พืชทำเงิน
ชันโรง หรือ ผึ้งจิ๋ว เป็นผึ้งตระกูลที่ไม่มีเหล็กใน น้ำผึ้งชันโรงมีสรรพคุณมากมายและมีสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ น้ำผึ้งจากชันโรงมีคุณสมบัติเป็นเลิศด้วยความเข้มข้นของน้ำผึ้ง ชันโรงไม่กินน้ำแต่กินเกสรและน้ำหวานจากดอกไม้ ผลไม้ พืชสมุนไพร จึงมีความเหนือด้วยคุณสมบัติการแสวงหาและสะสมอาหารของชันโรง เพราะชันโรงกินเกสรและน้ำหวานจากพืชสมุนไพรด้วย และมักเป็นสมุนไพรที่รักษาโรคต่างๆ ตลอดจนเป็นสมุนไพรที่ดูแลสุขภาพผู้บริโภค ทำให้น้ำผึ้งชันโรง เป็นน้ำผึ้งที่อุดมด้วยคุณค่าทางอาหารและยา คุณมูหัมมัด ซัมซูดิน เซ็นมาด หรือ พี่ดิน อยู่บ้านเลขที่ 105/8 หมู่ที่ 4 บ้านบูเก๊ะปาลัส ตำบลยี่งอ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ใช้ระยะเวลาเรียนรู้การเลี้ยงชันโรงด้วยตัวเองกว่า 2 ปี โดยไม่ปริปากให้ใครได้รู้ แม้กระทั่งภรรยาของตัวเอง ด้วยสาเหตุที่กลัวคนอื่นหาว่าบ้า ถ้าทำในสิ่งที่คนอื่นเขาไม่ค่อยทำกัน พี่ดินจึงเก็บความลับไว้มานานเป็นระยะ 2 ปี เมื่อเรียนรู้ด้วยตัวเองจนเกิดความเชื่อมั่น จึงเริ่มเลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพเสริมจากการทำสวนผสมผสาน “ความคิดริเริ่มที่จะเลี้ยงชันโรง มาจาก วันหนึ่งผมได้เข้าไปหาของ
คุณนิพนธ์ สุขสะอาด เกษตรจังหวัดพังงา เล่าว่า จังหวัดพังงา เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และเป็นเมืองเกษตรที่ผลิตสินค้าสำคัญๆ หลายชนิด ทั้งไม้ผลจำพวกมังคุด ทุเรียน เงาะ ลองกอง สินค้าปศุสัตว์ ประมง และโดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์สาลิกา ซึ่งเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง จังหวัดพังงามีพื้นที่ปลูกทุเรียนสาลิกา ประมาณ 500 ไร่ ซึ่งขณะนี้ชื่อเสียงของทุเรียนสาลิกากำลังเป็นที่รู้จักและมีผู้บริโภคที่ต้องการลิ้มลองทุเรียนขึ้นชื่อพันธุ์นี้เป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าในปีนี้สภาพอากาศจะไม่อำนวย ทุเรียนยืนต้นตายไปบางส่วน ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค คุณนิพนธ์ สุขสะอาด เกษตรจังหวัดพังงา พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย นักวิชาการผู้รับผิดชอบงานไม้ผลในระดับ ลักษณะและจุดเด่นของทุเรียนสาลิกานั้น เนื่องจากเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองและชอบอากาศร้อนชื้น จึงเหมาะกับสภาพภูมิอากาศในเขตจังหวัดพังงาเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ยังทนทานต่อโรคใบติด ต้านทานโรครากเน่าโคนเน่า ประกอบกับพื้นที่ปลูกเป็นที่เนินและไหล่เขา จึงมักไม่ค่อยเจอปัญหาโรครากเน่าโคนเน่า ลักษณะผลของทุเรียนสาลิกานั้นค่อนข้างกลม คล้ายกับลูกแอปเปิ้ล ซ
“คนเราเกิดมาแล้ว ค้นพบความชอบของตัวเองเจอ และได้มุ่งมั่นเพื่อให้ได้ทำสิ่งนั้น ถือว่าเป็นความสุขที่สุดแล้ว” คุณพัชรินทร์ พุทธฤทธิ์ หรือ พี่กิ่ง อยู่บ้านเลขที่ 55/3 หมู่ที่ 3 ตำบลบางบริบูรณ์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี สาวเท่ผู้มากความสามารถ เธอคนนี้มีดีกรีไม่ธรรมดา เรียนจบปริญญาตรีและโท จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ปริญญาตรีจบสาขาพืชศาสตร์ เอกพืชผัก ปริญญาโทจบสาขาการจัดการทรัพยากรการเกษตรและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจุดประสงค์เพื่อที่จะนำมาสานต่อความฝัน ความชอบ ของตัวเองที่อยากจะเป็นเกษตรกรโดยเฉพาะ จุดเริ่มต้นที่กว่าจะมาเป็นเกษตรกร ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ได้อย่างมืออาชีพ พี่กิ่ง บอกว่า ในระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ ป.