ข้าว
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 นายถวิล บุญครอง ผู้ใหญ่บ้านร่มทอง หมู่ 17 ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว พร้อมด้วย เกษตรกรชาวนา กว่า 50 ราย ได้ร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวว่า เกษตรกรชาวนา 4 หมู่บ้าน กว่า 100 ราย ได้รับผลกระทบ ข้าวในนาเป็นโรคไหม้คอรวง ทำให้เมล็ดข้าวเปลือกลีบ บนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ วอนขอให้หน่วยงานเข้ามาดูแลด้วย ด้านนาย ณรงค์ ทวีศักดิ์ เกษตรอำเภอตาพระยา กล่าวว่า ทางเกษตรอำเภอได้รับรายงานจากผู้ใหญ่บ้าน และมาดูตั้งเดือน ตุลาคม 2559 พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ปลูกข้าว มะลิ 105 เยอะ เมื่อก่อนนี้ฝนทิ้งช่วงไปนาน พอฝนมาเกษตรกรก็เลยเร่งปุ๋ยไปนิดหนึ่ง เพราะข้าวมะลิไม่ต้านทางกับโรคไหม้อยู่แล้วพอเร่งปุ๋ยต้นงามใบเขียวขึ้นมา ต้นข้าวจะอ่อนแอ อากาศชื้นโรคจะระบาดได้เร็ว จุดนี้ทางจังหวัดได้ออกมาดู 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรกเจ้าหน้าที่จากสำนักงานจังหวัด และเมื่อวาน เป็นของกลุ่มอารักขา และบอกว่าในวันจันทร์นี้จะทำหนังสือมาทางอำเภอว่า จะให้ดำเนินการอย่างไร แต่ว่าการทำให้เป็นพื้นที่เขตภัยพิบัติ ต้องมาดูอีกทีว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ ต้องรอหนังสือจากจังหวัดก่อน จึงอยากคุยให้เกษตรกรให้เข้าใจด้วยว่า ในปีต่อไป จะใช้พ
หลังการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ทำให้เหล่าปวงพสกนิกรได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงของพระองค์ท่าน และได้มีโอกาสย้อนกลับไปชมพระราชกรณียกิจ ได้ย้อนไปอ่านพระราชดำรัส พระบรมราโชวาทที่พระราชทานไว้ในวาระต่าง ๆ หลายสิ่งที่พระองค์ท่านดำรัสไว้ ล้วนเป็นคำสอน เป็นแนวทาง เป็นทฤษฎีในการดำเนินชีวิต อันทรงคุณค่ายิ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความเปราะบางของภาวะเศรษฐกิจโลก ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย หรือแม้กระทั่งเรื่องทางออกของข้าวหอมมะลิที่กำลังตกต่ำสุดในรอบ 10 ปีดังพระราชดำรัสเรื่อง “ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง” ที่ทรงพระราชทานไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2540 และ2541 ซึ่งประเทศไทยกำลังเผชิญ “วิกฤตต้มยำกุ้ง” นั่นคือเรื่อง “ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง” ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสถึงวิกฤตเศรษฐกิจ พอสรุปใจความสำคัญได้ว่า ประเทศไทยจะรอดเพราะมีภูมิประเทศที่เหมาะสมกับความเป็นอยู่ แต่ต้องไม่ฟุ้งเฟ้อ ต้องประหยัด และถึงเวลาจำเป็นต้องถอย เพื่อที่จะก้าวต่อไป ทรงให้แนวคิดอย่าเห่อนำไทยเป็น “เสือเศรษฐกิจ” แค่ทำเศรษฐกิจแบบพอเพียงก็อยู่ไ
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 เมื่อเวลา 09.00 น. พระครูสุญาณโสภิต เจ้าอาวาสวัดพระธาตุราษฎร์บำรุง เจ้าคณะตำบลหนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย นำพระ สามเณร ของวัด และนักเรียนชายหญิงโรงเรียนหลวงพ่อดำวิทยา รวม 89 คน ไปช่วยนางทองอยู่ ดอนประจง อายุ 69 ปี บ้านสร้างพอก ต.โพนสว่าง อ.เมืองหนองคาย เกี่ยวข้าวในที่นา 12 ไร่ แต่การเกี่ยวข้าวในครั้งนี้ค่อนข้างลำบาก เพราะต้นข้าวโดนลมพัดทำข้าวล้ม แถมยังมีฝนตกก่อนหน้านี้หลายวันทำให้มีน้ำขังในที่นา พระครูสุญาณโสภิต เจ้าอาวาสวัดพระธาตุราษฎร์บำรุง กล่าวว่า การนำพระเณรและนักเรียนของโรงเรียนมาช่วยในครั้งนี้ เนื่องจากต้องการทำกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นการช่วยเหลือชาวนาลดต้นทุนการจ้างแรงงานในพื้นที่ เนื่องจากการลงแขกเกี่ยวข้าวในครั้งนี้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งฝึกให้นักเรียนได้เรียนรู้วิถีชีวิตด้วย ขณะที่นางทองอยู่ ดอนประจง กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่พระเณรมาช่วยเกี่ยวข้าวในครั้งนี้ เพราะตนกับลูกสาวต้องทำนากันเพียงสองคน ทุกอย่างต้องจ้างแรงงาน ตั้งแต่การไถที่นาไปจนถึงเก็บเกี่ยว ครั้งนี้จึงช่วยประหยัดต้นทุนไปได้หลายพันบ
ประเทศไทย อยู่ในบริเวณของศูนย์กลางแหล่งกำเนิดและการแพร่กระจายของพันธุ์ข้าว จึงมีความหลากหลายทางพันธุกรรม ทั้งในข้าวปลูกพันธุ์พื้นเมืองและข้าวป่า แต่ในปัจจุบันพันธุ์ข้าวจำนวนมากได้เสื่อมพันธุ์หรือสูญพันธุ์ไป เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกข้าวพันธุ์ใหม่ๆ ที่ให้ผลผลิตสูงแทนข้าวพันธุ์พื้นเมือง และจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมการสูญหายของพันธุ์ข้าวเป็นการสูญเสียแหล่งพันธุกรรมไปโดยไม่สามารถนำกลับคืนมาได้อีก ความหลากหลายของพันธุ์ข้าวนั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อการปรับปรุงพันธุ์ข้าวและการผลิตข้าวทั้งในปัจจุบันและอนาคต ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องรวบรวมและอนุรักษ์พันธุ์ข้าวไว้ในที่ปลอดภัย เพื่อรักษาทรัพยากรพันธุกรรมข้าวให้คงอยู่ และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตลอดไป การรวบรวมพันธุ์ข้าวในประเทศไทยเริ่มต้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้มีการประกวดพันธุ์ข้าวเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2450 ที่เมืองธัญบุรี ต่อมาในปี พ.ศ. 2451 2453 และ 2454 ได้มีการจัดการประกวดพันธุ์ข้าวจากทั่วประเทศ ผลที่ได้จากการประกวดพันธุ์ข้าว คือ ทางราชการสามารถรวบรวมพันธุ์ข้าว แล้วนำมาปลูกคัดเลือก
วันที่ 12 พ.ย.59 เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ เกษตรกรในพื้นที่ ต.หนองนางนวล อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เร่งทำการเกี่ยวข้าวกันอย่างคึกคัก หลังจากที่ฟ้าเปิดไม่มีฝนตกลงมา เพื่อเลี่ยงความชื้นให้ได้มากที่สุด แม้จะมีบางส่วนที่ยังคงต้องทำการสูบน้ำออกไปด้วยก็ตาม เนื่องจากข้าวนั้นเลยระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่กำหนดมาหลายวัน ซึ่งหากปล่อยไว้นานกว่านี้เมล็ดข้าวนั้นจะกรอบและหล่นออกจากรวง ทั้งยังหวั่นว่าจะมีฝนมาอีกระรอก พร้อมทั้งคิวรถเกี่ยวนั้นหากปล่อยให้หลุดคิวของตนเองไปจะต้องรอคิวใหม่อีกยาว จากการสอบถาม นายสำราญ ทศกัณฑ์ อายุ 66 ปี เกษตรกร หมู่ที่ 1 ต.หนองนางนวล อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เล่าว่า ตนนั้นได้ปลูกข้าวหอมปทุมไว้ประมาณ 20 ไร่ ซึ่งจริงๆแล้วนั้นจะต้องเกี่ยวข้าวตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ต้องเลื่อนรถเกี่ยวข้าวออกไปเนื่องจากช่วงนั้นมีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้น้ำนั้นท่วมข้าวของตนทั้งหมด จึงต้องทำการสูบน้ำออกให้หมดก่อนจึงจะสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้ ซึ่งกว่าจะสูบน้ำได้นั้นลำบากมาก เพราะช่วง3-4วันที่ผ่านมานี้ ฝนตกลงมาทุกวัน จำใจสูบน้ำไปทั้งๆที่ฝนยังตกลงมาเพราะถ้าไม่สูบน้ำ
“เจ้เล้ง”ดอนเมือง หนุนชาวนาไทยและผู้บริโภคทั่วประเทศ ซื้อขายข้าวราคาประหยัด จัดพื้นที่ฟรีรองรับเกษตรกรกว่า 50 ร้านค้า นำข้าวมาขายได้ไม่อั้น ยาวข้ามปี 2560 ขณะที่ลูกค้าร้านเจ้เล้ง ช๊อปครบ 1,000 บาท รับคูปองเงินสด 10 บาท นำไปเป็นส่วนลดเพื่อซื้อข้าวสารจากเกษตรกร คุณอารีย์ฉัตร อภิสิทธิ์อมรกุล (เจ้เล้ง) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ แอนด์ เจ บิวตี้โปรดักส์ จำกัด (A&J BEAUTY PRODUCTS CO.,LTD.) ผู้นำเข้าธุรกิจเครื่องสำอางและสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ กล่าวถึง การน้อมนำแนวทางพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” มาใช้ในการดำเนินธุรกิจในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจว่า เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น และ ปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำ ทางร้านเจ้เล้งจึงร่วมมือกับกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดพื้นที่โซนด้านหน้า ติดริมถนนวิภาวดีรังสิต และ ในโซนพลาซ่า ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้มาขายข้าวโดยไม่คิดค่าเช่าพื้นที่ (free) โดยจัดรองรับเกษตรกรไว้ไม่ต่ำกว่า 50 ร้านค้า เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคมีโอกาสได้ซื้อข้าวสารในราคาประหยัด โดยทางร้านเจ้เล้งให้สิทธิ์กับผู้ซื้อสินค้าในร้านเจ้เล้ง ครบ 1,000 บาท รับคูปองเงินสด 10 บาท เพื่อนำไปเป็นส่วนลดใ
ความทุกข์ยากของเหล่ากระดูกสันหลังของชาติกว่า 3.7 ล้านครัวเรือน หรือประมาณ 17 ล้านคน ที่กำลังประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำอย่างหนักคลี่คลายลงในระดับหนึ่ง หลังจากเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน คือ เกษตรกรได้ลุกขึ้นมาจำหน่ายข้าวถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ไม่ง้อพ่อค้าคนกลาง รวมทั้งการแสดงพลังของโลกโซเชียล ผู้บริโภค ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมที่ต่างหยิบยื่นน้ำใจ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อให้เกษตรกรผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ รัฐ-เอกชนเปิดพื้นที่ขายข้าวฟรี สิ่งเห็นได้ชัดเจนคือเกือบทุกจังหวัดทั้งภาครัฐและเอกชนต่างยินดีเปิดพื้นที่เพื่อเป็นตลาดให้เกษตรกรสามารถนำผลผลิตมาจำหน่ายด้วยตนเองโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเช่นจังหวัดอุดรธานีที่“วิทวัส ภักดีสันติกุล” ผู้อำนวยการท่าอากาศยานอุดรธานี เปิดให้ชาวนานำข้าวมาวางจำหน่ายในสนามบินในโครงการ “ข้าวจากชาวนาสู่มือผู้บริโภค” โดยมีสำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานีเป็นแม่งานใหญ่อีกแรง เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีตัวแทนเกษตรกรจาก อ.กุดจับ และ อ.เมือง จ.อุดรธานี หมุนเวียนจัดข้าวสารมาจำหน่าย โดยทางสนามบินยังได้ช่วยประชาสัมพันธ์เชื้อเชิญผู้บริโภคผ่านเสียงตามสาย
กรมส่งเสริมสหกรณ์จับมือชุมนุมสหกรณ์ทั่วประเทศ จัดโครงการข้าวสารสหกรณ์ไทยช่วยชาวนาแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ กำหนด 6 แนวทางกระจายข้าวสารสู่ผู้บริโภคให้ทั่วถึง หวังยกระดับราคาข้าวเปลือกหอมมะลิไม่ให้ต่ำกว่าตันละหมื่นบาท ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า เนื่องจากปัญหาราคาข้าวตกต่ำ จึงเรียกประชุมหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกร โดยได้หารือร่วมชุมนุมสหกรณ์ระดับประเทศทั้ง 7 ประเภทและข้าราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนจัด”โครงการข้าวสารสหกรณ์ไทยช่วยชาวนา” ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเพื่อสนับสนุนสหกรณ์การเกษตรทั้งประเทศ รวมทั้งแก้ปัญหาราคาข้าวเปลือกของกลุ่มสมาชิกสหกรณ์ และการกระจายข้าวสารของสหกรณ์รูปแบบขบวนการสหกรณ์ ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับขบวนการสหกรณ์ จัดโครงการเพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดในการให้ขบวนการสหกรณ์ที่จะป้อนข้าวสารสู่ผู้บริโภคให้สะดวกและทั่วถึง โดยมี 6 แนวทาง ได้แก่ 1.การจัดกิจกรรม “สินค้าสหกรณ์ไทย ร่วมใจช่วยเกษตรกร” 2.ใช้กลไก “ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์” (CDC) ในการจำหน่ายข้าวสารสหกรณ์ 3.ชุมนุมสหกรณ์ทุกประเภทร่วมมือในการสำรวจความต้องการซื้อข้
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากปัญหาราคาข้าวตกต่ำอยู่ที่กิโลกรัมละ 6.50 บาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวและเป็นการระบายข้าวออกจากพื้นที่การผลิตให้มากที่สุด โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้สนองนโยบายดังกล่าวโดยเปิดพื้นที่บริเวณอาคาร 1 กรมส่งเสริมการเกษตร ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตข้าวทั่วประเทศนำข้าวสารชนิดต่าง ๆ มาจำหน่ายภายใต้ชื่อ “กรมส่งเสริมการเกษตรจัดจำหน่ายข้าวสารช่วยเหลือวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตข้าว” เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ข้าวจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเบื้องต้นสัปดาห์แรกจะมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปข้าวกล้องงอก ตำบลโพนทอง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ นำข้าวสารหอมมะลิ 105 คุณภาพดีบรรจุถุงละ 5 กิโลกรัม ๆ ละ 25 บาทมาจำหน่าย และวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตข้าวจังหวัดสุรินทร์ได้นำข้าวสารหอมมะลิ ซึ่งเป็นข้าวอินทรีย์บรรจุถุงละ 3 กิโลกรัม ๆ ละ 35 บาท หรือเฉลี่ยถุงละ 100 บาท และยังมีข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวหอมมะล
นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมเปิดพื้นที่จำหน่ายข้าวสารจากชาวนาทุกพื้นที่ให้ถึงมือผู้บริดภค ผ่านช่องทางออนไลน์ www.ThaiCommerceStore.com เพื่อเปิดให้กเษตรกรชาวนาที่มีและไม่เว็บไซต์ของตัว โซเชียลฯของตัวเองเข้ามาจำหน่ายโดยตรงผ่านเว็บกรมฯ พร้อมทั้งเข้าผ่านช่องทางออฟไลน์ ซึ่งเป็นความร่วมมือกับสมาคมผู้ค้าส่ง ปลีกไทย ในการเปิดพื้นที่จำหน่ายข้าวให้ชาวนาในร้านค้าปลีกของสมาคมได้จำหน่ายข้าวด้วย ทั้งนี้ ช่องทางการจำหน่ายข้าวของชาวนาทั้ง 2 ระบบ กรมฯพร้อมให้การสนับสนุน และพร้อมให้การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ข้าวเพื่อต่อยอดในการสร้างมูลค่าการของสินค้าให้กับชาวนาได้มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยหากมีเว็บไซต์ หรือโซเชียลฯเป็นของตัวเองก็สามารถลิ้งข้อมูลเพื่อเปิดจำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์กรมฯ หรือหากไม่มีก็สามารถนำสินค้าข้าวเข้ามาจำหน่ายได้ทันทีผ่านเว็บไซต์นี้เช่นกัน ขณะที่ช่องทางออฟไลน์ กรมฯก็ร่วมผู้ค้าปลีกที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯทั่วประเทศกว่า 65 จังหวัด ในการจัดพื้นที่จำหน่ายข้าวให้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการค้าระหว่างกันอีกด้วย หากสินค้าข้าวของเกษตรกรได้รั
