พืชทำเงิน
“ข้าว” เป็นอาหารหลักของคนไทยมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาลและถือเป็นชีวิตจิตใจของคนไทย การทำนาจึงเป็นอาชีพหลักของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ และถือได้ว่าข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญยิ่ง ที่นำรายได้จำนวนมากเข้าสู่ประเทศเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ จะพาไปทำความรู้จักกับชนิดของข้าว ที่นิยมทานกันในบ้านเรา ทั้ง 7 ชนิดว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นแตกต่างกัน แต่ละชนิดให้สัมผัสที่ต่างกัน ทั้งรสชาติและกลิ่น พร้อมแล้วไปสัมผัสข้าวแต่ละชนิดกันได้เลย 1. ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิ เป็นสายพันธุ์ข้าวที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย จัดเป็นข้าวนาปี ปลูกได้เพียงปีละ 1 ครั้ง ลักษณะข้าวเปลือกเรียวยาว เมื่อสีเป็นข้าวสารจะได้ข้าวเมล็ดเรียว ยาว ขาวใสเป็นเงา มีท้องไข่น้อย มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย ลักษณะที่สำคัญของข้าวหอมมะลิคือ เมื่อหุงหรือนึ่งสุกแล้วเมล็ดข้าวสุกจะอ่อนนุ่มมากกว่าข้าวเจ้าทั่วไป แต่ร่วนน้อยกว่าและมีกลิ่นหอม เป็นข้าวเจ้าที่มีคุณภาพเมล็ดดีมาก เมล็ดข้าวสารใส แข็งแรง คุณภาพการขัดสีดี ข้าวหอมมะลิเป็นพันธุ์ข้าวที่นิยมบริโภคอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป็นพันธุ์ข้าวที่สร้างชื่อเสียงให้ข้าวไทยเป
กล้วยหอมทองปทุม เป็นกล้วยที่นำพันธุ์มาจากจังหวัดเพชรบุรี เริ่มเป็นที่นิยมปลูกในช่วงปี พ.ศ. 2540 โดยปลูกทดแทนส้มรังสิตที่มีผู้ปลูกน้อยลง ด้วยความสมบูรณ์ของดินที่มีความเป็นกรด ลักษณะของพื้นที่ที่มีคลองชลประทานซึ่งมีน้ำตลอดทั้งปี และการปลูกพืชแบบร่องน้ำที่มีการนำเลนจากร่องคูน้ำมาทับบนแปลงปลูก มีคันดินอัดแน่นล้อมรอบเพื่อป้องกันน้ำท่วม ทำให้การเพาะปลูกพืชผักในพื้นที่นี้ มีลักษณะแตกต่างจากพื้นที่อื่น จึงทำให้กล้วยหอมทองปทุม มีลักษณะผล เปลือก และรสชาติที่แตกต่างจากกล้วยหอมพื้นที่อื่น จนมีชื่อเสียงอย่างแพร่หลาย จากความนิยมที่กล่าวจังหวัดปทุมธานี จึงจัดให้มีงานประกวดกล้วยหอมทองปทุม ในทุกๆ ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 กล้วยหอมทองปทุมเป็นกล้วยที่มีผลใหญ่ยาว หน้าตัดค่อนข้างกลม ปลายคอดเล็กน้อย ผิวนวล เปลือกบาง ผลดิบจะมีสีเขียวนวล แต่เมื่อผลสุกแล้วจะมีสีเหลืองทองนวล เนื้อมีความเหนียวและแน่น รสชาติหอม หวาน ปลูกและเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี คุณพงศ์เชษฐ สร้อยทอง หรือ เฮียเอก หนองเสือ อายุ 37 ปี อาศัยอยู่ที่คลองสิบสาม ตำบลหนองสามวัง อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ประกอบอาชีพเกษตรกรปลูกกล้วยหอมทอง
