กรมประมง
ซีพีเอฟเร่งเครื่อง 5 โครงการกำจัดปลาหมอคางดำ จับมือกรมประมงจัดลงแขกลงคลองต่อเนื่อง พร้อมมอบถังพลาสติกใช้แล้วหนุนการผลิตน้ำหมักชีวภาพ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ระดมทุกสรรพกำลังสนับสนุนมาตรการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการกำจัดปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับโรงงานปลาป่นช่วยรับซื้อปลาหมอคางดำผลิตปลาป่นไปแล้วกว่า 600,000 กิโลกรัม สนับสนุนกิจกรรมจับปลา และมอบปลานักล่าแก่กรมประมงใน 6 จังหวัดรวม 54,000 ตัว ล่าสุด ซีพีเอฟลงพื้นที่สนับสนุนจังหวัดฉะเชิงเทราจัด “ลงแขก-ลงคลอง” ครั้งที่ 1 บริเวณคลองบางกระพ้อ อำเภอบางคล้า พร้อมกันนี้ ซีพีเอฟยังได้ต่อยอดสนับสนุนถังพลาสติกใช้แล้ว 200 ใบให้แก่สถานีพัฒนาที่ดินใช้บรรจุน้ำหมักชีวภาพอีกด้วย นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ในฉะเชิงเทราพบปลาคางดำค่อนข้างมากใน อำเภอบางคล้า และอำเภอบางปะกง เพื่อป้องกันผลกระทบพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จังหวัดจึงจัดลงแขก-ลงคลองครั้งที่ 1 นำร่องจับปลาหมอคางดำในบริเวณคลองบางกระพ้อ โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ชาวแปดริ้ว และตัวแทนภาคเอกชน ร่วมกันจับปลาอ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าร่วมมือกับกรมประมงเร่งกำจัดปลาหมอคางดำ ล่าสุด สนับสนุนประมงจังหวัดจัดกิจกรรม “ลงแขก-ลงคลอง” จับปลาหมอคางดำแล้ว 6 จังหวัด ทั้ง สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี นครปฐม ชลบุรี และล่าสุดสนับสนุนประมงฉะเชิงเทราร่วมกับชาวแปดริ้วจับปลาในบริเวณคลองบางกะพ้อ ตำบลางกระเจ็ด อำเภอบางคล้า ช่วยกันลดจำนวนปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟได้ดำเนิน 5 โครงการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการกำจัดปลาหมอคางดำ ตั้งแต่ การร่วมมือกับโรงงานปลาป่นสมุทรสาครช่วยรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อผลิตปลาป่นไปแล้วมากกว่า 600,000 กิโลกรัม และสนับสนุนประมงจังหวัดจัดกิจกรรมการจับปลากว่า 10 ครั้งใน 6 จังหวัด ได้แก่ ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี นครปฐม ชลบุรี และล่าสุดฉะเชิงเทรา เพื่อเร่งลดจำนวนปลาหมอคางดำอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ จังหวัดสมุทรสาครที่สามารถกำจัดปลาหมอคางดำไปแล้วกว่า 830,000 กิโลกรัม สำหรับการสนับสนุนประมงจังหวัดมีตั้งแต่การสนับสนุนเครื่องมือจับปลา แห อวน รวมถึงอาหารและน้ำดื่ม
6 สิงหาคม 2567 กรุงเทพฯ – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับทีมวิจัยจาก กรมประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก และ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงข่าวเปิดโครงการความร่วมมือ ‘ชริมป์การ์ด’ (ShrimpGuard): การพัฒนาสูตรผสมของแบคทีริโอฟาจ (bacteriophage) หรือฟาจ (phage) และสารเสริมชีวนะเพื่อต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรีย Vibrio spp. ที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะในกุ้งเลี้ยง’ หรือ ‘ชริมป์การ์ด’ โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจำนวน 41,605,962 บาท จากศูนย์วิจัยการพัฒนาระหว่างประเทศ (International Development Research Centre: IDRC) ประเทศแคนาดา และกระทรวงสาธารณสุขและสังคม (Department of Health and Social Care) แห่งสหราชอาณาจักร ระยะเวลาดำเนินการ 32 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 ถึงเดือนธันวาคม 2569นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า การเพาะเลี้ยงกุ้งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร สำหรับประเทศกำลังพัฒนา ประเ
ซีพีเอฟหนุนประมงจังหวัดเพชรบุรี ชวนปชช.ลงแขกลงคลอง จับได้ปลาหมอคางดำในคลองอีแอด ต.แหลมผักเบี้ยชาวบ้านจับได้ปลากระบอกเกือบ 200 กก. สะท้อนระบบนิเวศยังดี สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี ผนึกกำลังกับชุมชน เกษตรกร ชาวประมง และเอกชน จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ช่วยกันจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำในบริเวณคลองอีแอด ในตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี สามารถจับปลาหมอคางดำได้กว่า 400 กิโลกรัม และยังจับปลากระบอกได้ด้วยอีกร่วม 200 กิโลกรัม ช่วยสะท้อนว่าระบบนิเวศในคลองอีแอดยังมีความอุดมสมบูรณ์ ภายในกิจกรรมลงแขก-ลงคลอง มีนายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมกับนายสมบุญ ธัญญาผล ผู้ตรวจราชการกรมประมง ว่าที่ร้อยตรี ธีระพล โชคนำชัย นายอำเภอบ้านแหลม รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกรมประมง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชาวประมง ผู้นำชุมชนและตัวแทนจากภาคเอกชนกว่า 150 คนร่วมไม้ร่วมมือกันช่วยกันจับปลาในคลองอีแอด และกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ประมงจังหวัดเพชรบุรีได้รับการสนับสนุนอาหารว่าง เครื่องดื่มชูกำลังและน้ำดื่มจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สำหรับแ
จากกรณีที่สื่อมวลชน นำเสนอข่าวว่า เกษตรกรวังกุ้งคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ พาผู้สื่อข่าวเข้าไปทอดแหจับปลาในบ่อเลี้ยง ปรากฏว่าพบปลาที่มีลักษณะผสมกันระหว่าง ปลาหมอคางดำ กับปลานิล คือ ลักษณะเหมือนปลานิลแต่ที่คางมีสีดำ ซึ่งแตกต่างจากปลานิลทั่วไป ที่มีลักษณะตัวอ้วนกลม คางไม่มีสีดำ จึงตั้งข้อสังเกตสงสัยว่าจะมีการกลายพันธุ์เป็น “ปลานิลคางดำ” หรือไม่ ถ้าหากกลายพันธุ์จริง จะมีผลกระทบกับเกษตรกรอย่างไร จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มานำตัวอย่างไปวิจัยจะได้หาแนวทางป้องกันแก้ไขนั้น นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ชี้แจงว่า ปลานิล หรือ Nile tilapia (Oreochromis niloticus) ส่วนปลาหมอคางดำ หรือ Blackchin tilapia (Sarotherodon melanotheron) เป็นปลาที่อยู่คนละสกุล (genus) ซึ่งลักษณะภายนอกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คือปลานิลจะมีแก้มและตัวสีคล้ายกัน หางมนและมีลายเส้น ส่วนปลาหมอคางดำ ใต้คางจะมีจุดสีดำ หางเว้าและไม่มีลวดลาย อีกทั้งพฤติกรรมการฟักไข่และดูแลลูกปลาก็มีความแตกต่างกันด้วย โดยในปลานิล ปลาเพศเมียมีพฤติกรรมดูแลไข่และตัวอ่อน ส่วนในปลาหมอคางดำ ปลาเพศผู้มีพฤติกรรมดูแลไข่และตัวอ่อน ซึ่งความแตกต
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมสนับสนุนสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสงคราม จัดกิจกรรม “ลงแขก ลงคลอง” ครั้งที่ 5 ที่บริเวณคลองย่อยคลองบางบ่อ หมู่ที่ 1 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ระดมพลังชาวประมง ชุมชน และองค์กรหลายภาคส่วน ลงพื้นที่ช่วยกันจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ โดยมี นายบัณฑิต กุลละวณิชย์ ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมกับตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนลงพื้นที่ร่วมสังเกตการณ์ และรับมอบปลากะพงขาว 4,000 ตัว จาก นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุดงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ เพื่อนำมาแก้ปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ และฟื้นฟูระบบนิเวศ นายบัณฑิต กล่าวว่า กิจกรรมลงแขกลงคลองที่จัดขึ้นในวันนี้ จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 เดินหน้าแก้ปัญหาเชิงรุกจัดการการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำตามมาตรการเร่งด่วนของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยบูรณาการการดำเนินงานผนึกพลังความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชุมชน และองค์กรเอกชน เพื่อเร่งกำจัดปลาหมอคางดำให้ออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติและบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกรอย่างรวดเร็