โท อาจารย์เห็นแววว่าเธอน่าจะช่วยสอนรุ่นน้องได้ จึงหยิบยื่นโอกาสมาให้โดยการให้ช่วยสอนแล็บนักศึกษา ชั้น ป.ตรี และทำธีสิส ป.โท เกี่ยวกับการปลูกพืชไร้ดินมาโดยตลอด เพราะเกิดข้อสงสัยว่า ผักปลูกในน้ำโตได้อย่างไร ทั้งที่ไม่มีดิน จึงพยายามที่จะหาคำตอบมาตลอด ประจวบเหมาะกับที่มีโปรเจ็กต์การปลูกผักไร้ดินเข้ามาพอดี จึงรับทำโปรเจ็กต์นี้เพื่อหาคำตอบที่อยากรู้มาตลอด จนกระทั่งเรียนจบได้ไปทำงานอยู่โครงการ
เกษตรกรของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีชีวิตมั่นคง รับการถ่ายทอดนำไปปฏิบัติ มีกินมีใช้ ยิ้มได้เมื่อยามมีภัย เผยดินเค็ม น้ำเปรี้ยวไม่ใช่ข้อจำกัด ปรับปรุงปลูกพืชเลี้ยงปลา ทำให้มีกินมีขายเป็นรายได้ครอบครัวแม้เกิดวิกฤติโควิด-19 ระบาด ดังเช่น นางสาวชาคริยา วิวรวงษ์ เกษตรกรที่ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เป็นหนึ่งของสมาชิกเกษตรกรหมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส นางสาวชาคริยา กล่าวว่า เดิมนั้นทำการเกษตรด้วยการปลูกมะนาว และเลี้ยงปลาน้ำจืดแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากพื้นที่เดิมเป็นป่าพรุดินมีความเค็มปลูกพืชไม่ได้ น้ำก็เปรี้ยวเลี้ยงปลาไม่ได้ ทั้งปลาและพืชตายหมด ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่มาแนะนำ การปรับปรุงดินด้วยระบบแกล้งดินตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ยังแนะนำการแก้ไขปัญหาน้ำเปรี้ยว จึงทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากดินมาทำการเพาะปลูกได้ น้ำก็ดีขึ้นสามารถนำมาใช้รดต้นไม้และเลี้ยงปลาได้ดี จึงเริ่มปลูกมะนาวด้วยระบบวงบ่อที่สามารถกำหนดปริมาณดินที่จะปลูก รวมทั้งระบบการให้น้ำของต้นมะนาวได้
เกษตรจังหวัดกระบี่ เตือนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนที่อยู่ในระยะพัฒนาของผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในต้นทุเรียนที่อยู่ในระยะผลอ่อน ระวังหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ระบาดทำความเสียหายแก่ทุเรียน ซึ่งสามารถทำความเสียหายให้แก่ผลผลิตสูงถึงร้อยละ 80-90 ในช่วงต้นฤดูฝนนี้เป็นช่วงที่พบการระบาดทำลายของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนสูงมาก เนื่องจากสภาพอากาศมีความชื้นสูง ดินนิ่ม ดักแด้หนอนเจาะเมล็ดทุเรียนที่อยู่ในดินจะฟักออกมาและทำลายภายในผลทุเรียน และเมื่อมองจากภายนอกผลจะไม่พบร่องรอยของการทำลาย ดังนั้น ขอให้เกษตรกรสำรวจสวนทุเรียนอย่างสม่ำเสมอ หากพบลักษณะการทำลายของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนให้รีบขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด เพื่อหาแนวทางควบคุมและป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง การใช้ตาข่ายพันรอบต้นเป็นการป้องกันหนอนเจาะผลและเมล็ดทุเรียน อีกวิธีการหนึ่ง คือการกำจัดตัวเต็มวัย ซึ่งตัวเต็มวัยจะเป็นผีเสื้อกลางคืนและจะออกจากดักแด้เมื่อสภาพอากาศมีความชื้นหรือมีฝนตกลงในบริเวณนั้น แล้วจะปีนมาเกาะบริเวณต้นไม้ใกล้ๆ เพื่อรอขยายปีกและทำให้ปีกแห้ง โดยเฉพาะที่ต้นทุเรียน หลังจากนั้น จะไปผสมพันธุ์กันแล้วมาวางไข่
