กรมประมง
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมสนับสนุนสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสงคราม จัดกิจกรรม “ลงแขก ลงคลอง” ครั้งที่ 5 ที่บริเวณคลองย่อยคลองบางบ่อ หมู่ที่ 1 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ระดมพลังชาวประมง ชุมชน และองค์กรหลายภาคส่วน ลงพื้นที่ช่วยกันจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ โดยมี นายบัณฑิต กุลละวณิชย์ ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมกับตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนลงพื้นที่ร่วมสังเกตการณ์ และรับมอบปลากะพงขาว 4,000 ตัว จาก นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุดงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ เพื่อนำมาแก้ปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ และฟื้นฟูระบบนิเวศ นายบัณฑิต กล่าวว่า กิจกรรมลงแขกลงคลองที่จัดขึ้นในวันนี้ จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 เดินหน้าแก้ปัญหาเชิงรุกจัดการการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำตามมาตรการเร่งด่วนของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยบูรณาการการดำเนินงานผนึกพลังความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชุมชน และองค์กรเอกชน เพื่อเร่งกำจัดปลาหมอคางดำให้ออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติและบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกรอย่างรวดเร็
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำที่สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งเกษตรกรชาวประมงและระบบนิเวศแหล่งน้ำในกว่า 16 จังหวัด ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน กรมประมงได้ออกมาตรการสำคัญ 5 ข้อ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยหนึ่งในนั้นคือ การปล่อยปลาผู้ล่าเพื่อกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาตรการนี้จะดำเนินการต่อจากการใช้เครื่องมือประมงกำจัดปลาหมอคางดำร่วมกับชุมชนและหน่วยงานหลายภาคส่วน หลังจากที่ปลาหมอคางดำขนาดใหญ่ถูกจับและลดจำนวนลง ปลาผู้ล่าที่ปล่อยนั้นจะไปกำจัดประชากรปลาหมอคางดำขนาดเล็ก ช่วยควบคุมวงจรการแพร่พันธุ์ของปลาในระยะต่อไป กรมประมงขอสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปล่อยปลาผู้ล่า (Predatory Fish) ว่า การใช้ปลาผู้ล่าในการควบคุมชนิดพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นเป็นวิธีการควบคุมแบบชีววิธี (Biological Control) ที่ได้รับการวิจัยและนำมาใช้ในหลายประเทศอย่างกว้างขวาง ปลาผู้ล่าสามารถช่วยกำจัดสัตว์น้ำต่างถิ่นในบริเวณที่ไม่สามารถลงเครื่องมือประมงได้ เช่น ป่าชายเลน
จากกรณีที่มีสื่อมวลชน นำเสนอข่าวว่า มีเกษตรกรพบปลาหมอมายันปะปนอยู่กับปลาหมอคางดำในวังกุ้งในพื้นที่อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ทำให้เกษตรกรเกิดข้อกังวลเกี่ยวกับการระบาดของปลาทั้งสองชนิดนั้น นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ทั้งปลาหมอมายันและปลาหมอคางดำเป็นปลาต่างถิ่นรุกรานที่มีรายชื่อใน 13 ชนิดต้องห้ามตามข้อกำหนดมาตรา 65 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่ห้ามมิให้ผู้ใดนำเข้า ส่งออก นำผ่าน เพาะเลี้ยง หรือมีไว้ในครอบครองตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามมาตรา 144 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากนำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับปลาหมอมายัน (Mayan cichlid) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mayaheros urophthalmus (Günther, 1862) เป็นปลาพื้นเมืองมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบอเมริกากลาง ลักษณะลำตัวมีแถบสีดำ 7 แถบ มีจุดสีดำเด่นอยู่ที่บริเวณโคนหาง ตัวเต็มวัยมีขนาด 8-22 เซน