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำที่สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งเกษตรกรชาวประมงและระบบนิเวศแหล่งน้ำในกว่า 16 จังหวัด ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน กรมประมงได้ออกมาตรการสำคัญ 5 ข้อ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยหนึ่งในนั้นคือ การปล่อยปลาผู้ล่าเพื่อกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาตรการนี้จะดำเนินการต่อจากการใช้เครื่องมือประมงกำจัดปลาหมอคางดำร่วมกับชุมชนและหน่วยงานหลายภาคส่วน หลังจากที่ปลาหมอคางดำขนาดใหญ่ถูกจับและลดจำนวนลง ปลาผู้ล่าที่ปล่อยนั้นจะไปกำจัดประชากรปลาหมอคางดำขนาดเล็ก ช่วยควบคุมวงจรการแพร่พันธุ์ของปลาในระยะต่อไป กรมประมงขอสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปล่อยปลาผู้ล่า (Predatory Fish) ว่า การใช้ปลาผู้ล่าในการควบคุมชนิดพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นเป็นวิธีการควบคุมแบบชีววิธี (Biological Control) ที่ได้รับการวิจัยและนำมาใช้ในหลายประเทศอย่างกว้างขวาง ปลาผู้ล่าสามารถช่วยกำจัดสัตว์น้ำต่างถิ่นในบริเวณที่ไม่สามารถลงเครื่องมือประมงได้ เช่น ป่าชายเลน
จากกรณีที่มีสื่อมวลชน นำเสนอข่าวว่า มีเกษตรกรพบปลาหมอมายันปะปนอยู่กับปลาหมอคางดำในวังกุ้งในพื้นที่อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ทำให้เกษตรกรเกิดข้อกังวลเกี่ยวกับการระบาดของปลาทั้งสองชนิดนั้น นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ทั้งปลาหมอมายันและปลาหมอคางดำเป็นปลาต่างถิ่นรุกรานที่มีรายชื่อใน 13 ชนิดต้องห้ามตามข้อกำหนดมาตรา 65 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่ห้ามมิให้ผู้ใดนำเข้า ส่งออก นำผ่าน เพาะเลี้ยง หรือมีไว้ในครอบครองตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามมาตรา 144 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากนำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับปลาหมอมายัน (Mayan cichlid) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mayaheros urophthalmus (Günther, 1862) เป็นปลาพื้นเมืองมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบอเมริกากลาง ลักษณะลำตัวมีแถบสีดำ 7 แถบ มีจุดสีดำเด่นอยู่ที่บริเวณโคนหาง ตัวเต็มวัยมีขนาด 8-22 เซน
ซีพีเอฟ พร้อมเร่งสนับสนุนการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ ขานรับมาตรการรัฐบาล ขับเคลื่อน 5 โครงการอย่างเร่งด่วน ประสานความร่วมมือกับ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำบูรณาการเชิงรุกในหลายมิติ วันที่ 23 กรกฎาคม 2567 นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ประกาศความร่วมมือกับคณาจารย์จาก 3 สถาบันการศึกษาชั้นนำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมทั้งโรงงานผลิตปลาป่น เพื่อบูรณาการแก้ไขสถานการณ์ของปลาหมอคางดำ นายประสิทธิ์ เปิดเผยว่า บริษัทตระหนักดีว่า ขณะนี้การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำเป็นความเดือดร้อนของประชาชนในหลายพื้นที่ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับตอนนี้คือ การร่วมมือและสนับสนุนการจัดการปัญหาเพื่อบรรเทาผลกระทบอย่างเร่งด่วน ในฐานะภาคเอกชน บริษัทสนับสนุนแผนปฏิบัติการ 5 โครงการ ร่วมแก้ไขปัญหานี้ของภาครัฐตามศักยภาพของบริษัท ต้องขอบคุณ ฯพณฯ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้ามาตรการแก้ปัญหาอย่างเร่
กรมประมงจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “การจัดทำนโยบายและแผนบริหารจัดการการประมง” (Problem and Solution Based) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ข้อมูล ข้อคิดเห็น มุมมองและแนวทางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านการประมงกับทุกภาคส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคการประมง ทั้งภาครัฐ เอกชน และชาวประมง เพื่อนำข้อสรุปที่ได้มาประกอบการจัดทำนโยบายและแผนบริหารจัดการการประมงของประเทศ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เป็นประธานเปิดงานการจัดทำนโยบายและแผนฯ ในครั้งนี้ และได้รับเกียรติจาก ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม เวชยชัย) และที่ปรึกษาประธานคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ มาร่วมบรรยายพิเศษ โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการกว่า 200 คน จากสมาคมการประมง ผู้แทนชาวประมง ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ คณาจารย์จากภาคอุดมศึกษา และคณะผู้บริหาร คณะผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ปรึกษากรมประมง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในด้านการประมง นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ
