สมุนไพร
พาณิชย์บุกรง.ผลิตสมุนไพรชั้นนำไทย สำรวจศักยภาพการผลิต-การตลาด หวังเป็นข้อมูลดันไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางสมุนไพรระดับอาเซียน พร้อมเตรียมปั้นสมุนไพร 4 ชนิด(บัวบก-ขมินชัน-ไพล-กระชายดำ) สู่ผลิตภัณฑ์ Thailand’s Signature ตลาดระดับโลก นางสาวชนินทร หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการกองนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าสินค้าเกษตร(กษ.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการใช้สมุนไพรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งความต้องการในการบริโภคเพื่อการสร้างเสริมและดูแลสุขภาพรวมถึงความต้องการในการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของสมุนไพรต่างๆเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและสร้างความหลากหลายในการใช้ประโยชน์จากสมุนไพร ส่งผลให้สมุนไพรถูกนำไปใช้ในอุตสากรรมหลายประเภทและสมุนไพรบางรายการก็เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคและผู้ผลิตเป็นอย่างสูงและสามารถสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ โดยประเทศไทยมีพืชสมุนไพรที่ชุมชนรู้จักสรรพคุณและนำมาใช้ประโยชน์กว่า 1,800 ชนิด และมี 300 ชนิดที่เป็นวัตถุดิบสมุนไพรที่หมุนเวียนในท้องตลาด โดยปัจจุบันไทยส่งออกสมุนไพรเป็นมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท สารสกัดจากสมุนไพรมูลค่ากว่า 270 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เช่น สบ
เลิกเก็บงานวิจัยสมุนไพรไว้บนหิ้ง สวก.จับมือคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และองค์การเภสัชกรรมบูรณาการผลิตสมุนไพร ออกจำหน่ายในเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 10 รายการ หลัง ครม.หนุนแผนพัฒนาสมุนไพรแห่งชาติเต็มที่ คาด 5 ปีข้างหน้ามูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่าเท่าตัว จากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2564 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทำให้วงการสมุนไพรไทยตื่นตัวมากขึ้น ถือว่าเป็นการส่งเสริมการพัฒนาสมุนไพรทั้งระบบอย่างยั่งยืนให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ โดยไทยมีความได้เปรียบในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพที่สามารถผลิตวัตถุดิบสมุนไพรได้หลากหลายชนิด มีแหล่งผลิตกระจายอยู่ทั่วประเทศ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรของไทยจึงมีโอกาสก้าวขึ้นสู่เวทีโลกได้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ผลงานวิจัยของไทยรวมทั้งสมุนไพรของไทย มักวิจัยแล้วเก็บไว้เป็นส่วนใหญ่ ไม่มีการนำไปต่อยอดพัฒนาเชิงพาณิชย์เท่าที่ควร นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ล่าสุด สวก.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร และผลักดันงานวิจัยไปส