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลิตเพื่อเป็นอาหารสัตว์ เป็นพืชอายุสั้น ที่ใช้น้ำน้อย หลังการเกี่ยวข้าวแล้วเกษตรกรตำบลเมืองหลวง ได้รวมกลุ่มปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อตัดเป็นต้นสด ในช่วงอายุ 80-90 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่ฝักข้าวโพดอยู่ในระยะน้ำนม 50% เหมาะที่จะตัดมาสับบดใส่ถุงหรือถังเพื่อหมักให้ได้ระยะที่เหมาะสม เมื่อวัวกินจะได้รับโปรตีน วิตามิน หรือแร่ธาตุ แล้วส่งผลให้วัวเจริญเติบโตสมบูรณ์ การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงฤดูแล้งนี้ จะเป็นทางเลือกให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตและยกระดับรายได้เพื่อก้าวสู่วิถีการยังชีพที่มั่นคง คุณลัดดา วงษ์ภักดี เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตัดต้นสด เล่าให้ฟังว่า ปกติทำนาเป็นอาชีพหลัก หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวได้จัดพื้นที่ 7 ไร่ ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย และเลี้ยงวัว 9 ตัว และควาย 7 ตัว ด้วยการปล่อยให้ไปกินหญ้าในทุ่งนาหรือกินฟางข้าวแห้ง วัวก็เจริญเติบโตได้ดีระดับหนึ่ง เมื่อก่อนนี้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อขายเป็นข้าวโพดฝักแก่ตากแห้งให้โรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ ระยะเวลาปลูกถึงเก็บเกี่ยว 120 วัน บางฤดูใช้ต้นทุนการผลิตมาก และได้รับผลต
‘ความมั่นคงทางอาหาร’ ในสถานการณ์ ‘โควิด’ คือสิ่งที่ ‘กรมการพัฒนาชุมชน’ (พช.) ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง จึงก่อเกิดปฏิบัติการ Quick Win ‘90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร’ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา โดยปักธงรณรงค์ให้มีการปลูกผักสวนครัวทั่วประเทศเพื่อลดรายจ่าย สร้างรายได้ผ่านการเพาะเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าสู่ผืนแผ่นดินซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางออกของประเทศ ไม่เพียงจากภาวะโรคระบาด หากแต่รวมถึงวิกฤตภัยแล้งซึ่งรัฐบาลประกาศเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งแก้ไข วันนี้นับเป็นเวลากว่า 1 เดือนของปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการ “รับรู้” และ “มีส่วนร่วม” ระหว่างภาครัฐกับประชาชน เพื่อให้ก่อเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม หยั่งรากลึกถึงท้องถิ่น หมู่บ้าน ครอบครัว หน่วยเล็กๆ อันสำคัญยิ่ง โดยมีแนวคิด ‘ผู้นำต้องทำก่อน’ จึงส่งภารกิจไปให้ข้าราชการที่กระจายอยู่ในทุกตำบลอำเภอช่วยกันส่งเสริมการปลูกผักสวนครัว รั้วกินได้ ซึ่งปลอดภัยจากสารพิษ และยาฆ่าแมลง มีการผนึกกำลังสร้างระบบยุทธศาสตร์สวนครัวครบวงจร ขับเคลื่อนร่วมกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย รวมถึงองค์กรทางศาสนา สำหรับการดำเนินก
การถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ นับเป็นอีกบทบาทสำคัญที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ ที่ประเทศไทยต้องประสบกับวิกฤตการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด -19 ทั้งนี้ นายประจวบ ลีรักษาเกียรติ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า ในช่วงเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมาศูนย์ฯ ได้นำข้อมูลของผู้มีรายได้น้อยที่ต่ำกว่าเส้นความยากจนในพื้นที่ตำบลคลองขุด จากองค์การบริหารส่วนตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งพบว่ามีผู้มีรายได้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว จำนวน 20 คน จึงส่งเจ้าหน้าที่งานวิชาการการเกษตรของศูนย์เข้าไปดำเนินการส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้แก่ราษฎรทั้ง 20 คน “ เป้าหมายการดำเนินการในครั้งนี้ เพื่อให้มีความรู้และเข้าใจในการประกอบอาชีพตามสภาพและพื้นฐานที่พึงมี ที่สำคัญเพื่อเป็นการให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โ
