กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร เตรียมจัดใหญ่งานมหกรรมไม้ผลอัตลักษณ์ภาคใต้ระดมขนทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง และผลไม้แปรรูปคุณภาพจากทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ขึ้นจำหน่ายยังภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 29-31 กรกฎาคมนี้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ คาดจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคชาวเชียงใหม่เป็นอย่างดี นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา กำหนดจัดงานมหกรรมไม้ผลอัตลักษณ์ภาคใต้ ประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 29-31 กรกฎาคม 2565 ณ ลานกิจกรรมมีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การบริโภคผลไม้อัตลักษณ์ของภาคใต้ ที่มีรสชาติดี ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สละ จำปาดะ และผลไม้แปรรูปอื่นๆ อีกมากมาย ภายในงานจะมีการจำหน่ายทั้งในรูปของผลไม้สดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้ของกลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากกรมส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ สำหรับสินค้าเด่นที่จะนำไปจำหน่าย เช่น ทุเรียน เป็นทุเรียนคุณภาพดี คัดพิเศษ จากแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้า
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด ได้ดำเนินโครงการคัดเลือก “เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี พ.ศ. 2565” ตามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการสนับสนุนกิจกรรมและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่เกษตรกร เพื่อเฟ้นหาเกษตรกรที่มีแนวความคิดในการนำนวัตกรรมเกษตรและองค์ความรู้ต่างๆ มาพัฒนา ต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน และช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน รวมถึงเพื่อร่วมชิงเงินรางวัลมากกว่า 450,000 บาท สำหรับเกษตรกรที่ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ โดยเกษตรกรผู้สมัครต้องมีอายุระหว่าง 17-50 ปี ทำการเกษตรแบบอินทรีย์ มีสินค้าเกษตรเป็นของตนเอง มีเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินในการทำการเกษตรอย่างถูกต้อง เป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ในการนำภูมิปัญญา เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่ทันสมัยมาช่วยในกระบวนการผลิต การตลาดหรือการแปรรูปผลผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าหรือผลผลิต และไม่เคยเป็นผู้ได้รับการประกาศให้เป็นเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดมาก่อน อธิบดีกรมส่งเสริมการเ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ห่วงใยสถานการณ์การระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังที่กลับมาระบาดอีกครั้ง จึงสั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งดำเนินการควบคุมการระบาดอย่างต่อเนื่อง กรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดมาตรการเข้มข้น 6 มาตรการในการป้องกันกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลัง ประกอบด้วย 1) สร้างการรับรู้ โดยได้สั่งการและเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ด้านอารักขาพืช เกษตรอำเภอ เกษตรตำบล ชี้แจงทำความเข้าใจให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงผลกระทบของโรคในทุกโอกาส 2) เฝ้าระวังและป้องกันการระบาด โดยให้ความรู้แก่เกษตรกรถึงวิธีการสำรวจ ใช้เกณฑ์การรายงานพื้นที่ระบาดแบบใหม่ รวมถึงการจัดทำแปลงพยากรณ์เตือนการระบาด ส่งเสริมการใช้พันธุ์สะอาดและทนทานต่อโรคใบด่าง ได้แก่ ระยอง 72 เกษตรศาสตร์ 50 ห้วยบง 60 และระยอง 90 งดการใช้พันธุ์อ่อนแอ ได้แก่ พันธุ์ CMR 43-08-89 และพันธุ์ระยอง 11 รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตแปลงพันธุ์สะอาด 3) ควบคุมการระบาด ด้วยการทำลายต้นเป็นโรค โดยใช้หลักเกณฑ์แบบใหม่ ที่ทำลายเฉพาะต้นที่เป็นโรค ซึ่งเป็นการประเมินพ
