“ สาริกาฟาร์ม 4 ” จังหวัดฉะเชิงเทรา นับเป็นต้นแบบของการเลี้ยงกุ้งบ่อเล็ก ขนาด 1 ไร่ (1,600 ตรม.) ที่มีแนวทางลดต้นทุน เพิ่มผลกำไร โดยการลด ละ เลิกใช้สารเคมี และยาปฏิชีวนะ เลือกใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ของกรมประมงภายในฟาร์ม ทำให้สัตว์น้ำแข็งแรง อัตราการรอดสูง ทนต่อความเครียดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ดีแล้ว ยังพบสารอินทรีย์ตกค้างในพื้นบ่อเพาะเลี้ยงน้อยลงกว่าเดิม ทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น สามารถเพาะเลี้ยงกุ้งโดยไม่มีการถ่ายน้ำ ทำให้ต้นทุนต่ำ มีผลกำไรมากขึ้น เฉลี่ยพื้นที่ 1 ไร่ กำไร1ล้าน
ทำฟาร์มผลิตกุ้งคุณภาพดี
ทั้งใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม
คุณชาลี จิตรประสงค์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งฉะเชิงเทรา เจ้าของกิจการสาริกาฟาร์ม4 สะสมประสบการณ์ในการเพาะเลี้ยงกุ้ง มากว่า 30 ปี เขามุ่งมั่นที่จะผลิตกุ้งคุณภาพดี สด สะอาด ปลอดภัยไร้สารตกค้าง จำหน่ายภายในประเทศและส่งออก ขณะเดียวกันก็ใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ ยกระดับบริหารจัดการฟาร์มอย่างเป็นระบบจนได้รับมาตรฐาน Aquaculture Stewardship Council (ASC) ซึ่งเป็นมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ของสหภาพยุโรป
ปัจจุบันสาริกาฟาร์ม 4 ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 75/4 หมู่ 3 บ้านคลองบางกุ้ง ตำบลคลองจุกกระเฌอ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา มีพื้นที่ทั้งหมด 27.3 ไร่ มีบ่อเลี้ยง 6 บ่อคิดเป็นพื้นที่ผลิต รวม 7 ไร่ ใช้เวลาเลี้ยงเฉลี่ย 4 เดือน ต่อรอบ ปีละ3รอบ มีอัตราผลผลิต 150 ตันต่อปี

การปรับปรุงคุณภาพน้ำภายในฟาร์ม
สาริกาฟาร์ม 4 ใช้ระบบน้ำหมุนเวียนภายในทั้งหมด มีการสูบน้ำเพื่อทดแทน ถ้าสูญเสียจากการระเหยเป็นหลัก ฟาร์มสูบน้ำจาก คลองบางกระเจ้า เมื่อน้ำมีความเค็มมากกว่า 10 ส่วนในพันส่วน ประมาณเดือนมีนาคม – เมษายน ของทุกปี ทางฟาร์มจะซื้อน้ำเค็มจัดจากนาเกลือมาเติมเพื่อปรับระดับความเค็มในกรณีที่ความเค็มของน้ำในบ่อเลี้ยงต่ำกว่าค่าที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงกุ้ง ซึ่งปริมาณน้ำเค็มที่ซื้อขึ้นอยู่กับค่าความเค็มในช่วงที่พบปัญหาน้ำจืด
ฟาร์มปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยการตกตะกอน การกรอง และบำบัดทางชีวภาพผ่านห่วงโซ่อาหาร เมื่อสูบน้ำเข้าฟาร์ม น้ำจะถูกปล่อยให้ไหลจากบ่อพักน้ำ บ่อหนึ่งไปอีกยังอีกบ่อหนึ่งเพื่อให้น้ำตกตะกอน ฟาร์มอาจเติมด่างทับทิมเมื่อสูบน้ำใหม่เข้าฟาร์ม น้ำใสจากบ่อเลี้ยง (น้ำหลังการเลี้ยง) จะถูกสูบกลับเข้าบ่อพักน้ำเช่นกัน ในบ่อพักน้ำเหล่านี้มีปลากินพืชและปลากินเนื้อจึงเกิดการย่อยสลายและกำจัดพาหะด้วยกระบวนการทางชีวภาพ น้ำจากบ่อพักน้ำ จะถูกสูบเข้าบ่อน้ำพร้อมใช้เพื่อเตรียมน้ำสำหรับการเลี้ยงและใช้เติมบ่อเลี้ยงตลอดการเลี้ยง โดยกรองผ่านถุงกรองและผ้ากรองใยฟู ฆ่าเชื้อด้วยด่างทับทิม ตรวจเชื้อวิบริโอแล้วจึงสูบน้ำเข้าบ่อเลี้ยง
ในบ่อเลี้ยง ฟาร์มจะเติมจุลินทรีย์ ทำสีน้ำเพื่อตรวจคุณภาพน้ำและเชื้อก่อโรคให้เป็นไปตามค่าที่เหมาะสมในการเลี้ยงกุ้งแล้วจึงปล่อยลูกกุ้งลงบ่อ ระหว่างเลี้ยงจะมีการเติมจุลินทรีย์ เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำตลอดการเลี้ยง ฟาร์มไม่ใช้สารเคมีหรือยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ต้องห้ามตามข้อกำหนดสากลในการปรับปรุงคุณภาพน้ำ

บ่อเลี้ยง
บ่อเลี้ยงกุ้ง เป็นบ่อดินขนาด 1-1.5 ไร่ ปูพีอีแนวสโลปเฉพาะข้างบ่อ พื้นบ่อเป็นหินอัดแน่น และมีหลุมดูดของเสียกลางบ่อ เทด้วยคอนกรีต รอบบ่อล้อมรั้วด้วยแสลมสีเขียว เพื่อป้องกันสัตว์พาหะนำโรค และขึงตาข่ายกันนก
คุณภาพน้ำเพื่อการเลี้ยง
คุณภาพน้ำ คือ ปัจจัยที่สำคัญในการเลี้ยงกุ้ง ฟาร์มเน้นการรักษาคุณภาพน้ำให้มีคุณภาพดีตลอดการเลี้ยง เพื่อให้กุ้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและ มีสุขภาพที่ดี ฟาร์มเตรียมน้ำให้เหมาะสมกับกุ้งก่อนปล่อยลูกกุ้งลงบ่อ เปิดเครื่องตีอากาศเพื่อเพิ่มออกซิเจนเพื่อควบคุมคุณภาพของน้ำพร้อมตรวจสอบคุณภาพน้ำ ในบ่อเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอตลอดการเลี้ยง โดยใช้ชุดตรวจอย่างง่าย(Test kit) และส่งตรวจให้กับหน่วยบริการของผู้จำหน่ายอาหารสัตว์น้ำ ผลตรวจวัดคุณภาพน้ำแต่ละบ่อเลี้ยงจะถูกบันทึกไว้ในสมุดการเลี้ยงประจำบ่อ คุณภาพน้ำที่เหมาะสมในการเลี้ยงและการตรวจติดตามคุณภาพน้ำแต่ละบ่อเลี้ยงจะถูกบันทึกไว้ในสมุดการเลี้ยงประจำบ่อ