คอลัมน์เกษตรในเมือง เคยเขียนเรื่องราวเกษตรเฉพาะที่ในเมืองไทย สวนผักหน้าบ้าน หลังบ้าน ข้างบ้าง บนดาดฟ้าบ้าง บนคอนโดฯ บ้าง แต่คราวนี้มีโอกาสโกอินเตอร์ โดยพาท่านไปถึงประเทศเยอรมนี เราจะมาดูกันว่าผักต่างๆ ของไทยสามารถปลูกได้ที่ต่างแดนหรือไม่ และวิธีการปลูกของเขาทำอย่างไร เหมือนกับเกษตรในเมืองของเราหรือไม่ คุณสารนี สละ หรือ พี่ตุ๊ก เป็นสาวแกร่งแห่งเมืองระยอง ตอนอายุ 28 ปีในปี ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540) คิดฝันอยากไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เยอรมนี จึงเดินทางมาเยอรมนีกับเพื่อนของแม่ เพื่อหางานทำ จนกระทั่งเดินทางมาถึง ก็รู้ว่าการทำงานในเยอรมนียากมากเพราะได้วีซ่าเข้าเยอรมนีเป็นประเภทท่องเที่ยว นายจ้างก็จะไม่รับทำงานเนื่องจากบทลงโทษทางกฎหมายค่อนข้างรุนแรง ตอนนั้นได้มีโอกาสพบกับหนุ่มใหญ่ชาวเยอรมัน ชื่อ คุณฟรันซ์ ซาฮา อายุ 48 ปี เป็นหนุ่มโสด ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของโรงงานทำเครื่องทำน้ำร้อนแห่งหนึ่งในเมืองวินเดิ้นแบก ซึ่งประทับใจชาวเอเชียโดยเฉพาะคนไทย ตอนนั้นคุณฟรั้นซ์คิดจะมีครอบครัวเนื่องจากได้รับมรดกบ้านหลังหนึ่งของคุณปู่ และได้ทำการตกแต่งปรับปรุงใหม่ และคุณฟรั้นซ์ได้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง
เกษตรกรหลายรายต้องทิ้งผักจำนวนมาก เพราะผักที่รูปร่างไม่สวยหรือไม่ตรงตามมาตรฐานของผู้รับซื้อ มักขายไม่ได้และจบลงด้วยการถูกทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ ปัญหาขยะอาหารเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกประเทศกำลังร่วมมือกันแก้ไข โดยเน้นการนำเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ เพื่อจัดการและลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร (Food Loss and Food Waste) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ รวมถึงมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ร่วมผลักดันในเรื่องนี้ด้วย ผศ.ดร.ชวิศ เกตุแก้ว รองคณบดีฝ่ายกลยุทธ์ วิจัย และต่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และผู้อำนวยการโครงการ “Ugly Veggies Thailand” เล่าถึงจุดเริ่มต้นของโครงการว่า วิทยาลัยนานาชาติได้เข้าไปสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรในอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น โดยเน้นการส่งเสริม Smart Farming ระหว่างการศึกษา พบว่าชุมชนมีปัญหา (Pain Point) จากการผลิตผักอินทรีย์ (Organic) ที่เมื่อคัดแยกตามมาตรฐานตลาดแล้ว ผักที่เหลือกว่า 30% มักถูกทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ “Ugly veggies” เป็นแพลตฟอร์มสำหรับเกษตรกรที่มีมาตรฐาน Organic Thailand ที่สามารถขายผักทั้งสวยและไม่สวยได้ผ่านช่องทางนี้ โ
