กรมประมง
จังหวัดนนทบุรี และกรมประมงบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และชุมชน เดินหน้ากำจัดปลาหมอคางดำอย่างเข้มแข็ง สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนช่วยกันจับขึ้นมาปรุงเป็นมื้ออาหารทุกวัน วันละประมาณ 10-20 กิโลกรัม ตามแนวทางมาตรการในการแก้ไขในระยะเร่งด่วน ได้แก่ 1.การควบคุมและกำจัดในทุกแหล่งน้ำที่พบการระบาด 2.การปล่อยปลานักล่า อาทิ ปลากะพงขาว ปลาอีกง ปลาช่อน ปลากราย เป็นต้น 3.การนำปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด 4. การสำรวจและเฝ้าระวังการแพร่กระจายในแหล่งน้ำธรรมชาติ และ 5.การประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ให้กับทุกภาคส่วน โดยได้รับการสนับสนุนเครื่องมือจับปลาจาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการจัดหาปลานักล่าจากจังหวัดนนทบุรีและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ผ่านมา จังหวัดปล่อยปลานักล่าไปแล้ว 128,000 ตัว ลงใน 2 ลำคลองรักษาความสมดุลระบบนิเวศ พร้อมร่วมมือกับผู้นำชุมชนช่วยกันหาแนวทางใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำเพิ่มขึ้น เช่น ปลาร้า ปลาแดดเดียว เพื่อส่งเสริมการบริโภคเพื่อกำจัดปลาหมอคางดำอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นางระวีพรรณ แก้วเพ
สถานการณ์ปลาหมอคางดำในทุกพื้นที่มีความหนาแน่นลดลงอย่างเป็นรูปธรรม หลังกรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตาม 7 มาตรการของกรมประมงอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง รวมถึงประมงจังหวัดสงขลา ประมงจังหวัดจันทบุรี และประมงเพชรบุรี ที่ยังไม่หยุดควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำหลากหลาย เน้นสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อเฝ้าระวังการแพร่กระจายอย่างเข้มข้น ร่วมมือกับเกษตรกรกำจัดปลาหมอคางดำที่อยู่ในบ่อร้างช่วยหยุดวัฏจักรการระบาด ส่งเสริมการแปรรูปและบริโภค และฟื้นฟูความหลากหลายของระบบนิเวศ นายเจริญ โอมณี ประมงจังหวัดสงขลา กล่าวว่า สถานการณ์ปลาหมอคางดำพบเฉพาะพื้นที่ในอำเภอระโนดเท่านั้น ซึ่งประมงจังหวัดมีการสำรวจปริมาณปลาเป็นประจำทุกเดือน พบว่าความหนาแน่นของปลาหมอคางดำในภาพรวมทุกคลองลดลงจากการสำรวจ เกิดจากการดำเนินมาตรการของกรมประมง จากความต้องการจับมาบริโภคเพิ่มขึ้นชาวบ้านจับขึ้นทุกวันทั้งมาใช้บริโภคและนำมาแปรรูปทำปลาแดดเดียวซึ่งได้ราคาค่อนข้างดี โดยเฉลี่ยจับขึ้นมาได้วันละ 80 กิโลกรัม “ประมงจังหวัดสงขลาเน้นการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกอำเภอของจังหวัดสงขลา รวมถึงชาวประมงในท
ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม และประมงจังหวัดสมุทรสาคร ยืนยันว่ามาตรการจัดการปัญหาปลาหมอคางดำที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเกิดผลดี ส่งผลให้ทั้งสองจังหวัดพบปลาลดลงอย่างเป็นรูปธรรม ด้าน บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ยังเดินหน้าสนับสนุนกรมประมงดำเนิน 5 มาตรการในการจัดการปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการสนับสนุนปลาผู้ล่าเพื่อปล่อยลงในแหล่งน้ำตามแนวทางของกรมประมง นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า จากการดำเนินมาตรการกำจัดปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง จังหวัดสมุทรสาครสาครสามารถกำจัดปลาหมอคางดำได้แล้ว 1,662,879 กิโลกรัม จนถึงวันนี้ชาวประมงจับปลาหมอคางดำได้ลดลง จากเดิมเรืออวนรุนเคยจับปลาหมอคางดำได้เที่ยวละ 1-2 ตันแต่มาวันนี้จับได้เพียงเที่ยวละ 300 กิโลกรัม บางทีเหลือเพียง 100 กิโลกรัม ดังนั้น ประเมินได้ว่าแหล่งน้ำธรรมชาติในจังหวัดสามารถกำจัดปลาหมอคางดำแล้ว 70-80% ของปลาหมอคางดำที่อยู่ในแหล่งน้ำ ขณะที่ นายบัณฑิต กุลละวณิชย์ ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม อธิบายว่า จังหวัดสมุทรสงครามร่วมมือกับทุกภาคส่วนจับปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทุกวันนี้ปลาหมอคางดำที่จ
กรมราชทัณฑ์ โดยเรือนจำกลางสมุทรสงคราม ร่วมมือกับประมงสมุทรสงคราม และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมมือคิกออฟโครงการบูรณาการความช่วยเหลือสังคมแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ ฝึกเป็นทักษะอาชีพให้ผู้ต้องขังแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ “น้ำปลา” ภายใต้แบรนด์ “หับเผย แม่กลอง” เพื่อส่งเสริมให้เกิดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากปลาหมอคางดำในวงกว้างขึ้น และช่วยลดจำนวนของปลาหมอคางดำได้อย่างครบวงจร นางจิตรา ประเสริฐโสภา ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสมุทรสงคราม กล่าวว่า ที่ผ่านมาเรือนจำกลางสมุทรสงครามได้ร่วมสนับสนุนกรมประมงแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ และให้การสนับสนุนหน่วยงานของรัฐในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ในการจัดกิจกรรมจับปลาหมอคางดำ ตามนโยบายของรัฐบาลซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ โดย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน ได้มีข้อสั่งการให้กรมราชทัณฑ์ ดำเนินการสนับสนุนแรงงานผู้ต้องขังเข้าช่วยเหลือสังคมจับปลาหมอคางดำ(ในรูปแบบ CSR) เรือนจำกลางสมุทรสงคราม จึงได้ดำเนินการตามนโยบายกรมราชทัณฑ์ มิติที่ 7 ยกระดับการสร้างกา
(25 กันยายน 2567) ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช และประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี โชว์มาตรการปราบปลาหมอคางดำได้ผลดีทั้งสองจังหวัด หลังสำรวจพบปลาหมอคางดำเบาบางลง พร้อมเดินหน้ามาตรการต่อเนื่องทันที ด้านบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ หนุนอีก 3 จังหวัดปล่อยปลาผู้ล่าลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ช่วยกำจัดและตัดวงจรปลาหมอคางดำในระยะยาว นายกอบศักดิ์ เกตุเหมือน ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชมีการสำรวจปริมาณปลาอย่างต่อเนื่อง โดยพบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติลดน้อยลง ล่าสุด พบเพียง 25 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร ลดลงจากการสำรวจครั้งแรกที่พบ 60 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร ทั้งนี้ จังหวัดยังบูรณาการกับทุกภาคส่วน ดำเนินมาตรการกำจัดปลาหมอคางดำต่อเนื่อง โดยการปล่อยปลาผู้ล่าลงแหล่งน้ำ และเน้นรณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการบริโภคปลาชนิดนี้มากขึ้น ในวันนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช ดำเนินการปล่อยปลาผู้ล่าเป็นครั้งแรก ในพื้นที่อำเภอปากพนัง หลังทำการจับปลาหมอคางดำขนาดใหญ่ออกจากแหล่งน้ำ จนกระทั่งเหลือเพียงปลาขนาดเล็กในปริมาณน้อยลงแล้ว โดยประมงจังหวัดได้รับการสนับสนุนปลากะพง
