พืชทำเงิน
จากพื้นแผ่นดินที่มีลักษณะลูกรังร้อนแล้ง คุณณรงค์ ไทยเจริญ ผู้มีแรงบันดาลใจจากหิ่งห้อยตัวเล็กๆ นับสิบตัวที่เขาพบเจอ สร้างแรงผลักดันสู่การอนุรักษ์และอยากสร้างป่าผืนเล็กๆ ขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีครอบครัวเป็นแรงสนับสนุนที่ดียิ่งกว่าใคร คุณณรงค์ และ คุณพิมลพรรณ ไทยเจริญ คุณณรงค์ ไทยเจริญ และครอบครัว มีอาชีพหลักคือการค้าขายอาหารสัตว์และเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์อยู่ที่ร้านไทยเจริญซับพลาย อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 74/3-4 หมู่ที่ 1 ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี คุณณรงค์ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีที่ตรงนี้เป็นนิคมสร้างตนเอง ตั้งแต่ยุค จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีนโยบายยกเลิกสามล้อ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้คนที่มีอาชีพขับขี่สามล้อในสมัยนั้น โดยแจกที่ดิน ที่เขตนิคมสร้างตนเองพระพุทธบาท ให้คนละ 25 ไร่ ซึ่งสมัยก่อนที่แห่งนี้มีลักษณะเป็นป่าดงดิบ ไม่ค่อยมีผู้คนอยากอยู่นัก ปัจจุบันยังคงมีคนขับสามล้อ รุ่นที่หนึ่งที่ยังคงมีชีวิตอยู่อีก 2 ท่าน นั่นก็คือ ลุงผลู และ ลุงแก้ว มีนกเป็ดน้ำมาหากินที่สระประจำทุกวัน จุดเริ่มต้นมาจากแรงบันดาลใจ ผลจากการเข้าอยู่ของคนรุ่นแรก ป่าไม้หายวับไปกับตา สิ่งที่มาแทนคือพืชเ
“พริกหยวก”, “พริกหวาน” หรือ “พริกยักษ์” (bell pepper, sweet pepper หรือ capsicum) เป็นกลุ่มพันธุ์ของสปีชีส์ Capsicum annuum พริกหยวกให้ผลสีต่างๆ กัน รวมถึงแดง เหลือง ส้ม และเขียว บางครั้งพริกหยวกถูกจัดกลุ่มรวมกับพริกที่เผ็ดน้อย เรียกว่า “พริกหวาน” พริกเป็นพืชประจำถิ่นในเม็กซิโก อเมริกากลาง และทวีปอเมริกาใต้ตอนเหนือ ภายหลังเมล็ดพริกถูกนำไปยังสเปน ใน ค.ศ. 1493 และได้เผยแพร่ไปยังประเทศยุโรป แอฟริกา และเอเชีย ในทางการแพทย์ระบุสรรพคุณว่า พริกหยวกทุกสีมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหาร ทำให้ระบบการย่อยอาหารดี ช่วยเจริญอาหาร บำรุงธาตุ ขับเหงื่อ ขับลม ขับเสมหะ แก้อาเจียน แก้หิด กลาก เกลื้อน และสามารถลดความดันโลหิตได้ เพราะทำให้หลอดเลือดอ่อนตัว และช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดเป็นไปได้ดี นอกจากนี้ น้ำฉ่ำจากพริกหยวกยังช่วยทำให้สุขภาพเล็บของเราแข็งแรงด้วย นอกจากมีสารสำคัญอย่างแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้แล้ว ยังมีสรรพคุณทางยา มีคุณค่าจากวิตามิน A B1 B2 และ C มีสารแคปไซซินเป็นแหล่งเบต้าแคโรทีน และมีสารไบโอฟลาโวนอยด์ที่มีประ
สวัสดีปีใหม่ครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน คงยังไม่ช้าเกินไปสำหรับการกล่าวคำนี้นะครับ ศักราชเปลี่ยนไปแต่หัวใจยังดวงเดิม ชีวิตของคนที่รักในอาชีพเกษตรยังเดินหน้าต่อไป อย่าลืมช่วยกันนะครับ ดูแลตัวเองและคนรอบข้าง โควิด-19 ยังวนเวียนอยู่ไม่ห่างเราเท่าใดนัก สวมหน้ากาก หมั่นล้างมือ กินร้อน ช้อนเราเอง และไม่ไปในพื้นที่ๆ มีคนอยู่รวมกันมากมาย ที่สำคัญ โรคนี้ยังคงอยู่น่าจะอีกนาน บางอาชีพอาจต้องยุติลงไป บางคนกลายเป็นคนว่างงาน และหลายๆ คนไม่รู้จะทำอะไร ในแต่ละช่วงที่ผมต้องเดินทางไปหาพี่น้องเกษตรกรนั้น สิ่งหนึ่งที่ผมหมั่นสังเกตก็คือ การมาถึงของพืชดาวรุ่งที่ดูแล้วมีอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มไม้ผลที่เกษตรกรหัวก้าวหน้าหลายๆ ท่านรวมกลุ่มกันปลูกและจำหน่าย ในเบื้องต้นก็เป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม และค่อยขยายตัวออกไปสู่สังคมรอบข้าง บางอย่างอาจดูเป็นไม้กระแส แต่บางอย่างดูแล้วน่าจะมีอนาคตที่ดีแน่นอน ซึ่งวันนี้ผมจะลองนำผลไม้หลายๆ ชนิดมาวิเคราะห์ให้ท่านได้ลองพิจารณา ออกตัวว่าอย่าเพิ่งเชื่อผม ให้พินิจพิเคราะห์ว่าเป็นไปได้ไหม โดยผมจะเรียงลำดับตามสิ่งที่ผมนึกได้นะครับ อาจไม่ครอบคลุมทั้งหมด อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่ถือว่าเร
ช่วงที่เชื้อโควิดได้แพร่ไปทั่วประเทศรอบที่สอง เป็นเรื่องที่น่ากลัว สมัยหลายปีก่อนเรากลัวโรคเอดส์ แต่นั่นไม่ได้มีผลในการดำรงชีวิตประจำวัน เพราะเอดส์เป็นโรคที่เราต้องเข้าไปหามันถึงจะมีโอกาสติด แต่เชื้อโควิดติดได้แค่สัมผัส หรือลมหายใจ เราไม่มีโอกาสรู้ ไม่มีโอกาสระวังตัว นอกจากป้องกันโดยใส่หน้ากากอย่างถูกต้อง หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น หรือสิ่งของที่ถูกคนทั่วไปจับต้อง การดำรงชีวิตในปัจจุบันจึงเปลี่ยนไป กิจการร้านขายอาหารก็ลำบากขึ้น มีการแนะนำให้ทำอาหารกินเองในบ้าน และแนะนำให้ปลูกผักกินเอง เพราะเราต้องกักตัวอยู่ในบ้านระยะหนึ่ง การปลูกผักเป็นการฆ่าเวลาที่ดีและเป็นการผ่อนคลาย นอกจากนี้ ยังมีผักมาทำอาหารกินอีก ผักสลัดเป็นผักที่ปลูกได้ทุกฤดูและปลูกได้ทุกภาคในประเทศไทย สมัยก่อนเข้าใจผิดกันว่าผักสลัดสามารถปลูกได้เฉพาะในพื้นที่เขตภาคเหนือ แต่ความจริงผักสลัดสามารถปลูกได้ในทุกภาค ปัจจุบัน ผักสลัดจึงมีการปลูกกันในแทบทุกพื้นที่ กลายเป็นผักที่หารับประทานกันได้ง่าย จากเมื่อก่อนที่ผักชนิดนี้มีวางจำหน่ายเฉพาะในห้าง หรือร้านผักที่ขายผักราคาแพง ในวันนี้พบว่าตามตลาดสดหรือตลาดนัดชุมชนตามต่างจังหวัดมีผักสลั
ปีฉลู ไม่ฉลุย เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มจะชะลอตัวในทุกๆ ด้าน เนื่องจากปัจจัยหลายๆ อย่างในปี 2564 โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทำให้เศรษฐกิจทุกอย่างหยุดชะงัก แต่การมีรายได้เฉลี่ย 30,000-40,000 บาท ต่อเดือน ในอาชีพเพาะกล้าพืชผัก เพาะกล้าไม้ และการผลิตกล้าไม้ดอกไม้ประดับ ของ คุณทรงพล มาเสาะ ในฐานะศิษย์เก่าสาขาพืชศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย ถือว่าเป็นรายได้ที่ไม่เลวเลยทีเดียวในช่วงภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ที่ผู้เขียนยกอ้างถึงสถาบันวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย สาขาพืชศาสตร์ ที่คุณทรงพลนำมาบอกเล่าว่า ในช่วงตอนเป็นนักศึกษา เคยตั้งปณิธาน เมื่อได้เห็นรุ่นพี่ประสบความสำเร็จ จึงเกิดแรงบันดาลใจ จบออกไปจะต้องทำให้ได้เหมือนรุ่นพี่คนอื่นๆ เขา แต่ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนอย่างที่คิด หลังจบออกมาค้นหาตัวเองอยู่ 3 ปี ในฐานะลูกจ้างกับเงินเดือนสูงสุด 7,800 บาท ทำงานเกี่ยวกับบริษัท การส่งเสริมการตลาดและระบบการขนส่งต้นกล้าหลายชนิด ทั้งพริก มะเขือ ดอกดาวเรือง และผักอื่นๆ ตามความต้องการของตลาด ซึ่งระหว่างทำงานก็ได้ศึกษาเรียนรู้ ฝึกประสบการณ์จริงจากการทำงาน และการที่เคยศึกษ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนทุนวิจัยให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์เกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ดำเนินโครงการการจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตองุ่นไชน์มัสคัตเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่ การปลูก การจัดการโรคและแมลง เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวองุ่นไชน์มัสคัต และการประเมินคุณภาพองุ่นให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือ 5 จังหวัด ประกอบด้วยจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก ตาก และกำแพงเพชร พร้อมส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกร เพื่อปรับปรุงคุณภาพ เพิ่มศักยภาพในตลาดส่งออก องุ่นไชน์มัสคัต ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท (โทร. 081-971-3510) กล่าวว่า องุ่นพันธุ์ “ไชน์มัสคัต” (Shine Muscat) ถูกปรับปรุงพันธุ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2531 ที่สถานีวิจัยองุ่นและพลับอะกิซึ จังหวัดฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ขึ้นทะเบียนพันธุ์ ในปี พ.ศ. 2549 เป็นลูกผสมระหว่าง องุ่นพันธุ์ Akitsu21 [Steuben (Vitislabruscana) x Muscat of Alexandria (V. vinifera)] กับองุ่นพ
โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน เกิดขึ้นในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม 2549 ทรงรับทราบผลงานของหน่วยราชการต่างๆ ได้แก่ ศูนย์ไผ่ศึกษา ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์และขยายพันธุ์สัตว์ป่า ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช การขยายพันธุ์เขียดแลว ของกรมประมง การขยายผลการดำเนินงานโครงการพัฒนา โดยการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีและส่งเสริมการผลิตด้านการเกษตรบนพื้นที่สูง ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรบ้านเมืองแพม อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในวโรกาสดังกล่าว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชเสาวนีย์กับหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าเฝ้ารับเสด็จ ทรงห่วงใยสภาพต้นน้ำลำธาร โดยมีพระราชประสงค์ที่จะให้พสกนิกรที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูง ได้ตระหนักถึงความสำคัญของต้นไม้ น้ำ และดิน ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร และให้พสกนิกรเหล่านั้น สามารถดำรงอยู่กับป่าไ
เป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยชอบรับประทานมะเขือเทศสด เพราะไม่ชอบกลิ่น แต่พอไปรับประทานมะเขือเทศญี่ปุ่น พันธุ์ “บิจิน” แล้วชอบมาก เนื่องจากไม่มีกลิ่นเหมือนมะเขือเทศที่เคยรับประทานมา และรสชาติหวานดี อีกทั้งสีก็แดงสด เลยทำให้อยากรู้ว่าเจ้ามะเขือเทศพันธุ์นี้ปลูกที่ไหน ตอนแรกคิดว่านำเข้ามาจากญี่ปุ่น ที่ไหนได้ปลูกในบ้านเรานั่นเอง “คุณสิทธิกร อออุตสาหกิจ” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เจเเปน อะกรี ชาล์เล้นจ์ เอเชีย จำกัด เจ้าของแบรนด์มะเขือเทศญี่ปุ่น พันธุ์ “บิจิน” ซึ่งได้นำผลผลิตหลายอย่างของบริษัทมาโชว์ในงานไทยเฟ็กซ์ปีนี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานีด้วย โดย คุณโช ซาโกตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจแปนฯ ก็มาร่วมงานนี้ด้วย เน้นเกรดพรีเมี่ยม ปลูกในโรงเรือน คุณสิทธิกร เกริ่นที่มาที่ไปให้ฟังว่า บริษัทก่อตั้งมาปีนี้เป็นปีที่ 5 เเล้ว เงินลงทุนทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ มาจากญี่ปุ่่น แต่มีคนไทยถือหุ้นด้วย เริ่มปลูกมะเขือเทศเกรดพรีเมี่ยมในประเทศไทย ฟาร์มเเรกที่อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ทุกวันนี้ก็ยังปลูกอยู่ ในเนื้อที่ประมาณ 14 ไร่ ปลูกในโรงเรือน เนื้อที่ทั้งหมด 5,500 ตารางเมตร เป็นระบบเกษตรปลอดภัย ซึ่งจะหยุดสเปรย์ยาอย่