ค้างไม้เลื้อย เป็นไอเดียในการปลูกผักจำพวกไม้เลื้อย ไม่ว่าจะเป็น แตง บวบ มะระ มะเขือเทศ ถั่วพู ถั่วฝักยาว จำเป็นต้องมีค้างเพราะเป็นเสาหลักสำหรับให้ไม้เลื้อยหรือไม้เถายึดเกาะ เพื่อให้ลำต้นไม้เหล่านั้นได้เกาะเลื้อยเติบโตขึ้นมา จะนิยมใช้กับการปลูกพืชสวนครัว ใครที่กำลังมีแพลนแต่ไม่รู้จะเลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับผักที่ปลูก นอกจากจะใช้ปลูกผักแล้ว ยังทำให้ได้สวนสวยๆ ประดับตกแต่งบ้านอีกด้วย แถมยังมีผักไว้รับประทานเอง ปลอดภัยแน่นอน วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านรวม 10 ไอเดีย เพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับตกแต่งสวนหลังบ้าน ค้างไม้เลื้อย เลือกให้เหมาะกับผักที่จะปลูก ค้าง คือ เสาหลักสำหรับให้ไม้เลื้อยหรือไม้เถายึดเกาะ นิยมใช้ในการปลูกผักสวนครัว ซึ่งนอกจากจะใช้ปลูกผักแล้ว ค้างไม้เลื้อยยังนับว่าเป็นของตกแต่งที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้กับสวนอีกอย่างหนึ่งด้วย อุปกรณ์ในการทำ “ค้างไม้เลื้อย” มีนิดเดียวเท่านั้น สิ่งต้องใช้มีเพียงแค่ ไม้ขนาดยาว เช่น ไม้ไผ่ เชือก เมล็ดพันธุ์ ซึ่งเราสามารถใช้เมล็ดอะไรก็ได้ที่เป็นพืชไม้เลื้อย ไม่ว่าจะเป็นผักหรือดอกไม้ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปดูว่าค้างไม้เลื้อย มีรูปแบบต่างๆ มากมาย ขึ้
ในวงการเกษตร การเลือกใช้ปุ๋ยและสารบำรุงที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผลผลิตออกมาอย่างมีคุณภาพ หนึ่งในวิธีการที่ได้รับความนิยมในขณะนี้คือการใช้น้ำหมักชีวภาพ โดยเฉพาะน้ำหมักสูตรผีบอก ซึ่งมีส่วนช่วยในการเร่งความหวานและบำรุงให้ต้นไม้เติบโตเร็ว จากบทความ “อดีตเชฟชูทางเลือกใหม่ ปลูก ‘ผักขี้เหร่’ พลิกโอกาสเกษตรอินทรีย์ สร้างคุณค่าเทียบชั้นพรีเมียม” เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณแพทตี้-ปิตุพร ภูโชคศิริ เจ้าของ Hug Hed Farm ซึ่งแชร์เคล็ดลับที่ทำให้ผักของฟาร์มคุณแพทเจริญเติบโตได้ดีและมีสีสันสวยงาม โดยส่วนสำคัญมาจากการใช้น้ำหมักสูตรผีบอกนั่นเอง คุณแพทเล่าว่า “สูตรนี้มาจากอาจารย์ศุภชัย อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการปรุงดิน และการทำน้ำหมักต่างๆ ซึ่งน้ำหมักผีบอกนี้ ก็ได้ความรู้มาละนำสูตรที่ได้มาปรับสูตรเล็กน้อย เรียกได้ว่าพืชทุกชนิดของที่ฟาร์มล้วนใช้สูตรนี้ในการบำรุง วัตถุดิบ “น้ำหมักสูตรผีบอก” ถั่วเหลืองผ่าซีก 3 กิโลกรัม น้ำหมัก EM 3 ลิตร กากน้ำตาล 3 ลิตร น้ำเปล่า 50 ลิตร สับปะรด 3 กิโลกรัม ถัง ขั้นตอนการทำ เริ่มต้นด้วยการนำถั่วเหลืองผ่าซีก แช่น้ำทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้
มะพร้าวกะทิ เกิดจากการกลายพันธุ์ เนื้อผลมีเนื้อนุ่มหนา น้ำข้นเหนียวเป็นวุ้น หากกินในช่วงที่พอเหมาะจะรสชาติดี เดิมทีมีความเข้าใจว่า กินมะพร้าวกะทิเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ปัจจุบัน พิสูจน์แล้ว ไม่มีผลแต่อย่างใด หากพบว่า มะพร้าวต้นไหนเป็นกะทิ มักจะพบในระยะต่อมา มะพร้าวต้นหนึ่งมี 12 ทะลายต่อปี อาจจะพบกะทิในทะลายที่ 2 ทะลายที่ 5 แต่ละทะลายอาจจะพบ 1-2 ผล ในทางวิชาการ ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร วิจัยให้ได้มะพร้าวกะทิ 18-20 เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่าง หากปลูกพันธุ์กะทิของศูนย์วิจัยฯ ลงดินไป เมื่อให้ผลผลิต 100 ผลต่อต้นต่อปี จะมีกะทิ 18-20 ผล ในทางปฏิบัติ เกษตรกรจะขายผลแห้ง 80 ผล เป็นมะพร้าวขูดน้ำกะทิ (มะพร้าวแกง) ผลละ 7 บาท เป็นเงิน 560 บาท ส่วนผลกะทิ ขายผลละ 40 บาท เป็นเงิน 800 บาท ดังนั้น เกษตรกรจะมีรายได้ 1,360 บาทต่อต้นต่อปี ในสภาพความเป็นจริง ผลผลิตอาจจะน้อยกว่า 100 ผล หรือมากกว่า 100 ผลต่อต้นต่อปี ก็ได้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประสงค์ ทองยงค์ ปลูกมะพร้าวอยู่อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี พื้นที่ 100 ไร่ เป็นมะพร้าวน้ำหอม รบ.1, รบ. 2, รบ.3 อย่างอื่นมีมะแพร้ว, มะพร้าวพันธุ์กะทิ จากศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร และมะพร้าว
คู่รักเลี้ยง ‘นกกระทา’ เปิดเพลงเพื่อชีวิตให้ฟัง ทำนกอารมณ์ดี ไข่ดก เก็บไข่นกกระทาได้วันละ 1,500-1,600 ลูก รายได้มากกว่าทำสวนยางหลายเท่า บ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 5 ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของ นายโกมล และ นางดรุณี ไชยบุตร สองสามีภรรยาที่ยึดอาชีพทำสวนยางพาราและเลี้ยงนกกระทาเป็นรายได้เสริมมานานถึง 23 ปีแล้ว ซึ่งปีนี้มีนกกระทาพร้อมขายอยู่เกือบ 3,000 ตัว และเก็บไข่นกกระทาได้วันละ 1,500-1,600 ลูก ขาย 100 ลูกราคา 110 บาท หรือตกลูกละ 1.10 บาท ทำลูกค้าสั่งซื้อจนมีไม่พอขาย หลังราคาไข่ไก่พุ่งสูงขึ้นอีกรอบ ซึ่งไข่นกกระทาของที่นี่ มีลูกใหญ่ ไข่ดก เพราะเป็นไข่ที่ได้จากนกอารมณ์ดี ซึ่งเจ้าของฟาร์มมีเทคนิคคือการเปิดเพลงให้นกฟังทุกวัน วันละ 4 ชั่วโมงในช่วงเช้า โดยเฉพาะเพลงเพื่อชีวิต เชื่อว่าจะทำให้นกเพลิดเพลิน กินอาหารได้ดี โตเร็ว และไข่ลูกใหญ่ทุกวัน ทำให้ลูกค้าติดใจสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เจ้าของฟาร์มสองสามีภรรยา ยังเพาะลูกนกกระทาเพื่อเลี้ยงในฟาร์มของตัวเอง แล้วยังแบ่งขายให้กับเกษตรกรที่สนใจ โดยลูกนกกระทาอายุ 1 วัน ขายตัวละ 5 บาท อายุ 10 วันตัวละ 7-8 บาท อายุ 15 วันตัวละ 12