ซีพีเอฟ พร้อมเร่งสนับสนุนการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ ขานรับมาตรการรัฐบาล ขับเคลื่อน 5 โครงการอย่างเร่งด่วน ประสานความร่วมมือกับ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำบูรณาการเชิงรุกในหลายมิติ วันที่ 23 กรกฎาคม 2567 นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ประกาศความร่วมมือกับคณาจารย์จาก 3 สถาบันการศึกษาชั้นนำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมทั้งโรงงานผลิตปลาป่น เพื่อบูรณาการแก้ไขสถานการณ์ของปลาหมอคางดำ นายประสิทธิ์ เปิดเผยว่า บริษัทตระหนักดีว่า ขณะนี้การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำเป็นความเดือดร้อนของประชาชนในหลายพื้นที่ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับตอนนี้คือ การร่วมมือและสนับสนุนการจัดการปัญหาเพื่อบรรเทาผลกระทบอย่างเร่งด่วน ในฐานะภาคเอกชน บริษัทสนับสนุนแผนปฏิบัติการ 5 โครงการ ร่วมแก้ไขปัญหานี้ของภาครัฐตามศักยภาพของบริษัท ต้องขอบคุณ ฯพณฯ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้ามาตรการแก้ปัญหาอย่างเร่
กรมประมงจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “การจัดทำนโยบายและแผนบริหารจัดการการประมง” (Problem and Solution Based) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ข้อมูล ข้อคิดเห็น มุมมองและแนวทางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านการประมงกับทุกภาคส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคการประมง ทั้งภาครัฐ เอกชน และชาวประมง เพื่อนำข้อสรุปที่ได้มาประกอบการจัดทำนโยบายและแผนบริหารจัดการการประมงของประเทศ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เป็นประธานเปิดงานการจัดทำนโยบายและแผนฯ ในครั้งนี้ และได้รับเกียรติจาก ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม เวชยชัย) และที่ปรึกษาประธานคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ มาร่วมบรรยายพิเศษ โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการกว่า 200 คน จากสมาคมการประมง ผู้แทนชาวประมง ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ คณาจารย์จากภาคอุดมศึกษา และคณะผู้บริหาร คณะผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ปรึกษากรมประมง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในด้านการประมง นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ
กรมประมง…เปิดแผนรับมือสถานการณ์อุทกภัยด้านประมง ปี 2567 เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคสัตว์น้ำที่มาพร้อมกับหน้าฝน แนะควรวางแผนการเลี้ยงและการป้องกัน เพื่อช่วยลดความสูญเสีย ด้วยขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว ทำให้มีฝนตกชุกหนาแน่นและต่อเนื่องครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ส่งผลให้คุณภาพน้ำในแหล่งเลี้ยงมีการเปลี่ยนแปลง กระทบต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ กรมประมงจึงขอประกาศแจ้งเตือนให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเฝ้าระวังโรคสัตว์น้ำในช่วงฤดูฝน หมั่นดูแลสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมประมงอย่างเคร่งครัด พร้อมนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมประมงเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องเกษตรกร ประชาชน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญในการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ ของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวในฐานะโฆษกกรมประมงว่า…กรมประมง ขานรับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีความห่วงใยต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรผู
ปลาหมอสีคางดำ (Blackchin Tilapia) เป็นชนิดพันธุ์ปลาต่างถิ่นรุกราน ที่สามารถปรับสภาพให้อาศัยอยู่ได้ใน 3 น้ำ ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม เป็นปลาที่มีความแข็งแรง สามารถอยู่ในสภาพน้ำที่ไม่สะอาดได้ ปัจจุบันพบการแพร่ระบาดใน 14 จังหวัดติดชายฝั่งทะเล จนเกิดกิจกรรม “ไล่ล่า” ปลาตัวร้ายแห่งสายน้ำให้สิ้นซาก ข้อมูลเว็บไซด์ของกรมประมง รายงานว่า ไทยมีการส่งออกปลาหมอสีคางดำ เป็นปลาสวยงามอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2556-2559 (ดังตารางแนบ) จำนวนรวมแล้วมากกว่า 320,000 ตัว มูลค่าส่งออกรวม 1,510,050 บาท ส่งออกไป 15 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา ซิมบับเว ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย รัสเซีย มาเลเซีย อาเซอร์ไบจาน เลบานอน ปากีสถาน อียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิสราเอล อิหร่าน โปแลนด์ และตุรกี โดยมีปริมาณการส่งออกรวมเฉลี่ยในแต่ละปี ตั้งแต่ 10,000-100,000 ตัว จึงเกิดการตั้งข้อสังเกตว่า กรมประมงมีการอนุญาตให้มีการนำปลาหมอสีคางดำเข้าในราชอาณาจักรเพียงรายเดียว เพื่อการวิจัยและปรับปรุงพันธุ์ตามเงื่อนไขของกฎหมาย แล้วพ่อแม่พันธุ์ที่ใช้เพาะเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม เพื่อการส่งออกมาจากที่ไหน? แล้วใครเป็นผู้นำเข้า? อธิบดีกรมประมง บัญชา สุขแก้ว ยอ
