ข้าว
ชาวนา เถ้าแก่โรงสีข้าวภาคใต้ใจชื้น ราคาข้าวขยับขึ้น 20% โรงสีกำลังการผลิตล้นเกือบ 50% ข้าวไม่พอขาย เหตุเกษตรกรหันไปปลูกปาล์มหลังรัฐบาลยกเลิกโครงการรับจำนำข้าวเปลือก นายสุทธิพร กาฬสุวรรณ เจ้าของโรงสีพัฒนโสภณเจริญพาณิชย์ ในฐานะนายกสมาคมโรงสีข้าวและกลุ่มชาวนาภาคใต้ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าปีนี้ธุรกิจโรงสีข้าวและกลุ่มชาวนาในภาคใต้เริ่มมีรายได้ดีขึ้น เนื่องจากราคาข้าวได้ขยับขึ้นประมาณ 20% เช่น ข้าวขาวจากเดิมราคาตันละ 5,800-6,000 บาท ขยับขึ้นถึง 7,100-7,200 บาท ส่วนข้าวพันธุ์พื้นเมือง เช่น เล็บนก ข้าวเฉี้ยง และข้าวสังข์หยด ราคาดีต่อเนื่องและมีเสถียรภาพในระดับ 10,000-18,000 บาท/ตัน แต่ชาวนาจะมีรายได้ที่ดีหากราคาข้าวเปลือก (ข้าวขาว) อยู่ที่ 8,500 บาท/ตัน และข้าวพันธุ์พื้นเมือง 10,000 บาท/ตัน ในระดับความชื้น 15% ทั้งนี้ประเมินว่าแนวโน้มราคาข้าวจะดีขึ้น เพราะได้ปรับฐานราคา และที่สำคัญปริมาณข้าวในสต๊อกของรัฐบาลเหลือน้อยและเป็นข้าวเสื่อมคุณภาพ ขณะนี้ชาวนาได้ตื่นตัวในการปลูกข้าวอีกครั้ง ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการที่จะทำนาปรัง ซึ่งแหล่งปลูกข้าวรายใหญ่ของภาคใต้คือ จังหวัดพัทลุง สงขลา แ
ข้าวพันธุ์ กข-แม่โจ้ 2 เกิดจากการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยมี ผศ.ดร. วราภรณ์ แสงทอง อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ ร่วมกับกรมการข้าว ทำการศึกษาทั้งภายในมหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัยข้าว กรมการข้าว และแปลงนาของเกษตรกร ใช้เวลานาน 13 ปี เป็นข้าวเหนียวพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะเป็นข้าวเหนียวหอม ลำต้นเตี้ย เหมาะสำหรับใช้รถเกี่ยวที่เกษตรกรนิยมใช้กันในปัจจุบัน ให้ผลผลิตดี เป็นพันธุ์ข้าวที่ไม่ไวแสง ปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง ผ่านการรับรองพันธุ์พร้อมขยายให้แก่เกษตรกร ประวัติ ข้าวพันธุ์ กข-แม่โจ้ 2 ทำการผสมพันธุ์ครั้งแรกในฤดูนาปี 2547 ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยใช้ข้าวเจ้าหอมพันธุ์ปทุมธานี 1 เป็นพันธุ์รับผสมกับข้าวเหนียวหอมพันธุ์ กข 6 ปรับปรุงพันธุ์โดยวิธีผสมกลับ และใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือก ทำการผสมกลับ 4 ครั้ง (ภาษาวิชาการใช้ คำว่า ชั่ว) จากนั้นจึงศึกษาพันธุ์โดยปลูก 4 แถว จำนวน 2 ฤดู คือ นาปี 2551 และนาปรัง 2552 จากนั้นจึงทดสอบผลผลิตภายในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทั้งนาปีและนาปรัง ในปี 2553 ต่อมาในปี 2555 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ทำความตกลงความร่วมมือกับกรมการข้าว ทำการปลูกเปรียบเทียบผลผลิตระหว่างสถานีวิจ
เปิดเบื้องลึก “ที พี เค เอทานอล” วิ่งโร่ร้องนายกฯ ตู่ พลาดเป้าประมูลข้าวสารเสื่อมรัฐ เหตุหวังตุนสต๊อกป้อนโรงงานที่ขยายกำลังการผลิตรวม 1 ล้านตัน จ่อขึ้นแท่นเบอร์ 1 ผู้ผลิตเอทานอลจากมันเส้นไทย ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด ได้เข้ายื่นร้องเรียนว่าประมูลข้าวสารในสต๊อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมและเป็นผู้เสนอราคาซื้อข้าวในสต๊อกครบทุกคลังสินค้า จำนวน 157 คลัง โดยเป็นผู้เสนอราคาซื้อสูงสุด จำนวน 74 คลัง ปริมาณ 5.25 แสนตัน ราคาเฉลี่ยตันละ 2,332 บาท แต่ไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติจำหน่าย