27 มีนาคม 2568 สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพสัมพันธ์ จัดสัมมนาวิชาการ “พืชแก้ไข/ปรับแต่งยีน/จีโนม ที่ใกล้จะนำไปใช้ประโยชน์และการกำกับดูแล” สร้างการตระหนักรู้สู่สาธารณะชน โดยมีนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญร่วมเป็นวิทยากร ประกอบด้วย ผศ.ดร.ธัญญ์วนิช ธัญสิริวรรธน์ จากม.เกษตร วิทยาเขตสกลนคร , ดร.ปิยนุช ศรชัย สทช.กรมวิชาการเกษตร , ผศ.ดร.อนงค์ภัทร สุทธางคกูล ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน , ดร.พงศกร สรรค์วิทยากุล สทช.กรมวิชาการเกษตร , ดร.ยี่โถ ทัพภะทัต ศูนย์พันธุวิศกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ และ ดร.ปิยรัตน์ ธรรมกิจวัฒน์ ผอ.สทช.กรมวิชาการเกษตร ดำเนินรายการโดยทนายวิชา ธิติประเสริฐ อดีต ผอ.สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร โดยมี ดร.นิพนธ์ เอี่ยมสุภาษิต นายกสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพสัมพันธ์ กล่าวเปิดงาน ณ โรงแรมมารวย การ์เด้น กรุงเทพฯ

ดร.นิพนธ์ เอี่ยมสุภาษิต นายกสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพสัมพันธ์ เปิดเผยว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการแก้ไข/ปรับแต่งยีน/จีโนม ซึ่งเป็นเทคนิคที่เหนี่ยวนำการกลายพันธุ์ในสิ่งมีชีวิต ไม่มีการถ่ายฝากสารพันธุกรรมจากสิ่งมีชีวิตอื่น มีความปลอดภัยและความแม่นยำสูง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความเข้าใจ เพื่อให้เกิดการยอมรับและนำไปสู่การใช้ประโยชน์จากพืชแก้ไข/ปรับแต่งยีน/จีโนม ซึ่งการจัดสัมมนาทางวิชาการในวันนี้ เป็นการจัดครั้งแรกของปี พ.ศ. 2568 สมาคมได้ใช้หัวข้อว่า “พืชแก้ไข/ปรับแต่งยีน/จีโนม ที่ใกล้จะนำไปใช้ประโยชน์และการกำกับดูแล” โดยมีเป้าประสงค์เพื่อต้องการสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจของสาธารณะชนเกี่ยวกับเทคโนโลยีการแก้ไข/ปรับแต่งยีน/จีโนมและประโยชน์ที่จะได้รับ โดยการเผยแพร่ผลการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชด้วยเทคนิคการแก้ไข/ปรับแต่งยีน/จีโนม ที่ใกล้จะนำมาใช้ประโยชน์ และรวมทั้ง การขอรับรองสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีปรับแต่งจีโนมเพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร พ.ศ. 2567 ซึ่งจะเป็นเครื่องมือยืนยันให้สาธารณะชนได้รับทราบว่า พืชดังกล่าวไม่ใช่พืชดัดแปลงพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอ

สำหรับ ผลงานวิจัยโดยสรุปที่นำมาเผยแพร่ในครั้งนี้ประกอบด้วย
1.พันธุ์ฟ้าทะลายโจรที่มีสารแอนโดกราโฟไลด์สูงพัฒนาโดยผศ.ดร. อนงค์ภัทร สุทธางคกูลและคณะจากภาควิชาพันธุศาสตร์คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
2.พันธุ์มะเขือเทศต้านทานโรคเหี่ยวเหลืองพัฒนาโดยผศ. ดร.ธัญญ์วนิช ธัญสิริวรรธน์และคณะจากภาควิชาเกษตรและทรัพยากรคณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสกลนคร
3.พันธุ์มะละกอที่ต้านทานไวรัสจุดวงแหวนพัฒนาโดยดร.ปิยนุช ศรชัยและคณะนักวิชาการเกษตรชำนาญการสำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพกรมวิชาการเกษตร

4.พันธุ์สับปะรดที่ป้องกันอาการไส้สีน้ำตาลพัฒนาโดยดร.พงศกร สรรค์วิทยากุลและคณะ สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพกรมวิชาการเกษตร
5.การเปลี่ยนสีดอกพิทูเนียพัฒนาโดยดร. ยี่โถ ทัพภะทัตและคณะ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
6.การขอรับรองสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีปรับแต่งจีโนมเพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตรพ.ศ. 2567 โดยดร.ปิยรัตน์ ธรรมกิจวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพกรมวิชาการเกษตร

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ทางสมาคมได้ทำการประชาสัมพันธ์ เรื่อง “การปรับแต่งจีโนมพืชเพื่อรับมือกับสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง” เมื่อวันศุกร์ที่15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ซึ่งได้สรุปให้เห็นว่าการผลิตพืชในปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง และมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาพันธุ์พืชเพื่อสู้กับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงดังกล่าว พร้อมทั้งแนะนำให้รู้จักเทคโนโลยีการแก้ไข/ปรับแต่งยีน/จีโนม ซึ่งจัดเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการชะลอและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่มีต่อการผลผลิตพืช และยังเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การปรับปรุงพันธุ์พืชทำได้รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ มากกว่าวิธีการปรับปรุงพันธุ์ตามปกติ
“เทคโนโลยีปรับแต่งจีโนม มีศักยภาพในการพัฒนาพันธุ์พืช เพื่อให้มีลักษณะตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ลักษณะต้านทานโรคพืช ได้แก่ โรคเหี่ยวเหลืองในมะเขือเทศ และโรคจุดวงแหวนในมะละกอ ลักษณะทางคุณภาพ ได้แก่ สับปะรดที่ป้องกันอาการไส้สีน้ำตาล ลักษณะองค์ประกอบของสารสำคัญ ได้แก่ ฟ้าทะลายโจรที่มีกลุ่มสารแอนโดกราโฟไลด์สูง และลักษณะสีดอกของต้นพิทูเนีย โดยพืชที่ผ่านการปรับแต่งจีโนมสามารถ “ขอรับรองสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม เพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร จากกรมวิชาการเกษตร” เพื่อรับรองว่า “ไม่เป็นพืชดัดแปลงพันธุกรรม หรือ จีเอ็มโอ มีความปลอดภัยสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” และสำหรับการขับเคลื่อนในเรื่องนี้ จะต้องดำเนินการร่วมกันทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ พี่น้องเกษตรกร เพื่อนำพาภาคเกษตรไทยสู่ “ศูนย์กลางการเกษตรและอาหารของโลก” ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตความกินดี อยู่ดี ของเกษตรกรไทย ภายใต้ หลักการ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ที่เป็นนโยบายที่สำคัญของ รมว.เกษตรด้วย”นายกสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพสัมพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย

