ทุเรียน
ทุเรียนชะนีเกาะช้าง จังหวัดตราด ได้การรับรองมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อปี 2563 โดย นายวินัย ขยันยิ่ง เกษตรจังหวัดตราด ให้ข้อมูลว่า อัตลักษณ์ผลค่อนข้างรี ยาว หนามใหญ่และห่าง เปลือกบาง สีผิวออกสีน้ำตาลปนแดง เนื้อทุเรียนหนา ผิวสัมผัสละเอียด แห้ง เหนียว มีสีเหลืองเข้มไปจนถึงสีเหลืองอมส้ม ก้านขั้วค่อนข้างเล็ก สีน้ำตาล ผิวสัมผัสสากมือ เมล็ดมีขนาดเล็กหรือลีบ รสชาติหวานมัน และมีกลิ่นหอม ปลูกเฉพาะในอำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด และผลตรวจสอบของห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด พบว่า เนื้อทุเรียนมีวิตามิน E และไอโอดีน ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ก่อนประกาศเป็นทุเรียน GI ราคา 100-150 บาทต่อกิโลกรัม แต่ล่าสุดปี 2567 ราคา 200-250 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับทุเรียนชะนีทั่วไปราคา 120-125 บาทต่อกิโลกรัม หมอนทองราคามีขึ้น-ลง ปลายเดือนเมษายนหมอนทอง 165-170 บาทต่อกิโลกรัม ชะนีเกาะช้าง GI เป็นทุเรียนชนิดเดียวที่ราคาสูงกว่าหมอนทอง และยังคงยืนราคาเดียวตั้งแต่เปิดฤดูกาล โดยมีแนวโน้มว่าจะไม่ปรับลง เพราะผลผลิตลดลงไป 30-60% จากปี 2566 มีผลผลิตประมาณ 550-600 ตันเศษ ปี 2567 มีประมาณ 480-500 ตัน “เกาะช้างมีพื้นท
ตลาดสี่มุมเมือง อาณาจักรค้าส่ง-ปลีกผลไม้ใกล้กรุงเทพฯ จัดงานสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ทุเรียน Expo สี่มุมเมือง 2024 วันที่ 21-26 พฤษภาคม 2567 นี้ พบกิจกรรมมากมายและโปรฯ นาทีทองจำหน่ายทุเรียนพูเริ่มต้นพูละ 5 บาท และทุเรียนลูกละ 99 บาท ตลาดสี่มุมเมือง อาณาจักรค้าส่ง-ปลีกผลไม้ใกล้กรุงเทพฯ ขอเชิญร่วมช้อปฯ กิน เที่ยว งานทุเรียน Expo สี่มุมเมือง 2024 จัดวันที่ 21-26 พฤษภาคม 2567 นี้ บริเวณตลาดทุเรียนสี่มุมเมือง ภายในงานพบกับโปรโมชั่นสุดเร้าใจ และกิจกรรมมากมาย – นาทีทองมาก่อนได้ซื้อก่อน ทุเรียนพร้อมกินเริ่มต้นพูละ 5 บาทเท่านั้น และทุเรียนลูกละ 99 บาท – เมื่อซื้อทุเรียนในงานครบ 500 บาท รับคูปองเงินสด 50 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อทุเรียนครั้งต่อไป – โปรโมชั่นเด็ดจากร้านค้าทุเรียนที่เข้าร่วม อาทิ • ร้านทุเรียนวิกานดา นาทีทองมาก่อนรับสิทธิ์ก่อน 14.00-16.00 ทุเรียนหมอนทองเกรดพรีเมี่ยมเนียนนุ่ม แกะพร้อมกิน เพียงกิโลกรัมละ 99 บาทเท่านั้น • ร้านทุเรียนเจ๊มณีมุก ซื้อทุเรียนครบ 3,000 บาท ลดเพิ่มทันที 99 บาท • ร้านวัชรียาภร ซื้อทุเรียนครบ 2,000 บาท ลดเพิ่มทันที 5% • ร้านทรัพย์ลูกจันทร์ ซื้
ข้อมูลจากการประเมินของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) รอบปี 2567 เห็นชัดเจนว่าปริมาณผลผลิตทุเรียนอยู่เหนือความคาดการณ์ เนื่องจากมีปัจจัยสำคัญจากสภาวะอากาศแปรปรวนและเอลนีโญและการบริหารจัดการน้ำ โดยการประเมินผลผลิตทุเรียนปี 2567 ครั้งแรก 7 ธันวาคม 2566 ทุเรียนภาคตะวันออก จันทบุรี ระยอง ตราด คาดปริมาณผลผลิตรวม 889,918 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีจำนวน 776,914 ตัน เพิ่มขึ้น 113,004 ตัน หรือ 14.55% จากเนื้อที่ให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นในทั้ง 3 จังหวัด การประเมินครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 คาดปริมาณผลผลิตรวม 823,898 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 46,984 ตัน หรือ 6.05% และครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2567 ได้ปรับเลื่อนเวลาจัดทำข้อมูลเอกภาพให้ใกล้เคียงกับช่วงที่ผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาด คาดว่าปริมาณผลผลิตรวม 782,874 ตัน เพิ่มขึ้นเพียง 5,960 ตัน หรือ 0.77% ทั้งนี้ ยังคงมีอัตราเสี่ยงจากสภาพแปรปรวนของอากาศและการบริหารจัดการน้ำ ชาวสวน-รัฐตัวเลขขัดแย้ง ขณะที่เกษตรกรชาวสวนทั่วไปเห็นต่างจากข้อมูลการประเมินของหน่วยงานราชการ โดยประเมินว่าในสภาพแท้จริง ปี 2567 ปริมาณผลผลิตทุเรียนเฉลี่ย
ทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดยะลา ในปี 2566 มีพื้นที่ปลูก 96,234 ไร่ ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวน 89,661 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 6,600 ล้านบาท ในจำนวนนี้แบ่งเป็นมูลค่าส่งออก 54% จำหน่ายในประเทศ 46% ในปี 2567 มีพื้นที่ปลูกเพิ่มเป็น 105,400 ไร่ และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมาทุเรียนยะลาถูกตรวจพบการระบาดของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ทำให้ผู้ส่งออกถูกตีกลับสินค้า ส่งผลให้ทุเรียนจังหวัดยะลา ราคาตกต่ำ ทำให้เกษตรกรเสียโอกาสสร้างรายได้จากการจำหน่ายทุเรียน กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา จึงดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับทุเรียนจังหวัดยะลา ให้เป็นที่ยอมรับ จัดทำแปลงต้นแบบการใช้แสงไฟไล่และล่อแมลงในสวนทุเรียน ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ ของจังหวัดยะลา รวม 377 แปลง และปี 2567 ได้ขยายผลแปลงต้นแบบเพิ่มในพื้นที่กลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ซึ่งมีการปลูกทุเรียน ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดปัตตานี นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เพื่อให้การป้องกันหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนเห็นผลเป็นรูปธรรม เกษตร
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการที่กรมส่งเสริมการเกษตร มีแนวทางในการพัฒนาสินค้าไม้ผล ผ่านโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น โดยในปี 2567 ได้ทำการถอดบทเรียนแปลงใหญ่ไม้ผล จำนวน 4 แปลง เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาไม้ผลครบวงจร และเกิดการทำงานเป็นเครือข่ายไม้ผล ซึ่งหนึ่งในแปลงต้นแบบนำร่องนั้นคือ แปลงใหญ่ทุเรียน หมู่ 14 ตำบลนายายอาม อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี หรือบริษัท แปลงใหญ่ทุเรียนน้ำกร่อย จำกัด ที่สามารถตอบโจทย์ได้ใน 3 มิติการพัฒนา คือ แปลงใหญ่ยกระดับด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ดำเนินงานตามหลัก BCG Model และมีความเป็นอัตลักษณ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ แปลงใหญ่ทุเรียน หมู่ 14 ตำบลนายายอาม เป็นหนึ่งในกลุ่มเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ ภายใต้โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด โดยมี นางสาวบุษบา นาคพิพัฒน์ เป็นประธานกลุ่มและผู้จัดการแปลง และยังได้ชื่อว่าเป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้า ที่เปิดรับนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรเข้ามาใช้ในสวน เพื่อประหยัดต้นทุนการผลิต ประหยัดเวลา และลดจำนวนแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สมาชิกกลุ่มทั้
น.ส.นริศรา เอี่ยมคุ้ย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ภาพรวมไม้ผลภาคตะวันออก 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ปี 2567 (ข้อมูล ณ 4 เม.ย. 2567) ในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ระยอง จันทบุรี ตราด ผลผลิตรวมจำนวน 1,114,070 ตัน เพิ่มขึ้น 6.48% หรือเพิ่มขึ้น 67,816 ตัน จากปี 2566 ที่มีจำนวน 1,046,254 ตัน โดย มังคุด เพิ่มขึ้นมากที่สุด 42% รองลงมา เงาะ เพิ่มขึ้น 8% ลองกอง เพิ่มขึ้น 3% และทุเรียน 1% ผลผลิตรวมของไม้ผลทั้ง 4 ชนิดเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศปีนี้มีความเหมาะสมต่อการออกดอกและติดผลของมังคุด เงาะ ลองกอง จากการได้พักต้นสะสมอาหาร ซึ่งปีที่ผ่านมาออกดอกติดผลน้อย ส่วนทุเรียนผลผลิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากอัตราเนื้อที่ให้ผลทุเรียนเพิ่มขึ้นมากกว่าอัตราการลดลงของผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ ซึ่งเนื้อที่เริ่มให้ผลผลิตในปี 2567 ได้เป็นปีแรกเพิ่มขึ้นกว่า 38,000 ไร่ ทั้งนี้ ผลผลิตไม้ผลทั้ง 4 ชนิด จะออกมากที่สุดในเดือนพ.ค. 2567 คิดเป็น 51% ของผลผลิตทั้งหมด เนื่องจากในปีที่ผ่านมาสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการออกดอกติดผลของไม้ผล จึงได้พักต้
วันที่ 4 เมษายน 2024 สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) ของจีนรายงานว่า กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของเวียดนามรายงานว่าทุเรียนเวียดนามครองส่วนแบ่งตลาดในจีนสูงถึง 31.8% เป็นรองเพียงทุเรียนไทยเท่านั้น โดยล่าสุดทุเรียนไทยครองส่วนแบ่งตลาดจีนอยู่ 68% กระทรวงฯ ระบุว่า ทุเรียนเวียดนามจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งให้แซงหน้าทุเรียนไทยและครองตลาดจีนได้ หากเวียดนามพยายามใช้โอกาสและข้อได้เปรียบให้ดี รวมถึงจัดเตรียมการผลิตอย่างมืออาชีพ ปัจจุบันเวียดนามมีสวนทุเรียน 708 แห่ง และโรงงานบรรจุหีบห่อทุเรียน 168 แห่ง ซึ่งดำเนินการส่งออกทุเรียนสู่ตลาดจีนภายใต้การอนุมัติจากสำนักบริหารศุลกากรทั่วไปของจีน ทั้งนี้ สวนทุเรียนทั้งหมดของเวียดนามครอบคลุมพื้นที่ 112,000 เฮกตาร์ (ราว 7 แสนไร่) และสร้างผลผลิตรายปีสูงถึง 863,000 ตัน เวียดนามส่งออกทุเรียนสู่จีนเป็นหลัก โดยปริมาณการส่งออกสู่จีนในปี 2023 สูงถึง 595,000 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 98.6% ของการส่งออกทุเรียนทั้งหมด ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ https://www.prachachat.net/world-news/news-1536752
