นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) พัฒนาพอลิเมอร์ดูดซับน้ำสูงจากแป้งมันสำปะหลัง สามารถผสมกับดินเพื่อเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำ เหมาะสำหรับพื้นที่แห้งแล้ง และช่วยลดความถี่ในการรดน้ำ เมื่อนำไปทดลองกับพืชไร่ พบว่าช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตได้ดี
ในยุคที่ภัยแล้งกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว การทำเกษตรโดยใช้น้ำน้อยแต่ได้ผลผลิตดี จึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่เกษตรกรไทยต้องเผชิญ หนึ่งในนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหานี้ได้อย่างดีคือ “สารอุ้มน้ำโพลิเมอร์” (Super Absorbent Polymer หรือ SAP) ซึ่งเป็นวัสดุช่วยเก็บกักความชื้นในดิน ช่วยให้พืชยังคงได้รับน้ำอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่ได้รดน้ำบ่อย

สารโพลิเมอร์ คือ โปแตสเซียม โพลีอคลีเลท เมื่อนำไปผสมกับน้ำ จะบวมเป็นเจลใสคล้ายวุ้น เหมาะสำหรับนำมาใช้กับการปลูกต้นไม้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังปลอดสารพิษ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ไม่มีสารพิษตกค้างเนื่องจากผลิตจากธรรมชาติ คือมันสำปะหลัง มีคุณสมบัติสามารถดูดซับและปล่อยน้ำซ้ำได้ เพิ่มความสามารถในการกักเก็บอาหารในดิน ช่วยกักเก็บน้ำและความชื้นของดินได้ดี สามารถดูดน้ำได้ 200 – 400 เท่า สารโพลิเมอร์ทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำขนาดเล็ก มีความสามารถดูดซับน้ำ และปล่อยกลับไปที่ระบบรากพืชอยู่ในดินได้2-3 ปี
วิธีการใช้สารอุ้มน้ำโพลิเมอร์อย่างถูกต้อง
การใช้สารอุ้มน้ำให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นต้องคำนึงถึงประเภทของพืช ลักษณะของดิน และวิธีการวางสารให้ใกล้ระบบราก โดยสามารถดำเนินการได้ดังนี้:
1. การผสมกับดินปลูก
- เหมาะสำหรับการปลูกในกระถาง แปลงผัก หรือเพาะกล้า
- อัตราแนะนำ: 1–2 กรัม ต่อดิน 1 กิโลกรัม หรือ 5 กรัม/ต้น สำหรับไม้ประดับ
2. การฝังในหลุมปลูก
- สำหรับไม้ผลหรือไม้ยืนต้น ให้ขุดหลุมบริเวณใกล้โคนต้น ลึกประมาณ 20–30 เซนติเมตร
- ผสมสารอุ้มน้ำแห้งกับดิน หรืออาจใช้น้ำผสมก่อนให้สารพองตัว แล้วใส่ลงหลุม
3. การใช้งานร่วมกับระบบน้ำหยด
- สามารถวางสารอุ้มน้ำไว้ใต้จุดหยดน้ำประมาณ 5–10 เซนติเมตร เพื่อให้สารพองตัวเมื่อระบบน้ำทำงาน และค่อยๆ ปล่อยน้ำให้ราก
4. ปริมาณการใช้เบื้องต้น (กรมวิชาการเกษตรแนะนำ)
| ประเภทพืช | ปริมาณสาร SAP ต่อหลุม/ต้น |
|---|---|
| ไม้ผลเล็ก | 5–10 กรัม |
| ไม้ผลขนาดใหญ่ | 15–30 กรัม |
| พืชไร่/แปลงผัก | 1–3 กรัม/ต้น |
| ไม้กระถาง | 2–5 กรัม/กระถาง |
⚠️ ข้อควรระวัง: ไม่ควรใช้ในปริมาณมากเกินไป เพราะอาจทำให้ดินมีความชื้นเกิน ส่งผลให้รากพืชขาดอากาศ และเสี่ยงต่อโรครากเน่าได้
สารอุ้มน้ำโพลิเมอร์ส่วนใหญ่ที่ใช้ในเกษตรกรรมจะมีความปลอดภัยต่อพืชและสิ่งแวดล้อม หากเลือกใช้ชนิดที่ผ่านการรับรองว่าไม่มีสารตกค้าง เช่น polyacrylate ที่ไม่มีสารโมโนเมอร์ตกค้าง ทั้งนี้ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้ให้ข้อมูลว่า polyacrylamide มีความเสถียรสูง และการสลายตัวในดินเกิดขึ้นอย่างช้าๆ โดยไม่เป็นอันตรายต่อระบบนิเวศ
ประโยชน์ของสารอุ้มน้ำโพลิเมอร์ต่อพืช
- ช่วยเก็บรักษาความชื้นในดิน ทำให้ดินมีความชื้นเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืชในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น แม้ในสภาวะที่ไม่มีฝนหรือลดการรดน้ำ
- ลดความถี่ในการรดน้ำ ช่วยให้เกษตรกรสามารถประหยัดเวลา แรงงาน และต้นทุนในการใช้น้ำได้มาก
- ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช รากพืชได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ จึงไม่เกิดความเครียดจากการขาดน้ำ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาของระบบราก ใบ ดอก และผล
- เพิ่มอัตราการงอกของเมล็ด ความชื้นที่เหมาะสมจากสารอุ้มน้ำช่วยให้เมล็ดงอกได้ดีแม้ในพื้นที่ดินทรายหรือฤดูแล้ง
- ลดการชะล้างปุ๋ยและธาตุอาหาร โครงสร้างของสารโพลิเมอร์ช่วยลดการไหลของน้ำ ทำให้ปุ๋ยละลายช้าลงและอยู่ในบริเวณรากพืชได้นานขึ้น
“สารอุ้มน้ำโพลิเมอร์” เป็นเทคโนโลยีที่สามารถช่วยจัดการน้ำในดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งหรือแหล่งน้ำจำกัด การใช้งานอย่างถูกวิธีและในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยลดความถี่ในการให้น้ำ เพิ่มอัตราการรอดของพืช และลดต้นทุนด้านแรงงานและน้ำอย่างยั่งยืน
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมวิชาการเกษตร. (2563). สารอุ้มน้ำกับการเกษตร. https://www.doa.go.th , สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีเกษตร. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ , คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. (2564). รายงานวิจัยการใช้ SAP ในพื้นที่แห้งแล้ง