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ได้มอบเกียรติบัตรให้แก่ นายปรีชา ศิริแสงอารำพี เจ้าของโรงงานปลาป่น “ศิริแสงอารำพี” และ นายสนิท แดงพยนต์ หัวหน้ากลุ่มเกษตรกรทำประมงพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เนื่องในโอกาสวันสถาปนากรมประมง ครบรอบปีที่ 98 และวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2567 เพื่อยกย่องและขอบคุณที่โรงงานศิริแสงอารำพี และเกษตรกรให้ความร่วมมือในการรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อใช้ผลิตปลาป่น ซึ่งมีส่วนสนับสนุนมาตรการของกรมประมงในการจัดการปัญหาปลาหมอคางดำประสบผล ส่งผลให้พบปลาหมอคางดำในสมุทรสาครและจังหวัดใกล้เคียงลดลง “เกียรติบัตรที่ได้รับจากกรมประมงสะท้อนความทุ่มเทของโรงงานที่ผนึกพลังกับกรมประมงช่วยกันแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำในจังหวัดสมุทรสาครอย่างจริงจัง นอกจากนี้ โรงงานยังได้รับการสนับสนุนที่ดีจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ในการช่วยรับซื้อปลาป่นในราคาที่ดี และรับซื้ออย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้การกำจัดปลาหมอคางดำเกิดผลเป็นรูปธรรมทำให้จำนวนปลาหมอคางดำลดลงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่สมุทรสาครทำให้แหล่งน้ำหลายแห่งพบปลาลดลงถึง 70%” นายปรีชา กล่าว โรงงานปลาป่
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยภายหลัง เข้าร่วมงานเสวนาวิชาการและพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2567 “Transforming Public Service For Sustainability: พลิกโฉมบริการภาครัฐ สู่ความยั่งยืน” ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพคเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมี นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี และหัวหน้าส่วนราชการอื่นๆ เข้าร่วม โดยช่วงบ่ายมีพิธีรับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ. 2567 ซึ่งกรมประมงได้รับรางวัลเลิศรัฐ จำนวน 2 สาขา 4 ประเภท 4 รางวัล และรางวัลที่บูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น 2 รางวัล ดังนี้ 1. สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม (Thailand Excellent Participatory Governance Awards: TEPGA) ประเภทร่วมใจแก้จน ระดับดีเด่น จากผลงาน : ปลาดุกกมลาไสย แปลงใหญ่ชุมชนพัฒนาคนพัฒนาเศรษฐกิจ หน่วยงานที่ได้รับ กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ซึ่งดำเนินการแก้ปัญหาความยากจนจากภาวการณ์ขาดทุนของกลุ่มผู้เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยบ้านโปโล โดยขับเคลื่อนการรวมกลุ่มโครงการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ สามารถยกระดับการจัดการสินค้าสัตว์น้ำสู่สมดุล ผลผลิตของกลุ่มมีตลาดรับ
กรมประมงเร่งระดมทุกสรรพกำลังจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติในทุกจังหวัด เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและชาวประมง ร่วมสร้างสมดุลระบบนิเวศ โดยบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าร่วมให้การสนับสนุนเครื่องมือจับปลา อาหาร และน้ำดื่มในการจัดกิจกรรมจับปลาในจังหวัดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ บริษัทเตรียมส่งมอบปลานักล่าเพิ่มอีก 19,000 ตัวเพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำให้กับประมงจังหวัดระยอง สมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา เพื่อนำปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศให้มากที่สุด