์เฉลิมพระเกียรติ เป็นท่อนพันธุ์ที่มีตาสมบูรณ์ ปลอดโรคและแมลง ราคาตาละ 10 บาท นำมาเพาะเลี้ยงบนวัสดุเพาะที่มีส่วนผสมของดินและแกลบ นาน 15 วัน ก็
สำหรับพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมสำหรับปลูกข้าว เกษตรกรนิยมปลูก “มะขามเปรี้ยว” เป็นพืชทางเลือกเพราะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการผลิตข้าวในพื้นที่ไม่เหมาะสม โดยมะขามเปรี้ยวที่เกษตรกรนิยมปลูกคือ มะขามเปรี้ยวพันธุ์ฝักยักษ์ หรือมะขามเปรี้ยวยักษ์ โดยแหล่งปลูกสำคัญอยู่ในพื้นที่อำเภอนาวัง อำเภอศรีบุญเรือง และอำเภอนากลาง โดยเน้นผลิตมะขามเปรี้ยวยักษ์ในรูปของมะขามสุกแกะเมล็ด หรือมะขามเปียก มีต้นทุนเฉลี่ย 5,698 บาทต่อไร่ ให้ผลตอบแทนสุทธิ 2,395 บาทต่อไร่ การปลูก มะขามเปรี้ยวยักษ์ เป็นผลไม้เขตร้อนที่เติบโตได้ดีในบริเวณพื้นที่ราบจนถึงบนภูเขาสูง สามารถปลูกได้ในทุกสภาพดิน ทนแล้ง ให้ผลผลิตดก ฝักใหญ่ เนื้อหนา น้ำหนักดี มีรสเปรี้ยวสูง โดยเริ่มให้ผลตอบแทนในปีที่ 3 และเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ระยะยาว การปฏิบัติดูแลรักษา เกษตรกรให้น้ำสัปดาห์ละครั้ง 200 ลิตรต่อต้นเฉพาะในช่วงเร่งดอกและการเจริญเติบโตของฝัก การกำจัดวัชพืชโดยใช้สารเคมีฉีดพ่นเดือนละครั้ง การให้ปุ๋ยโดยใส่ปุ๋ยมูลไก่ต้นละ 20 กิโลกรัมร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-8 อัตรา 0.5 กิโลกรัมในช่วงเร่งการออกดอก(เมษายน) ปุ๋ยสูตร 15- 15-15 อัตรา 0.5 กิโลกรัมต่อต้นในช่วงการเจริญเติบ
กาญจนบุรี เป็นอีกจังหวัดของบ้านเราที่มีพืชผักผลไม้อุดมสมบูรณ์ มีทั้งพืชไร่และพืชสวน พร้อมกันนั้น กลุ่มเกษตรกรหลายกลุ่มก็นำมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งสร้างรายได้อย่างงาม โดยเฉพาะผัก ผลไม้ที่ปลูกแบบอินทรีย์เพราะสามารถขายได้ราคาสูงกว่าผักทั่วไปที่ใช้เคมี อย่างกลุ่มเกษตรอินทรีย์สุขใจไทรโยคที่มี คุณวิมล โพธิ์มี เป็นประธาน กลุ่มนี้เป็นเครือข่ายหนึ่งของสามพรานโมเดล โดยมี คุณอรุษ นวราช ผู้บริหารโรงแรมสามพรานฯ นั่งเป็นประธาน ผ่านมาตรฐาน PGS กลุ่มเกษตรอินทรีย์สุขใจไทรโยค ตั้งอยู่ที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี มีสมาชิกทั้งหมด 15 ราย ปลูกพืชพันธุ์พื้นเมืองและผักผลไม้ตามฤดูกาล นอกจากนั้น ยังนำผลผลิตหลายอย่างมาแปรรูป อาทิ ทำแป้งกล้วย กล้วยอบกล้วยฉาบหลากหลายรสชาติ ทำห่อหมกหัวปลี มะขามแช่อิ่ม และน้ำพริก ฯลฯ ผลผลิตของสมาชิกทั้งหมดปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ที่ผ่านมาตรฐานระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) ที่ขับเคลื่อนโดยสามพรานโมเดล คุณวิมลและสมาชิกในกลุ่มได้สาธิตการปิ้งอบหัวปลี ลักษณะคล้ายๆ การทำห่อหมกหัวปลีแบบปิ้ง ซึ่งมีจุดเด่นตรงการใช้แป้งกล้วยที่ทำขึ้นเองประธานกลุ่มเกษตรอินทรีย์สุขใจไทรโยคแจงว่า ในชุม
การทำนา เป็นอาชีพหลักของชาวบุรีรัมย์ ทำนาโดยพึ่งพาน้ำฝนปีละครั้ง อาชีพรองลงมาคือ ปลูกพืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง อ้อย ฯลฯ พื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ มักประสบปัญหาภัยธรรมชาติเป็นประจำทุกปี โดยพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งมากที่สุด เนื่องจากมีปริมาณน้ำน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการ ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งครอบคลุม 23 อำเภอ เนื้อที่ 4 หมื่นไร่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการภัยแล้งให้กับพื้นที่บ้านตามา บ้านสุขวัฒนา และบ้านสุขสำราญ ตำบลชุมแสง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ โดย วช. ให้การสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการภัยแล้งพื้นที่เกษตรกรรม ผ่าน 4 กิจกรรมหลัก 12 นวัตกรรม ที่พัฒนาโดยทีมคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ เพื่อการเพิ่มประสิทธิภา
