ข้าว
ชาวนาตำบลหนองผือ อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ลงแขกสามัคคีเกี่ยวข้าวนาแปลงใหญ่ข้าวเขาวงพื้นที่ 3,119 ไร่สมาชิก 228 ราย พร้อมฟื้นภูมิปัญญาทำนาแบบผู้ไทยดั้งเดิมหวังสืบสานต่อถึงรุ่นลูกหลาน โดยเฉพาะขั้นตอนการเก็บเกี่ยวข้าวช่วงพลับพลึง การตากข้าวและโฮมลานหรืออบที่จะเพิ่มคุณภาพข้าวให้ดียิ่งขึ้น เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่แปลงนานายนิยม เหลือผล พื้นที่ 5 ไร่ บ้านม่วงหวาน ต.หนองผือ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ นายวัชระ กระแสร์ฉัตร นายอำเภอเขาวง เป็นประธานในการลงแขกสามัคคีเกี่ยวข้าวนาแปลงใหญ่อำเภอเขาวง โดยมีนายธงชัย คำมูลศรี เกษตรอำเภอเขาวง นายอดิศักดิ์ วรบุตร หน.กลุ่มถ่ายทอดวิทยาการเมล็ดพันธุ์ดี ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว จ.กาฬสินธุ์ ร.อ.สุรพรร ฮุมเปือย และกำลังเจ้าหน้าที่ทหารร่วมลงแขกเกี่ยวข้าว พร้อมนายประสาท พิมเภา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 บ้านหนองผือ ตำบลหนองผือ อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ในฐานะประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ นำสมาชิกร่วมกิจกรรมลงแขกแบบเรียบง่าย พอเพียงตามแนวพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระประมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นายธงชัย มูลคำศรี เกษตรอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสิน
คุณขวัญชัย รักษาพันธุ์ อยู่บ้านเลขที่ 85 หมู่ที่ 2 ตำบลเทพราช อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังจากสำเร็จการศึกษาจากภาควิชาปฐพีวิทยา คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2512 คุณขวัญชัย ตั้งใจเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องดิน สินทรัพย์สำคัญต่ออาชีพเกษตรกรรม แต่สุขภาพไม่เอื้ออำนวย จึงสมัครเข้าร่วมหลักสูตรบัณฑิตอาสาสมัครมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำงานด้านเกษตรกรรมร่วมกับงานพัฒนาชุมชน หลังจบหลักสูตรในปี พ.ศ. 2515 ก็เริ่มต้นเข้าทำงานที่สถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังจากทำงานสั่งสมประสบการณ์ทางเกษตร ได้ 2 ปี จึงลาออก ตั้งใจนำความรู้และประสบการณ์มาพลิกฟื้นผืนนาเดิมที่บ้าน พอลงมือทำนาจริงกลับได้ผลผลิตข้าวเพียง 7 เกวียน เพราะปัญหาเพลี้ยกระโดดและโรคขอบใบแห้งระบาดอย่างหนัก จึงตั้งใจสู้ ต้องเอาชนะเพลี้ยกระโดดให้ได้ ใช้เวลาเกือบ 10 ปี กับการเรียนรู้หาวิธีกำจัดเพลี้ยกระโดดและโรคขอบใบแห้ง จึงพบว่าใช้ยาฉีดวัณโรค (สเตร็บโตไทซิน) 5 มิลลิกรัม ผสมน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นในพื้นที่ 1 ไร่ สามารถกำจัดเพลี้ยกระโดดส
นับย้อนหลังไปสัก 10 ปี เวียดนามไม่เคยเป็นคู่แข่งของไทยในเรื่องการค้าหรือส่งออกข้าว แม้จะผลิตข้าวเหมือนกัน แต่เป็นที่รู้กันว่าผลผลิตข้าวเวียดนาม ทั้งปริมาณและคุณภาพ ยังห่างไกลข้าวจากไทยอีกมาก ข้อเท็จจริงเมื่อ 20 ปีก่อนนั้นทำให้พี่ไทยลืมไปว่า ทุกอย่างพัฒนาการได้ วันนี้เวียดนามกลายเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวรายใหญ่ คุณภาพข้าวของเวียดนามพัฒนาไปไกล และแม้จะยังไม่มีข้าวคุณภาพระดับเทพอย่างข้าวหอมมะลิจากไทย แต่เวียดนามมีข้าวหอมมะลิของตัวเอง ส่งไปขายทั่วโลก ภายใต้ชื่อ Jasmine Rice เหมือนกัน และก็ขายดิบขายดี โดยพี่ไทยทำอะไรได้ไม่มาก นอกจากโวยว่าเขาเลียนแบบ แต่กระนั้นก็ทำอะไรตลาดข้าวเวียดนามไม่ได้ ข้าวสารที่ขายในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มาจากเวียดนามเสียเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าคนไทยจะโวยต่ออีกว่าที่จริงก็ข้าวไทยนั่นแหละ แต่เอาไปใส่ตราเวียดนาม แต่ก็นั่นแหละ คนเขารู้จักว่าข้าวสารที่ขายดีในสหรัฐอเมริกา คือ ข้าวเวียดนาม (เหมือนซอสพริกศรีราชา ที่เริ่มจากไทย แต่ตอนนี้กลายเป็นยี่ห้อของซอสพริกเวียดนามไปแล้ว) เวียดนาม มีพื้นที่ 3 แสนกว่าตารางกิโลเมตร เป็นป่าเสีย 1 ใน 3 และราว ร้อยละ 20 ใช้เพาะปลูกพ
ชาวนาแห่จำนำยุ้งฉาง ธ.ก.ส. หลังราคาข้าวเปลือกในประเทศดิ่งต่อเนื่อง เหตุผู้ส่งออก-โรงสีหมดกำลังซื้อ รัฐ-เอกชนแบกสต๊อกกว่า 10 ล้านตัน คาดผลผลิตข้าวในประเทศเพิ่มเป็น 25 ล้านตัน ผู้ซื้อข้าวหอมมะลิต่อรองราคาล่วงหน้าลดลงอีก 50 เหรียญ แม้รัฐบาลจะประกาศโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี 2559/2560 ด้วยการใช้กลไกของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รับจำนำยุ้งฉาง แบ่งเป็น ข้าวเปลือกหอมมะลิ รับจำนำ 9,500 บาท/ตัน +2,000 บาท/ตัน (เงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว/ปรับปรุงคุณภาพข้าว) +1,500 บาท/ตัน (เงินค่าขึ้นยุ้ง) รวม 13,000 บาท/ตัน, ข้าวเปลือกเจ้า (ความชื้นไม่เกิน 15%) รับจำนำ 7,000 บาท/ตัน +2,000 บาท/ตัน +1,500 บาท/ตัน รวม 10,500 บาท/ตัน และข้าวเปลือกปทุมธานี 1 (ความชื้นไม่เกิน 15%) รับจำนำ 7,800 บาท/ตัน +2,000 บาท/ตัน +1,500 บาท/ตัน รวม 11,300 บาท/ตัน วงเงินประมาณ 38,040 ล้านบาท แต่ราคาข้าวเปลือกตลาดภายในประเทศก็ยังไม่ขยับขึ้น และมีแนวโน้มที่ราคาจะตกลงไปจากปัจจุบันอีก ขณะที่ปริมาณรับจำนำยุ้งฉางของ ธ.ก.ส. มีเ
รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองแห่งชาติ เปิดเผยในงานเสวนา “ปลดล็อกแก้ปัญหาราคาข้าวอย่างยั่งยืน” ซึ่งจัดโดยสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทยว่า ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ต่อมาถูกดึงไปเป็นพืชการเมือง ทำให้ดึงกลับมาเป็นพืชเศรษฐกิจอีกครั้งค่อนข้างยาก ประเทศผู้ผลิตที่สำคัญคือ ไทยและเวียดนาม อีกกลุ่มคือ อินเดียและปากีสถาน 2 กลุ่มนี้มีข้าวส่วนเกินจากที่บริโภคภายในประเทศ 25 ล้านตันข้าวสารต่อปีที่จะต้องส่งออก การแข่งขันจึงรุนแรงมากขึ้น เวียดนามกับอินเดียสามารถผลิตข้าวได้ในราคาต้นทุนต่ำ ส่วนประเทศที่ขาดแคลนจะอยู่ในแอฟริกาและตะวันออกกลาง ประมาณ 7 ล้านตันข้าวสารต่อปี ตลาดตะวันออกกลางเป็นตลาดของอินเดียที่บริโภคข้าวบาสมาติ ตลาดเอเชียมีฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่เวียดนามครองตลาด ช่วงที่ผ่านมา ข้าว 5%, 15% มีการแข่งขันที่ดุเดือดมาก ข้าวหอมมะลิของไทยที่เป็นข้าวพรีเมี่ยม ก็ถูกเวียดนามกับกัมพูชาตีตลาด ตลาดนี้มีประมาณ 3.5 ล้านตันข้าวสาร ไทยส่งออก 2 ล้านตัน เวียดนาม 1.2 ล้านตัน และกัมพูชา 2-3 แสนตัน เวียดนามส่งออกข้าวหอมมากเพราะบริโภคภายในน้อย ไทยจึงถูกแ
นายธนิตย์ เอนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า วันนี้ (15 พ.ย. 2559) กระทรวงเกษตรเตรียมนำ 2 โครงการลดพื้นที่ปลูกข้าวเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติวงเงินงบประมาณ 487.169 ล้านบาท เพื่อดำเนิน 2 โครงการ ดังนี้ คือ 1. โครงการปลูกพืชปุ๋ยสด เป็นโครงการที่ปรับปรุงจากโครงการไถกลบตอซังและปลูกพืชปุ๋ยสดในนาข้าวพื้นที่ 200,000 ไร่ ประมาณ 10,000 ครัวเรือน วงเงิน 383.490 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 19 จังหวัด แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกพืชปุ๋ยสด เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ 50,000 ไร่ และพื้นที่ที่ปลูกและไถกลบพืชปุ๋ยสด 150,000 ไร่ สำหรับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ต้นทุนให้แก่เกษตรกร ไร่ละ 5 กิโลกรัม รายละไม่เกิน 20 ไร่ พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกร และสนับสนุนค่าไถเตรียมดินครั้งแรกให้เกษตรกร ไร่ละ 500 บาท และค่าไถกลบเฉพาะพื้นที่ที่ปลูกและไถกลบพืชปุ๋ยสดไร่ละ 500 บาท โดยกรมพัฒนาที่ดินรับซื้อเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดคืนจากเกษตรกร จำนวน 6,000 ตัน ในราคา กิโลกรัมละ 20 บาท โดยต้องตรวจสอบคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ ตามมาตรฐานกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมทั้งได้จัดทำแผนการบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดที่รับซื้อคืนจากเกษ
นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า จังหวัดตรัง ร่วมกับขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดตรัง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว จำกัด สหกรณ์การเกษตรปะเหลียน จำกัด สหกรณ์การเกษตรเมืองตรัง จำกัด ,สหกรณ์การเกษตรห้วยยอด จำกัด ได้เชื่อมโยงเครือข่ายสหกรณ์ผู้ผลิตข้าวในพื้นที่ภาคอีสาน มีสหกรณ์ที่เข้าร่วมดำเนินการได้แก่ ชุมนุมสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ สหกรณ์การเกษตร พิมาย จำกัด สหกรณ์การเกษตรโนนสูง จำกัด จังหวัดนครราชสีมา สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด สหกรณ์การเกษตรโพนทราย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อนำข้าวสารของเกษตรกรสมาชิกมาวางจำหน่ายที่สหกรณ์ และสถานีบริการน้ำมันของสหกรณ์ในราคาทุน ซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิ 100% บรรจุถุง 5 กิโลกรัม และยังเป็นการกระจายสินค้าและนำข้าวสารที่มีคุณภาพจากเกษตรสมาชิกสหกรณ์สู่ผู้บริโภคโดยตรง อีกทั้งเป็นการกระตุ้นการบริโภคข้าวคุณภาพของสหกรณ์และช่วยระบายข้าวสารสู่ตลาด เพื่อเร่งซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรสมาชิก ซึ่งจะช่วยให้ราคาข้าวเปลือกขยับตัวสูงขึ้น โดยในปีที่ผ่านสหกรณ์ในจังหวัดตรัง สามารถจำหน่ายข้าวสารได้กว่า 58.76 ล้านบาท ด้านนางโสรนาถ อยู่อำไพ ผู้จัดการสหกรณ์ก
นายปรัชญา ดิลกสัตยา นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการพิเศษ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้ กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งขยายตลาดข้าวสารของสหกรณ์ให้เพิ่มมากขึ้น โดยให้ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ เปิดพื้นที่ เพื่อเป็นจุดจำหน่ายข้าวหอมมะลิของสหกรณ์ หรือสั่งซื้อข้าวสารของสหกรณ์เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับผู้บริโภคตามพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางในการระบายผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงฤดูกาลผลิต ปี 2559/60 ซึ่งกำลังทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตและจะมีปริมาณข้าวเปลือกออกมามากในช่วงเดือนพฤศจิกายน นั้น สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ได้สนองนโยบายดังกล่าวโดยการประสาน ความร่วมมือกับขบวนการสหกรณ์ในกรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นเครือข่ายในการกระจายข้าวสารของของสหกรณ์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับสมาชิกและประชาชนที่สนใจ ซึ่งข้าวสาร ที่จะนำมาจำหน่ายให้กับสหกรณ์ในเขตกรุงเทพมหานคร จะเน้นข้าวหอมมะลิ 100% บรรจุถุงขนาด 5 กิโลกรัม ขณะนี้มีสหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์แท็กซี่ สหกรณ์เคหสถานและร้านค้าสหกรณ์ที่แจ้งความประสงค์จะสั่งซื้อข้าวส
“ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์” นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดใจถึงเคสส่งออกหรือโรงสีกดดันราคาข้าว โดยสะท้อนภาพตลาดส่งออกที่อึมครึมจนส่งผลให้ราคาส่งออกข้าวล่วงหน้าลดลงอย่างหนัก – ผู้ส่งออกกดราคารับซื้อข้าวจากโรงสี เราถูกกล่าวหาว่ากดราคา เพราะแจ้งราคาส่งออก 2-3 เดือนล่วงหน้า ดูจากแนวโน้มตลาดฟิวเจอร์ต้องขายลง ถ้าไม่ขายเท่ากับปล่อยให้เพื่อนบ้านขาย เพราะเรามีสต๊อกต้องบริหารจัดการอีก 8-9 ล้านตัน มีข้าวใหม่ต้องส่งออก 20 ล้านตัน ถ้าไม่เล่นราคาจะทำอย่างไร เราไม่ได้ว่า หากรัฐบาลจะไปช่วยเหลือชาวนาทำไป แต่การขายปล่อยเป็นหน้าที่เราทำ ขายล่วงหน้าไปเราเสี่ยงเอง รัฐบาลไม่ได้ขาดทุน แต่ผู้ส่งออกขาดทุน ถ้าไม่ขายจะรอข้าวปีหน้าออกมาอีก 10 ล้านตัน คาดการณ์ปริมาณผลผลิตครบวงจร ตกลงกันว่าจะลดการปลูกข้าวให้เหลือ 25-27 ล้านตันข้าวเปลือก แต่เอาเข้าจริง ๆ เดือนตุลาคม-ธันวาคม ออกมา 25 ล้านตันข้าวเปลือก ยังไม่รวมนาปรังจะออกเดือนกรกฎาคม 2560 อีก 6 ล้านตัน ควบคุมอะไรไม่ได้ แล้วจะมาเบลมเรา ซัพพลายออกมาเยอะ ตลาดฟิลิปปินส์ ที่คิดว่าจะซื้อ 2.5 แสนตันก็ไม่ซื้อ อินโดนีเซียอีก 5 แสนตันก็ไม่ซื้อ เพราะปัจจัยภาย
ธนาคารกรุงไทยร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนา เตรียมเปิดพื้นที่สำนักงานใหญ่และสาขาให้ชาวนานำข้าวสารมาจำหน่ายโดยตรงกับผู้บริโภค นำร่องเปิดขายข้าวแล้วที่สาขารังสิตคลอง 4 และสาขาในจังหวัดขอนแก่น พร้อมรณรงค์ให้พนักงานทั่วประเทศกว่า 24,000 คน ซื้อข้าวสารกับชาวนา และธนาคารยังจัดซื้อข้าวสารมอบเป็นของขวัญให้กับลูกค้าอีกด้วย นางศิริพร นพวัฒนพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ธนาคารกรุงไทยเล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว และได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนา โดยเตรียมเปิดพื้นที่สำนักงานใหญ่ รวมทั้งสาขาที่ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสม เพื่อให้ชาวนานำข้าวสารมาจำหน่ายโดยตรงกับผู้บริโภค โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยให้ระบายข้าวสารออกสู่ตลาดได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น “ธนาคารได้ประสานกับเครือข่ายเกษตรกรโดยตรง และสั่งซื้อข้าวจากบริษัท ไทยธุรกิจการเกษตร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้นโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.