วันนี้ ซีพีเอฟร่วมสนับสนุนประมงจังหวัดนครศรีธรรมราชจัดกิจกรรมลงแขกลง ครั้งที่ 6 บริเวณหน้าประตูระบายน้ำท่าพยา ในอำเภอปากพนัง โดยมีหน่วยงานภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน และชาวประมง คลอง ระดมจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ และเปิดรับซื้อปลาหมอหมอคางดำกิโลกรัมละ 15 บาทเพื่อส่งต่อให้สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดนำไปผลิตน้ำหมักชีวภาพสำหรับเกษตรกรต่อไป ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟร่วมกับประมงนครศรีธรรมราชจัดกิจกรรมส่งเสริมการนำปลาไปใช้ประโยชน์ และสนับสนุนปลากะพงขาวขนาด 4 นิ้ว จำนวน 5,000
รายงานจากประมง 4 จังหวัด นครศรีธรรมราช สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทราสมุทรสาคร พบปลาหมอคางดำในพื้นที่เบาบางลง โดยเฉพาะสมุทรสาครโชว์มาตรการเป็นผลปลาหมอคางดำหายไปกว่า 70% นายกอบศักดิ์ เกตุเหมือน ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า โดยปกติชาวบ้านในจังหวัดนครศรีธรรมราช ใช้ประโยชน์จับปลาหมอคางดำขายเป็นปลาเหยื่อจับปูและปลามานานแล้ว อย่างไรก็ตาม ประมงจังหวัดระดมทุกสรรพกำลังเร่งจับปลาหมอคางดำในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ปากพนังและหัวไทร จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” จับปลาหมอคางดำในคลองสายต่างๆ จับปลาหมอคางดำเพื่อส่งให้โครงการผลิตน้ำหมักชีวภาพเพื่อเกษตรกรชาวสวนยางแล้ว 21 ตัน และในเดือนกันยายนนี้ประมงนครศรีธรรมราชยังจัดสรรงบเพิ่มเติมสำหรับใช้จัดซื้อปลาหมอคางดำกิโลกรัมละ 15 บาทสำหรับส่งให้สำนักงานพัฒนาที่ดินสำหรับผลิตน้ำหมักชีวภาพและนำไปแจกจ่ายให้เกษตรกรซึ่งคาดว่าจะช่วยกำจัดปลาได้อีกกว่า 18 ตัน “แนวทางการจำกัดปลาหมอคางดำที่ดำเนินการมาสามารถกำจัดปลาในแหล่งน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แหล่งน้ำหลายแห่งมีปลาหมอคางดำน้อยลง ซึ่งจังหวัดมีแผนจะปล่อยปลาผู้ล่าเพื่อช่วยกำจัดลูกปลาหมอคางดำในช่วงปลายเดือนนี้ต่อไป”
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ โชว์ผลการดำเนินโครงการเชิงรุกสนับสนุนกรมประมงกำจัดปลาหมอคางดำมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดร่วมมือโรงงานปลาป่น จ.สมุทรสาครรับซื้อปลาหมอคางดำผลิตปลาป่นได้มากกว่า 1 ล้านกิโลกรัมแล้ว และยังเดินหน้ารับซื้ออย่างต่อเนื่องที่เป้าหมาย 2,000,000 กิโลกรัม พร้อมบูรณาการกับทุกภาคส่วนเพื่อช่วยกันกำจัดปลาหมอคางดำให้หมดไป นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟร่วมมือกับโรงงานศิริแสงอารำพีเปิดรับปลาหมอคางดำเพื่อผลิตปลาป่นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม และรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 15 บาทเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา จนถึงวันนี้ โรงงานสามารถรับซื้อปลาหมอคางดำได้แล้วมากกว่า 1,000,000 กิโลกรัม (1,000 ตัน) ขณะเดียวกันซีพีเอฟยังได้ร่วมสนับสนุนประมงจังหวัดหลายพื้นที่จัดกิจกรรมจับปลาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด สนับสนุนกรมประมงใน 13 จังหวัดจับปลาได้กว่า 12,000 กิโลกรัมแล้ว และบริษัทยังเดินหน้าร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการลดจำนวนปลาหมอคางดำในทุกพื้นที่ นายปรีชา ศิริแสงอารำพี เจ้าของบริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด โ
