กรมประมง
กรมประมงเดินหน้าบูรณาการควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ โดยประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ด้วยการปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาวซึ่งเป็นผู้ล่าตามธรรมชาติลงสู่แหล่งน้ำ เพื่อลดจำนวนลูกปลาและจำกัดวงการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ มุ่งสร้างสมดุลและความยั่งยืนของทรัพยากรประมงในพื้นที่ นับตั้งแต่ สำนักงานประมงจังหวัดต่างๆ มีการดำเนินแผนปฏิบัติการเชิงรุกเร่งจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทุกจังหวัดจับเจอปลาหมอคางดำขนาดเล็กลง จำนวนปลาที่เป็นพ่อแม่พันธุ์ หรือปลาตัวใหญ่ลดลง กรมประมงจึงเดินหน้าปล่อยปลานักล่าลงแหล่งน้ำ โดย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมสนับสนุนลูกพันธุ์ปลากะพงขาว ตามเป้าหมายสนับสนุนปลานักล่า 200,000 ตัว ให้กรมประมงเพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติในจังหวัดต่างๆ นายธัชชัย อุบลไพศาล ประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สถานการณ์ของปลาหมอคางดำในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานียังสามารถควบคุมได้ ไม่ให้ปลาหมอคางดำขยายวงออกไปพื้นที่อื่นๆ ได้ การจัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ครั้งหลังๆ ปลาหมอคางดำจับได้น้อยลง และปลามีขนาดเ
กรมประมง…เปิดรับแจ้งการครอบครอง “สัตว์ป่าสงวนฯ และสัตว์ป่าคุ้มครองฯ จากบัญชีเดิม รวม 7 ชนิด ตั้งแต่ 23 พฤศจิกายน 2567 ถึง 20 กุมภาพันธ์ 2568 กรมประมง แจ้งให้ผู้ที่ครอบครองสัตว์ป่าสงวน หรือซากสัตว์ป่าสงวน 1 ชนิด ได้แก่ วาฬสีน้ำเงิน และสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง 6 ชนิด ได้แก่ ปลากระเบนปีศาจหางเคียว ปลาฉลามเสือดาว ปลาฉลามหัวค้อนยาว ปลาฉลามหัวค้อนเรียบ ปลาฉลามหัวค้อนสีน้ำเงิน และปลาฉลามหัวค้อนใหญ่ ต้องยื่นเอกสารหลักฐานเพื่อแสดงการครอบครองในระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน 2567 ถึง 20 กุมภาพันธ์ 2568 ได้ที่สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพฯ และสำนักงานประมงจังหวัด ณ ท้องที่ที่ครอบครองทั่วประเทศ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ด้วยพระราชกฤษฎีกากำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าสงวน พ.ศ. 2567 โดยได้มีการกำหนดสัตว์ป่าสงวนเพิ่มเติมจากบัญชีสัตว์ป่าสงวนท้ายพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 จำนวน 1 ชนิด ได้แก่ วาฬสีน้ำเงิน (Balaenoptera musculus) และกฎกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มค
จังหวัดสมุทรสงคราม และประมงสมุทรสงคราม ระดมความร่วมมือทุกภาคส่วนภาครัฐ เอกชน ชุมชน และชาวประมงในพื้นที่ ในการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำตามแผนปฏิบัติการของกรมประมงอย่างจริงจังและเป็นระบบ โดยบูรณาการองค์ความรู้ และนวัตกรรมที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมและพื้นที่เพื่อควบคุมและลดจำนวนปลาหมอคางดำ พร้อมเปลี่ยนปัญหาให้เป็นโอกาสช่วยสร้างรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และฟื้นฟูระบบนิเวศและคืนความหลากหลายทางชีวภาพสู่ธรรมชาติและชุมชน ล่าสุด จังหวัดสมุทรสงครามผนึกพลังกับประมงจังหวัด นำโดย นายกรกฎ วงษ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นายรนัสถ์ชัย พุ่มเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม และนายบัณฑิต กุลละวณิชย์ ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่น ร่วมกับคณะขับเคลื่อนนโยบายของกรมประมง(FC) เรือนจำกลางสมุทรสงคราม และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) จัด กิจกรรมลงแขกลงคลอง เพื่อขับเคลื่อนการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่ ครั้งที่ 1/2568 ในบริเวณบ่อพักน้ำหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสงคราม และบริเวณบ่อพักน้ำข้างศาลากลา
ประมงจังหวัดเพชรบุรีรายงานการจัดกิจกรรมลงแขกลงคลองและแนวทาง “เจอ จับ แจ้ง” เห็นผล พบปลาหมอคางดำในคลองลดลง จากกิจกรรมล่าสุดจับปลาหมอคางดำที่คลองประดู่ ในอำเภอเขาย้อยได้เพียง 7 กิโลกรัมเท่านั้น พร้อมเดินหน้าบูรณาการทุกภาคส่วนจัดการปัญหาเชิงรุก จัดตั้งอาสาสมัครเฝ้าระวังประจำอำเภอ 30 คนต่ออำเภอ เดินหน้าส่งเสริมการใช้ประโยชน์ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า ปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากการจัดกิจกรรมลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำครั้งล่าสุด ที่ประมงเพชรบุรีบูรณาการความร่วมมือกับ หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกรมประมง ผู้แทนอำเภอเขาย้อย นายกเทศมนตรีตำบลเขาย้อย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF และชาวประมงในพื้นที่รวม 100 คน ลงจับมือที่คลองประดู่ ตำบลบางเค็ม อำเภอเขาย้อย ผลที่ได้จับปลาหมอคางดำได้เพียง 7 กิโลกรัมเท่านั้น และสามารถจับปลาพื้นถิ่นอีก 2 กิโลกรัม เป็นหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าลำคลองนี้ยังมีระบบนิเวศที่ดี สำหรับปลาหมอคางดำที่จับได้ ประมงเพชรบุรีมอบให้กับวิ
อัครา รมช.เกษตรฯ ขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงทางอาหาร เปิดจับปลาบึกเขื่อนแก่งกระจาน ตามแนวคิด จับ 1 ปล่อย 100 พร้อมยกระดับชุมชนประมงเป็นต้นแบบการบริหารจัดการทรัพยากรประมง วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ณ หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดเขื่อนแก่งกระจาน (เพชรบุรี) ตำบลแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี กรมประมงจัดพิธีเปิดงานบริหารจัดการการทำประมงปลาบึกเขื่อนแก่งกระจาน ประจำปี พ.ศ. 2567 เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ทำประมงปลาบึก จับปลาบึกได้อย่างถูกกฎหมายตามห้วงเวลาที่กำหนด ภายใต้กฎและกติกาประจำปี ตามแนวคิดของชุมชน จับ 1 ตัว ปล่อย 100 ตัว ประกอบอาชีพประมงควบคู่ไปกับการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดความยั่งยืน ตอบโจทย์ตามนโยบายความมั่นคงทางอาหารของทางรัฐบาล โดยมีนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี มีชาวประมง ผู้นำชุมชน นักเรียน เจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 500 คน นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “ปลาบึก” เป็นปลาหนังน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแม่น้ำโขง ตั้งแต่ประเทศจีน ลาว เมียนมา ไทย แต่ในอดีตมีการจับปลาบ
ประมงจังหวัดสงขลาและอำเภอระโนดเร่งแก้ปัญหาปลาหมอคางดำที่อยู่ในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำในอำเภอระโนด สนับสนุนใช้แนวทางธรรมชาติ นำ “กากชา” มาช่วยกำจัดปลาที่สร้างความเสียหายช่วยเยียวยาและลดความเสี่ยงให้เกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงปูทะเลมีผลผลิตที่ดี บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร รวมทั้งเป็นการตัดวงจรและควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำอย่างมีประสิทธิภาพ การสนับสนุนกากชาเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องเกษตรกรรายย่อย ประมงอำเภอระโนดได้รับการสนับสนุนกากชาจำนวน 1 ตันจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และนำมาจัดสรรให้แก่เกษตรกรเลี้ยงปูทะเลที่ลงทะเบียนขอความช่วยเหลือกลุ่มแรก 20 ราย เกษตรกรนำกากชาที่ได้รับการสนับสนุนไปโรยในบ่อเลี้ยงปูทะเล เพื่อให้สามารถจับปลาหมอคางดำได้ง่ายขึ้น เพราะกากชาไม่ส่งผลกับปูทะเล เพื่อช่วยป้องกันให้ปลาหมอคางดำไปกินตัวอ่อนของปูทะเล กากชาเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ไม่ส่งผลกระทบต่อปูหรือกุ้ง ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงปูทะเลนำไปใช้ในบ่อเพาะเลี้ยงอยู่แล้ว จากการตรวจติดตาม ประมงสงขลาพบว่า ยังมีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในคลองส่งน้ำและบ่อพักน้ำของเกษตรกร จึงม
สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสงคราม ผนึกกำลังเกษตรกร และภาคเอกชน รวมทั้ง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นำร่องโมเดลใหม่แก้ปัญหาปลาหมอคางดำ หลังจากปลาหมอคางดำขนาดใหญ่ถูกกำจัดออกจากแหล่งน้ำพร้อมกับช่วยเยียวยาเกษตรกร ผ่านกิจกรรม ‘สิบหยิบหนึ่ง’ ปราบปลาหมอคางดำ โดยสนับสนุนลูกพันธุ์ปลากะพงขาวให้เกษตรกรที่ร่วมโครงการนำไปปล่อยลงในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำช่วยกินตัวอ่อนของปลาหมอคางดำ บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร ลดความเสียหายของผลผลิต และสร้างการมีส่วนร่วมช่วยเพิ่มจำนวนพันธุ์ปลาเศรษฐกิจที่เป็นนักล่าช่วยกำจัดปลาหมอคางดำแบบบูรณาการเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม นายบัณฑิต กุลละวณิชย์ ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า จากการระดมความร่วมมือของหลายหน่วยงานทั้งในระดับท้องถิ่นและภาคีภาคเอกชนบูรณาการจัดการปลาหมอคางดำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ครอบคลุมกว่า 70% ของแหล่งน้ำธรรมชาติและบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในจังหวัด พบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำเบาบางลงอย่างมีนัยสำคัญ ปลาหมอคางดำที่จับได้ตัวเล็กลง ปลาที่เป็นพ่อแม่พันธุ์หายไป เป็นแนวโน้มว่าปลาหมอคางดำในสมุทรสงครามลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ สมุทรส
วิกฤตการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ลูกสัตว์น้ำ กุ้ง หอย ปู ปลาที่อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ถูกกินไปจำนวนมาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง และนำปลาที่จับมาไปใช้ประโยชน์ทั้งในภาคครัวเรือน เช่น การทำน้ำหมักชีวภาพ การทำน้ำปลาร้า การทำปลาป่น ฯลฯ ล่าสุด กองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ (กอส.) กรมประมงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากเนื้อของปลาหมอคางดำ ได้แก่ ปลาหยอง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีโปรตีนสูงและสามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน รวมถึงยังสามารถพัฒนาต่อยอดไปเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ ได้ เช่น น้ำพริกปลาคั่วสมุนไพร และผงโรยข้าว ขั้นตอนการทำปลาหยอง การทำปลาหยอง เริ่มต้นจากนำปลาหมอคางดำมาลอกหนังออก และล้างเนื้อปลาด้วยน้ำเกลือ เพื่อกำจัดไขมัน เลือด และกลิ่นคาว และนำไปนึ่งให้สุก ยีเนื้อปลาให้แยกเป็นฝอย ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ และน้ำตาลทราย คั่วด้วยไฟอ่อนจนแห้ง และนำไปอบให้แห้งด้วยตู้อบ ที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส นาน 1 ชั่วโมง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นหอมของเนื้อปลาและซีอิ๊ว ทิ้งไ
สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี รายงานการสำรวจปริมาณปลาหมอคางดำในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีพบว่ามีจำนวนลดลง แต่ยังเดินหน้าจัดกิจกรรมลงแขกลงคลองในแหล่งน้ำธรรมชาติและปล่อยปลาผู้ล่า พร้อมผนึกพลังของชาวเพชรบุรีเข้ามาร่วมกำจัดปลาชนิดนี้ แนวทางเป็น “เจอ จับ แจ้ง” ส่งเสริมการใช้ประโยชน์พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และริเริ่มแนวทางใหม่ ตั้งทีมอาสาสมัครประจำอำเภอร่วมหยุดยั้งปลาหมอคางดำอย่างยั่งยืนในระยะยาว นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ประมงอำเภอ เจ้าหน้าที่กรมประมง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ผู้แทนบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และชาวประมงในพื้นที่ ร่วมกิจกรรมลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำ ณ บริเวณบ่อบำบัดน้ำ ทุ่งตะกาดพลี อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี สามารถจับปลาหมอคางดำได้ 2,024 กิโลกรัม ซึ่งประมงเพชรบุรีส่งมอบให้สำนักงานพัฒนาที่ดินนำไปผลิตน้ำหมักชีวภาพ และแบ่งให้ชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรมนำไปบริโภคต่อไป นายประจวบ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติของจังหวัดเพชรบุรีลดลงมาก เห็นได้จากจับปลาหมอค
สำนักงานประมงจังหวัดจันทบุรี สนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ความสำคัญกับการป้องกันและกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเพาะเลี้ยงอย่างมีประสิทธิภาพ มีส่วนช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดจันทบุรีได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำค่อนข้างน้อย พร้อมแนะนำเกษตรกรควรให้ความสำคัญกับการเตรียมพื้นบ่อให้แห้งที่สุดและการกรองน้ำที่สูบเข้าบ่อช่วยลดผลกระทบจากปลาหมอคางดำและเชื้อโรค และมีส่วนร่วมควบคุมปลาหมอคางดำแพร่ระบาดในแหล่งน้ำธรรมชาติอีกด้วย นายสมพร รุ่งกำเนิดวงศ์ ประมงจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า การเลี้ยงกุ้งในปัจจุบัน นอกจากจะมีการลงทุนสูงแล้ว ต้องอาศัยความรู้และการจัดการที่ดี การเรียนรู้และติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้การเลี้ยงกุ้งได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและสามารถแข่งขันในตลาดได้ จากสถานการณ์ปลาหมอคางดำแพร่พันธุ์อยู่ในบ่อเลี้ยงกุ้ง เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดจันทบุรีได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย เพราะเกษตรกรให้ความใส่ใจและมีแนวทางในการจัดการปลาหมอคางดำ ในกระบวนการเตรียมบ่อและระหว่างการเลี้ยงอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดความเสียหายให้มากที่สุด เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดจันทบุรีรวมถึงเกษตรกรในภาคตะวันออกเป็นผู้นำในก
