พืชทำเงิน
การทำสวนยางพารา มีข้อดีหลายประการ เนื่องจากเป็นพืชที่เปิดกรีดน้ำยางได้เกือบทุกวัน สร้างรายได้สม่ำเสมอ มีตลาดรองรับที่แน่นอนเพราะเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมแปรรูปยาง เมื่อครบอายุการตัดโค่น เกษตรกรมีรายได้จากการขายไม้ยางอีกด้วย แม้ว่าไทยจะเป็นประเทศผู้ผลิตยางพาราอันดับหนึ่งของโลก แต่ไม่สามารถกำหนดราคายางพาราเองได้ ทำให้เกษตรกรต้องเผชิญกับความผันผวนของราคา ส่งผลให้รายได้ไม่แน่นอน ดังนั้น หากใครทำสวนยางพาราในลักษณะพืชเชิงเดี่ยว ถือว่ามีความเสี่ยงสูงมาก การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จึงพยายามปรับแนวคิดเกษตรกรจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว สู่การทำเกษตรผสมผสาน ตามหลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง โดยเลี้ยงสัตว์และมีพืชอื่นปลูกร่วมและปลูกแซมในสวนยางพารา ช่วยให้เกษตรกรมีผลผลิตทั้งพืชและสัตว์หมุนเวียนเข้าตลาดได้ตลอดปี ทำให้ชีวิตมีความมั่นคงและเกิดรายได้อย่างยั่งยืน แนะปลูกพืชผสมผสานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ดร.สุรศักดิ์ ชูทอง อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช กล่าวในฐานะนักวิชาการ และเป็นเกษตรกรชาวสวนยางพาราในช่วงวันหยุดว่า ปัจจุบัน
มันเทศ 3 สี แสนอร่อย มากประโยชน์ มันเทศถือเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่สำคัญอันดับ 5 ของโลก รองจากข้าวสาลี ข้าวเจ้า ข้าวโพด และมันฝรั่ง ในโลกของอาหารเพื่อสุขภาพ “มันเทศ 3 สี” ได้กลายเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มีความน่าสนใจและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่รสชาติหวานนุ่มที่อร่อยเท่านั้น แต่สีสันของมันเทศก็ยังทำให้เมนูอาหารของคุณน่ารับประทานมากขึ้นด้วย ซึ่งสีสันที่โดดเด่นของมันเทศ 3 สี คือ สีส้ม สีม่วง และสีเหลือง ซึ่งแต่ละสีก็มาพร้อมกับคุณประโยชน์ที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว! 🍠มันเทศสีเหลือง ความอร่อยที่มาพร้อมกับพลังงาน เป็นแหล่งพลังงานที่ดี และมีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารและเสริมสร้างสุขภาพลำไส้ เนื้อสัมผัสของมันเทศสีเหลืองจะค่อนข้างแน่นและมีรสชาติหวานเบาๆ ทำให้มันเทศชนิดนี้เป็นที่นิยมในการนำไปทำเมนูต้ม นึ่ง หรือแม้แต่บดเป็นเครื่องเคียงในมื้ออาหารที่หลากหลาย 🍠มันเทศสีส้ม แหล่งวิตามิน A และบำรุงสายตา อุดมไปด้วยสาร เบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ช่วยในกระบวนการผลิตวิตามิน A ที่ดีต่อดวงตาและผิวพรรณ การรับประทานมันเทศสีส้มจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย นอกจากนี้ยังม
ท่ามกลางผืนดินลุ่มในตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของ “ลุงถนอม ตาลโตนด” ที่เริ่มจากประสบการณ์ชีวิตและความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ผู้บุกเบิกสวนแห่งนี้เมื่อกว่า 30 ปีก่อน ปัจจุบัน สวนตาลแห่งนี้ได้รับการสืบทอดและดูแลโดย คุณลุงอำนาจ ภู่เงิน ซึ่งเป็นลูกชายของลุงถนอม เป็นผู้ดูเเลสวนในปัจจุบัน โดยยึดหลักการทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง ส่งต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น โดยไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสสมัยนิยม คุณลุงอำนาจ ภู่เงิน เกษตรกรเจ้าของสวนตาล อยู่ที่ตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี เล่าว่า เดิมทีคุณพ่อของลุง คือ “ลุงถนอม” เคยทำเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกทั้งกล้วยไข่ มะละกอ และมะนาว บนพื้นที่ลุ่มกว่า 4 ไร่ แต่ด้วยสภาพภูมิประเทศที่มักประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 1.5-1.7 เมตร และท่วมนานเกือบ 1 เดือน ส่งผลให้พืชไร่ล้มตายเสียหายหนัก จึงเริ่มฉุกคิดว่าหากยังยึดแนวทางการปลูกพืชล้มลุกต่อไป ก็เสี่ยงที่จะเกิดปัญหาแบบเดิม จึงตัดสินใจเปลี่ยนแนวทาง ปลูกไม้ผลที่ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ดูแลไม่ยาก และที่สำคัญคือไม่ต้องพึ่ง
เมื่อพูดถึงการทำการเกษตร หลายๆ คนจะนึกถึงชาวไร่ ชาวนา หรือชาวสวน แต่มีใครบ้างที่จะรู้ว่า กลุ่มพี่น้องเกษตรกรในหลายๆ พื้นที่ของประเทศไทย มีการรวมตัวกันตั้งกลุ่ม รวบรวมสมาชิกเพื่อทำการเกษตรแบบผสมผสาน “ฟาร์มอิ่มบุญ” ก็เป็นอีกหนึ่งของแหล่งเรียนรู้ เพราะว่ามีการรวมตัวชาวบ้านกว่า 30 คนตั้งเป็นกลุ่ม โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า “วิสาหกิจชุมชน สบบงเกษตรผสมผสานและแปรรูปทางการเกษตร” ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 100 หมู่ที่ 10 บ้านสบบง ซอยที่ 7 ตำบลสบบง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ระบบเกษตรผสมผสาน (Integrated Farming System) เป็นระบบการเกษตรที่มีการเพาะปลูกพืชหรือการเลี้ยงสัตว์ต่างๆ ชนิดอยู่ในพื้นที่เดียวกันภายใต้การเกื้อกูล ประโยชน์ต่อกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยอาศัยหลักการอยู่รวมกันระหว่างพืช สัตว์ และสิ่งแวดล้อม การอยู่รวมกันอาจจะอยู่ในรูปความสัมพันธ์ระหว่างพืชกับพืช พืชกับสัตว์ หรือสัตว์กับสัตว์ก็ได้ ระบบเกษตรผสมผสานจะประสบผลสำเร็จได้จะต้องมีการวางรูปแบบและดำเนินการ โดยให้ความสำคัญต่อกิจกรรมแต่ละชนิดอย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางกายภาพ เศรษฐกิจ สังคม มีการใช้แรงงาน เงินทุน ที่ดิน ปัจจัย การผลิตและทรัพยากรธร
จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจ “เจ้เอ๋ – สากล วงศา” ชาวบ้าน ตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เดิมประกอบอาชีพช่างเย็บผ้า รับผ้ามาจากโรงงาน รายได้เพียงพอเลี้ยงชีพแต่ไม่มั่นคงนัก ในช่วงนั้น อบต. มีโครงการส่งเสริมให้ชาวบ้านทดลองปลูกผักหวานบ้านเพื่อหารายได้เสริม เจ้เอ๋จึงตัดสินใจเข้าร่วม และใช้พื้นที่ 4 ไร่เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเกษตรกร เมื่อผักหวานเริ่มให้ผลผลิต ตลาดกลับไม่เพียงพอรองรับ เจ้เอ๋ต้องขับรถออกไปขายเองทุกเช้า ลงทุนวันละประมาณ 1,500 บาท ขายผักจากท้ายรถและหาพ่อค้ารับซื้อเพิ่มเติม ทำให้วันหนึ่งๆ สามารถขายได้หลักร้อยกิโลกรัม ในยุคปี 2537 ที่ผักหวานกิโลละ 50 บาท รายได้เริ่มเปลี่ยนคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ต่อมาได้ชวนญาติพี่น้องกว่า 10 ครัวเรือนมาปลูกผักร่วมกัน ทดลองผิดถูกจนชำนาญ และเพาะต้นแม่พันธุ์แจกจ่ายในกลุ่ม จุดเปลี่ยนสำคัญคือเมื่อตลาดสี่มุมเมืองปรับปรุงครั้งใหญ่ เจ้เอ๋จึงเปิดแผงค้าถาวรครั้งแรก ด้วยความพร้อมทั้งผลผลิต ฐานลูกค้า และประสบการณ์ที่สั่งสม เครือข่ายเกษตรกรเข้มแข็ง ปลูกครบวงจร มั่นใจขายได้ทุกวัน จากกลุ่มเล็กๆ ที่เริ่มต้นด้วยญาติ
คุณพงพันธ์ เทพไทย (พัน) Young Smart Farmer จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชายผู้มีความสุขในการทำเกษตร ซึ่งคุณพันได้เริ่มทำเกษตรมาตั้งแต่อายุ 20 ปี จนถึงปัจจุบันเขาก็ยังได้ส่งต่อแนวคิดดีๆ ในการทำเกษตรในรูปแบบ “เกษตรทฤษฎีใหม่ หรือ เกษตรผสมผสาน” ให้กับลูกๆ และเด็กรุ่นใหม่ที่อยากเรียนรู้อีกด้วย อันดับแรกมาทำความรู้จักเกี่ยวกับคำว่า “เกษตรทฤษฎีใหม่” กันก่อน เกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นทฤษฎีแนวทางในการบริหารจัดการที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบความยากลำบากให้ผ่านพ้นวิกฤตมาได้ แบ่งพื้นที่จัดสรรในการทำสวนตามอัตราส่วน 30 : 30 : 30 : 10 จุดเริ่มต้นของการทำเกษตรผสมผสาน คุณพัน เล่าว่า จุดเริ่มต้นมันเกิดจาก “ความรักในการทำเกษตร” ซึ่งการจะเป็นเกษตรกรไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเกษตรเป็นเรื่องของการเอาใจใส่ และเวลาในการเพาะเลี้ยง แต่เมื่อมันออกผลผลิตให้เราแล้ว ผลผลิตเหล่านั้นจะทำให้เราอยู่ได้แถมสร้างรายได้ให้เราอีกด้วย และที่สำคัญคือ ‘เราเป็นนายตัวเอง’ ช่วงหนึ่งในการพูดคุยคุณพันได้เล่า
ทับทิม มีถิ่นกำเนิดอยู่บนที่ราบสูงอิหร่าน และอินเดียตอนเหนือ ต่อมาแพร่กระจายไปสู่อียิปต์ อาเซอร์ไบจาน อัฟกานิสถาน บังกลาเทศ ปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี จีน และประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งรุกขยายเข้าไปยังสเปน แอฟริกาเหนือ และแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ต้นทับทิม มีความสามารถปรับตัวได้ดี ตั้งแต่ในเขตค่อนข้างแห้งแล้ง เขตร้อนชื้น และเขตอากาศหนาวเย็น ที่มีอุณหภูมิ -14 องศาเซลเซียส ก็พบเห็นเสมอ ชาวจีนและชาวอียิปต์ รู้จักปลูกและบริโภคทับทิมมาตั้งแต่โบราณกาล โดยเฉพาะชาวจีนให้ความสำคัญกับทับทิมเป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นไม้มงคล จึงนิยมปลูกไว้หน้าบ้าน แม้ไม่มีที่ดินพอก็ยังปลูกใส่กระถางไว้โชว์ ทับทิมในภาษาละตินที่พัฒนามาเป็นภาษาอังกฤษ เรียกว่า Pome grenade มีความหมายว่า แอปเปิ้ลสีแดง มีเมล็ดฉ่ำน้ำ ทับทิมเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงไม่เกิน 10 เมตร ใบมีขนาดเล็ก กว้างเพียง 2 เซนติเมตร และยาว 3-7 เซนติเมตร ดอกสีแดง เส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยประมาณ 3 เซนติเมตร มีผลกลม เมื่อสุกแก่มีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับแต่ละพันธุ์ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-12 เซนติเมตร ผลขนาดใหญ่ที่สมบูรณ์เต็มที่ ใน 1 ผล มีเมล็ดประมาณ 600
หลังจากกลับมาอยู่บ้านเกิดที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน คุณมนูญ ทนะวัง เจ้าของ Cocoa Valley ตัดสินใจเริ่มต้นอาชีพใหม่จากศูนย์ ด้วยการปลูก “โกโก้” พืชเศรษฐกิจที่เขาหลงใหล จากความชอบในรสชาติของช็อกโกแลต จึงกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เขาเลือกทำในสิ่งที่รักอย่างเต็มตัว ในสวนมีการปลูกโกโก้ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ไอเอ็ม 1, เอิร์ทเซฟ เนวี 1 และชุมพร โดยจัดการแปลงปลูกแบบแยกโซน ใช้ต้นกล้าอายุ 3 เดือนขึ้นไป ระยะปลูก 3×3 เมตร และให้ความสำคัญกับระบบน้ำอย่างเพียงพอ “โกโก้เป็นพืชที่ต้องการน้ำ หากขาดน้ำเพียงไม่กี่วันก็จะส่งผลต่อการออกดอกติดผล” ภายหลังจากดูแลอย่างต่อเนื่องกว่า 3 ปี โกโก้ในสวนก็เริ่มให้ผลผลิตเต็มที่ สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยคุณมนูญเลือกใช้วิธีปลูกแบบธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีใดๆ ใช้เพียงปุ๋ยคอกและเศษหญ้าเป็นอินทรียวัตถุในดิน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยและมีคุณภาพสูง สามารถเก็บมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม เกิดเป็นรายได้ให้กับคุณมนูญได้เป็นอย่างดี คุณมนูญ ทนะวัง และภรรยา คุณมนูญ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานบริษัทเอกชน แต่รู้สึกว่าการทำงานยังไม่มีความสุขตรงกับที่ใจชอบ จึงได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิดที
“บ้าหรือเปล่า ทิ้งเงินเดือนหลักแสนมาทำเกษตร” คำพูดเหล่านี้มักจะได้ยินติดหูเป็นประจำ ถ้าหากผู้ใดมีความคิดไม่ตรงกับคนหมู่มาก ก็จะต้องถูกถามก่อนเลยว่า บ้าหรือเปล่า ซึ่งจริงๆ แล้วเงินเดือนหลักแสนอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิตของใครหลายคน เพราะเป้าหมายชีวิตของคนเราไม่เหมือนกัน บางคนทำงานเพื่อเงิน บางคนทำงานเพื่อความสุข หรือบางคนมองทรัพย์สินเงินทองเป็นเรื่องรอง ครอบครัวต้องมาก่อน ก็สุดแล้วแต่เป้าหมายของแต่ละคน เพียงแค่ในทุกวันได้ทำงานที่รักและมีความสุขก็พอแล้ว คุณอาคม มากทรัพย์ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์อุทัยธานี อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 4 ตำบลหูช้าง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี อดีตนายช่างกลเรือ ทิ้งเงินเดือนเรือนแสน เล่าให้ฟังว่า หลังจากลาออกจากงานประจำก็เบนเข็มชีวิตมาเป็นเกษตรกร และก็มีหลายคนสงสัยว่ามีวิธีการปรับตัวอย่างไรกับความคิดและคำพูดเสียดสีจากชาวบ้าน ซึ่งหนทางไม่ง่ายเลย ในหัวจะมีความคิดตลอดว่าตนเองคิดถูกแล้วใช่ไหมที่เลือกทางนี้ จากที่เคยทำงานได้เงินเดือนดีๆ มีลูกน้องคอยช่วยอยู่ข้างๆ ไปไหนมาไหนมีผู้คนต้อนรับนับหน้าถือตา กลับต้องมาทำงานหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน แต่ก็กลับมาคิดว่าไม่มีใครคว้าของทั้งสอ
“ครั่ง” เป็นยางหรือชันที่ได้จากแมลงครั่ง จัดเป็นแมลงเศรษฐกิจที่มีอนาคตไกลชนิดหนึ่ง เนื่องจากในการเลี้ยงครั่งเกษตรกรไม่ต้องดูแลมาก ลงทุนน้อย ให้ผลผลิตดี ใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 12 เดือน ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตครั่งดิบได้ ที่ผ่านมา เกษตรกรไทยเลี้ยงครั่งขายส่งออกไม่ต่ำกว่าปีละ 100 กว่าล้านบาท ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้เกษตรกรเลี้ยงครั่งเป็นอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในครัวเรือน โดยครั่งจะเจริญเติบโตได้ดีบนต้นไม้ที่มีลักษณะเป็นทรงพุ่ม มีเรือนยอดแผ่กว้าง โปร่งมีอากาศถ่ายเทดี และอายุของกิ่งต้องไม่แก่และไม่อ่อนจนเกินไป ได้แก่ ต้นจามจุรี (ฉำฉา หรือก้ามปู) พุทราป่า ลิ้นจี่ สะแก ปันแถ มะแฮะนก สีเสียดออสเตรเลีย ไทร และต้นมะเดื่ออุทุมพร โดยทั่วไป พื้นที่ปลูกต้นไม้เลี้ยงครั่ง ควรมีสภาพแวดล้อมและมีอุณหภูมิที่เหมาะสม และควรจะตั้งอยู่ใกล้กับโรงงานรับซื้อครั่งดิบ ซึ่งประเทศไทยมีการเลี้ยงครั่งมากในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ คุณภาพของครั่งจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของต้นไม้ อายุของต้นไม้ และอายุของกิ่ง จำนวนที่ปล่อย พันธุ์ ฤดูที่เลี้ยง และศัตรูของครั่ง
