เทคนิคเกษตร
“ผักชี” พืชผักสวนครัวมากประโยชน์ และเป็นผักโปรดของใครหลายคน ด้วยกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน โดยเฉพาะต้นและรากที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหาร ไม่ว่าจะใช้ต้มทำน้ำซุป ทำน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวให้มีรสชาติหอม หรือจะนำมาคลุกเคล้ากับเนื้อสัตว์เพื่อดับกลิ่นคาวก็ได้ หรือถ้าใครเป็นสายแซ่บ ชอบกินอาหารทะเลที่ต้องคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด รากผักชีถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย เทคโนโลยีชาวบ้านจะมาแชร์วิธีการปลูกผักชีแบบง่ายๆ ไว้กินเอง ใช้พื้นที่ไม่มาก มีตะกร้าใบเดียวก็สามารถมีผักชีไว้เก็บกินได้ตลอด วิธีปลูกผักชีสำหรับมือใหม่ การเตรียมดิน – ดินร่วน 2 ส่วน – ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 1 ส่วน – ทราย 1 ส่วน – แกลบดำ 1 ส่วน – แกลบเก่าหรือขุยมะพร้าว 1 ส่วน ผสมให้เข้ากัน การเตรียมเมล็ดพันธุ์ ผักชีเป็นพืชที่ขยายพันธุ์ด้วยการใช้เมล็ด ดังนั้น ก่อนที่จะปลูกต้องเตรียมเมล็ดพันธุ์ให้พร้อม – โดยการนำมาบดให้แตกเป็นสองซีก เพื่อช่วยให้เมล็ดงอกเร็วขึ้น – นำไปแช่น้ำประมาณ 2-3 ชั่วโมง – นำมาผึ่งลมให้แห้งแล้วเคล้ากับทรายหรือขี้เถ้าทิ้งไว้จนเมล็ดเริ่มงอก แล้วนำไปห
เมื่อถึงฤดูฝนเกษตรกรหลายท่านคงอดกังวลไม่ได้ที่หอยทากที่จะบุกมาถึงสวนของเรา ฤดูฝนเป็นช่วงเวลาของการเจริญเติบโตที่เหมาะสมของหอยทาก เนื่องจากสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง ตามธรรมชาติหอยทากจะวางไข่ตามซากใบไม้ ขอนไม้ผุพัง รวมถึงบริเวณใต้ดินร่วนซุย การกำจัดหอยทากจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปหากเรามีวิธีกำจัดที่ถูกต้อง และสามารถทำได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้สารเคมี 1. เก็บไปโยนทิ้ง เป็นวิธีเบสิกที่ทำได้ง่ายแต่ต้องอาศัยแรงขยันคือการเก็บหอยทากทิ้งให้ไกลจากสวน โดยเลือกเก็บช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นจะเป็นเวลาที่หอยทากจะออกหากินและปรากฏตัวให้เห็นได้ชัด หลังจากเก็บทิ้งแล้วควรเก็บซากใบไม้ เพื่อป้องกันการวางไข่ซ้ำ 2. ใช้เปลือกไข่ ตากแห้ง แล้วบดให้เป็นชิ้นละเอียดโรยรอบๆ แปลงปลูกต้นไม้ ผิวของเปลือกไข่จะทำให้หอยทากรู้สึกระคายเคืองเนื่องจากผิวของหอยทากมีความบางมาก 3. เกลือ นอกจากผิวหอยทากจะบางแล้ว ยังไม่ชอบความเค็มอีกด้วย เกลือจึงเป็นหนึ่งในสิ่งที่สามารถกำจัดหอยทากที่ได้ผลเสมอ โรยเกลือรอบๆ ต้นไม้ ระวังอย่าให้โดนรากไม่เช่นนั้นต้นไม้อาจจะตายได้ 4. กระเทียม กลิ่นของกระเทียมที่มีธาตุกำมะถัน สามารถไล่สัตว์และแมลงได้หลายชนิด
