กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร ดึงภาคเอกชนสนับสนุนรถดำนา รถเกี่ยวข้าว และโดรน จัดการแปลงนาสร้างเกษตรอัจฉริยะ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พร้อมใช้รถอัดฟางเก็บเป็นฟางก้อนจำหน่ายสร้างรายได้ และลดการเผาตอซัง ป้องกันปัญหาหมอกควันและค่าฝุ่น PM 2.5 เกิดมาตรฐาน ปัญหาใหญ่ของพื้นที่ภาคเหนือในปัจจุบันคือเรื่องมลพิษจากหมอกควัน และค่าฝุ่นPM 2.5 เกิดมาตรฐาน ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศคือ การเผาตอซังข้าวและการเผาวัชพืชจากการทำเกษตรกรรม โดยเฉพาะการทำนาข้าว ซึ่งตามวิถีของเกษตรกรส่วนใหญ่ มักนิยมการเผาตอซังข้าวทิ้ง เพื่อง่ายต่อการนำพื้นที่ไปใช้ปลูกพืชชนิดอื่น นอกจากไม่นำของเหลือใช้จากภาคการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ดังนั้นกรมส่งเสริมการเกษตร จึงเล็งเห็นถึงการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงได้สนับสนุนให้เกษตรกร รวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่เพื่อผลิตข้าวคุณภาพ ปลอดภัย ลดการใช้สารเคมีและลดการเผา แปลงใหญ่ข้าวกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวคุณภาพบ้านสันหลวง ตำบลจันจว้า อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เป็นอีกแปลงใหญ่ข้าว ที่ประสบผลสำเร็จในการดำเนินการผลิตข้าวคุณภาพ โดยได้รับการส่งเสริมและช่วยเหลือจากก
กรมส่งเสริมการเกษตร หนุนแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอมตำบลบางยาง จังหวัดสมุทรสาคร ใช้แตนเบียนบราคอน และกับดักฟีโรโมน ป้องกันกำจัดหนอนและด้วงแรดที่ทำลายมะพร้าว เน้นทำปุ๋ยหมักจากวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่นเพิ่มผลผลิตโดยไม่ใช้สารเคมี และเลี้ยงชันโรงในสวนมะพร้าว ช่วยผสมเกสรให้มะพร้าวติดลูกดก มะพร้าวน้ำหอม เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของชาวสมุทรสาคร แต่ละปีมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจำนวนมาก เนื่องจากจังหวัดสมุทรสาคร เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์และเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของมะพร้าว โดยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพื้นที่สามน้ำ ได้แก่ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ทำให้เกษตรกรในอำเภอเมืองสมุทรสาคร อำเภอบ้านแพ้ว และอำเภอกระทุ่มแบน นิยมทำสวนมะพร้าวน้ำหอมจำนวนมาก โดยในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน มีพื้นที่ปลูกกว่า 2,957 ไร่ ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้จากการขายผลมะพร้าวและผลิตภัณฑ์แปรรูปจำนวนมาก สร้างงาน สร้างรายได้ให้เกษตรกรและชุมชนอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง แปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอมตำบลบางยาง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เป็นอีกหนึ่งกลุ่มเกษตรกรตัวอย่างที่รวมตัวจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ เมื่อปี 2564 มีนายปกิต บุญเพ็ญ เป็นประธาน
กรมส่งเสริมการเกษตร คัดเลือกกลุ่มส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนต้นแบบดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2566 กลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงบ้านเปือย จ.อำนาจเจริญ คว้ารางวัลชนะเลิศ มีผลิตภัณฑ์เด่นทั้ง ผ้าไหม ข้าวฮาง แจ่วบอง ปลาร้า และปลาส้ม ขณะที่กลุ่มบ้านดอนใหญ่ จ.อุบลราชธานี และบ้านโพธิ์ศรีสำราญ จ.หนองบัวลำภู รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินงานโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนฯ ขึ้นในปี 2556 เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตของตนและครอบครัวในยุคโลกาภิวัตน์ได้อย่างดี และมีความปกติสุข โดยน้อมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิต ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยสามารถพึ่งตนเอง มีอาชีพมีรายได้ ทำให้สามารถปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ในครอบครัวได้ดีขึ้น มีกำลังสนับสนุนการศึกษาของบุตรหลาน ส่งผลให้ชุมชนเข้มแข็งอย่างมั่นคงและยั่งยืน นับเป็นเวลากว่า 10 ปีที่ กรมส่งเสริมการเกษตรได้สนองพระราชดำร