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงหลายเดือนมานี้ ทำให้ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบครั้งใหญ่ในเรื่องอาหารและการใช้ชีวิต กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) จึงได้น้อมนำเอาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางสร้างพื้นฐานความพอมี พอกิน พอใช้ ให้กับประชาชน จัดทำ “แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว” ขึ้น เมื่อต้นเดือนเมษายน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้คนไทยได้มีอาหารปลอดภัยไว้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และเตรียมความพร้อมให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองในสภาวะวิกฤตได้ ซึ่งปัจจุบันดำเนินการมาถึงครึ่งทางแล้ว โดยได้ส่งมอบเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศตามกำหนดการที่วางไว้ ไม่เว้นแม้แต่จังหวัดห่างไกลอย่าง “ยะลา” จะพัฒนาใครเขา ต้องเริ่มจากเราก่อน นายกิติพล เวชกุล พัฒนาการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า จังหวัดยะลาเริ่มใช้แผนปฏิบัติการ 90 วันฯ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. 2563 ตามแนวทางของ พช. คือ ‘จะพัฒนาใครเขา ต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน’ โดยเริ่มทำการปลูกพืชผักสวนครัวในบริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัด บ้านพักข้าราชการ พช. ตลอดจนสถานที่ราชกา
สหกรณ์การเกษตรลำพระเพลิง จำกัด ตั้งอยู่ในอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2563 นับเป็นรางวัลอันน่าภาคภูมิใจของคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการ และสมาชิกสหกรณ์ ที่ได้ร่วมกันฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคและช่วยกันพัฒนาสหกรณ์จนมีความเจริญก้าวหน้าจวบจนถึงปัจจุบัน ผลักดันให้สหกรณ์แห่งนี้ ได้เดินทางมาถึงวันแห่งความสำเร็จได้ในที่สุด หากย้อนกลับไปในวันแรกตั้งของสหกรณ์เมื่อ 28 มีนาคม พ.ศ. 2520 มีสมาชิกเริ่มแรกเพียง 194 คน ปัจจุบันได้ขยายเพิ่มเป็น 2,075 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านในพื้นที่ มีอาชีพทำนา ทำไร่ และเกษตรผสมผสาน สหกรณ์จึงมุ่งดำเนินงานโดยคำนึงถึงการดูแลส่งเสริมทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมให้กับสมาชิกและคนในชุมชน ซึ่งธุรกิจของสหกรณ์ มี 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ การให้สินเชื่อ จัดหาสินค้ามาจำหน่าย การรวบรวมผลผลิต และการรับฝากเงิน นางสาวสุมาลี ทองธีระ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรลำพระเพลิง จำกัด เปิดเผยว่า ในอดีตสหกรณ์การเกษตรลำพระเพลิง จำกัด เคยประสบปัญหาการดำเนินธุรกิจจนประสบภาวะขาดทุนเกือบต้องยุบเลิกสหกรณ์ แต่ด้วยความอดทนและร่วมมือร่วมใจกันของคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการและสมาชิก นำคว