การบำบัดน้ำหลังการเลี้ยง
สาริกาฟาร์ม 4 เลี้ยงกุ้งในระบบปิดไม่มีการระบายน้ำออกนอกฟาร์ม หลังจากเสร็จสิ้นการเลี้ยงในแต่ละรอบ ฟาร์มจะสูบน้ำลงบ่อพักน้ำ เพื่อบำบัดน้ำและผันน้ำกลับมาใช้เพื่อการเลี้ยงในรอบต่อไป การหมุนเวียนน้ำ อาจทำให้ภายในฟาร์มมีความเค็มลดลงและอาจลดลงต่ำกว่าค่ามาตราฐานสำหรับการเลี้ยงในรอบต่อไป หากฝนตก ฟาร์มจึงอาจซื้อน้ำเค็มจัดจากนาเกลือมาเติมบ่อเลี้ยงเพื่อปรับค่าความเค็มให้ได้ตามค่าที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงในรอบต่อไป
การจัดการตะกอนเลน
สาริกาฟาร์ม จัดการตะกอนเลนที่เกิดจากการเลี้ยง โดยรวบรวมตะกอนเลนแล้วส่งไปบ่อพักเลนตะกอนเลนขนาดใหญ่ และขุดลอกขึ้นตากแห้ง นำไปทำเป็นปุ๋ยหรือถมที่

การจัดการ “ กุ้ง ”
สาริกาฟาร์ม เลือกใช้ลูกกุ้งขนาด PL9 จากโรงเพาะฟักภายในประเทศที่มีมาตรฐาน ลูกกุ้งเหล่านี้เป็นกุ้งปลอดเชื้อก่อโรค (SPF) ที่มีใบรับรองการตรวจสอบคุณภาพจาก โรงเพาะฟักว่าปลอดเชื้อก่อโรคต่างๆ เช่น เชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาว (WSSV) เชื้อไวรัสทอร่า (TSV) เชื้อไวรัสหัวเหลือง (YHV) เชื้อไวรัส แคระแกร็น (IHHNV) เชื้อไวรัสไอเอ็มเอ็น (IMNV) เป็นต้น ฟาร์มจะรับลูกกุ้งเข้าฟาร์มเมื่อเตรียมบ่อเลี้ยงเรียบร้อยแล้วก่อนปล่อยลูกกุ้งลงบ่อเลี้ยง ฟาร์มจะทดสอบความแข็งแรงของลูกกุ้งก่อนเสมออัตราการปล่อย เฉลี่ย 200,000-300,000 ตัว/ไร่
การจัดการสุขภาพกุ้งระหว่างเลี้ยง
ฟาร์มติดตามคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงเป็นประจำ ได้แก่ ออกซิเจนละลายน้ำ พีเอช อุณหภูมิ ความเค็ม ส่วนค่าแอมโมเนียไนไตรท์ ความเป็นด่างความขุ่น และแบคทีเรียวิบริโอ ตรวจสัปดาห์ละ1ครั้ง พร้อมประเมินสุขภาพกุ้งทุกวันด้วยการสังเกตพฤติกรรมของกุ้ง คนเลี้ยงประจำบ่อจะสังเกตพฤติกรรมของกุ้งทุกวันตลอดระยะเวลาการเลี้ยง เช่น การกินอาหาร ลักษณะการว่ายน้ำ รูปร่างและลักษณะภายนอก การเกาะขอบบ่อ จำนวนกุ้งตาย ทั้งหมดจะถูกบันทึกในสมุดการเลี้ยงประจำบ่อ ฟาร์มเก็บตัวอย่างกุ้งจากบ่อเลี้ยงเพื่อวัดไซส์ว่าเหมาะสมตามอายุและปริมาณอาหาร รวมถึงตรวจความสมบูรณ์ของตับ สาริกาฟาร์ม 4 จะเติมจุลินทรีย์ ในบ่อเลี้ยงเป็นประจำซึ่งมีผลดีต่อสุขภาพกุ้งและยังช่วยบำบัดน้ำในบ่อระหว่างเลี้ยงด้วย