เทียนกิ่ง หรือ เฮนน่า (Henna) ถือว่าเป็นสมุนไพรจากธรรมชาติที่มากด้วยสรรพคุณอันหลากหลาย เพราะนอกจากจะปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อความสวยงามแล้ว ใบเทียนกิ่ง ยังมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราบางชนิด เพราะมีสารแนพธาคิวโนนไกลโคไซด์ ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อหนอง หรือใช้ทำเป็นยารักษาบาดแผล แผลสด แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก บวม ฟกช้ำ แผลอักเสบบวมเป็นหนอง ถอนพิษปวดแสบปวดร้อน หรือจะใช้เป็นยาอมบ้วนปากและคอ ก็ช่วยแก้อาการเจ็บคอได้ นอกจากนี้ ทั้งดอก ราก เปลือก ยังสามารถนำมาทำเป็นยารักษาโรคต่างๆ ได้อีกด้วย จากประวัติศาสตร์นับพันปีของประเทศอียิปต์ พระนางคลีโอพัตรา และพระนางเนฟาติติใช้เฮนน่าบำรุงรักษาเส้นผม ทาสีเล็บ แต่งริมฝีปากเสริมแต่งความงาม ที่สำคัญเลยคือเป็นสมุนไพรที่ใช้ย้อมผมกันมาช้านาน คุณสมบัติที่ดีของสมุนไพรเทียนกิ่ง คือช่วยป้องกันสุขภาพของเส้นผมไม่ให้ถูกทำร้ายจากแสงแดด ช่วยให้ผมดำขึ้น เป็นเงางาม นิ่มสลวยและมีน้ำหนัก เห็นไหมคะว่าเป็นความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์จริงๆ สำหรับใครที่อยากมีผมสวย สุขภาพดี ขอแนะนำผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพผม ลอนา แฮร์โคท และ ลอนา แฮร์โทนิค ดร. สาโรช ซึ่งมีสมุนไพรสำคัญอย่างเทีย
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ. ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวการจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 14 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม-3 กันยายน 2560 ที่ อิมแพค เมืองทองธานี ว่า การส่งเสริมสมุนไพรไทยเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาล เนื่องจากไทยมีทรัพยากรที่เป็นพืชสมุนไพรจำนวนมาก รวมทั้งมีภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยในเรื่องเหล่านี้ การจัดงานมหกรรมสมุนไพรเป็นประจำทุกปี เป็นช่องทางหนึ่งในการกระตุ้นให้คนไทยหันมาใช้สมุนไพรไทยมากขึ้น ภก. ณัฐดนัย มุสิกวงศ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนางานวิจัยด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ปกติแล้วเพศชายจะมีภาวะเครียดและไม่รู้วิธีการคลายเครียด จนบางครั้งส่งผลให้เกิดปัญหาอวัยวะเพศชายไม่แข็งตัว สมรรถภาพทางเพศเสื่อม เป็นต้น ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันเรียกว่านกเขาไม่ขัน ไม่แข็งตัว ซึ่งมีสาเหตุมาจากการหมุนเวียนของโลหิตไม่ดี ซึ่ง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรมีการค้นหาตำรับยา เพื่อดูแลเพศชาย และเลือกเอา “ตำรายาสัปดน” มีสูตรบำรุงกำลังมากกว่า 20 สูตร และเป็นที่นิยมของทางภาคใต้ที่ใช้มานาน โดยการดึงมา 1 ตำรับ คื
ธุรกิจตีปีกรับสมุนไพรไทยขาขึ้น แนะรัฐเร่งส่งเสริมมาร์เก็ตติ้ง-ช่องทางขาย รัฐบาลทุ่มงบฯกว่าพันล้านผลักดันแผนแม่บทสมุนไพรแห่งชาติ จัดสรร 9 กระทรวงขับเคลื่อน กางโรดแมป 5 ปีส่งเสริมต้นน้ำถึงปลายน้ำ ปูพรมพื้นที่เพาะปลูกสมุนไพร ผุดเอาต์เลตเมืองท่องเที่ยว-เจาะค้าปลีก นายวัฒนศักดิ์ ศรรุ่ง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้มอบงบประมาณเป็นจำนวน 1,258 ล้านบาทเพื่อขับเคลื่อนเรื่องแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทยที่มีหน่วยงานเกี่ยวข้อง 9 กระทรวง โดยกระทรวงสาธารณสุขเป็นแกนร่วมมือประสานงาน โดยเป้าหมายในแผนที่ 1 มีระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี (2560-2564) โรดแมป 5 ปีแบ่งเป็น 3 เฟสเรียกว่า 1+1+3 โดยเริ่มจากปี 2560 นี้มุ่งโฟกัสการสร้างพื้นฐานการผลิต ปีถัดไปจะมุ่งเน้นเรื่องการทำตลาดในประเทศ และอีก 3 ปีที่เหลือจะเน้นเรื่องการส่งออก โดยกลุ่มซีแอลเอ็มวีเป็นประเทศที่มีการเติบโตน่าสนใจ รวมถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ จากแนวทางดังกล่าวจะขับเคลื่อนภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์สมุนไพร อาทิ ส่งเสริมผลิตผลของสมุนไพ
ในจำนวนผลงานวิจัยของไทยที่มีจำนวนมาก ถูกหยิบไปต่อยอดให้เป็นรูปธรรมจากเจ้าของธุรกิจมากน้อยแค่ไหนนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งในประเทศไทยมีนักวิจัยจำนวนหนึ่งที่มีผลงานขึ้นหิ้งแล้ว เลือกจะไม่เปิดเผยตัวเอง และทำงานอยู่เบื้องหลังเป็นผู้ป้อนผลงานขึ้นสู่หิ้ง สร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจไทย หนึ่งในนั้นอยู่ในกลุ่ม “เวชสำอาง” ซึ่งนักวิจัยไทยได้นำสมุนไพรไทยมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีคุณภาพเทียบเคาน์เตอร์แบรนด์ แต่ขายในราคาคนไทย ซื้อไอเดียนักวิจัย พัฒนาเป็นเวชสำอาง หนึ่งในเจ้าของธุรกิจที่ขึ้นมาเป็นเจ้าของผลงานวิจัยด้านเวชสำอาง นั่นก็คือ คุณสุวรรณา มณีโชติช่วง หรือ คุณนา เจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางภายใต้ชื่อ “อิส ดิ เฟนเซ่” (Is De’fence) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากสมุนไพรไทย ผลิตโดยนักวิจัยชาวไทย ซึ่งคุณสุวรรณาร่วมกับทีมวิจัยชาวไทยผลิตเครื่องสำอางป้อนแบรนด์ชั้นนำ จนนำมาสู่การเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและจัดอยู่ในประเภทเวชสำอาง จนได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) โดยอัตโนมัติ โดยใช้ห้องแล็บของทีมวิจัยที่ได้มาตรฐาน เป็นจุดเริ่มต้นในการเริ่มดำเนินธุรกิจ “ตัวครีม อีส ดิเฟนเซ่
ชะคราม เป็นวัชพืชชนิดหนึ่ง เป็นไม้ล้มลุกมีอายุหลายปี เมื่ออายุมากจะขึ้นเป็นพุ่ม สูงประมาณ 1 เมตร และเป็นพืชสมุนไพรที่น่าสนใจ นำมาแปรรูปเป็นอาหารและสกัดเพื่อใช้เป็นยาสมุนไพรรักษาโรคของผู้ป่วยได้ อนาคตคาดว่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่นำมาแปรรูปและพัฒนารูปแบบอาหารได้ แม้ว่าในปัจจุบัน ชะครามจะหาซื้อหายากในตลาดทั่วๆ ไป ที่ไม่ได้อยู่ติดกับชายทะเล แต่หาได้ง่ายในจังหวัดที่อยู่แถวชายทะเล ชะคราม กระจายพันธุ์กว้าง พบทั่วไปทั้งในภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ภาคกลาง และภาคใต้ โดยเฉพาะป่าชายเลน ป่าโกงกาง หรือพื้นที่รกร้างรอบๆ นาเกลือ อย่างเช่น จังหวัดสมุทรสงครามและสมุทรสาคร รวมไปถึงในเขตกรุงเทพฯ ที่ติดชายทะเล อย่างบางขุนเทียน จะพบเห็น ต้นชะคราม ลงไปเก็บได้ ควรจะเลือกที่สีเขียวและไม่มีดอก เพราะยังอ่อนอยู่ ถ้าแก่จะสีแดงและมีดอก ซึ่งส่วนใหญ่จะขึ้นเองโดยตามธรรมชาติในพื้นที่ดินเค็มน้ำทะเลท่วมถึง ปัจจุบันมีการปลูกเป็นไม้ประดับ ขยายพันธุ์ได้ทั้งตอนกิ่งหรือปักชำ ประโยชน์อันล้ำค่า ของ “ชะคราม” พืชท้องถิ่นในจังหวัดสมุทรสงครามและสมุทรสาคร นำมาแปรรูปได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น “น้ำมันชะคราม” และ “ยากำจัดปลวกจาก
ต้นประยงค์ เป็นชื่อไทยโบราณ จัดเป็นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่ง ดอกเป็นช่อ ลักษณะเป็นเม็ดกลมๆ เล็กๆ สีเหลืองดูน่ารัก ตามความเชื่อโบราณเชื่อกันว่า บ้านไหนปลูกประยงค์ไว้ในบริเวณบ้าน จะทำให้บ้านมีความมั่นคง ยั่งยืน อยู่ยงคงกระพัน ไม่พ่ายแพ้ต่อสิ่งใดๆ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ใบคล้ายใบแก้ว ถ้าตัดบ่อยๆ ก็จะเป็นพุ่มแล้วออกดอกบ่อย ดอกให้กลิ่นหอมแรงตอนกลางคืน ดอกนั้นออกเป็นระยะๆ ตลอดปี แต่ละครั้งที่ให้ดอก ประยงค์จะให้ดอกสะพรั่งพร้อมกันเกือบตลอดทั้งต้น ทำนองเดียวกับดอกประดู่ ประยงค์มี 6 กลีบ แต่ไม่บาน เป็นเพียงตุ่มขนาดเล็กกลมๆ เท่านั้น เมื่อดอกอ่อนมีสีเขียวแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ก้านและใบ ช่วยแก้แผลบวมฟกช้ำจากการหกล้ม หรือถูกกระทบกระแทก ฝีมีหนองทั้งหลายได้ รากและใบ ไข้แก้โรคเกี่ยวกับทรวงอก แก้ไข้ และอาการชัก ในประเทศฟิลิปปินส์ ใช้ต้มเป็นยาบำรุงร่างกาย แต่ที่เด็ดจริงๆ อยู่ที่ดอก แก้เมาค้าง ดับร้อน แก้กระหายน้ำ แก้ไอ วิงเวียนศีรษะ ทำให้หูตาสว่าง ลดการอึดอัดแน่นหน้าอก รสชาติออกขมเฝื่อนเล็กน้อย รับประทานไม่ยาก วิธีต้มง่ายนิดเดียว คือ เด็ดจากต้นทั้งก้านล้างน้ำให้สะอาด โดยใส่ในตะแกรงถี่ๆ ใส่กาชงชาหรือใส่ในแ
รศ.ดร. จุรีย์รัตน์ ลีสมิทธิ์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์เกษตรหนึ่งใจ กองงาน “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร” มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ โครงการตามพระดำริในพระองค์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ร่วมกับพันธมิตร หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พันเอกกฤตพันธุ์ รักใคร่ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 34 (นพค. 34) จังหวัดพิษณุโลก คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณรัตนพล ตั้งตรงศักดิ์ และทีมวิทยากรจาก บริษัท ฮงฮวด จำกัด ร่วมกันจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “เกษตรหนึ่งใจ ครบเครื่องกับฮงฮวด” หัวข้อ การผลิตแชมพู สบู่เหลวอาบน้ำ น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า และเจลล้างมือ ด้วยการประยุกต์ใช้สมุนไพรในท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้เสริม ทำให้เกษตรกรสามารถประยุกต์ใช้สมุนไพรพื้นถิ่นสำหรับทำผลิตภัณฑ์ใช้เองในครัวเรือน และสามารถต่อยอดผลิตจำหน่ายในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนได้ ทั้งนี้ เพื่อร่วมแรงร่วมใจกันสืบสานแนวพระราชดำริ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ให้ยั่งยืนอยู่คู่กับประเทศไทยตราบนานเท่านาน โดยน้อมนำแนวพระราชดำริ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นหลักการดำรงชีว
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จัดประชุมหารือโครงการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสินค้าเกษตรที่สำคัญจังหวัดจันทบุรี ชูพืชทางเลือกสร้างรายได้ให้เกษตรกร แนะพืชแซมในสวนยางพาราและสวนผลไม้ กลุ่มสมุนไพรตะวันออก เช่น กระวาน เร่ว หนุนจันทบุรีเป็นศูนย์รวมพืชสมุนไพร (Herb Hub) ในอนาคต นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี (สศท.6) ได้จัดประชุมหารือโครงการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสินค้าเกษตรที่สำคัญ (zoning) เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ณ สำนักงานการยาง แห่งประเทศไทย จังหวัดจันทบุรี โดยมี เกษตรและสหกรณ์จังหวัดจันทบุรี (นายไพฑูรย์ โกเมนท์) Single Command เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยหน่วยงานส่วนราชการในพื้นที่ เกษตรกร ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรระดับอำเภอ เศรษฐกิจการเกษตรอาสาระดับอำเภอ และเจ้าหน้าที่ สศก. เข้าร่วม การประชุมหารือในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเตรียมแนวทางบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสินค้าเกษตรที่สำคัญและหาสินค้าเกษตรทางเลือก ซึ่ง สศท.6 ได้นำเสนอนโ
