สมุนไพร
ด้วยดอยแปกแซม อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่หุบเขา ห่างไกลความเจริญ ประชาชนส่วนใหญ่เลี้ยงชีพด้วยการปลูกฝิ่น โครงการพระราชดำริฯ ต้องการให้กลุ่มประชาชนปลูกพืชที่มีประโยชน์ทดแทนการปลูกฝิ่น เพื่อสนองพระราชดำริให้ประชาชนอยู่ดีกินดีจึงเลือกสมุนไพรตังกุย ชื่อวิทยาศาสตร์ (Angelica sinensis (Oliv.) Diels.) วงศ์ Umbelliferae ไทยเรียก โกฏเชียง พันธุ์ที่มีศักยภาพสามารถเพาะปลูกขึ้นในประเทศไทยมาเพาะปลูกแทนการปลูกฝิ่น ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร (ศนส.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ที่มีความพร้อมกอปรกับข้อมูลสนับสนุนถึงศักยภาพด้านเวชสำอางของสมุนไพรตังกุย จึงเสนอโครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เวชสำอางกระชับผิวจากสมุนไพรตังกุย เพื่อลดการนำเข้า/ทดแทนเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เวชสำอางกระชับผิว ให้ประชาชนมีทางเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรราคาถูกและผลข้างเคียงน้อยกว่า ก่อให้เกิดการพึ่งตนเอง เสริมสร้างงานแก่กลุ่มเกษตรกรและภาคเอกชนอันนำมาซึ่งเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน จุดเด่น สารสกัดแอลกอฮอล์ของรากตังกุย (Angelina sinensis) มีผลผลิต 13.83% พบสารสำคัญคือ ไลกัสติไล (Ligustilide) และก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Vitex negundo L. ชื่อวงศ์ LABIATAE ชื่ออื่น โคนดินสอ คนดินสอดำ ดินสอดำ ผีเสื้อดำ ลักษณะทั่วไป ไม้พุ่ม ใบประกอบแบบนิ้วมือ มี 5 ใบย่อย เรียงตรงข้าม ดอกช่อแยกแขนง มีกลิ่นหอม กลีบดอกสีขาว ออกที่ปลายกิ่ง ผลสด รูปกลม การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ปักชำ กิ่งตอน คนทีเขมา พืชศักดิ์สิทธิ์พิชิตโรคภัย คนทีเขมา เป็นสมุนไพรที่เก่าแก่ชนิดหนึ่ง แม้จะไม่ได้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในบ้านเรา แต่คงเข้ามาเป็นเวลานมนานแล้ว พร้อมๆ กับ คนทีสอ ในภาษาพื้นบ้านจะเรียกพืชทั้งสองชนิดนี้เหมือนกัน เช่น ผีเสื้อบ้าง ดินสอบ้าง แต่แยกเป็นดำกับขาว เช่น ผีเสื้อดำ หมายถึงคนทีเขมา ผีเสื้อขาว หมายถึงคนทีสอ หมอยาจะบอกว่า สมุนไพรสองชนิดนี้ใช้แทนกันได้ แต่หมอยาไทยนิยมคนทีสอมากกว่าเพราะกลิ่นดีกว่า มีตำนานความเชื่อว่า หากนำต้นผีเสื้อชนิดใดชนิดหนึ่งไปปลูกไว้ริมน้ำ จะป้องกันตลิ่งพังได้ ตาหา (สว่าง คำมะนิตย์) หมอยาแห่งบ้านกกกะบก อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เล่าว่า เคยช่วยต้นไม้แคน (ต้นตะเคียน) ไม่ให้ถูกน้ำกัดเซาะจนโค่นได้ โดยนำต้นผีเสื้อดำไปปลูก รวมทั้งปลูกเอาไว้ในบ้านจะแก้สิ่งที่ไม่เป็นมงคล ที่ชาวบ้านเรียกว่า แก้เข็ดแก้ขวง ช่ว
“ระนอง” จังหวัดชายฝั่งทะเลตะวันตกของภาคใต้ ที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติทางทะเลสวยงาม มีป่าไม้ น้ำตก แหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมเยือนอย่างต่อเนื่อง จากจุดเด่นในเรื่องเมืองที่อุดมไปด้วยน้ำแร่ร้อนจากธรรมชาติ ทำให้ ณฐกร เอียดดำ หรือ “โก๋” และ สุลาวรรณ สายศิวานนท์ หรือ “นิ่ม” สองสามีภรรยาร่วมกัน สร้างบ้านสุขภาพสมุนไพรณฐวัน (นะ-ถะ-วัน) ภายใต้แนวคิด “ร่วมกันสร้างสุขภาพที่ดีด้วยความสุขของทุกคน” ที่บ้านบางไทร หมู่ที่ 8 ตำบลมะมุ อำเภอกระบุรี โดยนำความรู้เรื่องสมุนไพรที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษมาสานต่อ และต่อยอดรายได้ให้เกิดขึ้นกับชุมชน โดยเปิดให้บริการอบสมุนไพร บริการแช่ และนวดเท้าด้วยน้ำแร่สมุนไพร รวมทั้งยังเปิดจำหน่ายอาหารสมุนไพร และสินค้าเกษตรปลอดสารพิษของชาวบ้าน สุลาวรรณ สายศิวานนท์ กล่าวว่า ได้รับการถ่ายทอดความรู้เรื่องสมุนไพรมาจากพ่อ จึงอยากสานต่อไม่ให้สูญหาย อีกทั้งพบว่าภายในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียง มีการปลูกพืชสมุนไพรอยู่หลายชนิด จึงพูดคุยกับสามี เพื่อนำสมุนไพรมาใช้ดูแลสุขภาพโดยการอบตัวด้วยสมุนไพร ทั้งนี้
กระแสการนำสมุนไพรพื้นบ้านมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ อาทิ เช่น แชมพู สบู่ ครีมอบตัว ขัดตัว ยาหม่อง ยาสีฟัน ครีมอาบน้ำ ฯลฯ จนกลายเป็นสินค้าที่ทำรายได้ให้กับคนในชุมชนซึ่งได้ใช้เวลาว่างจากอาชีพหลักมารวบกลุ่มทำเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้หลักให้กับครอบครัว กลุ่มแม่บ้านเกษตกรรำมะสัก ตำบลรำมะสัก อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เป็นหนึ่งกลุ่มที่ประสบความสำเร็จในการนำสมุนไพรพื้นบ้านมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จนกลายเป็นที่รู้จักของคนในหลายพื้นที่และขยายวงกว้างไปยังต่างประเทศด้วยเวลาเพียงไม่นาน สร้างอาชีพ จากวัตถุดิบพื้นบ้าน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรรำมะสัก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2546 โดยการนำของคุณสงัด พรหมเนตร ประธานกลุ่มคนปัจจุบัน ซึ่งคุณสงัด เล่าฟังว่า จุดเริ่มต้นของการนำสมุนไพรมาแปรรูป เกิดจากความคิดส่วนตัว บวกกับความรู้และความชำนาญที่ติดตัวมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ “หลังจากไม่ประสบความสำเร็จกับอาชีพรับจ้าง ก็เข้าหางานทำในกรุเทพฯ โดยไปอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องและเริ่มต้นด้วยการเป็นแม่ค้าทำขนมไทยขาย ทำได้ระยะหนึ่งก็พอมีรายได้มาใช้จ่ายและเก็บสะสมไว้ จนกระทั่งวันหนึ่งได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยว เปิดหูเปิดตา ทำให้เ
สถานการณ์ภัยแล้งเริ่มส่งผลกระทบต่ออาชีพเกษตรกรรม แต่ชาวบ้านโคกนาดี ตำบลแมดนาท่ม อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร นำโดย นายกาไสย พรหมสาขา ณ สกลนคร อายุ 72 ปี และสมาชิกวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร รวมตัวกันผลิตสมุนไพรลูกประคบรักษาโรค ที่มีใช้มาแต่โบราณแต่สามารถผันเป็นเงินได้ เนื่องจากภัยแล้งเริ่มคุกคามต้องหาอาชีพใหม่เพื่อให้มีรายได้ โดยใช้เวลาว่างระหว่างรอฤดูกาลทำนา สำหรับลูกประคบประกอบด้วยสมุนไพร คือ ไพล ใบมะกรูด ตะไคร้หอม ใบมะขาม ขมิ้นชัน การบูร ใบส้มป่อย พิมเสน เถาวัลย์เอ็นอ่อน สรรพคุณ ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย การอักเสบกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการวิงเวียน บำรุงหัวใจ และลดความดัน นายกาไสย กล่าวว่า ในช่วงนี้การทำเกษตรลำบากเนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้ง จึงหันมาหาอาชีพที่ทำแล้วมีรายได้แน่นอน คือสมุนไพรลูกประคบ ยิ่งช่วงนี้อากาศร้อนสมุนไพรแห้งไว จะทำให้ผลิตได้มาก ส่งขายตามร้านสปาและโรงแรม รายได้ถือว่าค่อนข้างดี เฉลี่ยคนละ 4-5 พันบาท ต่อเดือน เพราะส่วนมากคนยังรักสุขภาพจึงนิยมใช้สมุนไพรไทยอยู่ ทั้งนี้ ท่านใดสนใจอยากส่งเสริมรายได้ให้กับชาวบ้าน สามารถสั่งสมุนไพรลูกประคบ ได้ที่โทร. (089) 941-0341 ขอ
