เทคนิคเกษตร
แค่ชื่อก็แปลกแล้ว “ป่าช้าเหงา” ไม่ใช่ป่าแต่เป็นสมุนไพร ที่หลายๆ คนรู้จักในชื่อ “หนานเฉาเหว่ย” เป็นสมุนไพรที่มีถิ่นกำเนิดจากจีน พืชตระกูลเดียวกับฟ้าทลายโจร แต่ในไทยจะพบมากในโซนภาคเหนือ สรรพคุณกำลังเป็นที่เลื่องลือจะเริ่มออกดอกช่วงมิถุนายน และติดผลในเดือนเมษายน สามารถพบได้ในป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบ ที่มีความสูงไม่เกิน 600 เมตร ในตำรับยาพื้นบ้าน มีการนำลำต้นของต้นป่าช้าเหงามาใช้ต้มอาบสำหรับผู้หญิงที่กำลังอยู่ไฟ เชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่เป็นยาอายุวัฒนะ สมุนไพรชนิดนี้อุดมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบ ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย หมอพื้นบ้านแนะนำ ไม่ควรกินใบสดหนานเฉาเหว่ย หรือป่าช้าเหงา เกินวันละ 3 ใบ ขึ้นอยู่กับขนาดของใบด้วย หากใบใหญ่เท่าฝ่ามือ ก็ควรบริโภคเพียงใบเดียว เนื่องจากมีฤทธิ์แรง และผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดไม่สูงมากต้องระวัง หากกินแล้วมีโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ จนเกิดอาการหน้ามืด ใจสั่น ถ้าเป็นมากอาจช็อกได้ ✨สรรพคุณของต้นป่าช้าเหงา ส่วนใหญ่มาจาก 3 ส่วนสำคัญจาก ราก เปลือกไม้ และเนื้อไม้ ในแต่ละส่วนมีสรรพคุณเด่นดังนี้ 👉🏻ราก
ปลูกผักสวนครัวในกระสอบ ด้วย ปุ๋ยโบกาฉิ ต้นทุนต่ำ ไม่ต้องปรุงดินบ่อย ผักโตดี การปลูกพืชผักไว้กินเอง หรือปลูกเพื่อสร้างอาชีพ จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะไม่ว่าจะมีพื้นที่มาก พื้นที่น้อย หรือผู้ที่อาศัยอยู่ตามบ้านจัดสรร คอนโดฯ ก็สามารถปลูกไว้กินเองได้แบบไม่มีข้อแม้ ด้วยรูปแบบของการปลูกผักในยุคปัจจุบันที่มีมากมายหลายรูปแบบให้เลือกปลูกตามความเหมาะสมของพื้นที่ ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่เยอะอีกต่อไป เพราะสามารถปลูกได้ทั้งในกระถาง ในกระบะ ในกระสอบ หรือภาชนะอื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้งานหรือเป็นภาชนะเหลือทิ้งก็สามารถนำมาประยุกต์ปลูกผักได้เหมือนกัน ขอแค่มีใจรักก็สำเร็จได้ไม่ยาก คุณปาริฉัตร แป้นทองคำ หรือ คุณฉัตร อยู่บ้านเลขที่ 266 หมู่ที่ 3 ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี อดีตข้าราชการ ผันตัวเป็นเกษตรกรปลูกผักสลัด-ผักสวนครัว ปลอดสารพิษสร้างรายได้ เน้นการปรุงดินปลูกให้มีคุณภาพ และการบำรุงด้วย “ปุ๋ยโบกาฉิ” ซึ่งเป็น ปุ๋ยอินทรีย์ อย่างดีไม่มีกลิ่นเหม็นเหมือนปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักอื่นๆ รวมทั้งไม่มีไข่แมลงศัตรูพืชที่มักติดมากับปุ๋ยคอกทั่วไปเพราะจุลินทรีย์ย่อยสลายอินทรียวัตถุอย่างสมบูรณ์แล้วจึงเป็นอาหาร
ช่วงหน้าร้อน ฤดูแล้งของทุกๆ ปี ราคามะนาวแพงหูฉี่ พ่อค้า แม่ค้า หรือเราๆ ท่านๆ ที่ใช้มะนาวปรุงอาหารเดือดร้อนกันไปทั่วหน้า บางคนก็เลี่ยงไปใช้ผลไม้รสเปรี้ยวชนิดอื่นที่มีตามท้องถิ่นในแต่ละภาคนั้นๆ แทนไปก่อน อย่างเช่น มะขามสด มะขามเปียก ตะลิงปลิง ระกำ มะดัน เม่า หรือผักส้มป่อย ใบชะมวง และอื่นๆ อีกมากมายหลายชนิด ซึ่งพอปรุงเป็นอาหารหรือเมนูต่างๆ ก็จะได้รสชาติความอร่อยแซ่บแตกต่างกันไป เพราะรสเปรี้ยวของผลไม้แต่ละชนิดไม่เหมือนกัน บางชนิดก็เปรี้ยวปี๊ดจนเข็ดฟัน บางชนิดเปรี้ยวนุ่มนวล กลมกล่อม และบางชนิดเปรี้ยวๆ หวานๆ สำหรับคนภาคใต้มีพืชพื้นเมืองชนิดหนึ่งที่ให้รสเปรี้ยวได้ดี และมีรสชาติอร่อย คือ ลูกเขาคัน หรือ ลูกเถาคัน ซึ่งชาวบ้านพื้นถิ่นส่วนมากจะนิยมนำมาใส่เพิ่มรสชาติในแกงส้ม เพราะเขาคันมีรสเปรี้ยวในตัว เอามาแกงส้มกับปลาสดๆ บอกว่าหรอยอย่างแรงนิ ใครไม่เคยลอง ต้องแคบๆ เลย (รีบๆ) หากท่านมีโอกาสผ่านมาทางภาคใต้ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน ลองแวะเข้าไปตามตลาดนัดที่ชาวบ้านมักเอาของพื้นบ้านมาวางขาย จะเห็นมีลูกเขาคัน หรือเถาคันมาวางขายทุกนัด คนแก่ๆ ท่านบอกไว้ว่า ลูกเขาคัน เป็นพืชสมุนไพรที่นอกจากจะให้รสเปรี้ยวแล้ว
การวางแผนการปลูกให้มีผลผลิตออกทุกวัน คุณพัชรินทร์ พุทธฤทธิ์ หรือ พี่กิ่ง เจ้าของฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์ จังหวัดปราจีนบุรี ดีกรีปริญญาตรีและโท จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ บอกว่า ที่ฟาร์มปลูกผักสลัดทุกชนิด มีทั้งหมดประมาณ 40 โต๊ะ แบ่งเป็นโต๊ะอนุบาล 12 โต๊ะ โต๊ะเพาะกล้า 4 โต๊ะและนอกเหนือจากผักสลัด ยังมีผักขึ้นฉ่าย ผักกาด คะน้าฮ่องกง กวางตุ้ง ผักโขม และไวลด์ ร็อกเก็ต ดูแลคนเดียวทั้งฟาร์มมีการบริหารจัดการและดูแลผลผลิตให้มีออกสม่ำเสมอทุกๆ สัปดาห์ ด้วยการดูออเดอร์และกำลังการผลิตว่าทำได้แค่ไหน ตัวอย่าง เช่น มีออเดอร์มาเท่านี้ ที่ฟาร์มมีโต๊ะปลูกจำนวนกี่โต๊ะ เพื่อแบ่งว่าในแต่ละโซนจะปลูกผักอะไร จำนวนเท่าไร ดูช่วงอายุของพืช เพราะแต่ละชนิดมีอายุสั้นยาวไม่เท่ากัน และค่อยตีกลับมาที่การเพาะกล้า แต่วางแผนปลูกผักสลัดจะง่ายมาก วางแผนเพาะทุกวันจันทร์กับวันพฤหัสบดี วันละ 10 แผ่น เพื่อให้มีผักออกขายได้ตามออเดอร์ วิธีการปลูกผักสลัด 1. ในการเพาะกล้าผักสลัดเมื่อมีเมล็ดพันธุ์มาแล้ว จากนั้นนำเมล็ดพันธุ์มาใส่ในฟองน้ำที่กรีดและนวดกับน้ำมาแล้ว เนื่องจากในฟองน้ำมีรูพรุน ดังนั้น จำเป็นต้องไล่ฟองอากาศออกให้หมด เพื่อให้น้ำเข้ามา