ผักกูด เป็นชื่อของผักชนิดหนึ่งจัดอยู่ในตระกูลเฟิร์น สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู และนอกจากจะนำมาเป็นอาหารได้แล้วยังใช้เป็นสมุนไพรได้อีกด้วย ผักกูดมักจะขึ้นอยู่ตามริมน้ำหรือพื้นที่ชุ่มน้ำมากกว่าในป่าทึบ เจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูฝน นอกจากนี้แล้ว ผักกูด ยังเป็นดัชนีชี้วัดถึงสภาพแวดล้อม ให้ได้รู้ว่าบริเวณไหนอากาศไม่ดี ดินไม่บริสุทธิ์ มีสารเคมีเจือปนอยู่ ผักกูดจะไม่ขึ้นหรือแตกต้นในบริเวณนั้น ด้วยสรรพคุณและคุณค่าที่มีมากมาย จึงทำให้ในปัจจุบันเกษตรกรหันมาปลูกผักกูดเชิงการค้ามากขึ้น คุณชาญณรงค์ พวงสั้น อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ที่ 7 ตำบลวังจันทร์ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี เล่าถึงงานปลูกผักกูดว่า เกิดนึกสนใจและมองเห็นอนาคตของผักกูดว่าน่าจะไปได้ดี ผักกูดเป็นผักที่หาได้จากธรรมชาติในสมัยก่อน แต่ในปัจจุบันเริ่มหารับประทานยากขึ้นทุกวัน ตนจึงมองเห็นโอกาสจากตรงนี้ ใช้เวลาว่างช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทำงานสวนปลูกผักกูดอินทรีย์แซมสวนสัก โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 คือปลูกพืช 3 อย่าง ประโยชน์ 4
หลายคนเชื่อว่า หากต้องการปลูกพืชไร่ ไม้ผลให้ประสบความสำเร็จ ต้องเช็กสภาพดิน น้ำ ว่ามีจุดเด่น จุดด้อย ที่ต้องปรับปรุงแก้ไขก่อนลงมือปลูกหรือไม่ สำหรับการปลูกองุ่นเชิงการค้า แค่เช็กสภาพดินและน้ำ อาจยังไม่เพียงพอ แนะนำว่า ควรเช็กกระแสลมด้วยว่า เป็นอุปสรรคต่อการปลูกองุ่นหรือไม่ ก่อนหน้านี้ องุ่นเขียวพันธุ์ดั้งเดิมของไทย เคยปลูกมากในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี แต่ระยะหลังเกษตรกรเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นเกือบหมด เพราะเจอปัญหาโรคแมลงรุมเร้า รวมทั้งสภาพดินฟ้าอากาศ โดยเฉพาะ “กระแสลม” ที่ไม่เอื้อต่อการเติบโตของต้นองุ่น พื้นที่ปลูกองุ่นในอำเภอดำเนินสะดวก มักเจอปัญหา “ลมไซฮวง” ซึ่งเป็นลมร้อนที่พัดมาจากทะเลทางตะวันตกในช่วงฤดูร้อนของทุกปี ทำให้ดอกองุ่นที่กำลังบาน ร่วงลงหมด หรือต้นองุ่นมีลูกอ่อน ก็จะมีอาการผลร่วงเกลี้ยงต้น ทำให้ต้นองุ่นโทรม ปัจจุบัน พื้นที่อำเภอมวกเหล็ก ได้เปรียบในเรื่องสภาพอากาศเย็นตลอดทั้งปี แต่มีจุดอ่อนสำคัญคือ ปัญหาลมแรง ต้องลงทุนสร้างเสาร้านองุ่นให้มีความแข็งแรงคงทน โดยใช้เสาปูน เหล็กแป๊บ เป็นโครงสร้างหลักในการก่อสร้าง หลังทำเสาร้านองุ่นเสร็จก็ต้องขึงเชือกเหมือนกับสวนองุ่นท
ผักต่างถิ่นที่มาเจริญรุ่งเรืองในประเทศไทยเนื่องจากรสชาติถูกปากคนไทยมีหลายชนิด เช่น มะละกอ สับปะรด แครอต และที่ไม่น่าเชื่อคือ พริกขี้หนู ต่างก็เป็นพืชที่เข้ามาในไทยเป็นร้อยปีแล้ว จนเรานึกว่าเป็นพืชประจำถิ่นบ้านเรา เพราะเรานำมาประกอบอาหารตั้งแต่อ้อนแต่ออก ลืมตาก็เห็นพืชผักเหล่านี้แล้ว จะไม่ใช่ของบ้านเราได้อย่างไร ผักไชยา คะน้าเม็กซิกัน ผักโขมต้น หรือ ชายา (ภาษาสเปน Chaya) ชื่อทางพฤกษศาสตร์ : Cnidoscolus chayamansa ชื่อวงศ์ Euphorbiaceae เป็นไม้พุ่ม อายุหลายสิบปี อยู่ในวงศ์เดียวกับยางพาราและสบู่ดำ เชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติในคาบสมุทรยูกาตันของประเทศเม็กซิโก มีลำต้นอวบน้ำ มียางขาวออกมาเมื่อถูกหัก ทรงพุ่มตั้งตรง มีขนาดใหญ่ โตเร็ว สามารถสูงได้ถึง 6 เมตร ใบกว้าง มีแฉกคล้ายใบมะละกอ ผักไชยาเป็นผักกินใบ เป็นอาหารชนิดหนึ่งของประเทศเม็กซิโก กัวเตมาลา และประเทศแถบอเมริกากลาง ไชยา น่าจะเป็นผักที่เข้ามาในไทยไม่เกินสิบปีที่ผ่านมา ผมรู้จักไชยาเมื่อสามปีก่อน ในงานมหัศจรรย์พันธุ์พืชของนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ ทีแรกนึกว่าเป็นผักพื้นบ้านของภาคใต้ จากอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต
มะพร้าวน้ำหอม ถือเป็นมะพร้าวที่นิยมที่สุด เนื่องจากมีรสชาติหวานและมีกลิ่นหอมของน้ำมะพร้าวที่เป็นเอกลักษณ์ แถมอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งวิตามินซี วิตามินบี กรดอะมิโน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย การปลูกและการผลิตมะพร้าวน้ำหอมให้ได้ผลผลิตคุณภาพดี เริ่มต้นจากการเลือกที่ปลูกดี ใช้พันธุ์ดี ปลูกถูกวิธี ดูแลรักษามะพร้าวให้สมบูรณ์ ปราศจากโรคและศัตรูที่มารบกวนและแก้ไขอุปสรรคที่เป็นตัวการทำให้มะพร้าวออกผลน้อย ถ้าทำได้เช่นนี้ ก็เป็นที่เชื่อได้ว่าต้นมะพร้าวจะออกผลให้ดกแน่นอน เทคนิคเพาะต้นพันธุ์มะพร้าวน้ำหอม แบบฉบับ “ ฟาร์มสุขนิยมมะพร้าว ” คุณกำพล นามพูน เจ้าของฟาร์มสุขนิยมมะพร้าวน้ำหอม ได้อธิบายถึงขั้นตอนการเพาะต้นธุ์มะพร้าวน้ำหอม คือ 1. ต้องเลือกมะพร้าวน้ำหอมต้นที่แก่ 2. ต้องเลือกลูกที่สมบูรณ์นำมาเพาะพันธุ์ 3. ปาดที่ด้านบนหัวมะพร้าวน้ำหอมที่จะนำมาทำพันธุ์ 4. นำเข้าแปลงเพาะ และรดน้ำให้ชุ่ม จากนั้นใช้ระยะเวลาประมาณ 3-4 เดือน ก็สามารถจำหน่ายได้โดยจะคัดเลือกจากต้นที่มีความสมบูรณ์ที่สุด จะมีลักษณะต้นพันธุ์ที่สูง 20-30 เซนติเมตร จึงจะสามารถจัดส่งให้กับลูกค้าได้ การเพาะพันธ
ในยุคที่เกษตรกรไทยต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งเรื่องสภาพอากาศที่ผันผวนและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น การวางแผนเลือกพืชเศรษฐกิจและการดูแลจัดการแปลงปลูกอย่างมีประสิทธิภาพ จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ เช่นเดียวกับ คุณวิทยา บุญพร้อม เกษตรกรชาวไร่อ้อยจังหวัดอำนาจเจริญ ผู้ที่กล้าปรับเปลี่ยนจากการทำนาและไร่มันสำปะหลัง มาสู่การปลูกอ้อยอย่างจริงจัง เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้ครอบครัว จากการเริ่มต้นปลูกในพื้นที่เพียง 5 ไร่ อ้อยที่ปลูกในพื้นที่ไร่มันสำปะหลังจะได้ผลผลิตอยู่ที่ 12-13 ตันต่อไร่ ส่วนอ้อยที่ปลูกในพื้นที่นาผลผลิตอยู่ที่ 16-18 ตันต่อไร่ ความสำเร็จนี้เองที่ทำให้คุณวิทยาเห็นโอกาส จึงขยายพื้นที่ปลูกอ้อยเต็มพื้นที่กว่า 31 ไร่ในปัจจุบัน คุณวิทยายึดหลักการทำไร่อ้อยอย่างมีระบบ ควบคู่กับการเลือกใช้ปุ๋ยคุณภาพอย่างซอยล์เมต ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในทุกขั้นตอนการดูแลอ้อย ตั้งแต่การเตรียมแปลงจนถึงการเก็บเกี่ยว ทำให้ผลผลิตอ้อยลำใหญ่ น้ำหนักดี ให้ค่าความหวานสูง และสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในแต่ละรอบการผลิต เตรียมแปลงดี เสริมด้วยปุ๋ยคุณภาพ ช่วยให้อ้อยมีน้ำหนัก ค่าความหวานสูง คุณวิทยา เล่าว่า เคล็ดลับสำคัญขอ
การปลูกผักสวนครัวไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่ยังได้ผักที่ปลูกเองแบบไม่ต้องพึ่งสารเคมี แถมยังได้ผักสดๆ จากบ้านตัวเองมาใช้ทำอาหารในแต่ละมื้อได้อีกด้วย หนึ่งในเคล็ดลับที่ช่วยลดของเหลือจากผักที่กินไม่หมด และได้ผักสดๆ กลับมากินอีกครั้งด้วยวิธีการ “ปักชำ” ซึ่งเป็นการนำผักที่เหลือจากการใช้ในครัวมาปักชำใหม่ให้แตกยอดอีกครั้ง เรามาดูกันว่า ผักชนิดไหนบ้างที่สามารถปักชำใหม่ได้ง่ายๆ และโตไว สะระแหน่ เป็นพืชล้มลุก เลื้อยตามพื้นดิน ลำต้นสีแดงเข้ม เป็นรูปสี่เหลี่ยม มีกลิ่นหอม ขยายกิ่งก้านออกโดยใช้ไหลหรือลำต้นใต้ดิน สะระแหน่เป็นพืชที่สามารถปลูกได้ทั้งในแสงแดดรำไรและแดดจัด เหมาะที่ปลูกในสภาพอากาศแห้งและความชื้นต่ำ ชอบน้ำชุ่มและน้ำสม่ำเสมอ วิธีปลูกโดยการปักชำ การเลือกกิ่งสะระแหน่ : เลือกกิ่งที่สดและแข็งแรง ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป ยาวประมาณ 4-6 นิ้ว (10-15 เซนติเมตร) ตัดใบล่างออกประมาณครึ่งหนึ่ง เหลือใบส่วนบนไว้ เพื่อช่วยลดการคายน้ำ การปักชำ • ถ้าปักชำในน้ำ : ให้เตรียมน้ำสะอาดใส่แก้วหรือภาชนะ แล้วนำกิ่งสะระแหน่ปักลงไปโดยให้โคนกิ่งจมในน้ำ 1-2 นิ้ว • ถ้าปักชำในดิน : ให้เตรียมดินที่ร่วนซุยและระ
ในปัจจุบันวิธีทำปุ๋ยบำรุงต้นไม้ มีหลากหลายวิธี แต่ที่ง่ายที่สุดคือการนำเปลือกกล้วยหอม เปลือกกล้วยน้ำว้า ที่กินเสร็จอย่าเพิ่งทิ้ง! เพราะมีประโยชน์ต่อต้นไม้หลายอย่าง เปลือกกล้วยอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อการเติบโตของต้นไม้ เช่น โพแทสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม และฟอสฟอรัส ที่สามารถช่วยป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชได้อีกด้วย สารอาหารที่อยู่ในเปลือกกล้วย 1. โพแทสเซียม : หนึ่งในธาตุอาหารหลักที่พืชต้องการ ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของราก ใบ หากใช้ในผักกินใบ จะทำให้ใบกรอบ สีเขียวสวย น่ากิน ซึ่งปกติเราอาจต้องซื้อปุ๋ยโพแทสเซียมเสริม แต่เราสามารถทดแทนได้ง่ายๆ ด้วยเปลือกกล้วย 2. ฟอสฟอรัส : ในเปลือกกล้วยมีปริมาณฟอสฟอรัสมากพอสำหรับพืช ช่วยเรื่องการออกดอกและติดผล ทำให้ไม้ดอกไม้ประดับออกดอกสวย สีสันงดงาม มาลงมือทำปุ๋ยกันเถอะ โดยจะเริ่มใช้ในช่วงที่ระยะติดดอก ออกผล ซึ่งสูตรนี้มีประโยชน์ค่อนข้างดีในการที่ช่วยทำให้ติดดอก ออกผล เร่งการแตกยอด ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ผล พืชผักสวนครัวก็สามารถนำไปฉีดพ่นได้ วัตถุดิบ – เปลือกกล้วย – น้ำ – โหลแบบมีฝาปิด วิธีทำ 1. ใช้เปลือกกล้วยจากกล้วยที่สุกแล้
ในยุคที่เกษตรอินทรีย์และการลดใช้สารเคมีได้รับความนิยมมากขึ้น เกษตรกรและนักวิจัยได้มองหาวิธีธรรมชาติในการป้องกันโรคพืช โดยเฉพาะโรคเชื้อราที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อผลผลิต หนึ่งในวิธีที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางคือ “น้ำหมักเปลือกมังคุด” ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยยับยั้งเชื้อรา เปลือกมังคุดกับสารออกฤทธิ์สำคัญ เปลือกมังคุดอุดมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ เช่น แซนโทน (Xanthones) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านเชื้อรา ต้านแบคทีเรีย และต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เปลือกมังคุดมีศักยภาพในการใช้เป็นสารชีวภัณฑ์กำจัดเชื้อราในพืชผลทางการเกษตรได้อย่างปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม วัตถุดิบ วิธีการทำ เริ่มต้นด้วยการละลาย พด.2 จำนวน 1 ซอง ในน้ำสะอาด จากนั้นเติมกากน้ำตาล 1 กิโลกรัมลงไป คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี แล้วใส่เปลือกมังคุด 4 กิโลกรัมตามลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง จากนั้นปิดฝาภาชนะแล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 1–2 สัปดาห์ การนำไปใช้งาน เมื่อหมักครบตามเวลา แม้ว่าเปลือกมังคุดจะยังไม่ย่อยสลายทั้งหมด แต่สามารถนำไปใช้งานได้ โดยให้ผสมน้ำหมักเปลือกมังคุด 100 ซีซี กับน้ำสะอาด 10 ลิตร แล้วฉีดพ่นในช่วงเย็น หากอยู่ในช่วงที่ฝนตกบ่อยหร