กรมส่งเสริมการเกษตร ดันระบบ Isan e-Extension นำร่องงานส่งเสริมการเกษตรภาคอีสานพัฒนาเจ้าหน้าที่และเกษตรกร ก้าวสู่ Next Normal นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น เพื่อติดตามงานส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยีด้านการเกษตรไปสู่เกษตรกร ซึ่งเป็นภารกิจหลักของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนาการผลิตของตนเองให้มีประสิทธิภาพ สามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน แต่ด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงทั้งสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรมีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการปรับวิธีการทำงานให้สอดรับกับวิถี New Normal โดยมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี หรือ Digital DOAE และสนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรที่จะขับเคลื่อนภาคเกษตรเพื่อเตรียมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตตามวิถี Next Normal รวมทั้งยังสามารถให้บริการเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง สำหรับพื
ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยข้อมูลว่า ดินและปุ๋ย เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตให้แก่พืชทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้เรื่องการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยที่ถูกต้อง หรือมีการใช้ปุ๋ยมากเกินความจำเป็น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตในส่วนของปุ๋ยเคมีสูง ประกอบกับประเทศไทยยังคงต้องมีการนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศ ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาด้านการนำเข้า ทำให้ปุ๋ยเคมีราคาสูง และหาซื้อยากมากขึ้น เกษตรกรซึ่งเป็นผู้ใช้ปุ๋ยได้รับผลกระทบโดยตรง หากพืชได้รับปุ๋ยหรือธาตุอาหารไม่เพียงพอ จะส่งผลการเจริญเติบโต ผลผลิตลดลง คุณภาพของผลผลิตไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยลดและบรรเทาปัญหา เราจำเป็นต้องหันมาใส่ใจเรื่องการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร มีการดำเนินการส่งเสริมให้เกษตรกรจัดการดินและการใช้ปุ๋ยได้อย่างถูกต้อง ใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักการ 4 ถูก (ถูกสูตร ถูกอัตรา ถูกเวลา และถูกวิธี) ส่งเสริมเกษตรกรใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน
กรมส่งเสริมการเกษตรปลดล๊อคสินเชื่อเกษตรแปลงใหญ่ ตามมติครม. 11 ม.ค. ปรับขั้นตอนเห็นชอบให้เร็วขึ้นไม่เกิน 3 ล้าน คณะกรรมการอำเภออนุมัติได้เลย พร้อมจับมือ ธ.ก.ส. ออกคู่มือปฎิบัติให้ตรงกัน ย้ำกู้ได้ถึง 31 ธ.ค. 69 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 ได้อนุมัติการขยายกรอบระยะเวลาโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากเดิมระยะเวลาขอสนับสนุนสินเชื่อ สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 เป็นวันที่ 31 ธันวาคม 2569 โดยสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน สมาชิกแปลงใหญ่ จ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี และรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)ไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันกู้ รวมทั้งการปรับเงื่อนไขการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อ จากเดิมแปลงละไม่เกิน 10 ล้านบาท ให้เป็นไปตามแผนธุรกิจและศักยภาพของกลุ่ม เพื่อให้มีวงเงินที่เหมาะสมในการพัฒนาแปลงใหญ่ของเกษตรกร สำหรับโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เป็นโครงการที่มีวัตถุ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยและทั่วโลกต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมาก ซึ่งผลิตภัณฑ์จากผึ้งได้เข้ามามีบทบาทในเรื่องของการยับยั้งเชื้อโรค สร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และช่วยให้ร่างกายแข็งแรง จึงทำให้ประชาชนทั่วไปสนใจผลิตภัณฑ์จากผึ้งเพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันประเทศไทยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง จำนวน 35,405 ราย สร้างผลผลิตน้ำผึ้งที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจำนวนมหาศาล เป็นรายได้หมุนเวียนให้แก่เกษตรกรกว่า 2,000 ล้านบาท ไม่รวมผลผลิตชนิดอื่น ๆ และผลิตภัณฑ์แปรรูป ซึ่งผลผลิตจากผึ้งของไทยที่มีการส่งออกนั้น เป็นผลผลิตที่ได้จากผึ้งพันธุ์ มีปริมาณผลผลิตน้ำผึ้งสูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน และเป็นอันดับที่ 36 ของโลก ทั้งนี้ ประเทศส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ไต้หวัน อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา แคนาดา สาธารณรับประชาชนจีน และซาอุดิอาระเบีย กรมส่งเสริมการเกษตร จึงเดินหน้าพัฒนาคุณภาพและผลักดันผลิตภัณฑ์จากผึ้งในการเสริมสร้างสุขภาพ ยับยั้งเชื้อโรคและเชื้อไวรัส สร้างเสริมภูมิคุ้