คุณจีระศักดิ์ เข้มบุญศรี หรือ พี่เก่ง อยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ที่ 9 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม หนึ่งในเกษตรกรที่จะมาแชร์ประสบการณ์การทำเกษตรบนพื้นที่น้อยอย่างไรให้มีความสุข แถมยังมีเงินเก็บได้ด้วย พี่เก่ง เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาทำงานด้านการเกษตรตนเองทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนมาก่อน มีภูมิลำเนาเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ทำให้โหยหาธรรมชาติ อยากได้ยินเสียงนก เสียงกา มากกว่าเสียงรถยนต์ และความแออัดในเมืองหลวง นำไปสู่จุดเริ่มต้นในการตระเวนหาซื้อที่ดินในต่างจังหวัดไว้สักแปลง สำหรับทำที่อยู่อาศัยและเป็นอาชีพรองรับในวัยเกษียณ และในเวลาเพียงไม่นานความฝันก็เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด เพราะปัจจุบันตนเองได้เกษียน ลาออกจากงานในวัยเพียง 40 ปี เพื่อมาเริ่มต้นชีวิตการเป็นเกษตรกรในพื้นที่ที่ตั้งใจซื้อไว้ที่จังหวัดนครปฐม โดยที่ไม่รู้ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้จะถูกหรือไม่ แต่ก็อยากลองสู้ดูสักครั้ง ด้วยการตั้งเป้าหมายและบอกกับพ่อแม่ไว้ว่าขอเวลา 6 เดือน ในการพิสูจน์ตนเอง ถ้าหากภายใน 6 เดือน สิ่งที่ตั้งใจทำไม่ประสบความสำเร็จ ก็จะกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ เหมือนเดิม แต่จนถึง ณ ตอนนี้นับเป็นเวลาเกือบ 5 ปี
เกษตรกรมือใหม่หลายคนมีข้อสงสัยว่า หลังจากนำต้นพันธุ์ดีจากวิธีการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการไม่อาศัยเพศไปปลูก เช่น ต้นพันธุ์ที่มาจากวิธีการตัดชำหรือปักชำ ตอนกิ่ง ต่อกิ่ง และทาบกิ่ง อายุต้นกี่ปีถึงติดผล สามารถไว้ผลผลิตได้ ปริมาณผลผลิตและต้นต้องไว้จำนวนเท่าไร นางสาวดรุณี ถาวรเจริญ นักวิชาการเกษตร สถานีวิจัยปากช่อง ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นคำถามต่างๆ ไว้ดังนี้ โดยปกติต้นพันธุ์ฝรั่งที่ได้จากการขยายพันธุ์จากต้นแม่พันธุ์ที่ให้ผลผลิตแล้วสามารถออกดอก ติดผลได้เลยขณะอยู่บนต้น หรืออยู่ในถุงเพาะชำ แต่ในระยะนี้ไม่แนะนำให้ไว้ผล เนื่องจากการเจริญเติบโต ขนาดกิ่งพันธุ์หรือต้นพันธุ์ยังไม่สามารถให้ผลผลิตที่มีคุณภาพได้ ส่วนอายุต้นที่เหมาะสมสามารถปล่อยให้ต้นฝรั่งติดผลชุดแรกได้ จำนวนเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น พันธุ์ วิธีการขยายพันธุ์ การดูแลรักษาหลังจากปลูก การเจริญเติบโต ความแข็งแรงสมบูรณ์ของลำต้นและกิ่ง เป็นต้น . ต้นพันธุ์มีลักษณะการเจริญเติบโตดี ในช่วงแรกต้องการทดลองไว้ผลผลิต ไว้ชิมหรือจำหน่ายในจำนวนไม่มากก็สามารถเริ่มให้ติดดอกได้ตั้งแต่อายุต้นประมาน 6 เ
อาจารย์ชัชวาลย์ เวียร์ร่า อยู่บ้านเลขที่ 121 หมู่ที่ 5 ตำบลบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์กว่า 300 ไร่ โดยขั้นตอนการผลิตก็อินทรีย์ล้วนๆ ตั้งแต่การปลูก เก็บเกี่ยว แปรรูป อาจารย์กล่าวว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การทำนาอินทรีย์ประสบความสำเร็จ คือการทำจุลินทรีย์หน่อกล้วยเพื่อเตรียมและปรับปรุงบำรุงดิน รวมทั้งฮอร์โมนไข่ โดย “จุลินทรีย์หน่อกล้วย” นั้นประกอบด้วย ไส้ของหน่อกล้วย ที่ได้จากหน่อหนุ่มสาว ลอกกาบออก ให้เหลือเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-6 นิ้ว ตัดเป็นท่อนยาว 50 เซนติเมตร ทุบให้ช้ำ อย่างอื่นมี กลูโคส 1 กระป๋อง (ราว 450 กรัม) น้ำส้มสายชู 1 ขวด (ราว 750 ซีซี) ขัณฑสกร 2 ช้อนโต๊ะ แป้งข้าวหมาก 6 ก้อน นมเปรี้ยว 1 ขวดเล็ก นำสิ่งที่แนะนำมาใส่รวมกันในถัง 200 ลิตร จากนั้นเติมน้ำให้เต็ม นำไปวางไว้กลางแดด ใช้หินที่เป็นก้อนๆ ซึ่งเขาใช้ถมเป็นเขื่อนกันดินพัง หุ้มด้วยตาข่าย วางลงไปยังถัง 5-7 วัน ดูที่หินเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง แสดงว่าจุลินทรีย์เริ่มทำงาน สามารถนำออกใช้งานได้ อัตราที่แนะนำ 5 ลิตร ต่อไร่ หรือจะมากกว่านี้ก็ได้ มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย เริ่มใช้เมื่อมีการเตรียมดิ
สวนลุงทิด (เพาะความสุข) ก่อตั้งโดย คุณอาทิตย์ แสงโลกีย์ เกษตรกรรุ่นใหม่ (Smart Farmer) ที่ดำเนินกิจกรรมในรูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG) โดยใช้ฐานทรัพยากรท้องถิ่นที่มีความหลากหลายมาใช้ร่วมกันในลักษณะการทำการเกษตรแบบผสมผสานบนเนื้อที่ 7 ไร่ ในพื้นที่หมู่ที่ 2 บ้านห้วยเสือเต้น ตำบลน้ำพอง อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โทร. 081-263-2638 ปัจจุบันสวนลุงทิด (เพาะความสุข) ปลูกพืชผักหลายชนิด เช่น ไผ่บงหวานพันธุ์เพชรน้ำผึ้ง ดอกกระเจียวหวาน ผักหวานป่า มะเดื่อฝรั่ง กล้วย ผักสลัด องุ่น มะม่วง เลี้ยงปูนา เลี้ยงกบ และเป็นแกนนำส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่พื้นเมืองพันธุ์ไก่แดงดอกคูณ ที่รู้จักกันดีในชื่อกลุ่ม “ไข่นัว บ้านเสือ” การทำเกษตรหลากหลายรูปแบบ ทำให้คุณอาทิตย์สามารถสร้างรายได้เป็นรายวัน รายเดือน รายปี ผลผลิตของสวนลุงทิดเพาะความสุข ได้รับการรับรองแหล่งผลิตอินทรีย์ (Organic Thailand) จากกรมวิชาการเกษตรและมาตรฐาน GAP จากการทำเกษตรอินทรีย์ตามหลัก BCG Model มีการปลูกผักยกแคร่เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและศัตรูพืช มีการนำผลผลิตกล้วยมาแปรรูปเป็นกล้วยตากพลังงานแสงอาทิตย์ และนำหญ้าหวานมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค
“ ละมุดเกาะยอ และ ละมุดบางกล่ำ” เป็นพืชอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดสงขลาจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าขายดี เป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไป เช่นเดียวกับ จำปาดะสะบ้าย้อย กาแฟสะบ้าย้อย ทุเรียนพื้นบ้านนาหม่อม ส้มโอหอมหาดใหญ่ ส้มจุกจะนะ มะม่วงเบาสิงหนคร ฯลฯ ละมุดเกาะยอ ละมุดบางกล่ำ ไม้ผลรสอร่อยของเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ได้ขึ้นชื่อว่า มีละมุดอร่อยที่สุดของประเทศ โดยมีแหล่งผลิตละมุดที่มีชื่อเสียงอยู่ 2 แห่งคือ ละมุดเกาะยอ และละมุดบางกล่ำ ชาวสงขลาเรียกละมุดในภาษาถิ่นว่า “ สวา ” โดยนิยมปลูกต้นละมุดผสมผสานร่วมกับไม้ผลและไม้ยืนต้นชนิดต่างๆ ละมุดที่นิยมปลูกแพร่หลาย คือ พันธุ์ไข่ห่าน ที่มีลักษณะเด่นคือ ให้ลูกดก ผลมีขนาดใหญ่ รสชาติหวาน เก็บขายได้ทั้งปี ต้นละมุดพันธุ์ไข่ห่าน มีลักษณะลำต้นสูง 5-15 เมตร ลำต้นมีกิ่งและใบ มาก จนแลดูเป็นทรงหนาทึบ การออกดอกแต่ละช่วงจะใช้ระยะเวลาประมาณ 30-35 วัน หลังจากดอกบานจนกระทั่ง
“ฟางข้าว” นั้น มีคุณค่าทางอาหารต่ำ หากนำไปใช้เป็นอาหารให้โค กระบือ อย่างเดียวเป็นเวลานาน อาจทำให้สัตว์มีสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ ฟางนั้นมีอัตราการย่อยต่ำ ทำให้ฟางอยู่ในกระเพาะหมักเป็นเวลานาน เพราะจุลินทรีย์ต้องใช้เวลาในการย่อยมากขึ้น จึงควรมีการปรับปรุงคุณภาพของฟางก่อนที่จะนำมาใช้ในการเลี้ยงสัตว์ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้สูงขึ้น และสัตว์สามารถใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น การทําฟางหมัก หรือการทําฟางปรุงแต่งใช้เลี้ยงโค กระบือ มีวิธีทําดังนี้ ปูพลาสติก ขนาด 5×5 เมตร ลงบนพื้นเรียบ ขอบพลาสติกยกเป็นขอบทั้ง 4 ด้าน ป้องกันน้ำไหลออกจากกองฟางหมัก นําฟางแห้งสะอาด น้ำหนัก 40 กิโลกรัม วางลงบนแผ่นพลาสติก เกลี่ยให้เรียบเสมอกัน รดน้ำให้ชุ่มทั่วกันแล้วตามด้วยน้ำละลายยูเรีย 2 กิโลกรัม และกากน้ำตาล 2 กิโลกรัม รดลงบนกองฟาง ทําเช่นเดียวกันอีก 2 ชั้น เมื่อครบ 3 ชั้น จึงคลุมทับลงบนกองฟางด้วยพลาสติก ขนาด 8×8 เมตร ทับขอบพลาสติกด้วยวัสดุที่มีน้ำหนัก ใช้ฟางคลุมทับลง อีกหนึ่งชั้นเพื่อป้องกันแสงแดดส่อง หมักไว้นาน 4 สัปดาห์ ฟางจะกลายสภาพเป็นฟางหมัก หรือฟางปรุงแต่งที่มีคุณค่าทางอาหารของสัตว์สูงขึ้น ก่อนนําไปเลี้ยงส