ลักษณะของฝรั่งพันธุ์พิจิตร 2 การปลูก และการดูแล ฝรั่ง เป็นผลไม้ที่ปลูกง่าย สามารถผลิตได้ทั้งปี โดยในบ้านเราผลผลิตส่วนใหญ่จะมีจำหน่ายมากในช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม และมีจำหน่ายน้อยในช่วงเมษายนของทุกปี ซึ่งชาวสวนฝรั่งโดยมากจะเลี่ยงการผลิตฝรั่งออกในช่วงเดือนเมษายน เพราะเป็นช่วงที่ผลไม้จากภาคตะวันออก ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลใหญ่ของผลไม้บ้านเราออกสู่ตลาดหลายชนิด และมีจำนวนมาก ซึ่งเป็นที่รู้กันของชาวสวนฝรั่งว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ มะม่วง เงาะ ทุเรียน มังคุด ออกสู่ตลาดเมื่อไหร่ เมื่อนั้นผลไม้ชนิดอื่นแทบหมดความสำคัญ และช่วงนั้นจะเป็นช่วงตกต่ำของผลไม้ชนิดอื่น เพราะเป็นช่วงที่มีผลไม้ออกสู่ตลาดมากที่สุดนั่นเอง ส่วนช่วงที่ฝรั่งมักมีราคาสูงจะเป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีผลไม้ชนิดไหนออกสู่ตลาด อย่างช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ช่วงนั้นราคาฝรั่งจะสูงถึง 25-40 บาท/กิโลกรัม กับอีกช่วงคือเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งบ้านเราจะมีเทศกาลต่างๆ มากในช่วงนี้ ในบ้านเรามีฝรั่งที่ปลูกในเชิงการค้าหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์หลักๆ ก็จะมีฝรั่งแป้นสีทอง, กิมจู และรองลงมาก็จะมี ขาวอัมพร, ฝรั่งไร้เมล็ด, พันธุ์แป้นไส้แดง, กรอบสามสี ,ทับทิมสยาม และ
นางเพ็ญศิริ วงษ์วาท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 อุดรธานี (สศท.3) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันจังหวัดอุดรธานีเป็นแหล่งผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองส่งออกอันดับ 1 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากมีพื้นที่ปลูกจำนวนมาก มีระบบการปลูกที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน ส่งผลให้มะม่วงมีคุณภาพสูง เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น เกาหลี จีน ลาว มาเลเซีย เวียดนาม เมียนมา และกัมพูชา คาดการณ์ปี 2564 ส่งออกผลผลิตประมาณ 1,800 ตัน/ปี จึงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดที่ต้องเร่งการขยายตลาดส่งออกให้เพิ่มมากขึ้น จากการติดตามสถานการณ์การผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จังหวัดอุดรธานี พบว่า มีพื้นที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองประมาณ 6,300 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 6,000 ตัน/ปี ผลผลิตเฉลี่ย 900 – 1,000 กิโลกรัม/ไร่ แหล่งผลิตสำคัญอยู่ในอำเภอหนองวัวซอ และกระจายอยู่ในอำเภอน้ำโสม วังสามหมอ กุมภวาปี ปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ปลูก 658 ราย ส่วนใหญ่มีการรวมกลุ่มผลิตในรูปแบบแปลงใหญ่ วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มเกษตรกร ราคาต้นพันธุ์อยู่ที่ 30 – 60 บาท/ต้น เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกมะม่วงนอกฤดูเพื่อส่งออก เนื่