ใครบ้างที่ไม่รู้จักกระเทียม มีบางคนรู้จักกระเทียมเพียงแค่ในส่วนที่ถูกนำมาใช้ทำอาหารเท่านั้น หรือบางคนรู้จักกระเทียมมากกว่านั้น คือ รู้ว่ากระเทียมสามารถนำไปใช้เป็นยารักษาโรคได้ด้วย ขณะเดียวกันบางคนกลับรู้จักกระเทียมในแง่ที่ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ เพราะเวลากินกระเทียมหรือกินอาหารที่ใส่กระเทียมทีไร ทำให้เพื่อนพ้องเมินหน้าหนีกันเป็นแถวๆ กับกลิ่นเหม็นติดปากของเจ้ากระเทียมนี่เอง เนื่องจากกระเทียมเป็นพืชสมุนไพร ที่ปัจจุบันทั้งวงการแพทย์และสาธารณสุขตลอดจนประชาชนผู้บริโภคทั่วไปได้ให้ความสนใจ หันมาศึกษาวิจัย ค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับกระเทียมกันอย่างมาก และหากท่านได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับกระเทียม ท่านจะต้องทึ่งในสรรพคุณของมันแน่นอน มารู้จักกระเทียมกัน กระเทียม มีชื่อท้องถิ่นที่เรียกขานกันในแต่ละภูมิภาค กระเทียม (ภาคกลาง) หอมขาว (ภาคเหนือ) หอมเตียน ผักเทียม (ภาคอีสาน) หัวเทียม เทียม (ภาคใต้) กระเทียมเป็นพืชตระกูลเดียวกับหัวหอม (หอมแดง) ลำต้นมีลักษณะเป็นหัวอยู่ใต้ดิน หัวมีลักษณะเป็นกลีบเล็กๆ เกาะติดกันคล้ายกลีบส้ม เป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนทราย มีการระบายน้ำได้ดี และชอบอากาศเย็น แหล่งปลูกกระเทียมใ
ตั้งแต่ข้าพเจ้าได้รับหน้าที่ดูแลคอลัมน์พืชใกล้ตัว ก็ได้พยายามหาข้อมูลงานวิจัยสมุนไพรใหม่ๆ เพียงอย่างเดียว แต่บางครั้งก็อาจจะยังไม่ได้นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยมิได้นึกถึงสมุนไพรที่มีข้อมูลงานวิจัยมาก มีการใช้จริงและบรรจุอยู่ในบัญชียาในโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศ พญายอ หรือ สเลดพังพอนตัวเมีย คือ สมุนไพรชนิดเดียวกัน จากข้อมูลการใช้ตามภูมิปัญญา สามารถรักษาได้หลายอาการ เช่น ผิวหนัง ผื่น คัน ด้วยการใช้ใบสดตำผสมกับเหล้าใช้ทา ยาแก้เจ็บคอ ด้วยการนำใบสดมาเคี้ยวเอาแต่น้ำแล้วคายกากออก ปัจจุบัน พญายอ ถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ กลุ่มยาพัฒนาจากสมุนไพร เป็นยาสำหรับรักษากลุ่มอาการทางระบบผิวหนัง บรรเทาอาการของเริมและงูสวัด รักษาแผลในปาก บรรเทาอาการผด ผื่น คัน ลมพิษ บรรเทาอาการปวดบวมจากแมลงกัดต่อย โดยมีการพัฒนายาหลายรูปแบบ เช่น ครีม กลีเซอรีน โล่ชั่น ยาหม่อง งานวิจัยที่เปรียบเทียบครีมพญายอกับยาแผนปัจจุบัน ได้ถูกนำมาศึกษาในรูปแบบของ Systematic review และ meta-analysis เป็นการรวบรวมงานวิจัยทางคลินิก ทั้งหมด 4 การศึกษา เพื่อวิเคราะห์ผลด้านประสิทธิภาพในการรักษาโรคเริมที่อวัยวะสืบพันธุ์และโรคงูสวัด ด้วยก
ธูป เป็นสิ่งที่ใช้เป็นเครื่องสักการบูชามาช้านานตามความเชื่อ การจุดธูปหมายถึง ไหว้พระรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และในอดีตธูปทำจากเนื้อไม้หอมหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นไม้จันทน์ขาว จันทน์เทศ กำยาน ไม้กฤษณา กันเกรา หรือต้นบง บดเนื้อไม้ให้เป็นผงละเอียด ธูป ควันธูปค่อนข้างละเอียด เมื่อเผาแล้วจึงไม่ระคายเคืองจมูกและตา ธูปไทยในอดีตลักษณะคล้ายธูปจีนโบราณ แต่ในปัจจุบันไม้เนื้อหอมมีราคาแพงและหายาก บางชนิดก็เป็นพืชคุ้มครอง ผู้ผลิตธูปจึงเปลี่ยนมานำขี้เลื่อยมาผสมกับกาวกลิ่นหอมที่สกัดจากพืชหรือสารเคมี ผลิตเป็นธูปแทน ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ แต่ธูปหอม ของศูนย์การเรียนรู้การดูแลสุขภาพภาคประชาชนด้วยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศรของวิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี คิดค้นธูปหลับ ด้วยเหตุปัญหาของคนไทยในยุคปัจจุบันที่นอนไม่ค่อยหลับ ทำให้เกิดอาการง่วงเหงาหาวนอน ใช้จุดไหว้พระ แล้วทำให้หลับ วิธีการทำธูปหลับ วัตถุดิบ เปลือกต้นบง สับเป็นชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้ง 2 ส่วน หัวเปราะหอม 1 ส่วน ก้านธูปทำจากไม้ไผ่ตากแดดให้แห้ง น้ำสะอาดหรือน้ำที่มีกลิ่นหอมตามต้องการ วิธีทำ นำสมุนไพรที่เตรีย
พระยาอภัยภูเบศร ชูธงนำภูมิปัญญาท้องถิ่นต่อยอดธุรกิจ อาหาร เครื่องดื่มสุขภาพ สร้างมูลค่าส่งออก พร้อมยก”บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร” ต้นแบบ เตรียมจัดแสดงในงานตลาดนัดสุขภาพดีวิถีไทย 6-26 ก.พ.ตลาดริมคลองผดุงกรุงเกษม เมื่อวันที่ 31 มกราคม นพ.จรัญ บุญฤทธิการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้กล่าวถึงการร่วมจัดกิจกรรมภายในงาน ตลาดนัดสุขภาพวิถีไทย ครั้งนี้ว่า “อภัยภูเบศร ได้มีแนวคิด เฮิร์บเบอรี่ อินโนเวทีฟ (Herbary Innovative) หรือ การสร้างนวัตกรรมจากภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความยั่งยืนให้ชุมชน เช่นเดียวกับ บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร ปราจีนบุรี ที่นำเอาภูมิปัญญาด้านสมุนไพรในจังหวัด มาพัฒนาเป็นตำรับอาหาร และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยในอนาคตจะมีการวิจัยเพื่อต่อยอดถึงคุณประโยชน์ของแต่ละตำรับเหล่านี้ เพื่อเป็นการสร้างมูลค่า จากภูมิปัญญาไทย โดยคาดว่าจะสามารถส่งออกเป็นบิสิเนส โมเดล ไปทั่วโลกได้” “โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และจังหวัดปราจีนบุรี เรามีความพร้อมในการพัฒนา เนื่องจากการได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 4 ผู้นำเมืองสมุนไพรของไทย ด้วยมีความโดดเด่นและศักยภาพในด้านการพัฒนาส
การแพทย์แผนไทย ถือเป็นศาสตร์แบบองค์รวม อันเกิดจากความรู้ ภูมิปัญญาของคนโบราณที่ถูกเรียกว่า “หมอบ้าน” สามารถรักษาและบำบัดครอบคลุมได้ทุกโรคอย่างครบถ้วน โดยวิธีการปฏิบัติของการแพทย์แผนไทย ประกอบด้วยการใช้สมุนไพร หัตถบำบัด การรักษากระดูกแบบดั้งเดิม การใช้พุทธศาสนา หรือพิธีกรรม เพื่อดูแลรักษาสุขภาพจิต ธรรมชาติบำบัด ซึ่งได้จากการสั่งสม ถ่ายทอดประสบการณ์อย่างเป็นระบบ “สกลนคร” เป็นจังหวัดทางภาคอีสาน ที่นับว่ามีแหล่งสมุนไพรสำคัญจำนวนมากแห่งหนึ่งของประเทศ แล้วยังเป็นแหล่งชุมนุมของหมอพื้นบ้านเก่าแก่ชื่อดังอีกด้วย ฉะนั้น หลายหน่วยงานของจังหวัดจึงผนึกกำลังร่วมมือกันเพื่อสร้างกรอบความชัดเจนของสมุนไพรแต่ละชนิด ตลอดจนรวบรวมหมอพื้นบ้าน ตำรับตำรายาโบราณ เข้ามาไว้ด้วยกันเพื่อเป็นฐานข้อมูลการศึกษาสำหรับอนุชนรุ่นต่อไป มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน วิทยาเขตสกลนคร เป็นอีกหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสมุนไพร และผักพื้นบ้าน โดยมีเป้าหมายเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูศาสตร์เก่าแก่นี้ให้เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน จึงมีการจัดสร้าง “สวนผักพื้นบ้านและสมุนไพร เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” ขึ้น ภายในพื้นที่ จำนวน