ส่งออกทุเรียนไทยแสนล้าน เจอศึกหนักเวียดนาม ผู้ส่งออก-ชาวสวนประสานเสียง 2567 ปียากที่สุดของทุเรียนไทย เหตุฤดูทุเรียนเวียดนาม ออกชนทุเรียนภาคตะวันออกช่วงพีกเดือนพฤษภาคม หวั่นกระทบยอดขายและราคา ชี้เวียดนามได้เปรียบหลายเด้ง ขนส่งรวดเร็วชายแดนติดจีน ต้นทุนผลิตต่ำกว่า เผยเวียดนามใช้เวลาปีเดียวแย่งส่วนแบ่งตลาดจีนไปถึง 34.5% จับตาปีนี้มาเลย์เตรียมส่งทุเรียนสดเข้าจีนอีกราย เรียกร้องทุกฝ่ายประสานความร่วมมือรักษาคุณภาพ ทั้งแก้ปมโลจิสติกส์-ด่านตรวจ ชาวสวนเผยปีนี้สภาพอากาศแปรปรวนกระทบหนักผลผลิต แถมเจอทุเรียนคู่แข่งออกมาชน หวั่นกระทบโครงสร้างราคา “Prachachat In depth” ep2 รายการเสวนาเจาะลึกประเด็น “ทำอย่างไร ..ทุเรียนไทย ยืน 1 ตลาดโลก” ขณะที่ตลาดส่งออกทุเรียนไทย เติบโตก้าวกระโดดด้วยมูลค่าส่งออกปีละกว่า 1 แสนล้านบาท โดยที่ตลาดจีนถือเป็นตลาดใหญ่และตลาดสำคัญ ทำให้บรรดาคู่แข่งประเทศเพื่อนบ้านต่างเร่งพัฒนาพันธุ์ทุเรียนและชิงส่วนแบ่งตลาดจีน โดยเฉพาะเวียดนามที่พัฒนาการปลูกทุเรียนแบบอุตสาหกรรม ทั้งยังมีความได้เปรียบการขนส่งที่อยู่ใกล้ประเทศจีน ทำให้ใช้เวลาน้อยกว่าและต้นทุนถูกกว่า โดยเวียดนามเพิ่งได้รับอนุญา
นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไย ณ โรงงานลำไยและทุเรียนแพลตตินั่ม ฟรุ๊ต ตำบลทับช้าง อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี โดยมี นางสาวภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และส่วนจังหวัดให้การต้อนรับในพื้นที่ รมช.ไชยา กล่าวว่า จังหวัดจันทบุรีเป็นพื้นที่ผลิตและส่งออกผลไม้อันดับต้นๆ ของประเทศ มีความได้เปรียบในการเพาะปลูก โดยเฉพาะการร่วมมือกันของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ส่วนจังหวัด เกษตรกร และเอกชนในพื้นที่มีการช่วยกันดูแลการผลิต การคัดเลือก การส่งเสริมความรู้ให้เกษตรกร เพื่อพัฒนาคุณภาพผลิตให้มีประสิทธิภาพ ได้รับมาตรฐาน GAP นำไปสู่การส่งออกไปยังประเทศต่างๆ อาทิ อินโดนีเซีย ที่ไทยเข้าไปครองตลาดนำเข้าผลไม้ได้ถึงร้อยละ 85 จึงเกิดจันทบุรีโมเดล จังหวัดต้นแบบการเพาะปลูกสินค้าเกษตร ตามนโยบายรัฐบาลเศรษฐา “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” นอกจากนี้ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนลำไยและสวนทุเรียนหนามดำ ซึ่งราคาดี เป็นพันธุ์ทุเรียนที่ชาวต่
นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญกับการผลิตทุเรียนไทยที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงต้นฤดูกาลทุเรียนปี 2567 นี้ จะมีการดำเนินงานตามมาตรการควบคุมและป้องกันทุเรียนอ่อนอย่างเข้มงวด ซึ่งที่ผ่านมาภาคตะวันออก มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ถึงแม้ปีที่ผ่านมาจะได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่อย่างไรก็ดีการเฝ้าระวังความเสี่ยง ปัญหาทุเรียนอ่อนซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อราคาทุเรียนทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งส่งผลด้านลบต่อภาพลักษณ์ทุเรียนไทยในสายตาผู้บริโภค และสร้างความเสียหายต่อธุรกิจการค้าทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่การผลิตทุเรียน กรมส่งเสริมการเกษตรพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้ร่วมกันดำเนินการป้องกันทุเรียนอ่อน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่ มีผลผลิตออกสู่ตลาดก่อนพื้นที่อื่น ในขณะที่ช่วงต้นฤดูผลผลิตยังน้อย แต่ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อสูง โดยร่วมกับหน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรวางแนวทางการบริหารจัดการทุเรียนเพื่อการส่งออกภาคตะวันออก กำหนดวันเก็บเกี่