“กระท้อน” เป็นไม้ผลเขตร้อนยืนต้น มีถิ่นกำเนิดอยู่ในบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทนแล้งได้ดี ทั้งนี้ กระท้อนเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดลพบุรี ที่สร้างชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน จุดเริ่มต้น กระท้อนอร่อยเมืองลพบุรี เกิดขึ้นเมื่อ 75 ปีก่อน (ปี 2489) ปู่พร้อม ยอดฉุน เป็นผู้นำต้นกระท้อนจากนนทบุรีมาปลูกในพื้นที่ตำบลตะลุง ได้แก่ พันธุ์ทับทิม พันธุ์อีล่า พันธุ์นิ่มนวล ปลูกขยายพันธุ์จนเต็มสวน ริมแม่น้ำลพบุรีซึ่งเป็นดินน้ำไหลทรายมูล ดินทรายหวาน ทำให้ได้ผลผลิตคุณภาพดี รสชาติอร่อย ถูกใจผู้บริโภค เกษตรกรจึงนิยมปลูกขยายพันธุ์กระท้อนครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบลริมแม่น้ำลพบุรีในอำเภอเมืองลพบุรี คือ ตำบลโพธิ์เก้าต้น ตำบลตะลุง และตำบลงิ้วราย ต่อมา กระท้อนตะลุงเข้าสู่กระบวนการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2561 ประกาศให้โลกรู้ว่ากระท้อนลพบุรีมีรสชาติดีที่สุดในโลก 3 พันธุ์ คือ อีล่า ปุยฝ้าย และทับทิม ข้อมูลจากสำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี ระบุว่า กระท้อนตะลุงของจังหวัดลพบุรี มีผลผลิตป้อนเข้าสู่ตลาดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมของ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ผึ้งโพรง เป็นผึ้งพันธุ์พื้นเมืองชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในทุกภาคของประเทศ ถือเป็นหนึ่งในแมลงเศรษฐกิจสำคัญที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการผลิตของเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันในประเด็นการเกษตรสร้างมูลค่า ที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทั้งเชิงปริมาณและมูลค่า และความหลากหลายของสินค้าเกษตร ประกอบกับประเทศไทยมีนโยบายที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ สินค้าแมลงเศรษฐกิจเป็นสินค้าเกษตรที่มีโอกาสทางการตลาด“ ดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตร จึงกำหนดจัดให้มีกิจกรรม “การประกวดน้ำผึ้งโพรงคุณภาพดี ปี 2565” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตน้ำผึ้งโพรงคุณภาพดีและปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค พร้อมทั้งช่วยประชาสัมพันธ์ผลผลิตน้ำผึ้งโพรงคุณภาพดีให้ผู้บริโภคและบุคคลทั่วไปได้ทราบถึงคุณลักษณะของน้ำผึ้งโพรงที่มีกระบวนการผลิตตามธรรมชาติอย่างทั่วถึง และที่สำคัญยังเป็นการจัดประกวดน้ำผึ้งโพรงเป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยใ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการจัดทำ และเปิดตัวเว็บไซต์ “www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com” ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยส่งเสริมให้เกษตรกร องค์กรเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ในความดูแลของกรมส่งเสริมการเกษตร ได้มีช่องทางประชาสัมพันธ์และจำหน่ายสินค้าเกษตรผ่านระบบออนไลน์ โดยมีเว็บไซต์เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภค รับทราบและสามารถเลือกซื้อสินค้าจากแหล่งจำหน่ายได้ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับประชาชน และยังส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตรอีกทางหนึ่ง โดยเน้นเรื่องความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้บริโภค ด้วยการรักษาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตร ทั้งนี้ เว็บไซต์ www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com ได้มีการจัดรวบรวมสินค้าการเกษตรคุณภาพหลากหลายชนิด อาทิ สินค้าเกษตรอินทรีย์ ผลไม้ตามฤดูกาล ผักปลอดสารพิษ อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ไม้ดอกไม้ประดับ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากธรรมชาติแท้ๆ ชุดผ้าไหม ผ้าทอมือ ผ้าย้อมคราม หน้ากากผ้า สินค้าหัตถ
