ทุเรียน
ตลาดสี่มุมเมือง อาณาจักรค้าส่ง-ปลีกผลไม้ใกล้กรุงเทพฯ จัดงานสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ทุเรียน Expo สี่มุมเมือง 2024 วันที่ 21-26 พฤษภาคม 2567 นี้ พบกิจกรรมมากมายและโปรฯ นาทีทองจำหน่ายทุเรียนพูเริ่มต้นพูละ 5 บาท และทุเรียนลูกละ 99 บาท ตลาดสี่มุมเมือง อาณาจักรค้าส่ง-ปลีกผลไม้ใกล้กรุงเทพฯ ขอเชิญร่วมช้อปฯ กิน เที่ยว งานทุเรียน Expo สี่มุมเมือง 2024 จัดวันที่ 21-26 พฤษภาคม 2567 นี้ บริเวณตลาดทุเรียนสี่มุมเมือง ภายในงานพบกับโปรโมชั่นสุดเร้าใจ และกิจกรรมมากมาย – นาทีทองมาก่อนได้ซื้อก่อน ทุเรียนพร้อมกินเริ่มต้นพูละ 5 บาทเท่านั้น และทุเรียนลูกละ 99 บาท – เมื่อซื้อทุเรียนในงานครบ 500 บาท รับคูปองเงินสด 50 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อทุเรียนครั้งต่อไป – โปรโมชั่นเด็ดจากร้านค้าทุเรียนที่เข้าร่วม อาทิ • ร้านทุเรียนวิกานดา นาทีทองมาก่อนรับสิทธิ์ก่อน 14.00-16.00 ทุเรียนหมอนทองเกรดพรีเมี่ยมเนียนนุ่ม แกะพร้อมกิน เพียงกิโลกรัมละ 99 บาทเท่านั้น • ร้านทุเรียนเจ๊มณีมุก ซื้อทุเรียนครบ 3,000 บาท ลดเพิ่มทันที 99 บาท • ร้านวัชรียาภร ซื้อทุเรียนครบ 2,000 บาท ลดเพิ่มทันที 5% • ร้านทรัพย์ลูกจันทร์ ซื้
ข้อมูลจากการประเมินของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) รอบปี 2567 เห็นชัดเจนว่าปริมาณผลผลิตทุเรียนอยู่เหนือความคาดการณ์ เนื่องจากมีปัจจัยสำคัญจากสภาวะอากาศแปรปรวนและเอลนีโญและการบริหารจัดการน้ำ โดยการประเมินผลผลิตทุเรียนปี 2567 ครั้งแรก 7 ธันวาคม 2566 ทุเรียนภาคตะวันออก จันทบุรี ระยอง ตราด คาดปริมาณผลผลิตรวม 889,918 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีจำนวน 776,914 ตัน เพิ่มขึ้น 113,004 ตัน หรือ 14.55% จากเนื้อที่ให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นในทั้ง 3 จังหวัด การประเมินครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 คาดปริมาณผลผลิตรวม 823,898 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 46,984 ตัน หรือ 6.05% และครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2567 ได้ปรับเลื่อนเวลาจัดทำข้อมูลเอกภาพให้ใกล้เคียงกับช่วงที่ผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาด คาดว่าปริมาณผลผลิตรวม 782,874 ตัน เพิ่มขึ้นเพียง 5,960 ตัน หรือ 0.77% ทั้งนี้ ยังคงมีอัตราเสี่ยงจากสภาพแปรปรวนของอากาศและการบริหารจัดการน้ำ ชาวสวน-รัฐตัวเลขขัดแย้ง ขณะที่เกษตรกรชาวสวนทั่วไปเห็นต่างจากข้อมูลการประเมินของหน่วยงานราชการ โดยประเมินว่าในสภาพแท้จริง ปี 2567 ปริมาณผลผลิตทุเรียนเฉลี่ย
ทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดยะลา ในปี 2566 มีพื้นที่ปลูก 96,234 ไร่ ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวน 89,661 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 6,600 ล้านบาท ในจำนวนนี้แบ่งเป็นมูลค่าส่งออก 54% จำหน่ายในประเทศ 46% ในปี 2567 มีพื้นที่ปลูกเพิ่มเป็น 105,400 ไร่ และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมาทุเรียนยะลาถูกตรวจพบการระบาดของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ทำให้ผู้ส่งออกถูกตีกลับสินค้า ส่งผลให้ทุเรียนจังหวัดยะลา ราคาตกต่ำ ทำให้เกษตรกรเสียโอกาสสร้างรายได้จากการจำหน่ายทุเรียน กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา จึงดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับทุเรียนจังหวัดยะลา ให้เป็นที่ยอมรับ จัดทำแปลงต้นแบบการใช้แสงไฟไล่และล่อแมลงในสวนทุเรียน ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ ของจังหวัดยะลา รวม 377 แปลง และปี 2567 ได้ขยายผลแปลงต้นแบบเพิ่มในพื้นที่กลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ซึ่งมีการปลูกทุเรียน ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดปัตตานี นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เพื่อให้การป้องกันหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนเห็นผลเป็นรูปธรรม เกษตร
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการที่กรมส่งเสริมการเกษตร มีแนวทางในการพัฒนาสินค้าไม้ผล ผ่านโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น โดยในปี 2567 ได้ทำการถอดบทเรียนแปลงใหญ่ไม้ผล จำนวน 4 แปลง เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาไม้ผลครบวงจร และเกิดการทำงานเป็นเครือข่ายไม้ผล ซึ่งหนึ่งในแปลงต้นแบบนำร่องนั้นคือ แปลงใหญ่ทุเรียน หมู่ 14 ตำบลนายายอาม อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี หรือบริษัท แปลงใหญ่ทุเรียนน้ำกร่อย จำกัด ที่สามารถตอบโจทย์ได้ใน 3 มิติการพัฒนา คือ แปลงใหญ่ยกระดับด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ดำเนินงานตามหลัก BCG Model และมีความเป็นอัตลักษณ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ แปลงใหญ่ทุเรียน หมู่ 14 ตำบลนายายอาม เป็นหนึ่งในกลุ่มเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ ภายใต้โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด โดยมี นางสาวบุษบา นาคพิพัฒน์ เป็นประธานกลุ่มและผู้จัดการแปลง และยังได้ชื่อว่าเป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้า ที่เปิดรับนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรเข้ามาใช้ในสวน เพื่อประหยัดต้นทุนการผลิต ประหยัดเวลา และลดจำนวนแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สมาชิกกลุ่มทั้
น.ส.นริศรา เอี่ยมคุ้ย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ภาพรวมไม้ผลภาคตะวันออก 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ปี 2567 (ข้อมูล ณ 4 เม.ย. 2567) ในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ระยอง จันทบุรี ตราด ผลผลิตรวมจำนวน 1,114,070 ตัน เพิ่มขึ้น 6.48% หรือเพิ่มขึ้น 67,816 ตัน จากปี 2566 ที่มีจำนวน 1,046,254 ตัน โดย มังคุด เพิ่มขึ้นมากที่สุด 42% รองลงมา เงาะ เพิ่มขึ้น 8% ลองกอง เพิ่มขึ้น 3% และทุเรียน 1% ผลผลิตรวมของไม้ผลทั้ง 4 ชนิดเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศปีนี้มีความเหมาะสมต่อการออกดอกและติดผลของมังคุด เงาะ ลองกอง จากการได้พักต้นสะสมอาหาร ซึ่งปีที่ผ่านมาออกดอกติดผลน้อย ส่วนทุเรียนผลผลิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากอัตราเนื้อที่ให้ผลทุเรียนเพิ่มขึ้นมากกว่าอัตราการลดลงของผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ ซึ่งเนื้อที่เริ่มให้ผลผลิตในปี 2567 ได้เป็นปีแรกเพิ่มขึ้นกว่า 38,000 ไร่ ทั้งนี้ ผลผลิตไม้ผลทั้ง 4 ชนิด จะออกมากที่สุดในเดือนพ.ค. 2567 คิดเป็น 51% ของผลผลิตทั้งหมด เนื่องจากในปีที่ผ่านมาสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการออกดอกติดผลของไม้ผล จึงได้พักต้
วันที่ 4 เมษายน 2024 สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) ของจีนรายงานว่า กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของเวียดนามรายงานว่าทุเรียนเวียดนามครองส่วนแบ่งตลาดในจีนสูงถึง 31.8% เป็นรองเพียงทุเรียนไทยเท่านั้น โดยล่าสุดทุเรียนไทยครองส่วนแบ่งตลาดจีนอยู่ 68% กระทรวงฯ ระบุว่า ทุเรียนเวียดนามจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งให้แซงหน้าทุเรียนไทยและครองตลาดจีนได้ หากเวียดนามพยายามใช้โอกาสและข้อได้เปรียบให้ดี รวมถึงจัดเตรียมการผลิตอย่างมืออาชีพ ปัจจุบันเวียดนามมีสวนทุเรียน 708 แห่ง และโรงงานบรรจุหีบห่อทุเรียน 168 แห่ง ซึ่งดำเนินการส่งออกทุเรียนสู่ตลาดจีนภายใต้การอนุมัติจากสำนักบริหารศุลกากรทั่วไปของจีน ทั้งนี้ สวนทุเรียนทั้งหมดของเวียดนามครอบคลุมพื้นที่ 112,000 เฮกตาร์ (ราว 7 แสนไร่) และสร้างผลผลิตรายปีสูงถึง 863,000 ตัน เวียดนามส่งออกทุเรียนสู่จีนเป็นหลัก โดยปริมาณการส่งออกสู่จีนในปี 2023 สูงถึง 595,000 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 98.6% ของการส่งออกทุเรียนทั้งหมด ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ https://www.prachachat.net/world-news/news-1536752
ส่งออกทุเรียนไทยแสนล้าน เจอศึกหนักเวียดนาม ผู้ส่งออก-ชาวสวนประสานเสียง 2567 ปียากที่สุดของทุเรียนไทย เหตุฤดูทุเรียนเวียดนาม ออกชนทุเรียนภาคตะวันออกช่วงพีกเดือนพฤษภาคม หวั่นกระทบยอดขายและราคา ชี้เวียดนามได้เปรียบหลายเด้ง ขนส่งรวดเร็วชายแดนติดจีน ต้นทุนผลิตต่ำกว่า เผยเวียดนามใช้เวลาปีเดียวแย่งส่วนแบ่งตลาดจีนไปถึง 34.5% จับตาปีนี้มาเลย์เตรียมส่งทุเรียนสดเข้าจีนอีกราย เรียกร้องทุกฝ่ายประสานความร่วมมือรักษาคุณภาพ ทั้งแก้ปมโลจิสติกส์-ด่านตรวจ ชาวสวนเผยปีนี้สภาพอากาศแปรปรวนกระทบหนักผลผลิต แถมเจอทุเรียนคู่แข่งออกมาชน หวั่นกระทบโครงสร้างราคา “Prachachat In depth” ep2 รายการเสวนาเจาะลึกประเด็น “ทำอย่างไร ..ทุเรียนไทย ยืน 1 ตลาดโลก” ขณะที่ตลาดส่งออกทุเรียนไทย เติบโตก้าวกระโดดด้วยมูลค่าส่งออกปีละกว่า 1 แสนล้านบาท โดยที่ตลาดจีนถือเป็นตลาดใหญ่และตลาดสำคัญ ทำให้บรรดาคู่แข่งประเทศเพื่อนบ้านต่างเร่งพัฒนาพันธุ์ทุเรียนและชิงส่วนแบ่งตลาดจีน โดยเฉพาะเวียดนามที่พัฒนาการปลูกทุเรียนแบบอุตสาหกรรม ทั้งยังมีความได้เปรียบการขนส่งที่อยู่ใกล้ประเทศจีน ทำให้ใช้เวลาน้อยกว่าและต้นทุนถูกกว่า โดยเวียดนามเพิ่งได้รับอนุญา
นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไย ณ โรงงานลำไยและทุเรียนแพลตตินั่ม ฟรุ๊ต ตำบลทับช้าง อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี โดยมี นางสาวภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และส่วนจังหวัดให้การต้อนรับในพื้นที่ รมช.ไชยา กล่าวว่า จังหวัดจันทบุรีเป็นพื้นที่ผลิตและส่งออกผลไม้อันดับต้นๆ ของประเทศ มีความได้เปรียบในการเพาะปลูก โดยเฉพาะการร่วมมือกันของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ส่วนจังหวัด เกษตรกร และเอกชนในพื้นที่มีการช่วยกันดูแลการผลิต การคัดเลือก การส่งเสริมความรู้ให้เกษตรกร เพื่อพัฒนาคุณภาพผลิตให้มีประสิทธิภาพ ได้รับมาตรฐาน GAP นำไปสู่การส่งออกไปยังประเทศต่างๆ อาทิ อินโดนีเซีย ที่ไทยเข้าไปครองตลาดนำเข้าผลไม้ได้ถึงร้อยละ 85 จึงเกิดจันทบุรีโมเดล จังหวัดต้นแบบการเพาะปลูกสินค้าเกษตร ตามนโยบายรัฐบาลเศรษฐา “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” นอกจากนี้ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนลำไยและสวนทุเรียนหนามดำ ซึ่งราคาดี เป็นพันธุ์ทุเรียนที่ชาวต่
นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญกับการผลิตทุเรียนไทยที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงต้นฤดูกาลทุเรียนปี 2567 นี้ จะมีการดำเนินงานตามมาตรการควบคุมและป้องกันทุเรียนอ่อนอย่างเข้มงวด ซึ่งที่ผ่านมาภาคตะวันออก มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ถึงแม้ปีที่ผ่านมาจะได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่อย่างไรก็ดีการเฝ้าระวังความเสี่ยง ปัญหาทุเรียนอ่อนซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อราคาทุเรียนทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งส่งผลด้านลบต่อภาพลักษณ์ทุเรียนไทยในสายตาผู้บริโภค และสร้างความเสียหายต่อธุรกิจการค้าทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่การผลิตทุเรียน กรมส่งเสริมการเกษตรพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้ร่วมกันดำเนินการป้องกันทุเรียนอ่อน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่ มีผลผลิตออกสู่ตลาดก่อนพื้นที่อื่น ในขณะที่ช่วงต้นฤดูผลผลิตยังน้อย แต่ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อสูง โดยร่วมกับหน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรวางแนวทางการบริหารจัดการทุเรียนเพื่อการส่งออกภาคตะวันออก กำหนดวันเก็บเกี่
ล้ง-ชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออก คาดปีนี้อากาศแปรปรวน น้ำน้อยผลผลิตออกต่ำกว่าปกติ 50% ล้ง 1,200 รายแย่งซื้อทำสัญญาเหมาสวนล่วงหน้า ดันราคาทุเรียนกระดุมพุ่ง 320 บาทต่อกิโลกรัม หมอนทองสูงสุด 280 บาทต่อกิโลกรัม เผยตลาดจีนดีมานด์ยังสูงยอดขายเติบโต ติดใจรสชาติเกรด AB เนื้อดี คุณภาพสูง แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจสวนผลไม้ภาคตะวันออกเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ทุเรียนภาคตะวันออก 3 จังหวัด คือ จันทบุรี ระยอง ตราด ปี 2567 มีหลายปัจจัยที่น่าห่วงกังวล ทั้งสภาพอากาศแปรปรวน ภัยแล้ง น้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก ทำให้ปริมาณผลผลิตลดลงถึง 50% สวนทางกับการประเมินของภาครัฐที่คาดว่าจะได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 6.05% ล้ง 1,000 แห่งแย่งซื้อทุเรียน “เกษตรกรและล้งหลายคนกังวลช่วงเดือนเมษายนเกรงจะมีปัญหาน้ำไม่เพียงพอ เสี่ยงที่ผลผลิตจะเสียหายจากภาวะภัยแล้ง แต่ผลผลิตที่ลดลงจะทำให้ราคาทุเรียนสูง ยิ่งมีล้งหน้าใหม่กว่า 1,000 ราย จะทำให้เกิดการแย่งซื้อผลผลิตส่งตลาดจีน และแห่วิ่งทำสัญญาเหมาสวนให้ราคาเกรด AB แต่เวลาผลผลิตออกจริงคุณภาพไม่ได้เกรด AB บางครั้งถูกปัดตกเกรด บางรายเบี้ยวฉีกสัญญาทิ้ง ทำให้ตอนนี้ชาวสวนระมัดระวังในการทำ