สวัสดีครับ สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน ผมธนากร เที่ยงน้อย จำได้ว่าสมัยที่ผมยังเด็กเมื่อไหร่ได้กลับไปบ้านแม่คุณ (ยาย) ที่ประจวบฯ ผมจะต้องเข้าไปคลอเคลียขอแม่คุณตำหมากให้ แม่คุณของผมจะมีเชี่ยนหมากที่ใส่หมากแห้ง พลู ปูนแดง ยาเส้น เอาไว้พร้อมสรรพ หน้าที่ของผมคือเอาส่วนประกอบเหล่านั้นลงไปตำในครกไม้ที่มีสากเป็นแท่งเหล็ก ตำให้ละเอียด แล้วให้แม่คุณใช้ช้อนตักขึ้นมาเคี้ยว ภาพในอดีตกว่า 35 ปีที่แล้วยังชัดเจนในความจำ แต่โอกาสที่ผมจะได้สัมผัสหมาก พลู นั้นแทบจะหมดไปจนเมื่อผมได้ไปพบ ไปคุยกับคนปลูกพลูที่ทำให้รู้ว่าพืชชนิดนี้ยังมีราคา มีตลาดต้องการ ฉบับนี้จึงขอพาท่านไปพบพูดคุยกับเกษตรกรผู้ปลูกพลูกันครับ อายุ 77 ปี ยังดูแลสวนพลูได้สบาย พาท่านมาพบกับ คุณเล็ก หรือ ป้าเล็ก สกุลทอง ที่บ้านเลขที่ 39/13 หมู่ที่ 5 ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปีนี้ป้าเล็กอายุ 77 ปีแล้วครับ แต่ท่านยังกระฉับกระเฉง เดินเหินคล่องแคล่ว ป้าเล็กเล่าว่า ทำการเกษตรมาแล้วหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ จนเมื่ออายุมากขึ้นลูกหลานก็อยากให้หยุดอยู่เฉยๆ แต่เราก็คิดว่าจะนั่งๆ นอนๆ รอให้ลูกหลานมาเลี้ยงคงจะไม่ดี
มะพร้าว เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญชนิดหนึ่งของไทย ส่วนใหญ่นิยมบริโภคน้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เนื้อมะพร้าวแปรรูปเป็นอาหารคาวหวาน มะพร้าวทั้งต้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบในชีวิตประจำวัน ก้านใบหรือทางมะพร้าว ใช้ทำไม้กวาด ใบมะพร้าวนําไปจักสานเป็นหมวก ฯลฯ นอกจากนี้ สามารถนำส่วนต่างๆ ของต้นมะพร้าวไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมน้ำมันมะพร้าว ผลิตน้ำกะทิเข้มข้น น้ำตาลมะพร้าว ที่นอนใยมะพร้าว การเผาถ่าน ฯลฯ สำนักงานสถิติแห่งชาติได้เคยสำรวจพบว่า ประชากรไทย 1 คน จะบริโภคเนื้อมะพร้าวประมาณปีละ 8,273.2 กรัม หรือประมาณ 18 ผล ต่อคน ต่อปี ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีพลเมืองประมาณ 55 ล้านคน จะใช้ผลมะพร้าวประมาณ 990 ล้านผล หรือประมาณ 65% ของผลผลิตทั้งหมด ส่วนที่เหลือประมาณ 35% ของผลผลิตทั้งหมด หรือ 489 ล้านผล ใช้ในรูปของอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น เครื่องดื่ม อาหาร ฯลฯ สำหรับใช้ในประเทศและส่งออก วิธีการปลูกมะพร้าวให้ได้ผลดี ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร กรมวิชาการเกษตร แนะวิธีการปลูกมะพร้าวให้ได้ผลดีต้องประกอบด้วย การเลือกพื้นที่ปลูกดี ใช้พันธุ์ดี ปลูกถูกวิธี ดูแลรักษาต้นมะพร้าวให้สมบูรณ์
