กรมประมง
ประมงจังหวัดราชบุรี เผยสถานการณ์ปลาหมอคางดำในจังหวัดราชบุรีอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ และในลำคลองยังพบปลาพื้นถิ่นอาศัยอยู่หลายชนิด ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อระบบนิเวศ ปีนี้ราชบุรียังคงดำเนินการต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศและดูแลเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างเป็นระบบ วันที่ 17 มกราคม 2568 นายจิระพงศ์ ศิริวัฒน์ นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนประมงจังหวัดราชบุรี มอบหมายให้นางสาวจินตนา นิธรรม หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง นางสายหยุดฤทธิ์ ช่วยประมง อำเภอโพธาราม พร้อมเจ้าหน้าที่และหน่วยงานพันธมิตร ได้ลงพื้นที่ทำกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” จับปลาหมอคางดำในคลองหนองบางงู ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม ตามแผนปฏิบัติการในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ตั้งเป้าจัดกิจกรรมจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติให้ครบทั้ง 6 อำเภอ ควบคู่กับการวางแผนการปล่อยปลาผู้ล่าลงในแหล่งน้ำเพื่อช่วยกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ และในระยะต่อไปมีการวางแผนการปล่อยปลาพื้นถิ่นกลับคืนลงสู่แหล่งน้ำเพื่อทดแทนปลาที่ถูกกำจัดออก และเพิ่มความหลากหลายในระบบนิเวศ จังหวัดราชบุรี ยังพบปลาหมอคางดำในพื้นที่ 6 อำเภอ แต่มีปริมา
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการอบรม เรื่อง การตรวจสอบย้อนกลับสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ (สำหรับเจ้าหน้าที่) ว่า จากนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศไทย กรมประมงจึงร่วมกับศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAFDEC) และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ภายใต้กรอบความร่วมมือ ASEAN-JICA จัดโครงการอบรม “การตรวจสอบย้อนกลับสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ” ภายใต้โครงการ “ASEAN-JICA Capacity Building Project on IUU Fishing Countermeasures in Southeast Asia” ระหว่างปี พ.ศ. 2567-2570 ให้แก่เจ้าหน้าที่กรมประมง ผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบย้อนกลับสัตว์น้ำทั้งที่มาจากการจับและจากการเพาะเลี้ยงทั้งในและนอกประเทศ ให้ครอบคลุมทุกกระบวนการที่เชื่อมโยงกัน ตลอดจนกระบวนการส่งออก เพื่อให้สอดคล้องและตรงกับข้อกำหนดของประเทศคู่ค
ประมงจังหวัดสงขลา และ ประมงจังหวัดพัทลุง ตระหนักถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน เจ้าหน้าที่ประมงทั้งสองจังหวัดลงพื้นที่ดูแลเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และชาวประมงพื้นบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย พร้อมกับตรวจติดตามเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในทะเลสาบสงขลา สร้างการรับรู้ และร่วมมือกับชาวประมงพื้นบ้านจัดชุดปฏิบัติการสำรวจปลาหมอคางดำในทะเลสาบสงขลาหลังน้ำท่วมคลี่คลาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าไม่พบปลาหมอคางดำในทะเลสาบสงขลา นายภูษิต จันทร์เพชร ประมงจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ประมงจังหวัดพัทลุงตระหนักดีถึงความกังวลใจของประชาชนและชาวประมงพื้นบ้านว่าสถานการณ์น้ำท่วมอาจเป็นปัจจัยให้เกิดการพัดพาปลาหมอคางดำลงสู่ทะเลสาบสงขลา โดยฝั่งจังหวัดพัทลุงได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ประมงบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดดูแลเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว พร้อมกับประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักว่ามีโอกาสที่ปลาหมอคางดำหลุดเข้าทะเลสาบสงขลา ประมงจังหวัดจัดชุดปฏิบัติการสำรวจปลาหมอคางดำ และขอความร่วมมือกับชาวประมงพื้นบ้านช่วยกันสอดส่
28 พฤศจิกายน 2567 – นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เป็นประธานเปิด “การประชุมสัมมนาชาวประมงพื้นบ้านประเทศไทย ครั้งที่ 10 (ประจำปี 2567)” มอบนโยบายการดำเนินงานที่มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งในการประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน พร้อมตั้งโต๊ะเสวนาระหว่างภาครัฐและชาวประมงเพื่อร่วมกันวางแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวประมงพื้นบ้าน ขานรับนโยบายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า ที่เร่งผลักดันและขับเคลื่อนการพัฒนาประมงพื้นบ้าน ส่งเสริมและต่อยอดด้านความมั่นคงทางอาหารอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยภายในงานมี นายปิยะ เทศแย้ม นายกสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ชาวประมงพื้นบ้าน รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมอานนท์ กรมประมง นายบัญชา เปิดเผยว่า “การประมงพื้นบ้าน” มีความสำคัญต่อภาคสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมากและเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของผู้บริโภค กรมประมงจึงมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง โดยส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกา
ประมงจังหวัดสงขลา และ ประมงจังหวัดพัทลุง ยืนยันทะเลสาบสงขลายังไม่พบปลาหมอคางดำ ไม่นิ่งนอนใจจับมือเอกชนและชุมชนปล่อยลูกปลากะพงขาวลงแหล่งน้ำ ด้วยแนวทางเชิงป้องกัน สร้างแนวกันชนด้วยการปล่อยลูกพันธุ์ปลากะพงขาวลงในแหล่งน้ำ ป้องกันปลาหมอคางดำรุกเข้าไปในทะเลสาบสงขลา พร้อมผนึกพลังชุมชนและชาวประมงเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง นายภูษิต จันทร์เพชร ประมงจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ที่ผ่านมาประมงจังหวัดพัทลุงบูรณาการหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำชุมชน ชาวประมง และภาคเอกชนจัดการปัญหาปลาหมอคางดำ ทั้งการประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลกับชุมชนในจังหวัด และชาวประมงที่อยู่รอบทะเลสาบเพื่อสร้างการรับรู้ปลาชนิดนี้ให้ช่วยกันสอดส่อง ยับยั้ง ป้องกัน เฝ้าระวังในพื้นที่บริเวณทะเลสาบสงขลา และรอยต่อระหว่างจังหวัดสงขลา และจัดชุดปฏิบัติการชาวประมงสำรวจปลาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันยังไม่พบปลาหมอคางดำในทะเลสาบสงขลา ทั้งนี้ พัทลุงไม่เคยนิ่งนอนใจให้ความสำคัญกับการดำเนินการเชิงป้องกัน ติดตามสำรวจปลาหมอคางดำในพื้นที่ ไม่รอให้เกิดการแพร่ระบาดไปในหลายพื้นที่ และในช่วงที่มีฝนตกชุกในพื้นที่ จังหวัดพัทลุงได้ปล่อยปลากะพงขาวขนาด 4 นิ้ว จำนวน
กรมประมงเดินหน้าบูรณาการควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ โดยประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ด้วยการปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาวซึ่งเป็นผู้ล่าตามธรรมชาติลงสู่แหล่งน้ำ เพื่อลดจำนวนลูกปลาและจำกัดวงการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ มุ่งสร้างสมดุลและความยั่งยืนของทรัพยากรประมงในพื้นที่ นับตั้งแต่ สำนักงานประมงจังหวัดต่างๆ มีการดำเนินแผนปฏิบัติการเชิงรุกเร่งจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทุกจังหวัดจับเจอปลาหมอคางดำขนาดเล็กลง จำนวนปลาที่เป็นพ่อแม่พันธุ์ หรือปลาตัวใหญ่ลดลง กรมประมงจึงเดินหน้าปล่อยปลานักล่าลงแหล่งน้ำ โดย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมสนับสนุนลูกพันธุ์ปลากะพงขาว ตามเป้าหมายสนับสนุนปลานักล่า 200,000 ตัว ให้กรมประมงเพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติในจังหวัดต่างๆ นายธัชชัย อุบลไพศาล ประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สถานการณ์ของปลาหมอคางดำในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานียังสามารถควบคุมได้ ไม่ให้ปลาหมอคางดำขยายวงออกไปพื้นที่อื่นๆ ได้ การจัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ครั้งหลังๆ ปลาหมอคางดำจับได้น้อยลง และปลามีขนาดเ
กรมประมง…เปิดรับแจ้งการครอบครอง “สัตว์ป่าสงวนฯ และสัตว์ป่าคุ้มครองฯ จากบัญชีเดิม รวม 7 ชนิด ตั้งแต่ 23 พฤศจิกายน 2567 ถึง 20 กุมภาพันธ์ 2568 กรมประมง แจ้งให้ผู้ที่ครอบครองสัตว์ป่าสงวน หรือซากสัตว์ป่าสงวน 1 ชนิด ได้แก่ วาฬสีน้ำเงิน และสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง 6 ชนิด ได้แก่ ปลากระเบนปีศาจหางเคียว ปลาฉลามเสือดาว ปลาฉลามหัวค้อนยาว ปลาฉลามหัวค้อนเรียบ ปลาฉลามหัวค้อนสีน้ำเงิน และปลาฉลามหัวค้อนใหญ่ ต้องยื่นเอกสารหลักฐานเพื่อแสดงการครอบครองในระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน 2567 ถึง 20 กุมภาพันธ์ 2568 ได้ที่สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพฯ และสำนักงานประมงจังหวัด ณ ท้องที่ที่ครอบครองทั่วประเทศ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ด้วยพระราชกฤษฎีกากำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าสงวน พ.ศ. 2567 โดยได้มีการกำหนดสัตว์ป่าสงวนเพิ่มเติมจากบัญชีสัตว์ป่าสงวนท้ายพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 จำนวน 1 ชนิด ได้แก่ วาฬสีน้ำเงิน (Balaenoptera musculus) และกฎกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มค
จังหวัดสมุทรสงคราม และประมงสมุทรสงคราม ระดมความร่วมมือทุกภาคส่วนภาครัฐ เอกชน ชุมชน และชาวประมงในพื้นที่ ในการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำตามแผนปฏิบัติการของกรมประมงอย่างจริงจังและเป็นระบบ โดยบูรณาการองค์ความรู้ และนวัตกรรมที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมและพื้นที่เพื่อควบคุมและลดจำนวนปลาหมอคางดำ พร้อมเปลี่ยนปัญหาให้เป็นโอกาสช่วยสร้างรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และฟื้นฟูระบบนิเวศและคืนความหลากหลายทางชีวภาพสู่ธรรมชาติและชุมชน ล่าสุด จังหวัดสมุทรสงครามผนึกพลังกับประมงจังหวัด นำโดย นายกรกฎ วงษ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นายรนัสถ์ชัย พุ่มเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม และนายบัณฑิต กุลละวณิชย์ ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่น ร่วมกับคณะขับเคลื่อนนโยบายของกรมประมง(FC) เรือนจำกลางสมุทรสงคราม และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) จัด กิจกรรมลงแขกลงคลอง เพื่อขับเคลื่อนการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่ ครั้งที่ 1/2568 ในบริเวณบ่อพักน้ำหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสงคราม และบริเวณบ่อพักน้ำข้างศาลากลา
ประมงจังหวัดเพชรบุรีรายงานการจัดกิจกรรมลงแขกลงคลองและแนวทาง “เจอ จับ แจ้ง” เห็นผล พบปลาหมอคางดำในคลองลดลง จากกิจกรรมล่าสุดจับปลาหมอคางดำที่คลองประดู่ ในอำเภอเขาย้อยได้เพียง 7 กิโลกรัมเท่านั้น พร้อมเดินหน้าบูรณาการทุกภาคส่วนจัดการปัญหาเชิงรุก จัดตั้งอาสาสมัครเฝ้าระวังประจำอำเภอ 30 คนต่ออำเภอ เดินหน้าส่งเสริมการใช้ประโยชน์ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า ปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากการจัดกิจกรรมลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำครั้งล่าสุด ที่ประมงเพชรบุรีบูรณาการความร่วมมือกับ หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกรมประมง ผู้แทนอำเภอเขาย้อย นายกเทศมนตรีตำบลเขาย้อย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF และชาวประมงในพื้นที่รวม 100 คน ลงจับมือที่คลองประดู่ ตำบลบางเค็ม อำเภอเขาย้อย ผลที่ได้จับปลาหมอคางดำได้เพียง 7 กิโลกรัมเท่านั้น และสามารถจับปลาพื้นถิ่นอีก 2 กิโลกรัม เป็นหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าลำคลองนี้ยังมีระบบนิเวศที่ดี สำหรับปลาหมอคางดำที่จับได้ ประมงเพชรบุรีมอบให้กับวิ
อัครา รมช.เกษตรฯ ขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงทางอาหาร เปิดจับปลาบึกเขื่อนแก่งกระจาน ตามแนวคิด จับ 1 ปล่อย 100 พร้อมยกระดับชุมชนประมงเป็นต้นแบบการบริหารจัดการทรัพยากรประมง วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ณ หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดเขื่อนแก่งกระจาน (เพชรบุรี) ตำบลแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี กรมประมงจัดพิธีเปิดงานบริหารจัดการการทำประมงปลาบึกเขื่อนแก่งกระจาน ประจำปี พ.ศ. 2567 เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ทำประมงปลาบึก จับปลาบึกได้อย่างถูกกฎหมายตามห้วงเวลาที่กำหนด ภายใต้กฎและกติกาประจำปี ตามแนวคิดของชุมชน จับ 1 ตัว ปล่อย 100 ตัว ประกอบอาชีพประมงควบคู่ไปกับการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดความยั่งยืน ตอบโจทย์ตามนโยบายความมั่นคงทางอาหารของทางรัฐบาล โดยมีนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี มีชาวประมง ผู้นำชุมชน นักเรียน เจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 500 คน นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “ปลาบึก” เป็นปลาหนังน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแม่น้ำโขง ตั้งแต่ประเทศจีน ลาว เมียนมา ไทย แต่ในอดีตมีการจับปลาบ