พร้อมทั้งขอให้ภาครัฐตรวจสอบบริษัทที่ชนะการประมูลว่าสามารถนำข้าวไปใช้ตามวัตถุประสงค์ได้หรือไม่ นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของคณะทำงานร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมโรงงาน พบว่า บริษัท ที พี เค เอทานอล ถือเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้เสนอซื้อมาตั้งแต่ต้น เพราะกรรมการของบริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด เคยเป็นกรรมการในนิติบุคคล 2 ราย ซึ่งเป็นจำเลยที่กระทำผิดสัญญาตามโค
“อภิรดี” ตั้งเป้าปั้น 4 หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ชิงแชร์ตลาดอินทรีย์ 72,000 ล้านบาท นำร่องชัยภูมิ “ออร์แกนิก วัลเลย์” แห่งแรกของไทย เดินหน้าตั้งสหพันธ์เกษตรอินทรีย์ สร้างเครือข่าย CLMVT หนุนผ้าไหมออร์แกนิกบุกตลาดญี่ปุ่น-ยุโรป ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะลงพื้นที่หารือร่วมกับภาคเอกชนและกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ อ.หนองบัวแดง และ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ เพื่อติดตามการดำเนินงานเกษตรอินทรีย์ของชุมชน ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาตลาดสินค้าอินทรีย์ ปี 2560-2564 ซึ่งได้จัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาจัดตั้งหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ หรือ Organic Village เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแปรรูป และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้กับชุมชน และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและขยายตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ ซึ่งในปีนี้มีเป้าหมายดำเนินการ 4 หมู่บ้านในจังหวัดนครพนม ชัยภูมิ ลพบุรี และเชียงใหม่ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ดำเนินการไปแล้ว 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่บ้านริมสีม่วง ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั่วประเทศ พบว่า ขณะนี้ในภาคกลางมีการเพาะปลูกไปทั้งสิ้นประมาณ 15% ของพื้นที่ทั้งหมดและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เพาะปลูกเพียง 5% ของพื้นที่ทั้งหมดจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าทั้งปีผลผลิตจะออกมาตามเป้าหมายคือ 29.5 ตันข้าวเปลือก ทั้งนี้การออกสำรวจพื้นที่เพราะปลูกตั้งแต่เนิ่นๆ เนื่องจาก กระทรวงเกษตรหวั่นว่าช่วงปลายปีผลผลิตภาคกลางและภาคอีสานจะออกมาชนกันประมาณ 14 ตันข้าวเปลือก ซึ่งอาจจะกระทบต่อราคาผลผลิตเหมือนช่วงปลายปี 2559 ที่ผ่านมา น.ส.ชุติมา กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ผลผลิตการเพาะปลูกในปี 2560/61 ราคาตลาดข้าวโดยรวมน่าจะดีกว่าปี 2559/60 เนื่องจากปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาข้าวทั้งในเรื่องสถานการณ์ตลาดโลกที่ผลผลิตในปีนี้คาดว่าจะไม่เกินความต้องการบริโภคทั่วโลก ส่งผลให้สต็อกของทั่วโลก ไม่มากจนส่งผลกระทบให้ราคาข้าวตกต่ำอย่างปีที่ผ่านๆมา ส่วนสถานการณ์ธรรมชาติในเรื่องฝนแล้งหรือน้ำท่วมในเบื้องต้นปีนี้แมสปริมาณฝนจะมีมากกว่าปีก่อนหน้าแต่จากนี้ต่อไปฝนทิ้งช่วงและหากเป็นการทำนารอบต่อๆไปอาจไม่สามา