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานเปิดงาน Kick off “โครงการวิจัย การเหนี่ยวนำชุดโครโมโซม 4n ในปลาหมอคางดำ” ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี โดยมีนายอาคม ชุ่มธิ ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ นายคงภพ อำพลศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรมสัตว์น้ำ และหัวหน้าหน่วยงานกรมประมงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ว่าการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในประเทศไทยอย่างรุนแรงเป็นวงกว้าง จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบทั้งเชิงเศรษฐกิจของภาคการประมงและในเชิงความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศแหล่งน้ำจืดและน้ำกร่อย เนื่องจากลักษณะเฉพาะของปลาชนิดนี้ที่มีความสามารถในการปรับตัวให้ทนต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการแย่งชิงแหล่งอยู่อาศัยกับปลาท้องถิ่น และมีพฤติกรรมการกินอาหารได้ในวงกว้าง รวมถึงอัตราการแพร่พันธุ์ที่รวดเร็วมาก เมื่อปลาหมอคางดำหลุดรอดลงสู่บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำหรือแหล่งน้ำใดก็ตาม ส่งผลทำให้ปลาชนิดอื่น ๆ ลดจำนวนลงและปลาหมอคางดำกลายเป็นชนิดหลักในแหล่งน้ำนั้นแทน จากปัญหาดังกล่าว ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทร
ประมงสงขลา ประกาศจับ “ปลาหมอคางดำ” เอเลี่ยนสปีชีส์ ภัยร้ายสัตว์น้ำ ล่าลูกปลา ลูกกุ้ง ทำลายห่วงโซ่ตามธรรมชาติของปลาพื้นถิ่น สำนักงานประมงจังหวัดสงขลา ประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซต์ และหน้าเพจเฟซบุ๊ก โดยออกประกาศจับ “ปลาหมอคางดำ” ซึ่งเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่น หรือ เอเลี่ยนสปีชีส์ ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร และทำลายห่วงโซ่ตามธรรมชาติของปลาพื้นถิ่นในประเทศไทย โดยระบุว่า “ปลาหมอคางดำมีลักษณะภายนอกคล้ายคลึงกับปลาหมอเทศ อยู่ได้แทบทุกสภาพน้ำ ซึ่งพบได้ทั้งในน้ำจืด รวมทั้งปากแม่น้ำที่เป็นน้ำกร่อย ป่าชายเลน และในทะเล แต่จะไม่อยู่ในเขตน้ำลึก โดยเพศผู้จะมีสีดำบริเวณหัว และบริเวณแผ่นปิดเหงือกมากกว่าเพศเมีย” “ประชาชนหรือชาวประมงที่พบปลาหมอคางดำ สามารถติดต่อและแจ้งมาที่ สำนักงานประมง จังหวัดสงขลา หรือสำนักงานประมงใกล้บ้าน หรือโทร.ด่วนได้ที่ 074-311-302” สำนักงานประมงจังหวัดสงขลา ได้ทำคิวอาร์โค้ดให้ประชาชนที่พบเห็นปลาหมอคางดำ สามารถส่งข้อมูลที่จำเป็น รวมทั้งภาพถ่าย และพิกัดจุดที่พบ เพื่อให้ทราบถึงบริเวณที่มีการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ และเป็นฐานข้อมูลให้แก่เจ้าหน้าที่ในการติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินการใน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงและประมงจังหวัดสมุทรสงคราม จัดกิจกรรม “ลงแขก-ลงคลอง” ครั้งที่ 4 จับปลาไม่หยุด ขับเคลื่อนนโยบายการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและคืนความหลากหลายทางชีวภาพสู่ธรรมชาติและชุมชน สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสงคราม ขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ตลอดจนมีการบูรณาการมาตรการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ทั้งการควบคุมปริมาณและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด และมีการพัฒนาเครื่องมือประมงที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดปลาหมอคางดำ ตามเป้าหมายในการลดปริมาณปลาชนิดนี้อย่างมีนัยสำคัญ กิจกรรม “ลงแขก-ลงคลอง” ครั้งที่ 4 จัดขึ้น ณ คลองแพรกหนามแดง หมู่ที่ 4 ตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่พบการระบาดของปลาหมอคางดำในระดับต้นๆ ตามแผนงานของกรมประมง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของคนในชุมชน อย่างไรก็ตาม ในการจับปลาแต่ละครั้งและแต่ละพื้นที่มีปัญหาและอุปสรรคแตกต่างกัน แต่เจ้าหน้าที่ไม่เคยละความพยายาม