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ตั้งเป้าจะเป็นหน่วยงานหลักในการผลิตและขยายพืชพันธุ์ดีครบทั้ง 4 สายการผลิต คือ การผลิตเมล็ดพันธุ์ ต้นพันธุ์ ท่อนพันธุ์ และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อให้เกษตรกรได้มีต้นพันธุ์พืชคุณภาพดี หลากหลายชนิด ในราคาย่อมเยา เนื่องจากที่ผ่านมาในพืชเศรษฐกิจหลายชนิด พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ประสบปัญหาไม่สามารถเข้าถึงพืชพันธุ์ดีได้ หรือมีปริมาณพืชพันธุ์ดีไม่เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกร โดยจะมีศูนย์ขยายพันธุ์พืช เป็นหน่วยผลิตและจำหน่ายหลัก ซึ่งเดิมเกษตรกรสามารถสั่งซื้อ/ สั่งจอง และเข้าไปติดต่อขอรับพืชพันธุ์ดีได้ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชเท่านั้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เกษตรกรในยุคดิจิทัล กรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงการสั่งจองพืชพันธุ์ดีได้ง่ายขึ้น ภายใต้ชื่อ “DOAE Marketplace” อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า DOAE Marketplace เป็นระบบฐานข้อมูลการจำหน่ายพืชพันธุ์ดีที่ผลิตในโครงการระเบียบกรมส่งเสริมการเกษตรว่าด้วยการใช้จ่ายเงินรายได้จากการดำเนินงานส่งเสริมด้านการเกษตรพ.ศ. 2562 โดยมีเ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ประเทศญี่ปุ่น มีข้อกำหนด กระบวนการ และขั้นตอนการส่งออกให้มีการควบคุมเรื่องสารเคมีตกค้างและการจัดการกับศัตรูพืชกักกันก่อนการส่งออกอย่างเข้มงวด โดยกำหนดให้มังคุดผลสดจำเป็นต้องผ่านกระบวนการอบไอน้ำ (VHT) เพื่อกำจัดศัตรูพืชกักกันก่อนส่งออกไปยังประเทศปลายทาง ซึ่งวิธีการอบไอน้ำนี้ส่งผลให้ผลผลิตมังคุดเกิดความเสียหายไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 นอกเหนือจากผลผลิตที่อาจจะเสียหายในระหว่างการขนส่งจากประเทศไทยไปยังประเทศปลายทาง เป็นเหตุให้กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตมังคุดเพื่อการส่งออก และผู้ประกอบการขาดแรงจูงใจในการส่งผลผลิตมังคุดเพื่อการส่งออก เห็นได้จากปริมาณและมูลค่าการส่งออกมังคุดไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นอยู่ในลำดับที่ 7 ทั้งที่มีปริมาณความต้องการซื้อจากผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นสูง กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้ส่งเสริมเกษตรกรให้สามารถยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพดีที่สูงขึ้น มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถเพิ่มช่องทางและขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ ปัจจุบันประเทศไทยได้นำมาตรการ Conditional non-host status ซึ่งเป็นกระบวนการจัดการศัตรูพืชกัก
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ข้าวโพดเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย โดยขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝน แต่ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปริมาณและการกระจายของฝนลดลงในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้เกิดฝนทิ้งช่วง หรือไม่มีฝนตกเลย เป็นสภาพอากาศที่เหมาะสมต่อการแพร่กระจายของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด ประกอบกับฤดูกาลนี้เป็นช่วงเริ่มปลูกข้าวโพด กรมส่งเสริมการเกษตร จึงขอเตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดหวานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี ยะลา และพัทลุง ควรหมั่นสำรวจแปลงเพาะปลูกอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้ทันต่อสถานการณ์และไม่ให้เกิดความเสียหายตามมา โดยเฉพาะหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดซึ่งนอกจากจะทำลายข้าวโพดแล้ว ยังเป็นศัตรูของพืชอีกมากกว่า 80 ชนิด เช่น ข้าว ข้าวฟ่าง อ้อย ฝ้าย ทานตะวัน ถั่วเหลือง หญ้า และพืชผักอีกด้วย โดยหนอนจะกัดกินผิวใบ ยอด ทำให้ใบข้าวโพดขาดเป็นรู เว้าแหว่ง ยอดกุด ในระยะก่อนที่ดอกตัวผู้จะโผล่หนอนจะกัดกินเกสรตัวผู้ หลังจากดอกตัวผู้โผล่พ้นใบที่หุ้มอยู่ หนอนจะย้ายไปที่ฝัก กัดกินไหม และเจาะเปลือกหุ้มฝักเข้าไปกัดกิ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการเว็บไซต์ “ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com” มาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเป็นช่องทางช่วยให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกของเว็บไซต์สามารถจำหน่ายสินค้าผลผลิตทางด้านการเกษตรทั้งรูปแบบผลผลิตสดและแปรรูปโดยตรงให้กับประชาชนผู้สนใจมาอย่างต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินงานปัจจุบัน มีเกษตรกรสมัครเป็นสมาชิก จำนวน 1,796 ราย สินค้าที่จำหน่าย จำนวน 2,547 รายการ มีมูลค่าการจำหน่ายสะสมรวม เป็นเงิน 805,229,119 บาท ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกรมส่งเสริมการเกษตรในการส่งเสริมด้านการตลาดให้กับเกษตรกร และในโอกาสพิเศษเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นเดือนของวันแม่ กรมส่งเสริมการเกษตรขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเกษตรกรไทย ปรับเปลี่ยนการซื้อสินค้าอื่นเป็นสั่งสินค้าเกษตรเป็นของขวัญให้แม่ เช่น พืชผัก ปลอดภัย ผลไม้เมืองร้อน กล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ และสินค้าเกษตรแปรรูปต่างๆ ส่งตรงจากมือเกษตรกรถึงคุณแม่ที่บ้าน ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรยังได้อำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรสมาชิกของเว็บไซต์ด้วย โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากบริษัทไปรษณีย์ไ
กรมส่งเสริมการเกษตร นำคณะสื่อมวลชนทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ล่องใต้จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดูงานไม้ผล ชมกระบวนการแปรรูปสินค้าเกษตรเพิ่มมูลค่า ศึกษาบทบาทศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน และร่วมสัมผัสกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร คุณรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรขึ้นระหว่างวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2566 โดยนำคณะสื่อมวลชนจากทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ศึกษาดูงานในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งงานส่งเสริมไม้ผลภาคใต้ พร้อมงานภารกิจสนับสนุนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมไม้ผลอัตลักษณ์สู่สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) การบริหารจัดการเกษตรแบบแปลงใหญ่ การผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตรต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า การนำเทคโนโลยีไปใช้ในกระบวนการผลิต ตลอดจนบทบาทหน้าที่ของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) ในการอารักขาพืชและกำจัดศัตรูพืชให้เกษตรกร และเยี่ยมชมท่องเที่ยวเชิงเกษตร ขณะนี้ได้มีการบริหารจัดการไม้ผลภาคใต้ 4 ชนิด ปี 2566 ภายใต้แผนการบริหารจัดการ เมื่อเดือนมิถุนายน 2565 สรุปได้ดังนี้ ทุเรียน ผลผลิตรวม 667,338 ตัน เป็นผลผลิตในฤดูกาล 582,925 ตัน คิ
กรมส่งเสริมการเกษตรยกสวนลุงสงค์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นต้นแบบการแปรรูปมะพร้าวอินทรีย์เป็นผลิตภัณฑ์เด่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น สำหรับคนรักสุขภาพ พร้อมเปิดสวนเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สามารถดึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าพื้นที่ได้จำนวนมาก นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า “สวนลุงสงค์” ของนายสมประสงค์ ศรีเทพ เจ้าของสวนมะพร้าวอินทรีย์ ตำบลบางใบไม้ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี เป็นสวนต้นแบบในการนำผลผลิตมะพร้าวจากชุมชนมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร และแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ปัจจุบันมีนายศุภชาติ ศรีเทพ บุตรชายของลุงสงค์ Smart Farmer และเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวนระดับจังหวัด เป็นผู้บริหารสวน โดยนำมะพร้าวอินทรีย์ มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ซึ่งมีทั้งแบบเป็นน้ำมัน และแคปซูล เป็นไขมันดี หรือ HDL หากบริโภคเป็นประจำจะทำให้ร่างกายแข็งแรง มีไขมันดีเพิ่มขึ้น โดยตั้งราคาขายอยู่ที่ขวดละ 100-600 บาท ส่วนน้ำมันปรุงอาหาร ขายขวดละ 130-250 บาท นอกจากนี้ยังมีการต่อยอดเป็นผลิ
กรมส่งเสริมการเกษตร ชูแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลควนโดน จังหวัดสตูล เป็นต้นแบบด้านการตลาด และผลผลิตมีคุณภาพ หลังเซ็น MOU กับผู้ประกอบการรับซื้อปาล์มจนต่อรองราคาได้สูงกว่าราคาตลาด พร้อมเน้นให้รักษามาตรฐานคุณภาพการผลิต การลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตได้ร้อยละ 20 ปาล์มน้ำมัน เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ และจังหวัดสตูล ที่ผ่านมามีราคาผันผวน กระทบกับเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันเป็นวงกว้าง การรวมตัวของเกษตรกรเป็นแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ภายใต้การสนับสนุนของกรมส่งเสริมการเกษตร จึงเป็นหนึ่งทางออกเพื่อแก้ปัญหาด้านราคา แหล่งรับซื้อ และคุณภาพของปาล์มน้ำมัน ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล และสำนักงานเกษตรอำเภอควนโดน ได้ตั้งเป้าหมาย 5 ด้าน เพื่อให้แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันเกิดการลดต้นทุนการผลิต 20% เพิ่มผลผลิต 20% พัฒนาคุณภาพได้มาตรฐาน บริหารจัดการที่ดี และ การตลาดที่แน่นอน ปัจจุบันแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลควน มีสมาชิก 183 ราย พื้นที่ปลูกรวม 1,111 ไร่ มีนายศุภเรศน์ แซะอามา เป็นประธานฯ ได้รับองค์ความรู้ด้านการดูแลสวน การจัดการสวน ตลอดจนการตลาด กระทั่งสามารถผลิตปาล์มน้