กรมการข้าวเตรียมจัดงาน “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” ปีนี้ยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “ศาสตร์พระราชา นำชาวนาสู่ยุค 4.0” เตรียมเปิดตัวข้าวสายพันธุ์ใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน 6 พันธุ์ พร้อมโชว์สุดอลังคลังความรู้-เทคโนโลยีด้านข้าวสู่ยุค 4.0 พร้อมพัฒนาข้าวสู่สากลระหว่าง 3-5 มิ.ย.นี้ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงให้ความสำคัญต่อกิจการด้านข้าวมาตลอด ด้วยเหตุผลความสำคัญดังกล่าว คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงได้มีมติ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2552 ซึ่งเห็นชอบให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุก ปีเป็น “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” ซึ่งในปีนี้กรมการข้าว จึงได้กำหนดจัดงาน “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” ประจำปี 2560 ขึ้น ภายใต้แนวคิด “ศาสตร์พระราชา นำชาวนาสู่ยุค 4.0” ในระหว่างวันที่ 3-5 มิถุนายนนี้ ณ. บริเวณกรมการข้าว เกษตรกลางบางเขน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงานดังกล่าว ในวันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน 2560 เวลา 14.00 น. จึงขอเชิญชวนชาวนา เกษตรกร และปร
พาณิชย์มั่นใจราคาข้าวปีนี้ดีขึ้นแน่นอน ส่วนจะถึง 1 หมื่นบาท/ตัน หรือไม่ต้องดูหลายปัจจัย แต่เชื่อว่าดีกว่าปีที่แล้วแน่นอน พาณิชย์พร้อมช่วยหาตลาดและคุยกับกระทรวงเกษตรฯ หาทางลดต้นทุนทั้งเรื่องปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ เป็นการเพิ่มรายได้ให้ชาวนาอีกทาง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวในงาน “ตัดสินและมอบรางวัลการประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศ การประกวดข้าวตราคุณภาพดีเด่น ประจำปี 2560 และการประกาศเกียรติคุณข้าวหอมมะลิบรรจุถุงที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ” ว่า ทิศทางราคาข้าวในปีนี้พาณิชย์คาดการณ์ว่าจะปรับตัวดีขึ้น แต่จะถึง 10,000 บาท ต่อตัน หรือไม่นั้นต้องดูจากหลายปัจจัย แต่เชื่อว่าแนวโน้มและทิศทางน่าจะดีขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมกันนี้พาณิชย์หารือกับกระทรวงเกษตรฯ และสหกรณ์หาช่องทางในการลดต้นทุนการปลูกข้าว ทั้งเรื่องปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ หรือผู้ประกอบการต่างๆ ลดราคาสินค้าเพื่อลดต้นทุนการเพาะปลูกข้าวได้ ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมกันนี้ก็จะหาแนวทางหรือมาตรการผลักดันราคาข้าวให้ปรับสูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ดูเรื่องของตลาด หรือความต้องการของผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว แต่ต้องหามาตรการที่จะช
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวนาในพื้นที่ ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.ชัยนาท ลงมือไถหว่านข้าวในฤดูนาปีทันทีที่กรมชลประทานส่งน้ำเข้าระบบ โดยหลายรายบอกว่าที่ต้องรีบทำตั้งแต่ต้นฤดูนั้นก็เพราะกลัวว่าปีนี้น้ำจะมาเร็ว ทำให้นาข้าวถูกน้ำท่วมเสียหาย แต่ถ้าน้ำไม่หลากมากนักก็ได้ลุ้นที่จะทำนาปรังได้ด้วย ส่วนเมื่อถามถึงความหวังความต้องการในฤดูนาปีรอบนี้นั้น นางสุทิน จันทร์สุข อายุ 46 ปีกล่าวว่าอยากให้ภาครัฐเข้ามาดูแลพยุงราคารับซื้อข้าวเปลือก ให้ได้ราคาตันละ 10,000 บาทหรือใกล้เคียงที่สุด เพราะปัจจุบันต้นทุนการผลิตของชาวนาสูงมากถึงไร่ละ 6,000 บาท โดยราคาปุ๋ยที่แพงถึงกระสอบละ 700 บาทในปัจจุบัน และยังต้องมีต้นทุนค่ายาฆ่าแมลงและแรงงานคนอีก ถ้าราคาข้าวยังรับซื้ออยู่ที่ 6,500-7,000 บาทเหมือนในปัจจุบัน ชาวนาก็จะต้องประสบปัญหารายได้ไม่คุ้มการลงทุน เพราะจะไม่เหลือเงินเก็บออมได้เลยสำหรับราคาข้าวที่ตกต่ำเช่นนี้
ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศและเป็นอาชีพหลักที่สำคัญของเกษตรกรไทย รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้มีนโยบายในการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวและรายได้ของชาวนาไทย โดยจัดทำแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจรขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิตต่อไร่ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการการผลิตข้าวของชุมชน ให้มีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลปยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว กระทรวงเกษตรฯจึงได้จัดทำแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปี 2560/61ขึ้น ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้มีมติเห็นชอบไปเมื่อเร็วๆนี้ โดยแผนดังกล่าวประกอบด้วยรวม 3 โครงการ โดยมีระยะดำเนินการ 5 ปี (2560-2564) เป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้น 25,871 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการส่งเสริมการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดี ปี 2560 โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรในพื้นที่ 21 จังหวัด ซึ่งเป็นเกษตรที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์) ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีจาก
การทํานา เป็นอาชีพหลักของเกษตรกรไทย แต่การผลิตข้าวของไทยกลับได้ผลผลิตต่ำและมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน จุดอ่อนที่เห็นได้ชัดคือ การปลูกข้าวนาหว่าน เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องการปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตในปริมาณมากและมีรวงเยอะๆ แต่วิตกกังวลว่า ข้าวที่หว่านจะไม่งอก จึงใช้เมล็ดพันธุ์ต่อไร่สูงเกินความจําเป็น เฉลี่ย 25-30 กิโลกรัม ต่อไร่ แถมใช้ปุ๋ยจำนวนมาก ทำให้มีต้นทุนการผลิตสูง จุดอ่อนประการต่อมาคือ เกษตรกรใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวไม่มีคุณภาพ มีข้าวดีด ข้าวเด้ง ปะปนกับเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูก ทําให้มีผลผลิตต่อไร่ต่ำ และมีปัญหาสิ่งเจือปนสูง แถมพันธุ์ข้าวที่นำมาปลูกยังไม่ต้านทานต่อโรคและแมลง เพราะเกษตรกรจำนวนมากนิยมเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้เอง หรือซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่มีคุณภาพมาปลูก นอกจากนี้ ที่ผ่านมา กรมการข้าว ได้ตรวจสอบพบ ผู้รวบรวมและร้านจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวบางแห่งไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. พันธุ์พืชฯ มีการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้คุณภาพ เช่น ไม่มีฉลากแสดงรายละเอียดของเมล็ดพันธุ์ ไม่มีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง ตลอดจนโฆษณาอวดอ้างคุณภาพเกินจริงและจำหน่ายในราคาสูงเกินความเป็นจริง ล้วนเป็นการเอารัดเอาเปรี
