ข้าว
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ในงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ภายใต้ศาสตร์พระราชานำชาวนาสู่ยุกต์ 4.0 ณ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเชียงใหม่ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดนิทรรศการและแสดงผลงาน “ข้าว ป้องกันโรค” ระบุว่า รำและจมูกข้าวเป็นแหล่งสะสมของวิตามิน เกลือแร่ และสารธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น สารกลุ่มวิตามินอี สามารถต้านสารอนุมูลอิสระและช่วยชะลอความแก่ก่อนวัย และยังมีสารอื่น ๆ ที่ใช้ชื่อทางวิทยาศาสตร์ ในภาพรวมคือ ช่วยปกป้องผิวช่วยให้ผิวสดใส ลดการอักเสบ ลดระดับคลอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด็ในโลหิต ช่วยลดการตีบตันของเส้นเลือด สร้างและซ่อมแซมเซลล์ผิวและเซลล์ประสาทสมอง บำรุงระบบประสาท ป้องกันเหน็บชา ฯลฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ รศ.ดร.สุกัญญา มหาธีรานนท์ [email protected] ดร.ภูมน สุขวงศ์ [email protected]
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการสนับสนุนเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตตามหลักเกณฑ์ของโครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2559/60 ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอให้แก่เกษตรกรกลุ่มที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของโครงการแต่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเนื่องจากความคลาดเคลื่อนในกระบวนการดำเนินงาน จำนวน 40,985 ราย คิดเป็นวงเงินไม่เกิน 409.85 ล้านบาท โดยให้ดำเนินการภายในระยะเวลา 90 วัน นับถัดจากวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ และให้ กค. กำกับดูแลการจ่ายเงินให้แก่เกษตรกรโดยผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรให้ถูกต้องครบถ้วน โดยจะต้องไม่มีการหักเงินที่เกษตรกรพึงได้รับจากโครงการไปใช้เพื่อการอื่นก่อน เช่น การชำระหนี้ที่เกษตรกรมีอยู่กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินโครงการช่วยเหลือประชาชนตามนโยบายของรัฐบาลที่มีลักษณะเป็นโครงการที่ดำเนินงานครอบคลุมหลายพื้นที่ทั่วประเทศและมีประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมากในอนาคตเป็นไปอย่างมีประ
รายงานข่าวจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า การส่งออกข้าวเดือนมิถุนายน 2560 มีปริมาณ 1,037,779 ตัน เพิ่มขึ้น 37.5% และมีมูลค่า 14,983 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.5% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2560 เนื่องจากการส่งมอบข้าวทุกชนิดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดแอฟริกา อย่างประเทศ เบนิน แอฟริกาใต้ ตะวันออกลาง ในประเทศอิหร่าน และเอเชีย ในประเทศจีน และมาเลเซีย ส่งผลให้ส่งออกข้าวขาวมีปริมาณ 553,250 ตัน เพิ่มขึ้น 47.7% ข้าวนึ่งมีปริมาณ 260,763 ตัน เพิ่มขึ้น 66.9% ข้าวหอมมะลิมีปริมาณ 189,680 ตัน เพิ่มขึ้น 2.5% ทำให้การส่งออกข้าวไทย ช่วง 6 เดือนแรกปี 2560 มีปริมาณรวม 5,422,861 ตัน เพิ่มขึ้น 8.2% มีมูลค่า 80,048 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% คิดเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐฯประมาณ 2,307 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 ที่มีการส่งออกปริมาณ 5,009,872 ตัน มูลค่า 78,106 ล้านบาท หรือ 2,207 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รายงานข่าวระบุอีกว่า สมาคมฯคาดว่าการส่งออกข้าวเดือนกรกฎาคม 2560 ได้ประมาณ 8-9 แสนตัน เนื่องจากมีสัญญาส่งมอบข้าวทั้งข้าวขาวและข้าวนึ่งถึงปลายเดือน โดยตลาดสำคัญคือประเทศในแถบแอฟริกา เอเชีย และอิหร่าน ประกอบกับภาวะก
คอลัมน์ แตกประเด็น โดย ชุติมา บุณยประภัศร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้าวไทยมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับและเป็นที่ต้องการของตลาดโลก สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศเกือบ 200,000 ล้านบาทต่อปี แต่ต้องเผชิญการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะกับผู้ส่งออกข้าวรายใหม่ที่มีความสามารถในผลิตข้าวด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าประเทศไทย ประกอบกับ “ข้าว” เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาไทย 17 ล้านคน ซึ่งเป็นรายย่อยกว่า 10 ล้านคน ยังคง “ติดกับดักความยากจน” จากต้นทุนการผลิตสูง ทั้งต้องเช่าที่ดินทำนาในอัตราค่าเช่าสูง พื้นที่เพาะปลูกขนาดเล็ก ขาดความรู้ในการทำนาอย่างถูกวิธีในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ใช้สารเคมีมากเกินขนาดจนดินเสื่อมสภาพ ขาดเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี ต่างคนต่างทำ ทำนาหลายรอบใน 1 ปีแต่ไม่มีการวางแผนการตลาด เมื่อผลผลิตออกต้องเร่งขาย ทำให้ขาดอำนาจต่อรอง และได้ผลตอบแทนน้อย เรียกว่า “ยิ่งทำนายิ่งยากจน” ด้วยเหตุนี้ “รัฐบาล” ทุกยุคทุกสมัยมักมุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะราคาผ่านมาตรการรับจำนำ ประกันราคา แจกปัจจัยการผลิต ซึ่งไม่ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและยังไม่สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรแบบยั่งยืน การแก้ไขปัญหาในวันนี้จะคิดและทำแบบเดิมไม่
ข้าวไทยมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ และเป็นที่ต้องการของตลาดโลก สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศเกือบ 200,000 ล้านบาท ต่อปี แต่ต้องเผชิญการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะกับผู้ส่งออกข้าวรายใหม่ที่มีความสามารถในผลิตข้าวด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าประเทศไทย ประกอบกับ “ข้าว” เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาไทย 17 ล้านคน ซึ่งเป็นรายย่อยกว่า 10 ล้านคน ยังคง “ติดกับดักความยากจน” จากต้นทุนการผลิตสูง ทั้งต้องเช่าที่ดินทำนาในอัตราค่าเช่าสูง พื้นที่เพาะปลูกขนาดเล็ก ขาดความรู้ในการทำนาอย่างถูกวิธีในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ใช้สารเคมีมากเกินขนาดจนดินเสื่อมสภาพ ขาดเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี ต่างคนต่างทำ ทำนาหลายรอบใน 1 ปีแต่ไม่มีการวางแผนการตลาด เมื่อผลผลิตออกต้องเร่งขาย ทำให้ขาดอำนาจต่อรอง และได้ผลตอบแทนน้อย เรียกว่า “ยิ่งทำนายิ่งยากจน” ด้วยเหตุนี้ “รัฐบาล” ทุกยุคทุกสมัยมักมุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะราคาผ่านมาตรการรับจำนำ ประกันราคา แจกปัจจัยการผลิต ซึ่งไม่ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและยังไม่สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรแบบยั่งยืน การแก้ไขปัญหาในวันนี้จะคิดและทำแบบเดิมไม่ได้อีกต่อไปแล้ว รัฐบาลเล็งเห็นว่า การสร้างความยั่งยืนให้ข้าวไ
จากที่เชื่อกันว่าการกินข้าวเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อ้วน จนกลายเป็นทัศนคติที่นำไปสู่พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย จึงจัดโครงการประกวดคลิปสั้น ในหัวข้อ “อ้วนไม่อ้วนไม่เกี่ยวกับข้าว” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริโภคข้าวผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมให้คนหันมาสนใจข้อมูลด้านโภชนาการของข้าวมากยิ่งขึ้น และปรับความเข้าใจผิดเรื่องข้อมูลที่ปลูกฝังว่า กินข้าวแล้วทำให้อ้วน จากการศึกษาตารางโภชนาการอาหารเปรียบเทียบแคลอรี จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า อาหารแต่ละชนิดที่ปริมาณ 100 กรัม เท่ากัน ข้าวให้พลังงาน 133 กิโลแคลอรี ในขณะอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตแบบเดียวกัน เช่น ขนมปัง ให้พลังงาน 267 กิโลแคลอรี เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ให้พลังงาน 400 กิโลแคลอรี ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ให้พลังงาน 160 กิโลแคลอรี ซึ่งล้วนให้พลังงานสูงกว่าการกินข้าวทั้งสิ้น แม้กระทั่งอาหารคลีนที่นิยมรับประทานกัน ก็มีแคลอรีสูงกว่าข้าวในปริมาณที่เท่ากัน แบบที่ทุกรนอาจจะนึกไม่ถึง อาทิ อกไก่ไม่ติดหนัง ให้พลังงาน 173 กิโลแคลอรี เนื้อปลาไม่ติดหนัง ให้พลังงาน 173 กิ
บริษัทฟรีไลฟ์ดันแบรนด์ “ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้” ข้าวพื้นเมือง GI จังหวัดสระบุรี รุกตลาดสุขภาพ ชูข้าวเป็นยา น้ำตาลต่ำกินอร่อย ผู้จัดการฝ่ายการตลาดเผยกำลังการผลิตปีละ 500 ตัน ไม่พอความต้องการ ตลาดตะวันออกกลาง แอฟริกา นิยมสูง พร้อมแตกไลน์ผลิตภัณฑ์แปรรูป ข้าวต้ม โจ๊ก แป้งข้าวเจ้า เข้าโมเดิร์นเทรด-ส่งออก โกยรายได้ปีละ 30 ล้านบาท ชี้ปลูกข้าวเจ๊กเชยโอกาสอยู่รอดชาวนา ตั้งเป้าโตปีละ 10% น.ส.วันเพ็ญ อุ่นจันทร์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟรีไลฟ์ ดีไซน์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตนเคยเป็นมนุษย์เงินเดือน ตำแหน่งผู้จัดการต่างประเทศ ฝ่ายการตลาดบริษัทประเทศไต้หวันแห่งหนึ่ง กระทั่งล้มป่วย จึงกลับบ้านที่จังหวัดสระบุรี หันมาลงทุนทำธุรกิจขายข้าว เนื่องจากมีครอบครัวเป็นเกษตรกร แต่ในอดีตจะปลูกข้าวอายุสั้นทั่วไป ผลผลิตออกมาขายได้ราคาต่ำ ผลที่ตามมาคือทุกคนเป็นหนี้ ทำให้กลับมามองข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิม ที่สูญหายไปจากตลาด 20 ปีแล้ว มองว่าจะเป็นโอกาสของชาวนา เนื่องจากเป็นข้าวที่ปลูกเฉพาะถิ่น และได้รับ GI (Geographic Indication) หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จากกรมทรัพย์สินทา
“กินข้าว” ผิดตรงไหน!? จากคำถามข้างต้นเป็นที่มาให้ สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย จัดโครงการประกวดคลิปสั้นขึ้นในหัวข้อ “อ้วนไม่อ้วนไม่เกี่ยวกับข้าว” เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริโภคข้าว พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด โดยทีมชนะเลิศระดับนักเรียน/นักศึกษา ได้แก่ ทีมพีเอสซี สตูดิโอ กับผลงาน “อย่าบอกเลิกข้าว” ส่วนทีมชนะเลิศระดับบุคคลทั่วไป ได้แก่ ทีมช่างภาพเทคนิคกรุงเทพ กับผลงาน“หนูไม่จ่าย เขาถ่ายหนูอ้วน” ที่โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส กรุงเทพฯ โสพรรณ มานะธัญญา นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย กล่าวว่า กระแสสังคมของคนไทยหันมาดูแลสุขภาพมาก ทั้งออกกำลังกาย รับประทานอาหาร และพยายามลดน้ำหนัก ซึ่งก็เป็นความเข้าใจผิดว่า “ข้าวทำให้อ้วน” ทั้งนี้ จากการศึกษาตารางโภชนาการเปรียบเทียบแคลอรีจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยว่า อาหารแต่ละชนิดที่ปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน ข้าวให้พลังงาน 133 กิโลแคลอรี ในขณะที่อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตแบบเดียวกัน เช่น ขนมปัง ให้พลังงาน 267 แคลอรี, เส้นหมี่กึ่งสำเร็จรูป ให้พลังงาน 400 แคลอรี, ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ให้พลังงาน 160 แคลอรี ซึ่งล้วนให้พลัง
นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาไทยเป็นแชมป์การส่งออกข้าวของโลก โดยสามารถส่งออกข้าวได้รวม กว่า 5.5 แสนตัน เพิ่มขึ้น 15.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากตลาดยังมีความต้องการข้าว และเชื่อว่าครึ่งหลังของปีการส่งออกข้าวจะดีขึ้น และน่าจะได้ถึง 10 ล้านตันตามเป้าหมาย เนื่องจากรัฐบาลยังมีสัญญาการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐกับจีน อีกกว่า 6 แสนตัน และประเทศต่างๆ ทั้งฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ตลอดจน อิรัก บังคลาเทศ และศรีลังกา มีความต้องการนำเข้าข้าวจากไทย ส่วนราคาข้าวขณะนี้ปรับเพิ่มสูงขึ้น กว่า 20% หลังจากที่รัฐได้ระบายข้าวเพื่อการบริโภคของคนในสต๊อกรัฐบาลกว่า 14 ล้านตันได้หมด และทำให้ไทยสามารถผ่านพ้นวิกฤตข้าวตกต่ำ ซึ่งทำให้ขณะนี้ตลาดข้าวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และเคลื่อนไหวเป็นไปตามกลไกตลาด ขณะที่ราคาข้าวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยขณะนี้ราคาข้าวไทยอยู่ที่ 430 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน จากก่อนหน้าที่อยู่ที่ 360-360 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ส่วนราคาข้าวเปลือกเจ้า อยู่ที่ 8,500-9,000 บาทต่อตัน และทำให้ราคาข้าวสารขาวในประเทศ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ตันละ 12,500-13,000 บาทต่อตัน ด้านนา
ชาวนา เถ้าแก่โรงสีข้าวภาคใต้ใจชื้น ราคาข้าวขยับขึ้น 20% โรงสีกำลังการผลิตล้นเกือบ 50% ข้าวไม่พอขาย เหตุเกษตรกรหันไปปลูกปาล์มหลังรัฐบาลยกเลิกโครงการรับจำนำข้าวเปลือก นายสุทธิพร กาฬสุวรรณ เจ้าของโรงสีพัฒนโสภณเจริญพาณิชย์ ในฐานะนายกสมาคมโรงสีข้าวและกลุ่มชาวนาภาคใต้ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าปีนี้ธุรกิจโรงสีข้าวและกลุ่มชาวนาในภาคใต้เริ่มมีรายได้ดีขึ้น เนื่องจากราคาข้าวได้ขยับขึ้นประมาณ 20% เช่น ข้าวขาวจากเดิมราคาตันละ 5,800-6,000 บาท ขยับขึ้นถึง 7,100-7,200 บาท ส่วนข้าวพันธุ์พื้นเมือง เช่น เล็บนก ข้าวเฉี้ยง และข้าวสังข์หยด ราคาดีต่อเนื่องและมีเสถียรภาพในระดับ 10,000-18,000 บาท/ตัน แต่ชาวนาจะมีรายได้ที่ดีหากราคาข้าวเปลือก (ข้าวขาว) อยู่ที่ 8,500 บาท/ตัน และข้าวพันธุ์พื้นเมือง 10,000 บาท/ตัน ในระดับความชื้น 15% ทั้งนี้ประเมินว่าแนวโน้มราคาข้าวจะดีขึ้น เพราะได้ปรับฐานราคา และที่สำคัญปริมาณข้าวในสต๊อกของรัฐบาลเหลือน้อยและเป็นข้าวเสื่อมคุณภาพ ขณะนี้ชาวนาได้ตื่นตัวในการปลูกข้าวอีกครั้ง ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการที่จะทำนาปรัง ซึ่งแหล่งปลูกข้าวรายใหญ่ของภาคใต้คือ จังหวัดพัทลุง สงขลา แ