การขยายพันธุ์พืช เป็นการเพิ่มปริมาณต้นพืชจากต้นที่มีอยู่ด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้พืชดํารงสายพันธุ์นั้นไว้ไม่ให้สูญพันธุ์ และรักษาลักษณะประจําพันธุ์ที่มีอยู่ในพืชนั้นๆ ให้คงอยู่หากลักษณะประจําพันธุ์ของพืชนั้นๆ หายไปแสดงว่าการขยายพันธุ์พืชไม่ประสบผลสําเร็จ ดังนั้นการขยายพันธุ์พืชจึงเป็นสิ่งจําเป็น และเป็นปัจจัยสําคัญในการพัฒนางานด้านการเกษตร โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทจะมีวิธีการและเทคนิคที่แตกต่างกันตามแต่ละชนิดของพืชและวัตถุประสงค์ ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง ก่อนอื่นจะพาทุกคนมาทำความรู้จัก “วิธีการขยายพันธุ์พืช” จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน ประเภทที่ 1 การขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศ คือ การขยายพันธุ์พืชเพื่อให้ได้ต้นพืชที่เกิดขึ้นใหม่โดยวิธีการเพาะเมล็ด ประเภทที่ 2 การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ คือ การขยายพันธุ์พืชที่ให้ได้ต้นพืชใหม่จากส่วนของต้นพืชพันธุ์ที่ดี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการขยายพันธุ์ได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น การอาศัยรากจากต้นอื่น จะเป็นการขยายพันธุ์แบบตอนกิ่ง , ปักชำ , การแบ่งและแยกส่วน และการอาศัยรากจากต้นตัวเอง จะเป็นการขยายพันธุ์แบบทาบกิ่ง , ติดตา และ
พญาลืมแกง ข้าวพันธุ์ดั้งเดิมของไทย เป็นข้าวพื้นถิ่นในแถบชายแดนอีสานใต้ จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ ลักษณะตามสายพันธุ์ เป็นข้าวใช้น้ำน้อย ทนแล้ง ไม่มีโรค พญาลืมแกง ที่มาของชื่อ เกิดจากรสชาติความอร่อย ออกรสหวานมัน อร่อยเสียจนเผลอกินแต่ข้าวเปล่า ลืมกินแกงไปเลย พญาลืมแกงเป็นพันธุ์ข้าวเหนียว ลักษณะเป็นข้าวไวต่อช่วงแสง ต้นสูงประมาณ 150 เซนติเมตร ต้นอ่อน ล้มง่าย แตกกอน้อย เมล็ดแบน นิยมปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่นาลุ่มมักมีน้ำขัง สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ข้าวชนิดนี้ ขึ้นชื่อในเรื่องความหอมนุ่ม อร่อยมาก จึงเป็นที่นิยมบริโภคในพื้นที่ภาคอีสาน พันธุ์ข้าวเหนียว พญาลืมแกง หากปลูกโดยปกติโรงสีไม่รับซื้อ กลายเป็นจุดอ่อนของเกษตรกรที่เกรงว่าปลูกแล้วจะขายไม่ได้ แต่เกษตรกรผู้ปลูกได้นำมาเป็นจุดแข็ง ไม่มีเกษตรกรรายใดปลูก ทำให้สามารถขายในราคาสูงกว่าข้าวทั่วไปได้ และปัจจุบันมีลูกค้าสั่งออร์เดอร์ข้ามปี เพราะ “ข้าวพญาลืมแกง” มีรสชาติอร่อย ข้าวพญาลืมแกงเป็น “ข้าวเหนียว” ที่มีลักษณะคล้ายข้าวญี่ปุ่น ทั้งความนุ่มเหนียว และมีรสชาติอร่อย สามารถหุงได้แบบข้าวสวย เดิมทีโรงสีไม่รั