ระยะนี้มักจะมีฝนตกในบางพื้นที่ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกมะขามเฝ้าระวังการระบาดของหนอนเจาะฝักมะขาม โดยจะพบการเข้าทำลายในระยะที่มะขามพัฒนาผล เริ่มแรกจะพบผีเสื้อตัวเต็มวัยเพศเมียวางไข่เป็นฟองเดี่ยวบนฝักมะขาม ตั้งแต่ช่วงที่มะขามพัฒนาผลเริ่มเป็นฝักอ่อนไปจนกระทั่งเป็นฝักแก่และสุก ซึ่งมักจะวางไข่บนฝักมะขามที่มีรอยแตกหรือรอยหักมากกว่าฝักปกติ เมื่อไข่ฟักเป็นตัวหนอนจะเจาะเข้าสู่ฝักมะขามไปกัดกินเนื้อภายในและเมล็ด หนอนจะถ่ายมูลเป็นขุยออกมาที่ปากรูเป็นกระจุกสีน้ำตาล และอาศัยอยู่ในฝักจนกระทั่งเข้าดักแด้ เมื่อออกเป็นตัวเต็มวัยจะบินไปผสมพันธุ์และวางไข่ต่อไป การเข้าทำลายในช่วงฝักอ่อนทำให้ฝักแห้งลีบ ส่วนการเข้าทำลายในช่วงฝักแก่จะถูกกัดกินเนื้อภายในและส่งผลให้ฝักมะขามเสียหาย แนวทางในการป้องกันและกำจัดหนอนเจาะฝักมะขาม ให้เกษตรกรหมั่นสำรวจและเก็บฝักมะขามที่ถูกทำลายไปเผาทิ้งทันที จะสามารถช่วยลดการแพร่ระบาดของหนอนลงได้ หากพบการเข้าทำลายของหนอนเจาะฝักมะขาม ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงอีมาเมกตินเบนโซเอต 1.92% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารแลมบ์ดาไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน
คุณฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์หอมหัวใหญ่ ปีเพาะปลูก 2564/65 (ข้อมูลพยากรณ์ ณ กุมภาพันธ์ 2565) คาดว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกหอมหัวใหญ่ รวมประมาณ 8,504 ไร่ ลดลงจากปีเพาะปลูก 2563/64 ที่มีพื้นที่ปลูก 8,798 ไร่ (ลดลงร้อยละ 3.34) ให้ผลผลิต 34,647 ตัน ลดลงจากปีเพาะปลูก 2563/64 ที่ให้ผลผลิต 34,797 ตัน (ลดลงร้อยละ 0.43) เนื่องจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ราคาดีกว่าแทน อาทิ หอมแขก ข้าวโพดหวาน เป็นต้น ซึ่งแหล่งปลูกสำคัญอันดับหนึ่งของประเทศคือ จังหวัดเชียงใหม่ (ผลผลิตร้อยละ 74 ของประเทศ) รองลงมาคือ เชียงรายและนครสวรรค์ ตามลำดับ ผลผลิตส่วนใหญ่ทยอยออกตลาดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน และผลผลิตออกมากสุดในเดือนมีนาคม ทั้งนี้ ภาพรวมราคาหอมหัวใหญ่ที่เกษตรกรขายได้ เริ่มปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงต้นปี เนื่องจากผลผลิตลดลง พ่อค้าในพื้นที่เข้ามารับซื้อผลผลิตมากขึ้น และการส่งออกไปต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่นส่งออกได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่การบริหารจัดการสินค้าหอมหัวใหญ่ในปี 2565 กระทรวง
นางสาวศิริพร จูประจักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 จังหวัดราชบุรี (สศท.10) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “ส้มแก้ว” เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมบริโภค ปัจจุบันพบปลูกในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นแหล่งปลูกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ประกอบกับจังหวัดสมุทรสงครามได้ให้ความสำคัญในการอนุรักษ์และส่งเสริมส้มแก้วเป็นสินค้าอัตลักษณ์ของจังหวัด เพื่อพัฒนาสู่สินค้า GI ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการเกษตร (พ.ศ. 2561-2580) ที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเกษตร อัตลักษณ์พื้นถิ่น นอกจากนี้ ส้มแก้วยังมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย มีส่วนช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย อีกทั้งยังเป็นผลไม้มงคลตามความเชื่อและความนิยมของชาวไทยเชื้อสายจีนในการนำไปไหว้บรรพบุรุษในเทศกาลตรุษจีน สารทจีน และวันขึ้นปีใหม่ ด้านภาพรวมของสถานการณ์การผลิต (ข้อมูลจาก สศท.10 ณ กรกฎาคม 2565) พบว่า จังหวัดสมุทรสงคราม มีพื้นที่ปลูกรวม 60 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ในตำบลบางสะแก อำเภอบางคนที เกษตรกรผู้ปลูก 36 ครัวเรือน ซึ่งส้มแก้วมีลักษณะคล้ายส้มโอผสมกับส้มเขียวหวาน คือ ผลกลมแป
