พืชทำเงิน
พืชกระท่อม (kratom) เป็นพืชวงค์เดียวกับกาแฟ พืชกระท่อมเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 15-30 เมตร เปลือกต้นสีเทา ลำต้นของกระท่อมมีลักษณะตรง แตกกิ่งก้านน้อย ลักษณะเป็นใบเดี่ยว เรียงเป็นคู่ตรงกันข้าม ใบเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม เส้นใบเป็นสีแดง เรียก ชนิดก้านแดง เส้นใบเป็นสีเขียว เรียก ชนิดก้านเขียว บางชนิดอาจมีปลายใบเป็นหยัก เรียก ชนิดหางกั้ง หรือยักษ์ใหญ่ ต้นกระท่อม สามารถพบได้ทั่วไปในป่าธรรมชาติตั้งแต่ภาคใต้ตอนบนจนถึงตอนล่าง พืชกระท่อมจัดเป็นประจำถิ่นของประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาบสมุทรมลายู มาเลเซียเกาะบอร์เนียว สุมาตรา นิวกินี และฟิลิปปินส์ พืชกระท่อมใช้เมล็ดในการขยายพันธุ์โดยธรรมชาติ เมล็ดที่มีปีกบาง จะสามารถปลิวไปได้ไกลตามแรงลม และสามารถแขวนลอยไปกับน้ำได้ง่าย จึงพบต้นกระท่อมได้ตามริมลำธาร โดยเฉพาะดินชื้นแฉะ เนื่องจากพืชกระท่อมจัดเป็นพืชเสพติดให้โทษจึงไม่มีการศึกษาวิธีการขยายพันธุ์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไป เกษตรกรนิยมเพาะต้นกล้าจากเมล็ดจนได้ต้นกล้าสูง 15-20 เซนติเมตร ย้ายไปปลูกในพื้นที่ที่มีความชุ่มชื้นที่เหมาะสม และสามารถใช้วิธีการติดตา ทาบกิ่ง กับต้นตอที่มีความแข็งแรง รวมไปถึ
ในวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ประเทศไทยเริ่มมีผลบังคับใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ประเภทที่ 5 เสียงตอบรับด้วยความตื่นเต้นยินดีจากฝ่ายต่างๆ ก็ดังขึ้นทันที เพราะนั่นหมายความว่าจากนี้ไปการปลูกพืชกระท่อม การนำเข้า การส่งออกเชิงพาณิชย์ การขาย ในระบบอุตสาหกรรม รวมถึงการนำมาบริโภคได้อย่างเสรี ไม่ผิดกฎหมายอีกต่อไป ตามนโยบายรัฐบาล ต้องการผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ สามารถส่งขายเชิงพาณิชย์ หรืออุตสาหกรรมได้ เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย แต่ยังคงมีข้อห้ามในการนำพืชกระท่อมไปผสมกับสารเสพติดชนิดต่างๆ เช่น 4×100 ถือเป็นความผิดทางกฎหมาย ส่วนทิศทางการสร้างรายได้หลังที่มีการ “ปลดล็อกพืชกระท่อม” ควรจะเป็นไปในรูปแบบไหน สำหรับเกษตรกรที่ต้องการปลูกควรเตรียมตัวอย่างไร สามารถหาคำตอบได้จาก บทสัมภาษณ์พิเศษ คุณนิพนธ์ สุขสะอาด เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ในฉบับนี้ ความเป็นมาของพืชกระท่อม กับพี่น้องชาวใต้ สืบเนื่องจาก วันที่ 24 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ประเทศไทยเริ่มมีผลบังคับใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ประเภทที่ 5 ถือเป็นสัญญาณที่ดีให้กับพี่น้อ
“หนองเม็กโมเดล” หรือ ผักอินทรีย์เมืองธรรมเกษตร บ้านหนองเม็ก ต้นแบบหมู่บ้านผักอินทรีย์แห่งแรกของจังหวัดอำนาจเจริญ ภายใต้วิสัยทัศน์จังหวัดว่า เมืองธรรมเกษตร เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง เส้นทางการค้าสู่อาเซียน ขับเคลื่อนให้เป็นเมืองสมุนไพรและเกษตรอินทรีย์ เป็นหลักสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ตามโครงการ 3 ดี คือ คนดี สุขภาพดี รายได้ดี ผักอินทรีย์ หนองเม็ก ปัจจุบัน กลุ่มผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก อยู่ภายใต้การนำของประธานกลุ่มคือ คุณจำปา สุวะไกร เธอเล่าว่า ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ ตั้งใจปลูกผักอินทรีย์ เพื่อเป็นแหล่งอาหาร สด สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคทุกคน รวมทั้งพัฒนาสินค้าผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก ให้เป็นสัญลักษณ์ “เมืองธรรมเกษตร” ตามนโยบายของจังหวัดอำนาจเจริญควบคู่กันไป คุณจำปา แนะนำให้ผู้เขียนรู้จักกับ คุณป้อม หรือ คุณศุภชัย มิ่งขวัญ ลูกเขยของเธอ ซึ่งเป็นแกนนำของกลุ่มผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก โดยทำหน้าที่ส่งเสริมการผลิตและดูแลด้านการตลาด คุณป้อมเรียนจบจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี ไปฝึกงานเป็นยุวเกษตร ที่อิสราเอล นานถึง 7 ปีเต็ม เมื่อคุณป้อมกลับมาอย
“กล้วยตาก” ของหวานกินเล่นที่หลายคนรู้จักกันดี กล้วยตากนับเป็นภูมิปัญญาความคิดถนอมของกินของชาวบ้านด้วยการนำกล้วยน้ำว้า (ที่ปลูกตามหัวไร่ปลายนา) ไปตากแดดผึ่งลมเพื่อเก็บไว้กินได้นาน เมื่อเข้าสู่ยุคไร้พรมแดน กล้วยตากซึ่งเคยเป็นของกินแบบบ้านๆ กลับเป็นขนมของว่างสำคัญถูกยกระดับเป็นสินค้าขายดีในทุกแห่ง กล้วยตากบางกระทุ่ม พิษณุโลก นับเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ได้รับความนิยมมาก มีชื่อเสียงรับรู้กันว่าเป็นแหล่งปลูกกล้วยสายพันธุ์มะลิอ่องขนาดใหญ่ที่พบว่านำมาทำกล้วยตาก เหมาะสมทั้งขนาดและรสชาติได้อร่อยที่สุด เกิดเป็นธุรกิจแปรรูปกล้วยเชิงพาณิชย์แบบครบวงจร ตั้งแต่ปลูก แปรรูป และขาย สร้างรายได้จำนวนมากให้กับชาวบ้านในพื้นที่ คุณอัญชิสา แสงสุริยัน เจ้าของแบรนด์กล้วยตาก “Banana Boy และ กล้วยไฮโซ” บอกเล่าถึงธุรกิจอาชีพนี้ว่า แต่เดิมขายสินค้าแฟชั่นทางออนไลน์ พอมาประสบปัญหายอดขายลดลงเมื่อเจอสถานการณ์โควิด-19 แล้วยังเห็นว่าผู้คนจำนวนมากต้องอยู่บ้าน ออกไปก็ไม่สะดวก ดังนั้น สินค้าประเภทของกินน่าจะมีความจำเป็นแล้วตอบโจทย์ขายของได้ดีในสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งนี้ เห็นว่าที่พิษณุโลกเป็นแหล่งปลูกกล้วยน้ำว้าในเชิงพาณิ
นายเมธี บุญรักษ์ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2563 สาขาเกาตรอินทรีย์ อําเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส อายุ 60 ปี การศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ช่างยนต์) ที่อยู่ บ้านเลขที่ 45/57 หมู่ที่ 9 ตําบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส เบอร์โทรศัพท์ 087-468-2554 ผลงานดีเด่น ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่า อุปสรรคในการสร้างผลงาน 1.แนวความคิดในการทํางาน หลังจากเรียนจบช่างยนต์ได้ไปทํางานอยู่ต่างประเทศระยะหนึ่ง แต่เนื่องจากต้องการอยู่กับครอบครัว จึงลาออกจากงานและกลับมาทําการเกษตรในที่ดินมรดก พื้นที่ 90 ไร่ ทําการปลูกมังคุดแต่ไม่มีประสบการณ์และไม่มีความรู้ทางด้านการเกษตร จึงปลูกแบบตามธรรมชาติโดยไม่ใช้ปุ๋ย ไม่ใช้สารเคมี แต่พบว่าต้นไม้ไม่ตายและยังสามารถเจริญเติบโตได้ดี นํามาสู่การค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อการปฏิบัติอย่างจริงจังโดยจุดประกายแนว ความคิดจากรายการโทรทัศน์ “ตามรอยพ่อ” ในการเริ่มต้นการทําเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง ต้องดําเนินการ 3 เรื่องหลักๆ ดังนี้ 1.ดิน : ต้องหาวิธีการจัดการให้มีความพร้อม จะนําไปสู่การเจริญเติบโตของพืชและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ น้ำ : ทําอย่างไรให้ดินมีความชุ่มชื้นตลอดทั้งปี มีแหล่ง
เมื่อเร็วๆ นี้ เครือมติชนฉลองการดำเนินงานครบ 34 ปี “เทคโนโลยีชาวบ้าน” นิตยสารเกษตรอันดับหนึ่งของเมืองไทย โดยจัดงานสัมมนาเกษตรออนไลน์แห่งปี! นำเสนอ “ทางรอดเกษตรกรยุคโควิด” ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและเหล่ากูรูมาร่วมให้ความรู้ ผ่าน Live Streaming เฟซบุ๊กเพจเทคโนโลยีชาวบ้าน และเฟซบุ๊กเพจในเครือมติชน “ดร. ณัฐภพ สุวรรณเมฆ” นักวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. และ ผศ.ดร. ลำแพน ขวัญพูล ภาควิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมให้ความรู้ในเวทีเสวนา “ทุเรียน…ราชาผลไม้ ปลูกยังไงให้ปัง” ซึ่งกิจกรรมเสวนาดังกล่าวได้รับความสนใจจากเกษตรกรและประชาชนจำนวนมาก ไทยปลูกทุเรียนกว่า 7 แสนไร่ ปัจจุบัน ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกทุเรียนทั่วประเทศ 791,165 ไร่ ผลผลิตรวม 1,111,928 ตัน ผลผลิตโดยเฉลี่ย 1,405 กิโลกรัม ต่อไร่ โดยแหล่งปลูกทุเรียนมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดชุมพร 196,158 ไร่ ผลผลิต 315,552 ไร่ ผลผลิตโดยเฉลี่ย 1,609 กิโลกรัม ต่อไร่ รองลงมาคือ จังหวัดจันทบุรี 195,126 ไร่ ผลผลิต 380,446 ตัน ผลผลิตโดยเฉลี่ย 1,950 ก
วันนี้แวะเยี่ยมยามถามข่าว รุ่นพี่วัย 72 ปี ท่านพี่วินิจ ถิตย์ผาด อดีตนักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพเพชรเม็ดงามของกรมส่งเสริมการเกษตร จบการศึกษาจาก “เกษตรกาฬสินธุ์” ดงปอ “สายเลือดเขียวขาวเหลือง” ชีวิตรับราชการที่ดูแลเกษตรกรมายาวนาน 60 ปีคือสู่ “เกษตรกร” รับราชการเป็นเกษตรตำบล ในจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นเกษตรอำเภอในจังหวัดบึงกาฬ ยโสธร และเกษตรอำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ บ้านเกิด ด้วยความวิริยอุตสาหะ มุ่งมั่นทำงาน มีที่ดินเป็นของตนเอง 83 ไร่ ที่บ้านหนองแวงใหญ่ หมู่ที่ 8 ตำบล ภูปอ “สวนจารุวรรณ” สวนเพื่อการเกษตรอินทรีย์ หนึ่งไร่ได้แสน แบบอย่างของโคกหนองนา พื้นที่ภาคการเกษตร มีรายได้ 1 ตารางเมตร 60-100 บาท สวนผักเพื่ออนุรักษ์ป่าผักกูด แนวป่ากันชนไผ่บังลม คลองส่งน้ำ อนุรักษ์น้ำตามแรงเหวี่ยงของโลก ปลูกป่าเบญจพรรณ มะม่วงหลากหลายสายพันธุ์ เก็บขายตลอดทั้งปี กว่า 40 ไร่ ที่นี่มีความสุขล้วนๆ ใครมาแล้วอยากมาอีก หากไม่เชื่อไปสักครั้ง โทร. 084-321-6553 ยินดีต้อนรับครับ ท่านวินิจ อดีตข้าราชการกรมส่งเสริมการเกษตร หลัง 60 ปี ที่อยู่อย่างมีความสุขที่สุด เดินนำหน้าบ้าง เคียงข้างกันบ้าง ปากพูดจาคุยกันไปอย่างเป็น
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ส่งเสริมและผลักดันให้เกษตรกรและประชาชน มีการทำบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือนมาอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างครูบัญชีอาสาหรือ“อาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี” ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในการเป็นวิทยากร วิทยากรผู้ช่วย เพื่อสอนแนะ กระตุ้นการเรียนรู้ และติดตามผลการทำบัญชีของเกษตรกร รวมถึงการสร้างเครือข่ายถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรในชุมชนของตนและพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการทำงานเป็นเครือข่ายร่วมกันระหว่างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และครูบัญชี ได้ช่วยเสริมสร้างให้เกษตรกรได้ใช้บัญชีไปใช้วิเคราะห์ต้นทุนการประกอบอาชีพ เพื่อวางแผนธุรกิจในครัวเรือนของตนได้ คุณขนิษฐา มะโนสมบัติ หรือ ครูรุ่ง อายุ 46 ปี ครูบัญชีดีเด่น รองชนะเลิศอันดับ 2 ประจำปี 2558 จากจังหวัดเชียงราย นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีของครูบัญชีที่น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้แก้ไขปัญหาในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ โดยนำระบบบัญชีมาใช้เป็นเครื่องมือให้เข้าถึงแก่นแท้ของความพอเพียง และวิเคราะห์ข้อมูลทางบัญชีบริหารจัดกา
คุณวิศิษฐ์ แสนบัวโพธิ์ อายุ 36 ปี หรือ คุณโมค ลูกชายพ่อพัด แม่พันปี แสนบัวโพธิ์ เปิดสวนพื้นที่ 14 ไร่ ให้สื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชม พื้นที่ตั้งแต่ปากทางเข้าอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด ติดถนนสายหลัก ประมาณ 100 เมตร ซ้ายมือมองเห็นหอถังน้ำเพื่อการเกษตร นั่นแหละใช่เลย จบการศึกษาปริญญาตรี เทคโนโลยีอาหาร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ ที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่ 5 หมู่ที่ 7 บ้านบัวทอง ตำบลบัวคำ อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 โทร. (088) 772-1448 แต่งงานแล้ว กับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวธิดา ชาปัญญา คุณวิศิษฐ์เป็นคนน่ารัก เอื้ออาทร อารมณ์ดี พร้อมเล่าให้ฟังว่า เมื่อกรมส่งเสริมการเกษตร มีนโยบายเรื่อง Young smart farmer (YSF.) เกษตรกรคนรุ่นใหม่ ตนเองได้รับการสนับสนุนจาก คุณเรืองศักดิ์ ถนอมสิทธิ์ เกษตรอำเภอโพธิ์ชัย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรหรือเกษตรตำบล โดยเฉพาะ ท่านประยงค์ ภูดินทราย เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ให้ความสำคัญเรื่อง YSF. “การเริ่มต้นที่ดีเท่ากับสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง” เป็นเกษตรกรคนรุ่นใหม่ต้องมีการวางแผนที่ดี แผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เช่น ตนเองปลูกป่า 2-2-0 ไร่ ปลูกต้นไม้ยาง
ดินแดนที่ขึ้นชื่อว่า “ฝนแล้ง แมลงกิน ดินไม่ดี ดินเค็ม” คือ ทุ่งกุลาร้องไห้ 2.1 ล้านไร่ครอบคลุม 5 จังหวัด มีศรีสะเกษ ยโสธร สุรินทร์ มหาสารคามและจังหวัดร้อยเอ็ด มากที่สุดคือ 9.7 แสนไร่ ใน 4 อำเภอ คือ ปทุมรัตต์ เกษตรวิสัย สุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทราย ลำน้ำมูลไหลพาดผ่าน จากนครราชสีมา ลงสู่น้ำโขง ที่อำเภอโขงเจียม จ.อุบลราชธานี ลำน้ำสาขา ที่ไหลผ่าน มีลำน้ำเตา ลำน้ำเสียว ลำน้ำพลับพลา ช่วงระยะสั้น ไหลหลากลงสู่ลำน้ำมูล หน้าแล้งแห้งขอด ทุกรัฐบาลทุ่มเทกำลังลงสู้กับปัญหาภัยธรรมชาติ ฤดูฝนน้ำหลากท่วมทุ่ง ฤดูแล้งแห้งแล้งแสนสาหัส นายวัชรินทร์ เขจรวงศ์ เกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับมอบหมายจากนายเสน่ห์ รัตนาภรณ์ เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด ให้เร่งรัดนำโครงการของรัฐบาล พื้นที่ 1,107.042 ตร.กม. 15 ตำบล 199 หมู่บ้าน พื้นที่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ 10 ตำบล 136 หมู่บ้าน นำโครงการเกษตรระบบแปลงใหญ่ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพ ระบบการจัดการที่ดี สู่การตลาด ผ่าน ศพก.หรือศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ที่มีศูนย์เรียนรู้ ด้านดิน น้ำ ข้าว พืช สัตว์ ประมง แปรรูปผลผลิต บัญชีฟาร์ม การต