การป้องกันโรคกุ้งและการจัดการเมื่อเกิดโรค
สาริกาฟาร์ม 4 มีการจัดระบบความปลอดภัยชีวภาพเพื่อป้องกันการนำเข้าและส่งออกเชื้อก่อโรคจากฟาร์ม ดังนี้
1)ฟาร์มเลือกใช้ลูกกุ้งปลอดเชื้อ(SPF) ที่ได้รับการตรวจและรับรองว่าปลอดเชื้อก่อโรคในกุ้งจากโรงเพาะฟัก
2) ฟาร์มหมุนเวียนน้ำใช้ทั้งหมด100% ลดโอกาสการนำเข้าเชื้อก่อโรคที่มากับน้ำ
3) มีการตรวจคุณภาพน้ำและตรวจเชื้อก่อโรคก่อนปล่อยลูกกุ้งลงบ่อเลี้ยงและตรวจสอบต่อเนื่องตลอดการเลี้ยง
4) อุปกรณ์การเลี้ยงและการจับกุ้งจะใช้อุปกรณ์เฉพาะของฟาร์ม ไม่ใช้อุปกรณ์จากภายนอก
5) ทำรั้วรอบบ่อเลี้ยงมีจุดเข้า-ออกชัดเจน
6) ก่อนเข้าพื้นที่บ่อเลี้ยงมีจุดฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อ
7) ฟาร์มไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าบริเวณพื้นที่บ่อเลี้ยง

หากเกิดโรค สาริกาฟาร์ม 4 มีวิธีการจัดการ ดังนี้
1) จะกักน้ำในบ่อที่ตรวจพบการติดเชื้อทันที
2) การรักษาโรคกุ้งในฟาร์มเป็นไปตามการวินิจฉัยโรค
3) ฟาร์มมีนโยบายไม่ใช้ยาปฏิชีวนะและยาสัตว์ที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทยรวมถึงยาในรายการยาต้านจุลชีพที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมนุษย์ขององค์การอนามัยโลกทั้งสิ้น
4) สาริกาฟาร์ม 4 ในกรณีที่เกิดโรครุนแรง จะแจ้งให้ทางศูนย์ทะเลชายฝั่งรับทราบการเกิดโรค
5) หากเกิดในกุ้งเล็ก ฟาร์มจะปิดบ่อฆ่ากุ้งและฆ่าเชื้อทั้งหมดด้วยคลอรีนเข้มข้น 35 พีพีเอ็ม ทิ้งไว้นาน 7-14 วัน เมื่อตรวจไม่พบเชื้อแล้วจึงระบายน้ำทั้งหมดลงบ่อพักน้ำเพื่อบำบัดตามขั้นตอน ปกติต่อไป
6) หากเกิดโรคในกุ้งใหญ่ ฟาร์มจะจับกุ้งทันที โดยน้ำที่ปนเปื้อนจะถูกสูบไปพักในบ่อพักและกักในไว้บ่อเลี้ยงทั้งหมดเติมคลอรีนเข้มข้น 35 พีพีเอ็ม แล้วปิดบ่อ14วัน เมื่อตรวจไม่พบเชื้อแล้วจึงระบายน้ำทั้งหมดลงบ่อพักน้ำเพื่อบำบัดตามขั้นตอนปกติต่อไป ส่วนซากกุ้งที่ปนเปื้อนเชื้อก่อโรคจะถูกฝังทำลายตามวิธีการทำลายสัตว์ที่เป็นโรคระบาดหรือซากสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคระบาดของกรมปศุสัตว์ อุปกรณ์ที่ใช้ประจำบ่อจะถูกแช่ล้างทำความสะอาดด้วยคลอรีนเข้มข้น 35 พีพีเอ็ม

กล่าวได้ว่า สาริกาฟาร์ม4 นับเป็นแบบอย่างมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเกษตรกรรายอื่นให้มีความมุ่งมั่นในการประกอบอาชีพ ให้มีความเข้มแข็งและเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน กรมประมง จึงยกย่องเชิดชูเกียรติ คุณชาลี จิตรประสงค์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งฉะเชิงเทรา เจ้าของกิจการสาริกาฟาร์ม4 ในฐานะเกษตรกรดีเด่นระดับประเทศ รางวัลชนะเลิศอันดับ1 สาขาอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อยประจำปี 2567
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบข่าว จากกรมประมง และ สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย
