กรมประมง
จีนไฟเขียว เปิดตลาดกุ้งก้ามกรามไทย ‘ธรรมนัส’ จี้ยกชั้นมาตรฐานสินค้าเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร เพิ่มศักยภาพการผลิตกุ้งก้ามกรามให้ได้ 55,000 ตัน วันที่ 2 ก.ย.2567 นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย เนื่องจากได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จนปี 2566 ไทยมีผลผลิตกุ้งก้ามกรามทั้งหมด 46,585 ตัน จากฟาร์มเพาะเลี้ยง 12,127 ฟาร์ม คิดเป็นมูลค่ากว่า 8,659 ล้านบาท และส่งออกผลิตภัณฑ์กุ้งก้ามกรามจำนวน 4,711 ตัน มูลค่าการส่งออกกว่า 568 ล้านบาท สำหรับตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ เมียนมา สหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มาเลเซีย รวมถึงสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นหนึ่งตลาดหลักที่มีมูลค่าการส่งออกสูง และยังคงมีแนวโน้มความต้องการสินค้ากุ้งก้ามกรามจากไทยเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต กรมประมง ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพเพื่อการส่งออกกุ้งก้ามกรามมีชีวิต ตามนโยบาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการยกระดับสินค้าเกษตรสู่การเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าหมายเ
กรมประมง จับมือ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ขยายการให้บริการขนส่งปลาสวยงามและ สัตว์น้ำมีชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 4 ชนิด รวมส่งได้แล้วทั้งสิ้น 7 ชนิดในรูปแบบ EMS ผ่านจุดรับฝาก 327 สาขาทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงและผู้ประกอบการ เริ่ม 1 กันยายน 2567 นี้ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมง ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการขนส่งปลาสวยงามและสัตว์น้ำมีชีวิต 3 ชนิด (ปลากัด ปลาสอด และปลาหางนกยูง) ผ่านระบบขนส่งไปรษณีย์ไทย เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2566 เพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างโอกาสในการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำให้แก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงและผู้ประกอบการ ซึ่งบริการดังกล่าวได้รับความนิยมและอำนวยความสะดวกให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก กรมประมงจึงร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ทดสอบความเป็นไปได้ในการขนส่งสัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอีก 4 ชนิด ได้แก่ กลุ่มหอยฝาเดียวและไข่หอย กบ ปลาไหล และพรรณไม้น้ำ เพื่อขยายจำนวนชนิดที่สามารถขนส่งด้วยรูปแบบ EMS โดยผลการทดสอบพบว่ามีอัตราการรอดของสัตว์น้ำอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับและเหมาะสม
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุนกรมประมงขจัดและควบคุมปลาหมอคางดำใน 12 จังหวัด รับซื้อทำปลาป่นแล้วกว่า 750,000 กิโลกรัม ยังเดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจจับปลาออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมลงพื้นที่รวมพลังกับจังหวัดสมุทรปราการ กรมประมง กองทัพบก กรมราชทัณฑ์ ปฏิบัติการจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำในพื้นที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ กองทัพบกบางปู พร้อมมีอาสาสมัครกว่า 100 คนเดินทางมาจากจังหวัดร้อยเอ็ดร่วมทอดแหจับปลานำไปทำปลาร้า หนุนประชาชน “กิน” พิชิต “หมอคางดำ” นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในกิจกรรม “ลงแขกลงคลองตัดวงจรการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำเพื่อรักษาสมดุลระบบนิเวศจังหวัดสมุทรปราการ ครั้งที่ 2” โดยมี นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง ร่วมกับอาสาสมัครจากจังหวัดร้อยเอ็ด และเรือนจำกลางสมุทรปราการ ลุยกำจัดปลาหมอคางดำบริเวณแหล่งน้ำพื้นที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ กองทัพบกบางปู ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ สามารถจับปลาหมอคางดำขึ้นมาได้ถึง 1,101 กิโลกรัม อาสาสมัครจากร้อยเอ็ดจะนำปลากลับไปทำปลาร้าต่อไป นอกจากนี้ ปลาที่จับได้ยังถูกส่งต่อให้การย
กรมประมงสุดปัง!!…หนึ่งเดียวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คว้ารางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ประจำปี 2567 ระดับ กระบวนงานจากผลงานเด็ด “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการประมงผ่านระบบ HAZDOF” นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า…กรมประมง โดย กองตรวจสอบเรือประมง สินค้าสัตว์น้ำ และปัจจัยการผลิต ได้รับรางวัลสุดยอดหน่วยงานรัฐด้านการอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจ หรือ รางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ประจำปี 2567 ประเภทรางวัลระดับกระบวนงาน จากการเสนอผลงาน “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการประมงผ่านระบบ HAZDOF” จากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่หน่วยงานภาครัฐที่ได้ดำเนินการปลดล็อคกฎหมาย กฎระเบียบ (Regulatory Guillotine) ช่วยลดปัญหาอุปสรรคและอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานของภาคธุรกิจอย่างเห็นเป็นรูปธรรม รวมถึงเพื่อเป็นกำลังใจและเชิดชูหน่วยงานภาครัฐที่ปรับปรุงกระบวนงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้มีการจัดงานเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2567 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กรุงเทพมหานคร กรมประมง เข้าร่วมพิธีรับมอบรางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นรางวัลสุดยอดหน่ว
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าสนับสนุนกรมประมงในการขับเคลื่อนกำจัดปลาหมอคางดำอย่างเต็มกำลัง ผนึกพลังกับสำนักงานประมงจังหวัดใน 4 พื้นที่ ประมงสมุทรสงคราม ประมงสุราษฎร์ธานี ประมงนครศรีธรรมราช และประมงชุมพร จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” จับปลาออกจากแม่น้ำลำคลอง และนำไปเพิ่มมูลค่าทำปลาทำน้ำหมักชีวภาพและอาหารเมนูต่างๆ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศในแหล่งน้ำอย่างเป็นรูปธรรม นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทร่วมสนับสนุนกรมประมงโดยดำเนิน 5 โครงการเชิงรุกบูรณาการหลายภาคส่วนเพื่อกำจัดและควบคุมปริมาณปลาชนิดนี้อย่างจริงจังเพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ร่วมมือกับประมงจังหวัดทั่วประเทศจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง บริษัทสนับสนุนเครื่องมือจับสัตว์น้ำ อาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งกำลังคนในการช่วยกำจัดปลาออกจากแหล่งน้ำ ล่าสุด ซีพีเอฟลงพื้นที่ร่วมสนับสนุนกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ปฏิบัติการจับปลาหมอคางดำใน 4 จังหวัด สมุทรสงคราม สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และชุมพร ประมงสมุทรสงคราม จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6 นา
ซีพีเอฟเร่งเครื่อง 5 โครงการกำจัดปลาหมอคางดำ จับมือกรมประมงจัดลงแขกลงคลองต่อเนื่อง พร้อมมอบถังพลาสติกใช้แล้วหนุนการผลิตน้ำหมักชีวภาพ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ระดมทุกสรรพกำลังสนับสนุนมาตรการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการกำจัดปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับโรงงานปลาป่นช่วยรับซื้อปลาหมอคางดำผลิตปลาป่นไปแล้วกว่า 600,000 กิโลกรัม สนับสนุนกิจกรรมจับปลา และมอบปลานักล่าแก่กรมประมงใน 6 จังหวัดรวม 54,000 ตัว ล่าสุด ซีพีเอฟลงพื้นที่สนับสนุนจังหวัดฉะเชิงเทราจัด “ลงแขก-ลงคลอง” ครั้งที่ 1 บริเวณคลองบางกระพ้อ อำเภอบางคล้า พร้อมกันนี้ ซีพีเอฟยังได้ต่อยอดสนับสนุนถังพลาสติกใช้แล้ว 200 ใบให้แก่สถานีพัฒนาที่ดินใช้บรรจุน้ำหมักชีวภาพอีกด้วย นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ในฉะเชิงเทราพบปลาคางดำค่อนข้างมากใน อำเภอบางคล้า และอำเภอบางปะกง เพื่อป้องกันผลกระทบพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จังหวัดจึงจัดลงแขก-ลงคลองครั้งที่ 1 นำร่องจับปลาหมอคางดำในบริเวณคลองบางกระพ้อ โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ชาวแปดริ้ว และตัวแทนภาคเอกชน ร่วมกันจับปลาอ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าร่วมมือกับกรมประมงเร่งกำจัดปลาหมอคางดำ ล่าสุด สนับสนุนประมงจังหวัดจัดกิจกรรม “ลงแขก-ลงคลอง” จับปลาหมอคางดำแล้ว 6 จังหวัด ทั้ง สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี นครปฐม ชลบุรี และล่าสุดสนับสนุนประมงฉะเชิงเทราร่วมกับชาวแปดริ้วจับปลาในบริเวณคลองบางกะพ้อ ตำบลางกระเจ็ด อำเภอบางคล้า ช่วยกันลดจำนวนปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟได้ดำเนิน 5 โครงการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการกำจัดปลาหมอคางดำ ตั้งแต่ การร่วมมือกับโรงงานปลาป่นสมุทรสาครช่วยรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อผลิตปลาป่นไปแล้วมากกว่า 600,000 กิโลกรัม และสนับสนุนประมงจังหวัดจัดกิจกรรมการจับปลากว่า 10 ครั้งใน 6 จังหวัด ได้แก่ ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี นครปฐม ชลบุรี และล่าสุดฉะเชิงเทรา เพื่อเร่งลดจำนวนปลาหมอคางดำอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ จังหวัดสมุทรสาครที่สามารถกำจัดปลาหมอคางดำไปแล้วกว่า 830,000 กิโลกรัม สำหรับการสนับสนุนประมงจังหวัดมีตั้งแต่การสนับสนุนเครื่องมือจับปลา แห อวน รวมถึงอาหารและน้ำดื่ม
6 สิงหาคม 2567 กรุงเทพฯ – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับทีมวิจัยจาก กรมประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก และ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงข่าวเปิดโครงการความร่วมมือ ‘ชริมป์การ์ด’ (ShrimpGuard): การพัฒนาสูตรผสมของแบคทีริโอฟาจ (bacteriophage) หรือฟาจ (phage) และสารเสริมชีวนะเพื่อต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรีย Vibrio spp. ที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะในกุ้งเลี้ยง’ หรือ ‘ชริมป์การ์ด’ โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจำนวน 41,605,962 บาท จากศูนย์วิจัยการพัฒนาระหว่างประเทศ (International Development Research Centre: IDRC) ประเทศแคนาดา และกระทรวงสาธารณสุขและสังคม (Department of Health and Social Care) แห่งสหราชอาณาจักร ระยะเวลาดำเนินการ 32 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 ถึงเดือนธันวาคม 2569นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า การเพาะเลี้ยงกุ้งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร สำหรับประเทศกำลังพัฒนา ประเ
ซีพีเอฟหนุนประมงจังหวัดเพชรบุรี ชวนปชช.ลงแขกลงคลอง จับได้ปลาหมอคางดำในคลองอีแอด ต.แหลมผักเบี้ยชาวบ้านจับได้ปลากระบอกเกือบ 200 กก. สะท้อนระบบนิเวศยังดี สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี ผนึกกำลังกับชุมชน เกษตรกร ชาวประมง และเอกชน จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ช่วยกันจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำในบริเวณคลองอีแอด ในตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี สามารถจับปลาหมอคางดำได้กว่า 400 กิโลกรัม และยังจับปลากระบอกได้ด้วยอีกร่วม 200 กิโลกรัม ช่วยสะท้อนว่าระบบนิเวศในคลองอีแอดยังมีความอุดมสมบูรณ์ ภายในกิจกรรมลงแขก-ลงคลอง มีนายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมกับนายสมบุญ ธัญญาผล ผู้ตรวจราชการกรมประมง ว่าที่ร้อยตรี ธีระพล โชคนำชัย นายอำเภอบ้านแหลม รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกรมประมง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชาวประมง ผู้นำชุมชนและตัวแทนจากภาคเอกชนกว่า 150 คนร่วมไม้ร่วมมือกันช่วยกันจับปลาในคลองอีแอด และกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ประมงจังหวัดเพชรบุรีได้รับการสนับสนุนอาหารว่าง เครื่องดื่มชูกำลังและน้ำดื่มจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สำหรับแ
จากกรณีที่สื่อมวลชน นำเสนอข่าวว่า เกษตรกรวังกุ้งคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ พาผู้สื่อข่าวเข้าไปทอดแหจับปลาในบ่อเลี้ยง ปรากฏว่าพบปลาที่มีลักษณะผสมกันระหว่าง ปลาหมอคางดำ กับปลานิล คือ ลักษณะเหมือนปลานิลแต่ที่คางมีสีดำ ซึ่งแตกต่างจากปลานิลทั่วไป ที่มีลักษณะตัวอ้วนกลม คางไม่มีสีดำ จึงตั้งข้อสังเกตสงสัยว่าจะมีการกลายพันธุ์เป็น “ปลานิลคางดำ” หรือไม่ ถ้าหากกลายพันธุ์จริง จะมีผลกระทบกับเกษตรกรอย่างไร จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มานำตัวอย่างไปวิจัยจะได้หาแนวทางป้องกันแก้ไขนั้น นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ชี้แจงว่า ปลานิล หรือ Nile tilapia (Oreochromis niloticus) ส่วนปลาหมอคางดำ หรือ Blackchin tilapia (Sarotherodon melanotheron) เป็นปลาที่อยู่คนละสกุล (genus) ซึ่งลักษณะภายนอกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คือปลานิลจะมีแก้มและตัวสีคล้ายกัน หางมนและมีลายเส้น ส่วนปลาหมอคางดำ ใต้คางจะมีจุดสีดำ หางเว้าและไม่มีลวดลาย อีกทั้งพฤติกรรมการฟักไข่และดูแลลูกปลาก็มีความแตกต่างกันด้วย โดยในปลานิล ปลาเพศเมียมีพฤติกรรมดูแลไข่และตัวอ่อน ส่วนในปลาหมอคางดำ ปลาเพศผู้มีพฤติกรรมดูแลไข่และตัวอ่อน ซึ่งความแตกต
